แชร์

ตอนที่ 2 รอยร้าวในเศษกระจก

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-20 16:55:31

ตอนที่

2

รอยร้าวในเศษกระจก

บรรยากาศภายในห้องวีไอพี 1 เย็นเยือกราวกับถูกแช่แข็งด้วยสายตาของชายหนุ่มที่นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวยาว ธรรศกร อัครเดชโภคิน ในวัย 28 ปี คือภาพลักษณ์ของความสำเร็จที่มั่งคั่งและอันตรายที่สุด ชุดสูทสี Midnight Blue ที่ตัดเย็บอย่างประณีตรับกับรูปร่างกำยำของชายที่ผ่านการเคี่ยวกรำตัวเองมาอย่างหนัก ใบหน้าคมเข้มที่เคยดูจืดชืดภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยสันกรามคมกริบและดวงตาที่แฝงไปด้วยอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทาง

เขามองผู้หญิงที่อยู่แทบเท้า นรินทร์ดา อัศวเทวินทร์ ในวัย 26 ปี

สิบปีที่ผ่านมาเปลี่ยนตั้มลูกคนขับรถให้กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล และนางฟ้าผู้สูงส่งก็กลายเป็นเพชรในตมได้อย่างน่าสมเพช

นรินทร์ดาในชุดเดรสสีแดงเพลิงรัดรูปดูแปลกตาไปจากภาพจำของเขา เธอเคยสวมเพียงผ้าไหมชั้นดีและเครื่องเพชรระยิบระยับ ไม่ใช่ชุดที่เน้นสัดส่วนเพื่อดึงดูดสายตาผู้ชายในคลับเช่นนี้เพียงเพื่อแลกกับเศษเงินทิปประทังชีวิต

"ครบแล้วค่ะเงินของคุณ"

นรินทร์ดารวบรวมธนบัตรใบละพันที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นพรมขึ้นมาจนครบ มือเรียวบางที่สั่นเทายื่นปึกเงินคืนให้เขา เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่พยายามบอกว่าเธอไม่ได้พ่ายแพ้ แต่น้ำใสๆ ที่รื้นอยู่ในดวงตาคู่สวยนั้นกลับทรยศความรู้สึกที่แท้จริงข้างใน

ธรรศกรไม่รับเงินนั้น เขาเพียงแค่นยิ้มเย็น แววตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความประชดถากถาง

"เก็บไว้สิรินถือซะว่าเป็นค่าเสียเวลาที่ฉันต้องมานั่งมองของปลอมที่พยายามจะทำตัวให้ดูแพง" เขาหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกไม่ได้ทำให้สติของเขาเลอะเลือน ตรงกันข้ามมันกลับปลุกภาพจำที่เขาพยายามฝังกลบไว้ให้ฟื้นคืนมาอย่างรุนแรง

คฤหาสน์อัศวเทวินทร์ เมื่อ 10 ปีก่อน

ในตอนนั้นเขาไม่ใช่ธรรศกร อัครเดชโภคิน ผู้มั่งคั่งที่มีอำนาจล้นฟ้า แต่เขาคือ ตั้ม เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ลูกชายคนขับรถที่อาศัยอยู่ในห้องแถวแคบๆ ท้ายคฤหาสน์ชื่อที่ฟังดูธรรมดาและเจียมตัวพอๆ กับสถานะที่เขาเป็น

งานฉลองวันเกิดครบรอบ 16 ปีของนรินทร์ดาถูกจัดขึ้นอย่างอลังการราวกับเนรมิตวิมานลงมาไว้บนดิน เพื่อต้อนรับแขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐี

ตั้มในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่เนื้อผ้าเริ่มเปื่อยและซีดจางจากการซักซ้ำๆ ยืนหลบอยู่หลังพุ่มดอกไม้อย่างเจียมตัว ในมือของเขากำกล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสีฟ้าธรรมดาๆ ไว้อย่างทะนุถนอม

มันคือกิ๊บติดผมมุกเรียบๆ ที่เขาต้องอดมื้อกินมื้อและรับจ้างล้างรถคนในหมู่บ้านเพื่อเก็บเงินมาทั้งปี เพียงเพื่อจะมอบให้คุณหนูรินผู้เป็นรักแรกและแรงบันดาลใจเดียวในชีวิตของเขา

"คุณรินครับสุขสันต์วันเกิดนะครับ" เขารวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาเธอขณะที่เธอกำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนวัยรุ่นที่สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง

นรินทร์ดาในวัย 16 ปี สวยสะพรั่งราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบในชุดราตรีสีขาวฟูฟ่อง เธอหันมามองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากตอนเด็กๆ เมื่อเพื่อนๆ ของเธอพากันเอามือปิดจมูกและหัวเราะเยาะท่าทางซื่อบื้อของเขา

"ขยะก็ส่วนขยะนะตั้ม อย่าสะเออะเผยอหน้าขึ้นมาบนวิมานของฉันเลย ของราคาถูกๆ แบบนี้ เอาไปให้คนใช้ในบ้านฉันเถอะ ฉันใช้ไม่ลงหรอก"

คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้นกรีดลงบนใจของเด็กหนุ่มวัย 18 อย่างเหี้ยมโหด นรินทร์ดาปัดกล่องของขวัญในมือเขาจนร่วงลงพื้น ก่อนที่รองเท้าส้นสูงราคาแพงของเพื่อนเธอจะจงใจเหยียบลงบนกล่องสีฟ้านั้นจนแตกยับเยิน วินาทีนั้นเองที่ ตั้มคนที่แสนดีได้ตายจากไปและธรรศกรก็ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับหัวใจที่ด้านชาและไฟแค้นที่ไม่มีวันดับ

ปัจจุบัน ห้องวีไอพี 1

"คุณธรรศกรรินว่าคุณคงจำคนผิด รินขอตัวนะคะ"

เสียงของนรินทร์ดาในปัจจุบันดึงเขากลับมาจากอดีตอันขมขื่น ธรรศกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูง 185 เซนติเมตรของเขาข่มขวัญหญิงสาวที่วัยเพียง 26 ปีจนเธอต้องถอยร่นไปจนหลังพิงผนังห้องที่บุด้วยกำมะหยี่สีดำสนิท

"จำคนผิดงั้นเหรอ" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่าขนลุก

เขายันกายเข้าหาจนเธอไร้ทางหนี แววตาของ ธรรศกร จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของนรินทร์ดา

'คนอย่างฉันไม่เคยจำอะไรผิด โดยเฉพาะคำด่าของคุณหนูวัย 16 ที่สูงส่งอย่างเธอ' ธรรศกรคิดในใจด้วยความเดือดดาล แววตาคมกริบจดจ้องใบหน้าหวานที่เขาเคยเฝ้ามองในเงามืดมาตลอดหลายปี

'และยิ่งเธอลืมตั้มคนนี้ไปแล้วจริงๆ มันยิ่งทำให้ฉันอยากจะรื้อฟื้นความจำให้เธอเป็นพิเศษ ว่าคนที่เธอเคยตราหน้าว่าเป็นขยะ วันนี้ได้กลายเป็นคนที่จะขยี้ชีวิตเธอได้เพียงแค่ปลายนิ้ว'

"ลืมฉันไปแล้วจริงๆ งั้นเหรอริน" เขาเปรยเสียงทุ้มต่ำ แต่กลับแฝงด้วยความกดดันมหาศาล

"สิบปีที่ผ่านมา ฉันต้องไปดิ้นรนเจียนตายที่ต่างประเทศ เพราะใครบางคนในตระกูลอัศวเทวินทร์ทำลายชีวิตฉันจนย่อยยับพ่อฉันต้องติดคุกและตายอย่างอนาถาเพราะถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงิน และคนที่ชี้นิ้วสั่งฆ่าพวกเราในวันนั้นก็คือคนในบ้านเธอนั่นแหละ"

นรินทร์ดาขมวดคิ้วมุ่น หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสนและความหวาดกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้น เธอพยายามค้นหาใบหน้าของชายตรงหน้าในความทรงจำอันน้อยนิด แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ผู้ชายที่ชื่อ ธรรศกร อัครเดชโภคิน ไม่เคยอยู่ในสารบบชีวิตของคุณหนูไฮโซอย่างเธอเลยสักนิด

"คุณพูดเรื่องอะไรรินไม่เคยรู้จักคุณ และบ้านรินก็ไม่ใช่คนแบบที่คุณกล่าวหา คุณต้องเข้าใจอะไรผิดไปแล้วแน่ๆ" เสียงหวานสั่นพร่าแต่ยังพยายามจะยืนยันความบริสุทธิ์ของครอบครัว

"เข้าใจผิดงั้นเหรอ" ธรรศกรแค่นยิ้มร้าย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยเหมือนจะมองให้ทะลุถึงขั้วหัวใจ

"คนอย่างฉันไม่เคยจำอะไรผิดโดยเฉพาะความอัปยศที่ได้รับจากคนในตระกูลเธอ วันที่พวกเธอมองคนอย่างพวกฉันเป็นแค่ขยะที่ไม่มีค่าพอจะชายตาแล"

เขาก้าวเข้าหาจนนรินทร์ดาหลังพิงกำแพงจนไร้ทางหนี กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ออก

"ดูสิตอนนี้นางฟ้าวัย 26 อย่างเธอ ต้องมาคุกเข่าเก็บเศษเงินบนพื้นพรมให้คนที่เธอเคยเหยียดหยามมองด้วยความสมเพช ศักดิ์ศรีที่เธอเคยชูคอหนักหนา ตอนนี้มันเหลือกี่บาทกันล่ะ"

นรินทร์ดาหยัดกายขึ้นตรง แม้น้ำตาจะคลอหน่วยตาแต่เธอก็ไม่ยอมให้มันไหลออกมาต่อหน้าเขา เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้คนใจดำคนนี้เห็น

"ถ้าคุณกลับมาเพื่อจะเอาคืนเรื่องที่รินไม่รู้เรื่องด้วย รินก็ต้องขอโทษแทนคนในครอบครัวรินด้วยหากพวกเขาเคยทำอะไรให้คุณขุ่นเคืองแต่รินไม่ได้ทำอะไรผิด และรินก็ไม่ได้มีหน้าที่ต้องมารองรับอารมณ์อาฆาตของคุณที่นี่" เธอกระแทกปึกเงินใส่หน้าอกเขาอย่างแรงจนมันร่วงกราวลงพื้นอีกครั้ง

"เงินของคุณ รินไม่รับและรินจะไม่ทำงานที่นี่อีกถ้าต้องเจอกับคนใจดำที่เอาแต่โยนความผิดให้คนอื่นแบบคุณ"

นรินทร์ดาหันหลังเตรียมจะเปิดประตูหนีไป แต่คำพูดประโยคเดียวของธรรศกรกลับทำให้ขาของเธอแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง

"จะเดินออกไปก็ได้นะนรินทร์ดา แต่พรุ่งนี้เช้า ทันทีที่ธนาคารเปิด ฉันจะส่งคำสั่งยึดทรัพย์สินที่เหลืออยู่ทั้งหมดของตระกูลอัศวเทวินทร์ รวมถึงบ้านหลังสุดท้ายที่คุณแม่เธอรักษาตัวอยู่ฉันจะให้คนไปรื้อทิ้งซะพรุ่งนี้เลย"

นรินทร์ดาหันขวับมามองเขาด้วยความตระหนก ใบหน้าหวานซีดเผือด

"คุณรู้ได้ยังไงคุณไปยุ่งกับแม่รินทำไม"

"ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอรู้แม้กระทั่งว่าแม่เธอต้องฟอกไตสัปดาห์ละสามครั้ง และโรงพยาบาลที่เธอไปประจำน่ะ ฉันเพิ่งเซ็นสัญญาซื้อหุ้นใหญ่มาเมื่อวานนี้เอง ถ้าฉันสั่งคำเดียวแม่เธอก็จะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้าไปในตึกนั้นอีก"

ธรรศกรไม่ได้เดินตามไปบังคับเธอ เขาเพียงแค่หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดปลายนิ้วช้าๆ ราวกับกลัวจะติดเชื้อโรคจากตัวเธอ แววตาเยือกเย็นนั้นจ้องมองเธอราวกับมองมดตัวเล็กๆ ที่เขาสามารถเหยียบให้ตายได้ทุกเมื่อ

"จำนามสกุลฉันไว้ให้ดี นรินทร์ดา อัครเดชโภคิน ต่อจากนี้ไปมันจะเป็นทั้งฝันร้ายและกรงขังเดียวของเธอ" เขายันกายลุกขึ้นเต็มความสูง

"ฉันไม่ได้บังคับเธอมีสิทธิ์เลือก จะกอดศักดิ์ศรีเน่าๆ ของเธอแล้วเดินออกไปดูแม่ตายหรือจะยอมลดตัวลงมาหาฉันที่บริษัทพรุ่งนี้เพื่อรับข้อเสนอที่จะช่วยชีวิตแม่เธอได้"

"รินไม่มีวันไปหาคนเลวอย่างคุณ" นรินทร์ดาตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะกระชากประตูเปิดออกแล้ววิ่งหนีไปตามทางเดินยาวของคลับ

ธรรศกรมองตามแผ่นหลังบางที่สั่นเทานั้นไปด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ความสะใจที่รอคอยมาสิบปีเริ่มทำงาน แต่มันกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่แหลมคมทิ่มแทงหัวใจเขาอย่างประหลาด เขาหยิบธนบัตรใบหนึ่งบนพื้นขึ้นมาบี้จนยับคามือ

"ฉันจะทำให้เธอรู้เองนรินทร์ดา ว่าการตกลงมาจากวิมานมาอยู่ในนรกของจริง มันเจ็บปวดยิ่งกว่าตายซะอีก"

คืนนั้นนรินทร์ดาเดินออกมาท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปวน เธอไม่มีร่ม ไม่มีรถ มีเพียงชุดสีแดงที่เปียกชุ่มและหัวใจที่แตกสลาย เธอพยายามนึกทบทวนว่าเธอไปทำอะไรให้เขาตอนไหน หรือพ่อเธอไปทำอะไรใครไว้ แต่ความทรงจำกลับมืดบอดธรรศกร อัครเดชโภคิน ในวันนี้คือปีศาจที่พระเจ้าส่งมาเพื่อทำลายชีวิตเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าจุดเริ่มต้นของพายุลูกนี้มาจากกิ๊บติดผมมุกที่ถูกเหยียบย่ำในวันวาน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนพิเศษ สายลมและเปลวไฟ (ของขวัญจากฟ้า)

    ตอนพิเศษ สายลมและเปลวไฟ (ของขวัญจากฟ้า) สามปีผ่านไปกลิ่นอายของบ้านสวนนครปฐมยังคงอบอวลไปด้วยความสงบสุข ทว่าวันนี้ดูจะวุ่นวายเป็นพิเศษ เมื่อเรือนไทยหลังใหญ่ของนรินทร์ธรรศและพราวฟ้ากลายเป็นศูนย์รวมสายใยของตระกูลอีกครั้ง แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านยอดมะพร้าวสลับกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้า "พี่ดิน รอหนึ่งด้วย" เสียงใสของน้องน้ำหนึ่งในวัยสี่ขวบเศษตะโกนไล่หลังพี่ชายลูกพี่ลูกน้องอย่างน้องดินที่วิ่งนำหน้าไปพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวโปรด ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันจนสนิทสนมราวกับพี่น้องท้องเดียวกัน บนชานเรือนนรินทร์ดาและพิมลภัสนั่งมองหลานๆ ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ธรรศกรและกวินนั่งจิบชาคุยเรื่องการขยายโครงการโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์ที่กลายเป็นธุรกิจทำเงินมหาศาลโดยไม่ต้องง้อตึกสูงในกรุง "คุณพี่คะดูสิคะ พราวฟ้ากับนาราท้องแก่ใกล้กันขนาดนี้ อีกไม่นานบ้านสวนคงแตกแน่ๆ" พิมลภัสเย้าพี่สาวพลางมองไปที่พราวฟ้าและนาราที่กำลังนั่งพักผ่อน พราวฟ้าที่อุ้มท้องแก่ย่างเข้าเดือนที่เก้าขยับตัวอย่างอึดอัด โดยมีนรินทร์ธรรศคอยประคองหลังและส่งน้ำขิงอุ่นๆ ให้ไม่ห่างกาย ส่วนนาราที่ท้อ

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 139 แสงดาวเหนือพราวรัก (ตอนจบ)

    ตอนที่ 139 แสงดาวเหนือพราวรัก (ตอนจบ) ท้องฟ้าเหนือจังหวัดนครปฐมเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มจัด ประดับด้วยดวงดาวนับล้านดวงที่ส่งประกายระยิบระยับล้อกับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ปักไว้ตามริมน้ำ แสงสลัวสีส้มอุ่นฉาบไล้ไปทั่วโต๊ะไม้ตัวยาวริมตลิ่งที่บัดนี้เต็มไปด้วยจานอาหารพื้นบ้านและเสียงสรวลเสเฮฮาที่ดังข้ามคลองไปถึงฝั่งกระโน้นบนเสื่อกกผืนใหญ่ข้างโต๊ะอาหารน้องดินลูกชายวัยเตาะแตะของนรินทร์ธรรศ กำลังพยายามส่งของเล่นชิ้นโปรดให้กับน้องน้ำหนึ่งลูกสาวตัวน้อยวัยไล่เลี่ยกันของนาราและภาคิน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีหวานเจ้าของดวงตากลมโตถอดแบบมาจากนาราไม่มีผิดเพี้ยนส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากพลางตบมือชอบใจ "ดูสิคะคุณหลานๆ เข้ากันได้ดีเชียว" นรินทร์ดากระซิบบอกธรรศกร พลางพยักพเยิดให้ดูภาพเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังแย่งตุ๊กตาช้างกันอย่างสนุกสนาน ธรรศกรที่บัดนี้วางมาดพญาสิงโตลงจนหมดสิ้น อุ้มหลานสาวตัวน้อยอย่างน้องน้ำหนึ่งขึ้นมานั่งบนตักพลางหยอกล้อด้วยความเอ็นดู "ไหนน้ำหนึ่งของตา โตหรือยังลูกอยากได้อะไรนะ" "คุณป๊าคะ เดี๋ยวหลานก็เสียนิสัยหมดหรอกค่ะ" นาราเอ่ยเย้าบิด

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 138 รสชาติของความธรรมดา

    ตอนที่ 138 รสชาติของความธรรมดา สายลมเอื่อยยามบ่ายพัดพาเอาความสดชื่นของร่องสวนมะพร้าวเข้าสู่เขตเรือนไทยประยุกต์หลังงามในจังหวัดนครปฐม แสงแดดที่เคยร้อนระอุในช่วงเที่ยงค่อยๆ อ่อนแสงลงจนกลายเป็นสีทองรำไรทอดผ่านใบพายที่ไหวเอนตามลม บรรยากาศวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะรถหรูหลายคันที่ปกติจะจอดเรียงรายอยู่ในคฤหาสน์กลางกรุง บัดนี้กลับมาจอดสงบนิ่งอยู่ใต้เงาต้นจามจุรีใหญ่หน้าบ้านสวนของนรินทร์ธรรศและพราวฟ้าบนชานเรือนไม้ที่ขัดจนเนียนตาธรรศกรพญาสิงโตผู้ยิ่งใหญ่ในโลกธุรกิจ บัดนี้สวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าป่านสีซีดและกางเกงเล นั่งทอดอารมณ์บนเก้าอี้หวายเก่าๆ ในมือถือคันเบ็ดไม้ไผ่ที่นรินทร์ธรรศเหลาให้เป็นพิเศษ ข้างกายเขาคือนรินทร์ดา ภรรยาคู่ชีวิตที่คอยนั่งพัดวีและปอกมะม่วงน้ำดอกไม้รสหวานส่งให้สามีอย่างใจเย็น "คุณคะ ดูสิคะ ปลามันคงไม่กินเบ็ดหรอกค่ะ ในเมื่อคุณนั่งจ้องมันเหมือนจะไปเทคโอเวอร์บริษัทมันขนาดนั้น" นรินทร์ดาเปรยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสามีขมวดคิ้วจ้องทุ่นลอยน้ำเขม็ง "ก็ผมไม่ถนัดนั่งรออะไรนานๆ นี่นาริน" ธรรศกรพูดก่อนจะยิ้มเก้อๆ "แต่ก็นั่นแหละตั้ง

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 137 มรดกที่แท้จริง

    ตอนที่ 137 มรดกที่แท้จริง เสียงนกร้องรับอรุณท่ามกลางสายหมอกจางๆ ที่ลอยเหนือร่องสวนมะพร้าวในจังหวัดนครปฐม บรรยากาศที่นี่ดูตัดขาดจากความวุ่นวายของกรุงเทพมหานครโดยสิ้นเชิง ทว่าบนโต๊ะไม้สักตัวยาวที่ตั้งอยู่บนระเบียงกว้างของเรือนไทยประยุกต์หลังใหม่ กลับมีอุปกรณ์เทคโนโลยีล้ำสมัยวางอยู่อย่างครบครัน นรินทร์ธรรศในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีครามสวมทับด้วยกางเกงเลดูสบายตา นั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่กำลังแสดงกราฟดัชนีตลาดหุ้นและแผนผังโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน เขาสวมชุดหูฟังไร้สายพลางเอ่ยปากประชุมกับบอร์ดบริหารของเอสพี กรุ๊ป ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าทรงพลัง "ผมยืนยันนโยบายเดิมครับ โครงการ 'SP Green Living' จะต้องเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางให้พนักงานและลูกบ้านได้ใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่พื้นที่ขาย และผมขอประกาศใช้ระบบ 'Flexible Work' ให้ทุกแผนกตั้งแต่วันจันทร์หน้า ใครอยากเข้าออฟฟิศก็เข้า ใครอยากทำงานที่ไหนก็ได้ขอแค่ผลงานออกมาตามเป้าเหมือนที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้" ภาพเบื้องหลังของเขาในหน้าจอซูมไม่ใช่ภาพพื้นหลังเสมือนจริงของตึกระฟ้า แต่เป็นพุ่มดอกมะลิและต

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 136 แต่งงานกลางสวนรัก

    ตอนที่ 136 แต่งงานกลางสวนรัก แสงแดดอ่อนยามบ่ายทอดผ่านยอดมะพร้าวสลับกับใบตองสีเขียวสด บรรยากาศภายในบ้านสวนจังหวัดนครปฐมวันนี้ดูคึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กลิ่นหอมของดอกมะลิและดอกแก้วลอยอบอวลผสมกับกลิ่นแป้งร่ำที่ชาวบ้านช่วยกันปรุงเพื่อใช้ในพิธีมงคลสมรสแบบเรียบง่ายแต่ทว่าศักดิ์สิทธิ์ นี่คืองาน "วิวาห์คู่" (Double Wedding) ที่ไม่ได้จัดขึ้นในโรงแรมหรูใจกลางกรุง ไม่มีพรมแดงยาวเหยียดหรือโคมไฟระย้าราคาหลักล้าน มีเพียงเสื่อกกที่ปูลาดบนสนามหญ้าหน้าเรือนไทย และซุ้มดอกไม้ป่าที่พราวฟ้าและนาราร่วมกันจัดวางด้วยมือตัวเอง นรินทร์ธรรศในชุดไทยประยุกต์สีครีมนวลดูสง่างามราวกับเทพบุตรที่หลุดออกมาจากวรรณคดี เขายืนเคียงข้างกับภาคินที่วันนี้สวมชุดไทยสีเข้มดูบึกบึนและภูมิฐาน ทั้งคู่ต่างมีรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด สายตาคมกริบจดจ้องไปยังประตูเรือนไม้ที่เจ้าสาวทั้งสองกำลังจะก้าวออกมา เมื่อพราวฟ้าในชุดไทยสไบเฉียงสีกลีบบัวและนาราในชุดไทยสีขาวบริสุทธิ์ก้าวลงจากบันไดเรือนไทย เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากชาวบ้านใกล้เรือนเคียงก็ดังระงมไปทั่วสวน นรินทร์ดาและธรรศกร

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 135 เกียร์แห่งพันธสัญญา

    ตอนที่ 135 เกียร์แห่งพันธสัญญา สายลมต้นฤดูร้อนพัดผ่านลานกว้างหน้าหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และช่อดอกไม้หลากสีสันที่เหล่าบัณฑิตใหม่ถือไว้ในอ้อมแขน ท่ามกลางฝูงชนที่เนืองแน่น ร่างบอบบางในชุดครุยวิทยฐานะสีขาวขลิบทองดูโดดเด่นสะดุดตา นาราในวัยยี่สิบสองปีเต็ม ดูสง่างามและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าวันวาน ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัวด้วยความตื่นเต้น ราวกับกำลังมองหาใครบางคนที่เป็นกำลังใจสำคัญตลอดสามปีที่ผ่านมา "นารา! ทางนี้ลูก!" เสียงหวานของ นรินทร์ดาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคุณหญิงผู้สง่างามที่วันนี้สวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนเคียงข้างมากับธรรศกรพญาสิงโตที่ดูภูมิฐานในชุดสูทสีเทาเข้ม แม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่รัศมีแห่งอำนาจของเขายังคงอยู่ ทว่าแววตาที่มองลูกสาวคนเล็กกลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด "คุณป๊า คุณแม่" นาราวิ่งเข้าไปกอดบุพการีทั้งสองแน่น "นาราทำสำเร็จแล้วค่ะ นารารับปริญญาแล้ว" "เก่งมากเจ้าหญิงของป๊า" ธรรศกรลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ "ป๊าภูมิใจในตัวลูกนะ ที่อดทนเรียนจนจบโดยไม่เคย

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 46 กลิ่นอายแห่งความหวัง (4)

    ตอนที่ 46 กลิ่นอายแห่งความหวัง พิมลภัสที่นั่งอยู่ข้างๆ คอยตักโจ๊กอุ่นๆ บริการคุณแม่ด้วยท่าทางกระตือรือร้น ส่วนกวินยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลในชุดเชิ้ตสีสุภาพที่ปลดกระดุมคอเม็ดบนออก ดูผ่อนคลายกว่ามาดบอดี้การ์ดหน้าตายที่เคยเป็น"วันนี้ทำไมพิมดูตื่นเต้นจังลูก ทานข้าวแทบไม่ลงเลยนะ ตักเข้าปากคำนึงก็มองนาฬิกา

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 40 สัจจะใต้เงาปืน (2)

    ตอนที่40สัจจะใต้เงาปืนธรรศกรเปลี่ยนแววตาจากความอ่อนโยนเป็นความดุดันในพริบตา"กวิน พารินไปที่ห้องหลบภัยใต้ดินเดี๋ยวนี้ ส่วนผมจะรอรับพวกมันอยู่ที่นี่""ไม่ค่ะ รินไม่ไป รินจะไม่ทิ้งคุณไว้ในสภาพนี้" นรินทร์ดายืนกรานเสียงแข็ง"คุณใส่เฝือกอยู่ ขยับตัวยังลำบากเลย คุณจะสู้กับพวกมันได้ยังไงคะ""รินฟังผม!

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 38 รสชาติของความหวง

    ตอนที่ 38รสชาติของความหวงบรรยากาศภายในห้องครัวที่ควรจะหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นอาหารกลับคละคลุ้งไปด้วยรังสีความเย็นเยือกจากร่างบางที่กำลังยืนสับต้นหอมอยู่บนเขียง นรินทร์ดาลงน้ำหนักมีดแรงกว่าปกติจนเสียง"ปึก ปึก" ดังเล็ดลอดออกไปถึงห้องโถงด้านนอกที่ธรรศกรกำลังนั่งคุยอยู่กับทนายสาวสวยอย่างศิรินทร์"พี่ริ

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 33 ของขวัญจากคนแปลกหน้า (2)

    ตอนที่33ของขวัญจากคนแปลกหน้าชายหนุ่มประคองร่างบางให้หยัดกายขึ้น นรินทร์ดามองสบตาเขาด้วยแววตาฉ่ำปรือ เธอจับจ้องความต้องการของเขาแล้วค่อยๆ กดสะโพกมนลงทับกลืนกินความแข็งขึงเข้าไปในกายสาวทีละน้อย"อื้อออ อ่าาา ธรรศ ฮือๆ ๆ แน่นไปหมดเลย"เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อความยิ่งใหญ่แทรกซึมเข้าสู่รอยแยกที่แสน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status