Masuk"สิบปีก่อนเธอเหยียบย่ำเขาเหมือนขยะบนวิมาน สิบปีต่อมาเธอต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตแม่จากซาตานที่เธอจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ เมื่อหนี้แค้นต้องชดใช้ด้วยร่างกายและหยดน้ำตา เขาจะบดขยี้เธอให้แหลกคามือ หรือจะพ่ายแพ้ต่อหัวใจที่เคยภักดี"
Lihat lebih banyakตอนที่
1เพชรในตมกับลมหายใจของปีศาจ
แสงไฟนีออนระยิบระยับของย่านทองหล่อส่องสว่างตัดกับท้องฟ้าที่มืดมิด แต่มันกลับไม่ได้ทำให้จิตใจของ นรินทร์ดาสว่างไสวขึ้นเลย หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงรัดรูปยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องพักพนักงานของคลับระดับไฮเอนด์ที่รวบรวมเหล่ามหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลไว้ในที่นี่
มือเรียวบางที่เคยหยิบจับเพียงพู่กันราคาแพงและผ้าไหมเนื้อดี บัดนี้กลับต้องถือฟองน้ำแต่งหน้าพยายามกลบร่องรอยความอ่อนล้าใต้ดวงตาคู่สวย
"รินมัวเหม่ออะไรอยู่ แขกห้องวีไอพีหนึ่งมาแล้วนะ" เจ๊หลีผู้จัดการร้านเดินเข้ามาสะกิดแรงๆ
"วันนี้ลาภลอยเชียวเธอ คุณธรรศกร CEO คนใหม่ของ ทีเค กรุ๊ป เขาเจาะจงขอคนที่สวยและแพงที่สุดในร้านฉันเลยจัดเธอให้พอรู้ว่าเป็นเธอ เขาดูตื่นเต้นพอใจมากนะริน อย่าทำให้เสียชื่อนะรินถ้าเขาถูกใจ ทิปคืนเดียวอาจจะพอค่าฟอกไตแม่เธอไปทั้งเดือนเลยนะ"
นรินทร์ดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คำว่าแม่คือจุดอ่อนเดียวที่ทำให้เธอยอมทิ้งศักดิ์ศรีลูกสาวเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ล้มละลาย มาสวมชุดรัดรูปนั่งดริ๊งประคองแขนผู้ชายแปลกหน้า
"ค่ะเจ๊ รินจะทำเต็มที่"
เธอฝืนยิ้มให้กระจก ยิ้มที่เธอฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อใช้แสดงว่าเธอกำลังมีความสุขในนรกแห่งนี้
ภายในห้องวีไอพี1
บรรยากาศภายในห้องกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์สีทองตัดกับบุผนังสีดำ กลิ่นซิการ์ราคาแพงและกลิ่นเหล้าบรั่นดีชั้นเลิศอบอวลอยู่ข้างใน ชายหนุ่มร่างสูงสง่านั่งอยู่กลางโซฟาตัวยาวเพียงลำพัง แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าคมเข้มที่ดูราวกับรูปสลักของเทพบุตร แต่แววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตาบางเบานั้นกลับเย็นเยียบราวมัจจุราช
ธรรศกร หมุนแก้วเหล้าในมือช้าๆ เขารอคอยเวลานี้มานานถึงสิบปี สิบปีที่เขาต้องไปดิ้นรนเจียนตายที่ต่างประเทศ เริ่มต้นจากศูนย์จนกลายเป็นเศรษฐีพันล้านเพื่อกลับมาขยี้ดอกฟ้าที่เคยเหยียบย่ำเขา
ก๊อก ก๊อก...
ประตูเปิดออก นรินทร์ดาก้าวเข้ามาพร้อมถาดรองเครื่องดื่ม เธอคุกเข่าลงข้างโซฟาอย่างนอบน้อม ท่วงท่าของเธอยังคงดูสง่างามแม้จะอยู่ในที่แห่งนี้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของกุหลาบป่าที่เขาเคยแอบดมในห้องสมุดเมื่อสมัยเรียน โชยมาแตะจมูกทันที
ธรรศกรกำแก้วในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโป่ง เขาจ้องมองผู้หญิงที่อยู่แทบเท้า ผู้หญิงที่เคยบอกว่าเขามันก็แค่ขยะในงานวันเกิดของเธอ
"รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ" เสียงหวานนุ่มหูเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่เธอเงยหน้าขึ้นสบตา
วินาทีนั้นนรินทร์ดาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าของแขกตรงหน้าช่างดูคุ้นตาอย่างประหลาด คิ้วเข้มพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากหยักลึกที่ดูไร้ความปรานีแต่นึกเท่าไหร่เธอก็นึกไม่ออกว่าเขาคือใคร
เธอลืมเขาไปแล้วจริงๆ
ความจริงข้อนี้เหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นกลางใจของธรรศกร เขาเฝ้าฝันถึงเธอทุกคืนด้วยความแค้น แต่เธอกลับจำแม้แต่ธุลีอย่างเขาไม่ได้
"เธอชื่ออะไร" เสียงทุ้มต่ำถามขึ้น น้ำเสียงแฝงด้วยความกดดันมหาศาล
"รินค่ะ เรียกนรินทร์ดาก็ได้ค่ะ" เธอส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เขา ยิ้มที่เหมือนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน
"นรินทร์ดาชื่อสวยนะ แต่ชีวิตจริงคงไม่สวยเหมือนชื่อใช่ไหม ถึงต้องมานั่งแบมือขอเงินผู้ชายอยู่ในที่อโคจรแบบนี้"
นรินทร์ดาหน้าชาพยักหน้ายอมรับคำดูถูกนั้นอย่างคุ้นชิน
"ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลงค่ะ วันนี้รินลำบาก รินก็ต้องทำงานแลกเงิน ไม่เห็นจะเป็นเรื่องน่าอายตรงไหน"
"ไม่น่าอายงั้นเหรอ" ธรรศกรหัวเราะในลำคอ เขาคว้าต้นแขนเรียวเล็กแล้วกระชากเธอให้ขึ้นมานั่งบนตักกว้าง นรินทร์ดาอุทานด้วยความตกใจ มือทั้งสองข้างยันแผงอกแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ
"คุณคะ รินแค่มานั่งเป็นเพื่อนดื่มเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้มีบริการอย่างอื่น"
"หึ! ศักดิ์ศรีที่เธอเคยชูคอนักหนา ตอนนี้มันเหลือกี่บาทกันล่ะ" เขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้จ้องเข้าไปในดวงตาที่ลุกโชนด้วยไฟแค้น
"ฉันจ่ายให้เจ๊หลีไปห้าแสน แค่ค่าเปิดขวดและค่าตัวเธอคืนนี้เงินขนาดนี้ เธอคิดว่าฉันจะอยากแค่นั่งคุยเฉยๆ เหรอ"
นรินทร์ดาตัวสั่นเทิ้ม เธอรู้สึกถึงความเกลียดชังที่แผ่ออกมาจากตัวชายคนนี้อย่างรุนแรง เธอพยายามนึกทบทวนในอดีต ว่าเธอไปทำอะไรให้ใครไว้ตอนไหน แต่ความทรงจำสมัยเป็นคุณหนูที่แสนสุขสบายนั้นมีผู้คนผ่านเข้ามามากมายเกินกว่าจะจำหนุ่มเนิร์ดคนหนึ่งได้
"คุณรู้จักรินมาก่อนเหรอคะ" เธอถามเสียงสั่น
ธรรศกรกระตุกยิ้มสมเพช "ฉันรู้จักเธอดีกว่าที่เธอรู้จักตัวเองเสียอีก นรินทร์ดาแต่เสียใจด้วยที่วันนี้ ฉันไม่ได้มาในฐานะคนที่เธอจะสั่งให้ไปซ้ายไปขวาได้อีกต่อไป"
เขาหยิบธนบัตรใบละพันปึกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วโยนลงบนพื้นห้องจนมันกระจายเกลื่อนไปหมด
"อยากได้เงินไปรักษาแม่ไม่ใช่เหรอ เก็บสิคลานลงไปเก็บขึ้นมาให้ครบทุกใบ แล้วฉันจะพิจารณาว่าจะสงเคราะห์เธอต่อดีไหม"
น้ำตาที่นรินทร์ดาพยายามกักเก็บไว้คลอหน่วยตา เธอถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแทบไม่เหลือชิ้นดี แต่ภาพของแม่ที่นอนรอการรักษาอยู่บนเตียงโรงพยาบาลก็ทำให้เธอต้องจำยอม หญิงสาวค่อยๆ เลื่อนตัวลงจากตักเขา เข่าทั้งสองข้างทรุดลงกับพื้นพรม ค่อยๆ เอื้อมมือสั่นเทาไปเก็บเงินทีละใบ ทีละใบ
ธรรศกรมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน ทั้งสะใจที่ได้เห็นนางพญาตกอับ แต่ลึกๆ ในใจเขากลับรู้สึกปวดหนึบอย่างบอกไม่ถูก
‘จำไม่ได้งั้นเหรอนรินทร์ดาเดี๋ยวฉันจะทำให้เธอจำชื่อธรรศกรไปจนวันตาย’
ตอนพิเศษ สายลมและเปลวไฟ (ของขวัญจากฟ้า) สามปีผ่านไปกลิ่นอายของบ้านสวนนครปฐมยังคงอบอวลไปด้วยความสงบสุข ทว่าวันนี้ดูจะวุ่นวายเป็นพิเศษ เมื่อเรือนไทยหลังใหญ่ของนรินทร์ธรรศและพราวฟ้ากลายเป็นศูนย์รวมสายใยของตระกูลอีกครั้ง แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านยอดมะพร้าวสลับกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้า "พี่ดิน รอหนึ่งด้วย" เสียงใสของน้องน้ำหนึ่งในวัยสี่ขวบเศษตะโกนไล่หลังพี่ชายลูกพี่ลูกน้องอย่างน้องดินที่วิ่งนำหน้าไปพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวโปรด ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันจนสนิทสนมราวกับพี่น้องท้องเดียวกัน บนชานเรือนนรินทร์ดาและพิมลภัสนั่งมองหลานๆ ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ธรรศกรและกวินนั่งจิบชาคุยเรื่องการขยายโครงการโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์ที่กลายเป็นธุรกิจทำเงินมหาศาลโดยไม่ต้องง้อตึกสูงในกรุง "คุณพี่คะดูสิคะ พราวฟ้ากับนาราท้องแก่ใกล้กันขนาดนี้ อีกไม่นานบ้านสวนคงแตกแน่ๆ" พิมลภัสเย้าพี่สาวพลางมองไปที่พราวฟ้าและนาราที่กำลังนั่งพักผ่อน พราวฟ้าที่อุ้มท้องแก่ย่างเข้าเดือนที่เก้าขยับตัวอย่างอึดอัด โดยมีนรินทร์ธรรศคอยประคองหลังและส่งน้ำขิงอุ่นๆ ให้ไม่ห่างกาย ส่วนนาราที่ท้อ
ตอนที่ 139 แสงดาวเหนือพราวรัก (ตอนจบ) ท้องฟ้าเหนือจังหวัดนครปฐมเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มจัด ประดับด้วยดวงดาวนับล้านดวงที่ส่งประกายระยิบระยับล้อกับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ปักไว้ตามริมน้ำ แสงสลัวสีส้มอุ่นฉาบไล้ไปทั่วโต๊ะไม้ตัวยาวริมตลิ่งที่บัดนี้เต็มไปด้วยจานอาหารพื้นบ้านและเสียงสรวลเสเฮฮาที่ดังข้ามคลองไปถึงฝั่งกระโน้นบนเสื่อกกผืนใหญ่ข้างโต๊ะอาหารน้องดินลูกชายวัยเตาะแตะของนรินทร์ธรรศ กำลังพยายามส่งของเล่นชิ้นโปรดให้กับน้องน้ำหนึ่งลูกสาวตัวน้อยวัยไล่เลี่ยกันของนาราและภาคิน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีหวานเจ้าของดวงตากลมโตถอดแบบมาจากนาราไม่มีผิดเพี้ยนส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากพลางตบมือชอบใจ "ดูสิคะคุณหลานๆ เข้ากันได้ดีเชียว" นรินทร์ดากระซิบบอกธรรศกร พลางพยักพเยิดให้ดูภาพเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังแย่งตุ๊กตาช้างกันอย่างสนุกสนาน ธรรศกรที่บัดนี้วางมาดพญาสิงโตลงจนหมดสิ้น อุ้มหลานสาวตัวน้อยอย่างน้องน้ำหนึ่งขึ้นมานั่งบนตักพลางหยอกล้อด้วยความเอ็นดู "ไหนน้ำหนึ่งของตา โตหรือยังลูกอยากได้อะไรนะ" "คุณป๊าคะ เดี๋ยวหลานก็เสียนิสัยหมดหรอกค่ะ" นาราเอ่ยเย้าบิด
ตอนที่ 138 รสชาติของความธรรมดา สายลมเอื่อยยามบ่ายพัดพาเอาความสดชื่นของร่องสวนมะพร้าวเข้าสู่เขตเรือนไทยประยุกต์หลังงามในจังหวัดนครปฐม แสงแดดที่เคยร้อนระอุในช่วงเที่ยงค่อยๆ อ่อนแสงลงจนกลายเป็นสีทองรำไรทอดผ่านใบพายที่ไหวเอนตามลม บรรยากาศวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะรถหรูหลายคันที่ปกติจะจอดเรียงรายอยู่ในคฤหาสน์กลางกรุง บัดนี้กลับมาจอดสงบนิ่งอยู่ใต้เงาต้นจามจุรีใหญ่หน้าบ้านสวนของนรินทร์ธรรศและพราวฟ้าบนชานเรือนไม้ที่ขัดจนเนียนตาธรรศกรพญาสิงโตผู้ยิ่งใหญ่ในโลกธุรกิจ บัดนี้สวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าป่านสีซีดและกางเกงเล นั่งทอดอารมณ์บนเก้าอี้หวายเก่าๆ ในมือถือคันเบ็ดไม้ไผ่ที่นรินทร์ธรรศเหลาให้เป็นพิเศษ ข้างกายเขาคือนรินทร์ดา ภรรยาคู่ชีวิตที่คอยนั่งพัดวีและปอกมะม่วงน้ำดอกไม้รสหวานส่งให้สามีอย่างใจเย็น "คุณคะ ดูสิคะ ปลามันคงไม่กินเบ็ดหรอกค่ะ ในเมื่อคุณนั่งจ้องมันเหมือนจะไปเทคโอเวอร์บริษัทมันขนาดนั้น" นรินทร์ดาเปรยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสามีขมวดคิ้วจ้องทุ่นลอยน้ำเขม็ง "ก็ผมไม่ถนัดนั่งรออะไรนานๆ นี่นาริน" ธรรศกรพูดก่อนจะยิ้มเก้อๆ "แต่ก็นั่นแหละตั้ง
ตอนที่ 137 มรดกที่แท้จริง เสียงนกร้องรับอรุณท่ามกลางสายหมอกจางๆ ที่ลอยเหนือร่องสวนมะพร้าวในจังหวัดนครปฐม บรรยากาศที่นี่ดูตัดขาดจากความวุ่นวายของกรุงเทพมหานครโดยสิ้นเชิง ทว่าบนโต๊ะไม้สักตัวยาวที่ตั้งอยู่บนระเบียงกว้างของเรือนไทยประยุกต์หลังใหม่ กลับมีอุปกรณ์เทคโนโลยีล้ำสมัยวางอยู่อย่างครบครัน นรินทร์ธรรศในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีครามสวมทับด้วยกางเกงเลดูสบายตา นั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่กำลังแสดงกราฟดัชนีตลาดหุ้นและแผนผังโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน เขาสวมชุดหูฟังไร้สายพลางเอ่ยปากประชุมกับบอร์ดบริหารของเอสพี กรุ๊ป ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าทรงพลัง "ผมยืนยันนโยบายเดิมครับ โครงการ 'SP Green Living' จะต้องเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางให้พนักงานและลูกบ้านได้ใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่พื้นที่ขาย และผมขอประกาศใช้ระบบ 'Flexible Work' ให้ทุกแผนกตั้งแต่วันจันทร์หน้า ใครอยากเข้าออฟฟิศก็เข้า ใครอยากทำงานที่ไหนก็ได้ขอแค่ผลงานออกมาตามเป้าเหมือนที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้" ภาพเบื้องหลังของเขาในหน้าจอซูมไม่ใช่ภาพพื้นหลังเสมือนจริงของตึกระฟ้า แต่เป็นพุ่มดอกมะลิและต
ตอนที่ 105 เมื่อสิงโตและเงาไร้คู่ (2)เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วโรงรถที่เคยเงียบเหงา กวินบังคับพวงมาลัยด้วยความแคล่วคล่องขณะที่ธรรศกรนั่งประจำที่เบาะข้างคนขับ ใบหน้าของพญาสิงโตยามนี้ไม่ได้ฉายแววเผด็จการเหมือนตอนสั่งการในห้องประชุม แต่มันเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาของเขา
ตอนที่ 92 ส่งตัวเข้าหอที่แสนวุ่นวาย แสงจันทร์นวลกระจ่างอาบไล้ไปทั่วอาณาบริเวณคฤหาสน์ธรรศกร งานเลี้ยงฉลองวิวาห์ที่แสนชื่นมื่นเพิ่งจะผ่านพ้นไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่และความประทับใจที่อบอวลอยู่ตามโถงทางเดิน แขกเหรื่อส่วนใหญ่แยกย้ายกลับกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงคนในครอบครัว
ตอนที่ 60 การดิ้นครั้งแรกที่สัมผัสได้ภายในห้องพักรับรองสุดหรูของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ กลิ่นสะอาดอายของดอกลิลลี่สีขาวที่วางประดับอยู่บนโต๊ะช่วยทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย นรินทร์ดานั่งเอนกายอยู่บนโซฟานุ่มตัวใหญ่เพื่อรอผลตรวจเลือดตามวงรอบปกติโดยมีธรรศกรที่วันนี้ยอมทิ้งมาดประธานบริษัทใหญ่มานั่งเฝ้าไม่ห่า
ตอนที่ 52 อาการแปลกๆ ของสิงโตสายลมจางๆ ของฤดูกาลที่กำลังผลัดเปลี่ยนพัดผ่านยอดไม้ในคฤหาสน์ตระกูลธรรศกร แสงแดดอุ่นยามเช้าทอแสงสีทองฉาบไล้ไปทั่วสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่บัดนี้เบ่งบานชูช่ออวดความงามอย่างเต็มที่ 4 เดือนผ่านไปนับจากวันที่ทุกคนย้ายกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่กรุงเทพมหานคร ช่วงเวลาที่ผ่านมานั











