แชร์

ตอนที่ 5 อาณาจักรของซาตาน

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-23 16:38:08

ตอนที่

5

อาณาจักรของซาตาน

ความเงียบงันภายในรถยุโรปคันหรูที่แล่นทะยานไปบนถนนยามค่ำคืนนั้นน่าอึดอัดจนนรินทร์ดาแทบจะหายใจไม่ออก แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่สาดเข้ามาเป็นระยะ เผยให้เห็นใบหน้าหวานที่ซีดเซียวและดวงตาที่บวมช้ำจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เธอพยายามนั่งให้ชิดประตูรถมากที่สุด ราวกับต้องการจะแทรกตัวหนีออกไปจากพื้นที่แคบๆ นี้

กวินมือขวาผู้ซื่อสัตย์ของธรรศกรยังคงทำหน้าที่สารถีอย่างสงบนิ่ง ใบหน้าคมสันของเขาเรียบเฉยเสียจนดูเหมือนรูปสลักเหล็ก

เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง รถเลี้ยวเข้าสู่คอนโดมิเนียมระดับอัลตราลักชัวรีใจกลางสุขุมวิท ตัวตึกที่สูงเสียดฟ้าและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงตอกย้ำถึงฐานะที่แตกต่างกันอย่างลิบลับระหว่างเธอกับชายผู้เป็นเจ้าของชีวิตคนใหม่

"เชิญครับคุณนรินทร์ดา" กวินเอ่ยขึ้นสั้นๆ เมื่อลิฟต์ความเร็วสูงจอดสนิทที่ชั้นเพนต์เฮาส์ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งชั้น

ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนสีดำขัดเงาวับ นรินทร์ดาก้าวเท้าออกมาอย่างประหม่า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมในสถานที่ที่หรูหราขนาดนี้ ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับหญิงชราคนหนึ่งที่ยืนรอรับอยู่ด้วยสีหน้าวิตกกังวล

"มากันแล้วหรือคะคุณกวิน อ๊ะ! นี่คุณหนูรินใช่ไหมคะ" หญิงชราอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือที่เหี่ยวหย่นยกขึ้นปิดปาก น้ำตาคลอหน่วยเมื่อเห็นสภาพที่ดูอ่อนแรงของหญิงสาวเบื้องหน้า

นรินทร์ดาขมวดคิ้ว พยายามนึกทบทวนภาพใบหน้าที่แสนคุ้นเคยนั้นผ่านม่านหมอกในหัวที่ยังคงขุ่นมัว

"เอ่อ!!! ขอโทษนะคะ เราเคยเจอกันเหรอคะ"

"ป้าอุ่นไงคะคุณหนู ป้าที่เคยอยู่ในห้องครัวที่บ้านอัศวเทวินทร์ ป้าที่เคยแอบปั้นขนมเบื้องจิ๋วให้คุณหนูทานตอนเด็กๆ ไงคะ"

คำว่าบ้านอัศวเทวินทร์กระแทกเข้ากลางใจ นรินทร์ดาจำได้ลางๆ ถึงกลิ่นแป้งขนมและรอยยิ้มใจดีในครัวอันอบอุ่น แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถามอะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอก็ดังมาจากห้องโถงด้านใน

"เลิกฟื้นความหลังไร้สาระได้แล้วป้าอุ่น"

ธรรศกรปรากฏตัวในชุดลำลอง เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่ง เขาดูสง่างามทว่าน่าเกรงขามจนน่าขนลุก ชายหนุ่มเดินตรงมาหาป้าอุ่นด้วยท่าทีคุกคาม

"จำไว้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คุณหนูของใครทั้งนั้น เธอมาที่นี่ในฐานะคนใช้หนี้ป้าแค่จัดห้องพักเล็กข้างห้องทำงานของผมให้เธอพักก็พอ"

"แต่คุณธรรศคะห้องนั้นมันไม่มีหน้าต่างเลยนะคะ แถมยังเล็กเท่าห้องเก็บของ" ป้าอุ่นท้วงด้วยความสงสารอดีตคุณหนูที่เคยอยู่อย่างสุขสบาย

"ผมสั่งคำไหนคำนั้น" ธรรศกรตวาดเสียงต่ำจนป้าอุ่นต้องก้มหน้าหลบตาอย่างจำยอม ก่อนที่เขาจะตวัดสายตาคมกริบมามองนรินทร์ดาที่ยืนนิ่งอึ้ง

"ตามป้าอุ่นไปเก็บของซะ แล้วอีกสิบนาทีไปพบฉันที่ห้องทำงานอย่าให้ฉันต้องตามเป็นครั้งที่สอง เพราะนั่นหมายถึงความปลอดภัยของน้องสาวเธอจะลดลงตามเวลาที่ฉันเสียไป"

นรินทร์ดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธแค้นแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่เธอก็ทำได้เพียงเดินตามป้าอุ่นไปเงียบๆ กรงขังแห่งใหม่ของเธอเริ่มต้นขึ้นแล้วกรงขังหรูหราที่ไร้ซึ่งทางออก

ห้องที่ป้าอุ่นพามาคือห้องพักขนาดเล็กที่ตั้งอยู่หลืบในสุดของเพนต์เฮาส์ มันแคบและอับชื้นพอสมควรเพราะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ มีเพียงเตียงไม้หลังเล็ก หมอนหนึ่งใบ และผ้าห่มผืนบางๆ เท่านั้น นรินทร์ดามองสำรวจรอบห้องด้วยความรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ความทรงจำที่ขาดหายไปทำให้เธอไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงต้องจงใจย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอขนาดนี้

"ป้าเสียใจเหลือเกินค่ะคุณหนู ไม่นึกเลยว่าโชคชะตาจะใจร้ายกับคุณหนูขนาดนี้" ป้าอุ่นกระซิบพลางช่วยนรินทร์ดาวางกระเป๋าใบเล็กลง

"คุณธรรศเขาเปลี่ยนไปมากค่ะ ตั้งแต่เรื่องคุณพ่อบุญธรรมของเขาล้มละลายและจากไปเขาก็กลายเป็นคนละคน"

"รินจำไม่ได้จริงๆ ค่ะป้าอุ่น ว่ารินไปทำร้ายอะไรเขาตอนไหน ทำไมเขาถึงมองรินด้วยสายตาที่เหมือนอยากจะฆ่าให้ตายแบบนั้น" นรินทร์ดาถามด้วยความสับสน

"มันเป็นความเจ็บปวดที่ตกตะกอนค่ะคุณหนู.แต่ป้าเชื่อว่าลึกๆ แล้วคุณธรรศยังเป็นคนเดิม เพียงแต่ตอนนี้เขามืดบอดด้วยทิฐิ"

ความเงียบเข้าปกคลุมได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ธรรศกรบังคับให้เธอใช้ก็แผดเสียงดังขึ้น มันคือสัญญาณเตือนว่าเวลาพักผ่อนของเธอหมดลงแล้ว นรินทร์ดาสูดยมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานที่เปรียบเสมือนอาณาจักรของซาตาน

เมื่อผลักประตูเข้าไป เธอพบธรรศกรนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ บนโต๊ะมีขวดวิสกี้ราคาแพงวางอยู่คู่กับแก้วที่ยังมีน้ำสีอำพันเหลืออยู่ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้บรรยากาศยิ่งดูอึดอัดและคุกคาม

"ไปเตรียมน้ำอุ่นมา ฉันอยากเช็ดตัว" เขาบอกโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

"รินเซ็นสัญญาเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คนรับใช้ส่วนตัวนะคะ" นรินทร์ดาพยายามท้วงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่อันน้อยนิด

"ในสัญญาข้อที่สี่ระบุชัดเจนว่าเธอต้องดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้ฉันทุกประการ" ธรรศกรลุกขึ้นเดินเข้าหาเธอช้าๆ จนแผ่นหลังนรินทร์ดาพิงกับตู้หนังสือขนาดใหญ่

"หรือเธออยากให้ฉันโทรหากวินตอนนี้ เพื่อสั่งให้เขาพาน้องสาวเธอไปอยู่ที่อื่นที่ลำบาก กว่าเดิม"

นรินทร์ดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความห่วงใยน้องสาวทำให้เธอต้องกลืนคำคัดค้านลงคอ

"อย่าแตะต้องพิมรินจะทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง"

"ดี งั้นก็ไปเตรียมน้ำมาสิ"

นรินทร์ดาต้องจำใจทำตามหน้าที่ที่เธอกล้ำกลืนที่สุด เธถือกะละมังน้ำอุ่นและผ้าขนหนูเข้ามาในห้องทำงาน ธรรศกรนั่งรออยู่ เขาถอดเสื้อเชิ้ตออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างที่มีมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง และมีรอยแผลเป็นจางๆ หลายแห่ง ร่องรอยของคนที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน

มือเรียวสั่นเทาขณะชุบน้ำบิดผ้าแล้วบรรจงเช็ดไปที่ไหล่หนา ผิวสัมผัสที่ร้อนผ่าวของเขาทำให้นรินทร์ดาใจสั่นระรัวด้วยความประหม่าและความเกลียดชังที่ปนเปกัน

ธรรศกรนั่งนิ่งดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะบอกได้ว่าเป็นความโกรธแค้นหรือความโหยหาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน

"สิบปีที่ผ่านมาเธอเคยนึกถึงขยะอย่างฉันบ้างไหม" เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง

นรินทร์ดาชะงักมือ "รินไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร รินประสบอุบัติเหตุความทรงจำก่อนหน้านั้นมันหายไปหมด รินจำคุณไม่ได้จริงๆ ค่ะ"

ธรรศกรคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็ก บีบแน่นจนนรินทร์ดาอุทานด้วยความเจ็บ

"ลืมงั้นเหรอ มุกตื้นๆ แบบนี้เก็บไว้หลอกคนอื่นเถอะนรินทร์ดา ลืมว่าเธอเหยียบย่ำหัวใจคนที่ภักดีที่สุดยังไง ลืมว่าเธอพูดคำว่าขยะใส่หน้าฉันด้วยความสะใจขนาดไหน แต่ฉันจะทำให้เธอจำได้ ฉันจะใช้ทั้งชีวิตของเธอชดใช้ความจำเสื่อมจอมปลอมนั่นเอง"

เขากระชากเธอเข้าหาตัวจนกะละมังน้ำอุ่นหกเลอะพื้นห้องทำงาน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาใส่ใจ

ธรรศกรบดขยี้จูบลงบนริมฝีปากบางอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน รสชาติของวิสกี้ที่ติดอยู่ปลายลิ้นของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในโพรงปากของเธอ มันไม่ใช่จูบที่แสดงความรัก แต่มันคือการลงทัณฑ์และการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ นรินทร์ดาพยายามดิ้นรนแต่วงแขนแกร่งกลับรัดเธอไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก

"อื้อ" นรินทร์ดาประท้วงในลำคอ เมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวบาง ความร้อนแรงจากฝ่ามือของเขาเหมือนไฟที่แผดเผาผิวหนังของเธอ ธรรศกรถอนจูบออกมาอย่างช้าๆ สายตาของเขาจ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอด้วยความพึงพอใจที่ปนไปกับความคลั่งไคล้ที่เขาไม่ยอมรับ

"จำจูบนี้ไว้เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหนี้ที่เธอต้องชดใช้ด้วยทุกอย่างที่มี ทั้งร่างกายและลมหายใจของเธอ" เขากระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู ก่อนจะผลักเธอออกอย่างไม่ใยดีราวกับเธอเป็นเพียงของเล่นที่เขาเบื่อแล้ว

ในเวลาเดียวกัน ที่คอนโดมิเนียมอีกแห่งที่ถูกใช้เป็นเซฟเฮาส์ พิมลภัสนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องนั่งเล่นที่หรูหราแต่เงียบเหงา เด็กสาวในชุดนักเรียนสะอึกสะอื้นด้วยความหวาดกลัวต่อชะตากรรมของพี่สาวและตัวเอง

"พี่ริน พี่รินอยู่ที่ไหน พิมกลัว ฮือๆ ๆ"

กวินยืนพิงประตูห้องมองเด็กสาวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก ในมือของเขาคือถุงอาหารที่เขาแวะซื้อมาก่อนหน้านี้ เขาเป็นมือขวาที่ผ่านงานเสี่ยงตายมามากมาย แต่กลับต้องมานั่งรับมือกับเด็กสาว ม.6 ที่เอาแต่ร้องไห้เสียสติจนเขาเริ่มรู้สึกว้าวุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็น

"กินข้าวซะถ้าเธอเจ็บป่วยไป พี่สาวเธอจะยิ่งเป็นกังวล" กวินเอ่ยเสียงเรียบพยายามซ่อนความอ่อนโยนที่แวบเข้ามาในใจ

"คุณทำอะไรพี่รินพวกคุณเป็นใคร จับพวกเรามาทำไม" พิมลภัสตะโกนใส่เขาพลางคว้าหมอนขว้างใส่ด้วยความคับแค้นใจ

กวินหลบได้อย่างง่ายดาย เขาวางถุงอาหารลงบนโต๊ะแล้วเดินเข้าไปใกล้พิมลภัส ความสูงและท่าทางที่ดูเย็นชาข่มขวัญเด็กสาวจนเธอเงียบกริบ

"พี่สาวเธอเต็มใจแลกอิสรภาพของตัวเองเพื่อรักษาชีวิตแม่และอนาคตของเธอถ้าไม่อยากให้นรินทร์ดาต้องเสียสละสูญเปล่า ก็ทำตัวให้มันว่าง่ายหน่อยพิมลภัส"

เขามองเห็นแววตาที่ใสซื่อและเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อพี่สาวของเด็กคนนี้ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสความรู้สึกที่อยากจะดูแลใครสักคนแวบเข้ามาในใจชั่วครู่ กวินรีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไปก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อต่อสายรายงานเจ้านายถึงสถานการณ์ความเรียบร้อย

ปมแค้นของคนรุ่นใหญ่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น พร้อมกับสายใยลึกลับที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของอาณาจักร TK Group ที่คำว่ารักมาพร้อมกับคำว่าแค้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนพิเศษ สายลมและเปลวไฟ (ของขวัญจากฟ้า)

    ตอนพิเศษ สายลมและเปลวไฟ (ของขวัญจากฟ้า) สามปีผ่านไปกลิ่นอายของบ้านสวนนครปฐมยังคงอบอวลไปด้วยความสงบสุข ทว่าวันนี้ดูจะวุ่นวายเป็นพิเศษ เมื่อเรือนไทยหลังใหญ่ของนรินทร์ธรรศและพราวฟ้ากลายเป็นศูนย์รวมสายใยของตระกูลอีกครั้ง แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านยอดมะพร้าวสลับกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้า "พี่ดิน รอหนึ่งด้วย" เสียงใสของน้องน้ำหนึ่งในวัยสี่ขวบเศษตะโกนไล่หลังพี่ชายลูกพี่ลูกน้องอย่างน้องดินที่วิ่งนำหน้าไปพร้อมกับหุ่นยนต์ตัวโปรด ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันจนสนิทสนมราวกับพี่น้องท้องเดียวกัน บนชานเรือนนรินทร์ดาและพิมลภัสนั่งมองหลานๆ ด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ธรรศกรและกวินนั่งจิบชาคุยเรื่องการขยายโครงการโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์ที่กลายเป็นธุรกิจทำเงินมหาศาลโดยไม่ต้องง้อตึกสูงในกรุง "คุณพี่คะดูสิคะ พราวฟ้ากับนาราท้องแก่ใกล้กันขนาดนี้ อีกไม่นานบ้านสวนคงแตกแน่ๆ" พิมลภัสเย้าพี่สาวพลางมองไปที่พราวฟ้าและนาราที่กำลังนั่งพักผ่อน พราวฟ้าที่อุ้มท้องแก่ย่างเข้าเดือนที่เก้าขยับตัวอย่างอึดอัด โดยมีนรินทร์ธรรศคอยประคองหลังและส่งน้ำขิงอุ่นๆ ให้ไม่ห่างกาย ส่วนนาราที่ท้อ

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 139 แสงดาวเหนือพราวรัก (ตอนจบ)

    ตอนที่ 139 แสงดาวเหนือพราวรัก (ตอนจบ) ท้องฟ้าเหนือจังหวัดนครปฐมเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มจัด ประดับด้วยดวงดาวนับล้านดวงที่ส่งประกายระยิบระยับล้อกับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ปักไว้ตามริมน้ำ แสงสลัวสีส้มอุ่นฉาบไล้ไปทั่วโต๊ะไม้ตัวยาวริมตลิ่งที่บัดนี้เต็มไปด้วยจานอาหารพื้นบ้านและเสียงสรวลเสเฮฮาที่ดังข้ามคลองไปถึงฝั่งกระโน้นบนเสื่อกกผืนใหญ่ข้างโต๊ะอาหารน้องดินลูกชายวัยเตาะแตะของนรินทร์ธรรศ กำลังพยายามส่งของเล่นชิ้นโปรดให้กับน้องน้ำหนึ่งลูกสาวตัวน้อยวัยไล่เลี่ยกันของนาราและภาคิน เด็กหญิงตัวเล็กในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีหวานเจ้าของดวงตากลมโตถอดแบบมาจากนาราไม่มีผิดเพี้ยนส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากพลางตบมือชอบใจ "ดูสิคะคุณหลานๆ เข้ากันได้ดีเชียว" นรินทร์ดากระซิบบอกธรรศกร พลางพยักพเยิดให้ดูภาพเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังแย่งตุ๊กตาช้างกันอย่างสนุกสนาน ธรรศกรที่บัดนี้วางมาดพญาสิงโตลงจนหมดสิ้น อุ้มหลานสาวตัวน้อยอย่างน้องน้ำหนึ่งขึ้นมานั่งบนตักพลางหยอกล้อด้วยความเอ็นดู "ไหนน้ำหนึ่งของตา โตหรือยังลูกอยากได้อะไรนะ" "คุณป๊าคะ เดี๋ยวหลานก็เสียนิสัยหมดหรอกค่ะ" นาราเอ่ยเย้าบิด

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 138 รสชาติของความธรรมดา

    ตอนที่ 138 รสชาติของความธรรมดา สายลมเอื่อยยามบ่ายพัดพาเอาความสดชื่นของร่องสวนมะพร้าวเข้าสู่เขตเรือนไทยประยุกต์หลังงามในจังหวัดนครปฐม แสงแดดที่เคยร้อนระอุในช่วงเที่ยงค่อยๆ อ่อนแสงลงจนกลายเป็นสีทองรำไรทอดผ่านใบพายที่ไหวเอนตามลม บรรยากาศวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะรถหรูหลายคันที่ปกติจะจอดเรียงรายอยู่ในคฤหาสน์กลางกรุง บัดนี้กลับมาจอดสงบนิ่งอยู่ใต้เงาต้นจามจุรีใหญ่หน้าบ้านสวนของนรินทร์ธรรศและพราวฟ้าบนชานเรือนไม้ที่ขัดจนเนียนตาธรรศกรพญาสิงโตผู้ยิ่งใหญ่ในโลกธุรกิจ บัดนี้สวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าป่านสีซีดและกางเกงเล นั่งทอดอารมณ์บนเก้าอี้หวายเก่าๆ ในมือถือคันเบ็ดไม้ไผ่ที่นรินทร์ธรรศเหลาให้เป็นพิเศษ ข้างกายเขาคือนรินทร์ดา ภรรยาคู่ชีวิตที่คอยนั่งพัดวีและปอกมะม่วงน้ำดอกไม้รสหวานส่งให้สามีอย่างใจเย็น "คุณคะ ดูสิคะ ปลามันคงไม่กินเบ็ดหรอกค่ะ ในเมื่อคุณนั่งจ้องมันเหมือนจะไปเทคโอเวอร์บริษัทมันขนาดนั้น" นรินทร์ดาเปรยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสามีขมวดคิ้วจ้องทุ่นลอยน้ำเขม็ง "ก็ผมไม่ถนัดนั่งรออะไรนานๆ นี่นาริน" ธรรศกรพูดก่อนจะยิ้มเก้อๆ "แต่ก็นั่นแหละตั้ง

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 137 มรดกที่แท้จริง

    ตอนที่ 137 มรดกที่แท้จริง เสียงนกร้องรับอรุณท่ามกลางสายหมอกจางๆ ที่ลอยเหนือร่องสวนมะพร้าวในจังหวัดนครปฐม บรรยากาศที่นี่ดูตัดขาดจากความวุ่นวายของกรุงเทพมหานครโดยสิ้นเชิง ทว่าบนโต๊ะไม้สักตัวยาวที่ตั้งอยู่บนระเบียงกว้างของเรือนไทยประยุกต์หลังใหม่ กลับมีอุปกรณ์เทคโนโลยีล้ำสมัยวางอยู่อย่างครบครัน นรินทร์ธรรศในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีครามสวมทับด้วยกางเกงเลดูสบายตา นั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่กำลังแสดงกราฟดัชนีตลาดหุ้นและแผนผังโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้าน เขาสวมชุดหูฟังไร้สายพลางเอ่ยปากประชุมกับบอร์ดบริหารของเอสพี กรุ๊ป ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าทรงพลัง "ผมยืนยันนโยบายเดิมครับ โครงการ 'SP Green Living' จะต้องเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางให้พนักงานและลูกบ้านได้ใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่พื้นที่ขาย และผมขอประกาศใช้ระบบ 'Flexible Work' ให้ทุกแผนกตั้งแต่วันจันทร์หน้า ใครอยากเข้าออฟฟิศก็เข้า ใครอยากทำงานที่ไหนก็ได้ขอแค่ผลงานออกมาตามเป้าเหมือนที่ผมกำลังทำอยู่ตอนนี้" ภาพเบื้องหลังของเขาในหน้าจอซูมไม่ใช่ภาพพื้นหลังเสมือนจริงของตึกระฟ้า แต่เป็นพุ่มดอกมะลิและต

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 136 แต่งงานกลางสวนรัก

    ตอนที่ 136 แต่งงานกลางสวนรัก แสงแดดอ่อนยามบ่ายทอดผ่านยอดมะพร้าวสลับกับใบตองสีเขียวสด บรรยากาศภายในบ้านสวนจังหวัดนครปฐมวันนี้ดูคึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กลิ่นหอมของดอกมะลิและดอกแก้วลอยอบอวลผสมกับกลิ่นแป้งร่ำที่ชาวบ้านช่วยกันปรุงเพื่อใช้ในพิธีมงคลสมรสแบบเรียบง่ายแต่ทว่าศักดิ์สิทธิ์ นี่คืองาน "วิวาห์คู่" (Double Wedding) ที่ไม่ได้จัดขึ้นในโรงแรมหรูใจกลางกรุง ไม่มีพรมแดงยาวเหยียดหรือโคมไฟระย้าราคาหลักล้าน มีเพียงเสื่อกกที่ปูลาดบนสนามหญ้าหน้าเรือนไทย และซุ้มดอกไม้ป่าที่พราวฟ้าและนาราร่วมกันจัดวางด้วยมือตัวเอง นรินทร์ธรรศในชุดไทยประยุกต์สีครีมนวลดูสง่างามราวกับเทพบุตรที่หลุดออกมาจากวรรณคดี เขายืนเคียงข้างกับภาคินที่วันนี้สวมชุดไทยสีเข้มดูบึกบึนและภูมิฐาน ทั้งคู่ต่างมีรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด สายตาคมกริบจดจ้องไปยังประตูเรือนไม้ที่เจ้าสาวทั้งสองกำลังจะก้าวออกมา เมื่อพราวฟ้าในชุดไทยสไบเฉียงสีกลีบบัวและนาราในชุดไทยสีขาวบริสุทธิ์ก้าวลงจากบันไดเรือนไทย เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากชาวบ้านใกล้เรือนเคียงก็ดังระงมไปทั่วสวน นรินทร์ดาและธรรศกร

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 135 เกียร์แห่งพันธสัญญา

    ตอนที่ 135 เกียร์แห่งพันธสัญญา สายลมต้นฤดูร้อนพัดผ่านลานกว้างหน้าหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และช่อดอกไม้หลากสีสันที่เหล่าบัณฑิตใหม่ถือไว้ในอ้อมแขน ท่ามกลางฝูงชนที่เนืองแน่น ร่างบอบบางในชุดครุยวิทยฐานะสีขาวขลิบทองดูโดดเด่นสะดุดตา นาราในวัยยี่สิบสองปีเต็ม ดูสง่างามและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าวันวาน ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบตัวด้วยความตื่นเต้น ราวกับกำลังมองหาใครบางคนที่เป็นกำลังใจสำคัญตลอดสามปีที่ผ่านมา "นารา! ทางนี้ลูก!" เสียงหวานของ นรินทร์ดาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคุณหญิงผู้สง่างามที่วันนี้สวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนเคียงข้างมากับธรรศกรพญาสิงโตที่ดูภูมิฐานในชุดสูทสีเทาเข้ม แม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่รัศมีแห่งอำนาจของเขายังคงอยู่ ทว่าแววตาที่มองลูกสาวคนเล็กกลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด "คุณป๊า คุณแม่" นาราวิ่งเข้าไปกอดบุพการีทั้งสองแน่น "นาราทำสำเร็จแล้วค่ะ นารารับปริญญาแล้ว" "เก่งมากเจ้าหญิงของป๊า" ธรรศกรลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ "ป๊าภูมิใจในตัวลูกนะ ที่อดทนเรียนจนจบโดยไม่เคย

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 7 กิ๊บติดผมมุก  

    ตอนที่7กิ๊บติดผมมุกความมืดเข้าปกคลุมตึกสูงของ TK Group จนเหลือเพียงแสงไฟจากดวงโคมบนโต๊ะทำงานของ นรินทร์ดา ที่ยังคงสว่างโร่ เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมพลางจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์จนตาพร่า งานที่ถูกกลั่นแกล้งให้ทำใหม่ทั้งหมดเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่น่าแปลกที่เจ้าชีวิตของเธออย่าง ธรรศ ยัง

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 6 สมรภูมิวันแรก

    ตอนที่6สมรภูมิวันแรกแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรู แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ความรู้สึกหนาวเหน็บในใจของนรินทร์ดาลดน้อยลงเลย เธอหยิบชุดทำงานที่ป้าอุ่นเตรียมไว้ให้มาสวมใส่ มันเป็นชุดสูทกระโปรงสีเทาเรียบหรูที่พอดีตัวจนเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจนแม้จะดูเป็นมืออาชีพแต่นรินท

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 8 บทลงทัณฑ์ในห้องลับ 18+

    ตอนที่8บทลงทัณฑ์ในห้องลับ 18+บรรยากาศภายในชั้นบริหารของ TK Group เช้านี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่สัมผัสได้ผ่านทางสายตาพนักงานทุกคนนรินทร์ดาก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยร่างกายที่ยังอ่อนเพลียจากการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายวัน เธอพยายามประคองสติและเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง แต่กลับพบว่ากองเอกสารโปร

  • หนี้แค้นของซาตานไร้หัวใจ   ตอนที่ 4 สัญญาปีศาจและกรงขังล่องหน

    ตอนที่4สัญญาปีศาจและกรงขังล่องหนตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจภายใต้ชื่อ TK Group ดูราวกับป้อมปราการเหล็กที่ไร้ความรู้สึก แสงแดดจัดจ้าสะท้อนกระจกนิรภัยสีเข้มดูเย็นชา นรินทร์ดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้าบานยักษ์ที่ทำจากกระจกนิรภัยและแสตนเลสขัดเงา มือเรียวบางที่สั่นน้อยๆ กำสายกร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status