Share

6.หนึ่งกระบี่

Author: Lee
last update publish date: 2026-08-23 18:39:22

เสียงฝุ่นหินยังคงลอยอยู่เหนือสนามประลอง ไม่มีใครพูดอะไร

ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มสองคนบนลานหิน หลินเฟิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม

แต่ร่างของเขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด แขนขวาห้อยลงข้างลำตัว เลือดไหลจากมุมปากหยดลงบนพื้นทีละหยด ลมหายใจของเขาหนักหน่วงราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ยาวนานนับชั่วโมง

ตรงข้ามกันนั้น หลินเทียนกำลังคุกเข่าข้างหนึ่งแขนทั้งสองข้างมีรอยแผลยาว เสื้อสีขาวขาดออกเป็นทางตั้งแต่หัวไหล่จนถึงชายเสื้อทว่าแผลเหล่านั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึง สิ่งที่ทำให้ผู้คนทั้งหมดเงียบงันคือ…รอยกระบี่บนพื้น

มันทอดยาวผ่านลานประลองหลายจั้ง ราวกับมีคมกระบี่ที่มองไม่เห็นกรีดลงบนหินโดยตรง ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

หลินเฟิงไม่มีแม้แต่กระบี่อยู่ในมือแต่กลับสามารถสร้างรอยกระบี่ได้

“นี่…มันเกิดอะไรขึ้น?”ศิษย์คนหนึ่งพึมพำ

ไม่มีใครตอบ แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสบนแท่นสูงก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียด

ประมุขตระกูลหลินลุกขึ้นจากที่นั่งช้า ๆ ดวงตาของเขาจับจ้องหลินเฟิงไม่กะพริบ

เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงของตระกูล ย่อมมองออกว่าการโจมตีเมื่อครู่ไม่ใช่การใช้ปราณธรรมดาแต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือ…หลินเฟิงทำได้อย่างไร?

เด็กหนุ่มผู้นี้เพิ่งเริ่มรวบรวมปราณได้เพียงไม่กี่วัน พลังของเขาอย่างมากก็อยู่เพียงระดับหลอมกายขั้นหนึ่ง แต่การโจมตีเมื่อครู่ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมกายขั้นห้าก็ยังต้องระวัง“เป็นไปไม่ได้…”

ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวเสียงเบา

“ระดับหลอมกายขั้นหนึ่งไม่มีทางปล่อยกระบี่ปราณเช่นนั้นได้” “ไม่ใช่กระบี่ปราณ”

ผู้อาวุโสห้าพูดขึ้นน้ำเสียงของเขาเคร่งขรึม ทุกคนหันไปมอง เขาจ้องรอยบนพื้นอยู่นาน ก่อนกล่าวช้า ๆ“ข้าเคยเห็นวิชากระบี่ประเภทนี้มาก่อน”

ประมุขตระกูลหลินขมวดคิ้ว

“ที่ไหน?”ผู้อาวุโสห้าไม่ตอบทันที

เขานึกย้อนกลับไปถึงบันทึกโบราณที่เคยอ่านเมื่อหลายสิบปีก่อนในบันทึกนั้นมีภาพวาดของชายคนหนึ่ง ชายผู้ยืนอยู่บนยอดเขาในมือของเขาถือกระบี่สีดำ

เพียงฟันกระบี่ครั้งเดียว ภูเขาครึ่งลูกถูกผ่าออก ด้านล่างของภาพมีตัวอักษรเพียงไม่กี่คำ กระบี่เทียนเหิง

แต่เรื่องราวนั้นเก่าแก่เกินไป เก่าแก่จนแทบไม่มีใครเชื่อว่ามันเคยมีอยู่จริง

“ข้ายังไม่แน่ใจ”ผู้อาวุโสห้าส่ายหน้า

“แต่กระบวนท่าเมื่อครู่นี้…คล้ายกับวิชากระบี่ที่สูญหายไปกว่าพันปี”

คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศบนแท่นสูงเปลี่ยนไปทันที

พันปี

วิชาที่สูญหายไปนานกว่าพันปี?

แล้วเหตุใดเด็กหนุ่มที่เพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์จึงใช้มันได้?บนลานประลอง หลินเฟิงไม่ได้ยินบทสนทนาเหล่านั้นเพราะตอนนี้เขากำลังพยายามยืนให้มั่น ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างทุกเส้นลมปราณเหมือนถูกเผาไหม้ การโจมตีเมื่อครู่ดึงปราณออกจากร่างกายมากเกินกว่าที่เขาจะรับไหวเขาแทบไม่มีแรงเหลือแม้แต่จะยกแขน

เสียงลึกลับดังขึ้นในจิตใจ

“อย่าฝืน” หลินเฟิงกัดฟัน“ข้ายังยืนอยู่ได้” แต่เจ้ากำลังจะหมดสติ” ข้ารู้”

เขาตอบ สายตายังคงจับจ้องหลินเทียน

หลินเทียนพยายามลุกขึ้น เขากัดฟันแน่น แขนข้างหนึ่งสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

ตั้งแต่เริ่มการประลอง เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

เขาคือหลินเทียนศิษย์รุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของตระกูลหลอมกายขั้นห้าแต่กลับถูกคนที่เพิ่งเริ่มฝึกยุทธ์ได้ไม่กี่วันโจมตีจนต้องถอยไปถึงขอบลานยิ่งไปกว่านั้น…

เขาไม่สามารถมองเห็นการโจมตีนั้นได้ด้วยซ้ำ

หลินเทียนเงยหน้าขึ้น“เมื่อครู่…เจ้าทำอะไร?” หลินเฟิงเงียบ เขาเองก็ไม่รู้

เขารู้เพียงว่าภายในจิตใจของเขามีกระบี่เล่มหนึ่งเพิ่มขึ้นมา กระบี่สีดำกระบี่เทียนเหิงและกระบวนท่าแรก…เปิดฟ้า“ข้าไม่รู้”หลินเฟิงตอบตามจริง หลินเทียนชะงัก“ไม่รู้?” ใช่” เจ้าใช้วิชาที่ทำร้ายข้าได้ แต่กลับบอกว่าไม่รู้ว่ามันคืออะไร?”

“ข้าไม่ได้โกหก” หลินเทียนกำหมัดในใจของเขามีทั้งความโกรธ ความอับอาย และความหวาดหวั่นปะปนกันเขาอยากต่อสู้ต่อแต่ร่างกายไม่ยอมเชื่อฟัง

หากฝืนอีกครั้ง เขาอาจได้รับบาดเจ็บหนักกว่านี้ ในที่สุดเขาก็หลับตาลง

“ข้ายอมแพ้”เสียงนั้นดังขึ้นกลางลาน

ทั้งสนามเงียบไปชั่วขณะจากนั้นเสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้น“หลินเทียนยอมแพ้?” หลินเฟิงชนะ?” เขาเอาชนะหลินเทียนจริง ๆ?”

ผู้คนจำนวนมากยังคงไม่เชื่อสายตาตัวเอง สามวันก่อน หลินเฟิงยังเป็นคนที่ไม่มีแม้แต่ปราณ วันนี้เขากลับเอาชนะหลินเทียนได้แม้จะไม่ใช่การเอาชนะอย่างง่ายดายแต่ความจริงก็คือ…หลินเทียนแพ้

“การประลองจบลง!”

เสียงของกรรมการดังขึ้น“ผู้ชนะ…หลินเฟิง!”เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่หลินเฟิงไม่ได้สนใจ

เพราะทันทีที่ได้ยินคำประกาศ ร่างกายของเขาก็โอนเอนเขารีบใช้มือยันเข่า

“บ้าเอ๊ย…”เสียงลึกลับดังขึ้น“ข้าบอกแล้วว่าอย่าฝืน”

หลินเฟิงกัดฟัน“ข้าแค่โชคดี” ไม่ใช่โชค”

“แล้วคืออะไร?”

คราวนี้เสียงลึกลับเงียบไป

หลินเฟิงรออยู่ครู่หนึ่งแต่ไม่ได้รับคำตอบ

เขาหรี่ตาลง ดูเหมือนแม้แต่เสียงลึกลับเองก็ยังมีบางอย่างที่ไม่สามารถบอกเขาได้

หลินเฟิงจึงไม่ถามต่อ เขากำลังจะเดินลงจากลานแต่ทันใดนั้น…เดี๋ยวก่อน”เสียงหนึ่งดังขึ้นเป็นเสียงของผู้อาวุโสห้า

หลินเฟิงหยุดเท้าเขาหันไปมองชายชราบนแท่นสูง ผู้อาวุโสห้ากำลังมองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้ ไม่ใช่สายตาดูถูก ไม่ใช่สายตาสงสาร แต่เป็นสายตาของคนที่กำลังพยายามค้นหาความลับบางอย่าง“เมื่อครู่เจ้าใช้วิชาอะไร?”หลินเฟิงตอบ“ข้าไม่ทราบ” ไม่ทราบ?”

ข้าเพียงรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ในร่างกาย จากนั้นมันก็เกิดขึ้นเอง”คำตอบนั้นทำให้ผู้อาวุโสห้าขมวดคิ้ว“เจ้ามีอาจารย์หรือไม่?” ไม่มี” “เคยอ่านคัมภีร์กระบี่โบราณหรือไม่?” ไม่เคย” “เคยเห็นกระบวนท่านี้มาก่อนหรือไม่?”

หลินเฟิงส่ายหน้า ผู้อาวุโสห้าจ้องเขาอยู่นานก่อนจะถามคำถามสุดท้าย“แล้วเหตุใดเจ้าจึงสามารถใช้มันได้?”

หลินเฟิงเงียบไปเพราะคำถามนี้…เขาเองก็อยากรู้เช่นกัน สุดท้ายเขาจึงตอบเพียง

“ข้าไม่รู้”พูดจบก็เดินลงจากลานทิ้งให้ผู้อาวุโสห้านั่งนิ่งอยู่บนแท่นสูง มือของชายชรากำแน่นโดยไม่รู้ตัวเพราะเขาจำภาพในบันทึกโบราณได้แล้ว รอยกระบี่ทิศทางการฟัน พลังที่ฉีกอากาศทุกอย่างเหมือนกันเกินไป

กระบวนท่าแรกของกระบี่เทียนเหิง เปิดฟ้า

แต่เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เพราะตามบันทึก…

ผู้ที่ฝึกกระบี่เทียนเหิงได้ จะต้องมีสิ่งหนึ่งอยู่ในร่างกาย จิตกระบี่เทียนเหิงและจิตกระบี่นั้น…หายสาบสูญไปพร้อมกับเจ้าของกระบี่เมื่อกว่าพันปีก่อน“หรือว่า…”ผู้อาวุโสห้าพึมพำ“ตำนานนั้นเป็นเรื่องจริง?”เขาหันไปมองหลินเฟิงในแววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน

ขณะเดียวกัน หลินเฟิงเดินออกจากลานประลอง แต่เพิ่งเดินได้ไม่กี่ก้าว ความเจ็บปวดก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เขาเซจนเกือบล้ม หญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้ามา“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”

หลินเฟิงเงยหน้าขึ้น หญิงสาวสวมชุดสีฟ้าอ่อน ผมยาวสีดำปล่อยลงกลางหลัง ใบหน้าสงบนิ่ง ดวงตาคู่นั้นดูเย็นชาแต่กลับมีความกังวลซ่อนอยู่ หลินเฟิงจำได้ว่าเคยเห็นนางอยู่ในลานฝึกแต่ไม่เคยพูดคุยกัน“ข้าไม่เป็นไร” ไม่เป็นไร?”

หญิงสาวมองเลือดที่มุมปากของเขา

“เจ้ากำลังจะล้มอยู่แล้ว”หลินเฟิงยืดตัวตรง“ข้ายังเดินได้” ดื้อ”นางพูดเพียงคำเดียว จากนั้นก็เดินผ่านเขาไปแต่ก่อนจะเดินจากไป นางหยุดเล็กน้อย

“กระบวนท่าเมื่อครู่…”หลินเฟิงหันกลับไป

หญิงสาวมองเขา“มันไม่ใช่วิชาของตระกูลหลิน”ดวงตาของหลินเฟิงหรี่ลง

“เจ้ารู้จัก?” ไม่”นางตอบ“แต่ข้าเคยเห็นรอยกระบี่แบบนั้นในคัมภีร์โบราณ”

หัวใจของหลินเฟิงกระตุก“คัมภีร์อะไร?”

หญิงสาวไม่ตอบเพียงหันหลังกลับ

“ถ้าเจ้าอยากรู้ความจริง ก็จงแข็งแกร่งขึ้นเสียก่อน”หลินเฟิงมองแผ่นหลังของนาง“เจ้าชื่ออะไร?”หญิงสาวหยุดเดิน

ลมพัดผ่านเส้นผมของนางเบา ๆ

“เยว่ชิงหลัว”

จากนั้นนางก็เดินจากไป หลินเฟิงมองตาม เสียงลึกลับดังขึ้นในจิตใจทันที

“ระวังนาง” ทำไม?” “ข้าไม่รู้”

หลินเฟิงขมวดคิ้ว

“เจ้าไม่รู้อะไรเลยหรือ?”เสียงนั้นเงียบไป

หลินเฟิงถอนหายใจ วันนี้เขาได้รับคำตอบน้อยกว่าคำถามที่เกิดขึ้นเสียอีก

แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัด…เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น

ไม่ใช่เพียงเพื่อเอาชนะหลินเทียนแต่เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับร่างกายของตนเองเกี่ยวกับตราประทับสีทองเกี่ยวกับเก้ารอยร้าวและที่สำคัญที่สุด…เกี่ยวกับกระบี่เทียนเหิง

คืนนั้น หลินเฟิงนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในห้องตะเกียงน้ำมันส่องแสงสลัวเขาหลับตาลงและนำจิตเข้าสู่ร่างกาย

ตราประทับสีทองยังคงลอยอยู่กลางความมืดรอยร้าวแรกเปิดออกแล้ว

ส่วนกระบี่สีดำ…มันลอยอยู่ด้านหลังตราประทับ เงียบงันแต่ทรงอำนาจหลินเฟิงพยายามเข้าใกล้มัน ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสด้ามกระบี่…ความทรงจำมหาศาลระเบิดเข้าสู่จิตใจ ภูเขา ทะเล ท้องฟ้า

สงคราม ผู้คนนับล้านกำลังเงยหน้ามองชายคนหนึ่ง

ชายคนนั้นถือกระบี่สีดำ ใบหน้าของเขามองไม่เห็นแต่เสียงของเขากลับดังชัดเจน“กระบี่เทียนเหิง มีทั้งหมดเก้ากระบวนท่า” กระบวนท่าแรก…เปิดฟ้า”

“กระบวนท่าที่สอง…”ภาพพลันขาดหาย

หลินเฟิงลืมตาขึ้นทันที เหงื่อเย็นไหลเต็มหน้าผาก“กระบวนท่าที่สองคืออะไร?”

ไม่มีคำตอบ เขาพยายามเข้าใกล้กระบี่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับถูกแรงมหาศาลผลักออกมาร่างของเขาสะท้านเลือดไหลออกจากมุมปาก

หลินเฟิงรีบถอนจิตออกจากร่าง

“ยังไม่ได้…”เขากำหมัดแน่น

ดูเหมือนพลังของเขายังไม่เพียงพอที่จะสัมผัสกระบี่เทียนเหิงได้อย่างสมบูรณ์

กระบวนท่าแรกเพียงกระบวนท่าเดียวก็เกือบทำให้ร่างกายของเขาพัง หากพยายามใช้มันอีกครั้งในตอนนี้…เขาอาจเป็นฝ่ายตายก่อนคู่ต่อสู้เสียด้วยซ้ำ

หลินเฟิงมองฝ่ามือตัวเอง“หนึ่งกระบี่…”

เขาพึมพำ

“ตอนนี้ข้าทำได้เพียงหนึ่งกระบี่”เสียงลึกลับดังขึ้น“และนั่นคือขีดจำกัดของเจ้าในตอนนี้”หลินเฟิงยิ้มบาง“หนึ่งกระบี่ก็เพียงพอแล้ว” เจ้ามั่นใจเกินไป” ไม่”

หลินเฟิงเงยหน้าขึ้น

ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป“ข้าเพียงไม่อยากกลับไปเป็นคนที่ไม่มีพลังอีกแล้ว”

เขากำหมัดแน่น“หากหนึ่งกระบี่คือทั้งหมดที่ข้ามี…”ข้าก็จะทำให้หนึ่งกระบี่นั้นแข็งแกร่งที่สุด”

ภายในความมืดของจิตสำนึก กระบี่สีดำสั่นไหวเล็กน้อยราวกับกำลังตอบรับคำพูดของเขา ในเวลาเดียวกัน ณ ภูเขาต้องห้ามโซ่เส้นที่สองยังคงขาดสะบั้น ชายปริศนานั่งอยู่ในความมืดดวงตาสีทองของเขาจับจ้องไปยังทิศทางของตระกูลหลิน

“เปิดฟ้า…”เขาพึมพำ“ผ่านไปหมื่นปี เจ้าก็ยังเลือกคนผู้นี้อยู่ดี”ชายคนนั้นหัวเราะ

แต่ครั้งนี้เสียงหัวเราะกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

“เช่นนั้น…”ก่อนที่เจ้าจะเปิดฟ้าครบเก้าครั้ง”ข้าจะหาทางฆ่าเจ้าก่อน”เสียงโซ่เส้นที่สามดังขึ้นเบา ๆรอยร้าวปรากฏขึ้นบนโซ่สีดำ ชายปริศนามองมันก่อนจะยิ้ม

“เหลืออีกเจ็ดวัน…”เมื่อถึงวันนั้น โลกภายนอกจะได้รู้ว่าเหตุใดกระบี่เทียนเหิงจึงถูกผนึกไว้”

และในคืนเดียวกันนั้นเองเหนือท้องฟ้าของเมืองเมฆาคราม ดาวดวงหนึ่งที่ดับสูญมานับพันปีกลับส่องแสงขึ้นอีกครั้ง

ไม่มีใครรู้ว่ามันหมายถึงอะไร มีเพียงเยว่ชิงหลัวที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างในคืนนั้น

นางเงยหน้ามองดาวดวงนั้น สีหน้าเย็นชาของนางเปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก

“กระบี่เทียนเหิง…ตื่นแล้วจริง ๆ”นางกำมือแน่นก่อนจะพึมพำเบา ๆ“หลินเฟิง…”

“เจ้าคือคนที่พวกเขารอคอยจริง ๆ หรือ?”

และจากคืนนี้เป็นต้นไป

ชื่อของชายหนุ่มผู้เคยถูกเรียกว่า “ขยะของตระกูลหลิน”จะไม่ใช่ชื่อที่ผู้คนหัวเราะเยาะอีกต่อไปแต่จะเป็นชื่อที่ผู้คนทั่วทั้งยุทธภพ…เริ่มหวาดกลัวทีละน้อย.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนึ่งกระบี่ผงาดเก้าสวรรค์   15.เจตนากระบี่

    ความมืด หลินเฟิงไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ใหนร่างกายของเขาเหมือนจมอยู่ในห้วงน้ำลึก ความเจ็บปวดจากบาดแผลหายไปแล้ว แต่กลับมีความรู้สึกหนักอึ้งกดทับทั่วร่าง ราวกับแม้แต่การขยับนิ้วก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เขาพยายามลืมตาแต่เปลือกตาหนักราวกับถูกภูเขากดทับภาพสุดท้ายก่อนหมดสติยังคงอยู่ในความทรงจำ และเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัว“ผู้ถือกระบี่…”จงกลับมา…”หลินเฟิงขมวดคิ้ว‘กลับมา?’เขาไม่เข้าใจกลับไปที่ไหน?และใครกำลังเรียกเขา?ทันใดนั้น ความเจ็บปวดรุนแรงพลันระเบิดขึ้นกลางอกร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงสั่นสะท้านเขารู้สึกได้ว่าปราณภายในกำลังปั่นป่วนอย่างรุนแรง เส้นลมปราณหลายแห่งได้รับความเสียหายจากการปะทะกับสัตว์อสูรระดับสี่หากเป็นคนทั่วไป บาดแผลระดับนี้คงเพียงพอที่จะทำให้หมดสติไปหลายวันแต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ…ปราณในร่างของเขากำลังรวมตัวกันหลินเฟิงพยายามควบคุมมันแต่กลับพบว่าตัวเองไม่สามารถทำได้“เกิดอะไรขึ้น…”ในความมืดตรงหน้า ค่อย ๆ ปรากฏแสงสีขาวขึ้นจุดหนึ่งจากจุดเล็ก ๆ กลายเป็นเส้นและในที่สุด…กระบี่เล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมันลอยอยู่กลางความมืดตัวกระบี่เก่าแก่ เรียบง่าย ไม่มีลวดลายหรูหราแต่เพียงมองมั

  • หนึ่งกระบี่ผงาดเก้าสวรรค์   14.ศึกหุบเขา

    สามวันหลังจากเหตุการณ์ในป่าอสูรเสียงระฆังของสำนักเมฆาครามดังขึ้นในยามเช้า แต่วันนี้บรรยากาศบนลานฝึกกลับแตกต่างจากทุกวันศิษย์นอกจำนวนมากรวมตัวกันอยู่กลางลาน เหล่าอาจารย์ยืนอยู่ด้านหน้า ขณะที่ชายชราคนหนึ่งในชุดคลุมสีเทาก้าวออกมา“ภายในป่าอสูรทางทิศตะวันตก พบการเคลื่อนไหวผิดปกติของสัตว์อสูร”เสียงพูดคุยดังขึ้นทันที ชายชรายกมือขึ้น ทุกคนจึงค่อย ๆ เงียบลง“จากการตรวจสอบของสำนัก พบว่ามีถ้ำโบราณปรากฏขึ้นในหุบเขาโลหิต”คำว่า “ถ้ำโบราณ” ทำให้แววตาของศิษย์จำนวนมากเปลี่ยนไป“ตามร่องรอยที่พบ ถ้ำแห่งนั้นน่าจะเป็นสถานที่ที่ผู้ฝึกยุทธ์ในอดีตใช้บำเพ็ญเพียร และอาจมีสมบัติหลงเหลืออยู่”คราวนี้เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วลาน ถ้ำโบราณ สมบัติคำสองคำนี้เพียงพอที่จะทำให้ศิษย์นอกที่ยังอยู่หลอมกายขั้นต้นจำนวนมากเริ่มกระตือรือร้น แต่ชายชรายังคงพูดต่อ“อย่างไรก็ตาม หุบเขาโลหิตอยู่ในเขตลึกของป่าอสูร มีสัตว์อสูรระดับสองและระดับสามจำนวนมาก สำนักจะส่งศิษย์เข้าไปสำรวจ แต่ทุกคนต้องระวังตัว”หลินเฟิงยืนอยู่ท้ายกลุ่มเมื่อได้ยินคำว่า “หุบเขาโลหิต” เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยชื่อสถานที่นี้ทำให้เขานึกถึงกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอย่าเข้าไปใ

  • หนึ่งกระบี่ผงาดเก้าสวรรค์   13.เลือดหยดแรก

    เสียงระฆังยามเช้าดังขึ้นทั่วสำนักเมฆาครามหลินเฟิงลืมตาขึ้นช้า ๆเขานั่งอยู่บนเตียงตลอดทั้งคืนโดยแทบไม่ได้หลับ ดวงตาทั้งสองข้างแดงเล็กน้อย ใบหน้าซีดกว่าปกติ สิ่งที่อยู่ในหัวของเขาไม่ใช่ภาพของกระบี่เทียนเหิงไม่ใช่คำพูดของชายชราบนชั้นเจ็ดแต่เป็นภาพของเสือเขี้ยวดำร่างขนาดมหึมาของมันล้มลงต่อหน้าเขา เลือดสีแดงไหลออกจากบาดแผลเปื้อนคมกระบี่หลินเฟิงก้มมองมือของตนเอง มือข้างนั้นกำลังสั่น เขากำหมัดแน่น“ข้าฆ่ามัน…”ประโยคสั้น ๆ หลุดออกจากปาก ในอดีตเขาเคยประลองกับคนมากมายเคยถูกทำร้ายเคยถูกเหยียดหยามแม้กระทั่งตอนที่หลินเทียนทำให้เขาอับอายต่อหน้าคนทั้งตระกูล เขาก็ไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวเช่นนี้เพราะการประลองมีขอบเขต มีผู้คุมสนาม มีคนคอยหยุดการต่อสู้ แต่ในป่าอสูรไม่มีสิ่งเหล่านั้นถ้าเขาพลาดเพียงครั้งเดียว…เขาจะตายหลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก“การมีชีวิตรอดสำคัญกว่าการชนะ…”เสียงของซูเยว่ดังขึ้นในความทรงจำหลินเฟิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเขารู้ว่าไม่สามารถจมอยู่กับความกลัวได้ตลอดไป เส้นทางยุทธ์ไม่ได้รอให้ใครพร้อมหากเขาต้องการเดินต่อ เขาต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตามหลินเฟิงเดินไป

  • หนึ่งกระบี่ผงาดเก้าสวรรค์   12.ภารกิจแรก

    เสียงระฆังของสำนักเมฆาครามดังขึ้นสามครั้งในยามเช้า หลินเฟิงลืมตาขึ้นจากการนั่งสมาธิเขานั่งนิ่งอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มมองฝ่ามือของตนเองรอยประตูสีดำที่ปรากฏขึ้นเมื่อคืนยังคงอยู่มันจางลงกว่าเดิมมาก แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามใช้ลมปราณตรวจสอบอย่างไร ก็ไม่สามารถค้นพบความผิดปกติใด ๆ“เก้าประตู…”หลินเฟิงพึมพำเมื่อคืนเขาแทบไม่ได้นอน คำว่า “ผู้ถือกระบี่ต้องเปิดเก้าประตู” ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวรวมถึงประโยคที่ชายชราบนชั้นเจ็ดพูดกับตัวเองสิบเจ็ดปี ผู้ถือกระบี่ปรากฏตัวอีกครั้งเขาไม่รู้ว่าชายชราคนนั้นเป็นใคร และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องกระบี่เทียนเหิงมากแค่ไหนแต่มีสิ่งหนึ่งที่หลินเฟิงแน่ใจความลับของกระบี่เทียนเหิงอาจใหญ่กว่าที่เขาคิดและยิ่งเขาค้นหามากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าใกล้อันตรายบางอย่างมากขึ้นเท่านั้นก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลินเฟิงดึงแขนเสื้อลงปิดฝ่ามือ ก่อนลุกขึ้นเปิดประตู คนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดศิษย์นอก“หลินเฟิง?” ใช่” “ผู้อาวุโสเรียกศิษย์ใหม่ที่มีความสามารถพิเศษไปยังลานภารกิจ”หลินเฟิงขมวดคิ้ว“มีเรื่องอะไร?”“ไม่รู้”ชายหนุ่มตอบอย่างไม่

  • หนึ่งกระบี่ผงาดเก้าสวรรค์   11.หอคัมภีร์

    รุ่งเช้า หลินเฟิงตื่นขึ้นจากการนั่งสมาธิด้วยสีหน้าซีดเล็กน้อยตลอดทั้งคืนเขาแทบไม่ได้หลับ ภาพของกระบี่สีดำในจิตสำนึกยังคงปรากฏอยู่ตรงหน้า เทียนเหิงผ่าฟ้าสามคำนี้เหมือนถูกสลักลงในส่วนลึกของจิตใจแต่สิ่งที่ทำให้หลินเฟิงประหลาดใจที่สุดไม่ใช่ชื่อของกระบวนท่าหากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น กระบี่เทียนเหิง…ขยับตลอดเวลาที่ผ่านมา กระบี่เล่มนี้ลอยนิ่งอยู่เหนือแท่นหินโบราณ ไม่ว่าหลินเฟิงจะพยายามเข้าใกล้เพียงใด มันก็ไม่เคยตอบสนองแต่เมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่มันเคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อย ทว่าการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวกลับทำให้จิตสำนึกของเขาแทบแตกสลายหลินเฟิงยกมือกุมหน้าอก“นี่มัน…”เขาหลับตาลงอีกครั้งจิตสำนึกเข้าสู่ห้วงความมืด แท่นหินโบราณยังคงตั้งอยู่กลางความว่างเปล่า แต่ครั้งนี้กระบี่เทียนเหิงไม่ได้อยู่บนแท่นอีกแล้วมันลอยอยู่เหนือพื้น ปลายกระบี่ชี้ลงรอบตัวกระบี่มีอักขระโบราณสามตัวลอยอยู่ เทียนเหิงผ่าฟ้า หลินเฟิงเดินเข้าไปใกล้ ทันทีที่เขายื่นมือออกไป ความเจ็บปวดรุนแรงระเบิดขึ้นในศีรษะ ภาพจำนวนมากไหลผ่านจิตใจภูเขาพังทลาย ท้องฟ้าแตกออกกระบี่นับหมื่นเล่มลอยอยู่เหนือพื้นดินและชายคนหนึ่งกำลังยืน

  • หนึ่งกระบี่ผงาดเก้าสวรรค์   10.คนอันดับหนึ่ง

    เช้าวันต่อมา เสียงระฆังของสำนักเมฆาครามดังขึ้นสามครั้งเสียงระฆังสะท้อนผ่านยอดเขาและหุบเขาโดยรอบ ศิษย์นอกจำนวนมากทยอยออกจากเรือนพัก มุ่งหน้าไปยังลานฝึกอย่างพร้อมเพรียงหลินเฟิงเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนอย่างเงียบ ๆหลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เขายังคงคิดถึงคำพูดของซูเยว่ รวมถึงเสียงที่ดังขึ้นในจิตสำนึก“นางคือสายเลือดของผู้ถือกระบี่เทียนเหิง”เขายังไม่เข้าใจความหมายทั้งหมดแต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัดคือ ซูเยว่ไม่ได้เป็นเพียงศิษย์อัจฉริยะธรรมดานางมีความเกี่ยวข้องกับกระบี่เทียนเหิงและที่สำคัญ…มีคนกำลังตามล่านางหลินเฟิงเงยหน้ามองยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหมอก“สิบเจ็ดปี…”คำพูดของชายชราที่เขาไม่เคยเห็นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว สิบเจ็ดปีที่ตามหากระบี่เทียนเหิงสิบเจ็ดปี…ตรงกับอายุของเขาพอดี หลินเฟิงกำหมัดแน่นหรือทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ?“เจ้าเป็นหลินเฟิงใช่หรือไม่?”เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านข้าง หลินเฟิงหยุดเดินชายหนุ่มสามคนยืนอยู่ไม่ไกลจากเขาคนที่พูดเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูง ใบหน้าคม ดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูก เขาสวมชุดศิษย์นอกสีฟ้าเข้ม และที่เอวมีป้ายหยกพิเศษกว่าศิษย์คนอื่น บนป้ายมีตัวอักษรหนึ่งคำ“หนึ่ง”หลิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status