ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง

ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายท้ายหมู่บ้านผู้มั่งคั่ง

last updateآخر تحديث : 2026-02-13
بواسطة:  กัญจารีย์مكتمل
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
36فصول
3.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

กมลาภาทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายลูกสอง สามีหนีไปมีหญิงอื่น ลูกชายคนโตหูหนวก อาชีพเดิมคือขอทาน แล้วอย่างนี้นางเอาอะไรเลี้ยงลูก

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1 ร่างใหม่

มือบอบบางที่กำลังถักกระเป๋าใบเล็กรูปทรงสี่เหลี่ยมฐานสอบเล็กน้อยสีม่วงอ่อน ค่อย ๆ ตกลงมาบนตักด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตากลมแหงนมองรังผึ้งตรงระเบียงบ้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก

            “ฉันคงอยู่กับพวกแกได้อีกไม่นานแล้วนะ” กมลาภาเอ่ยกับผึ้งน้อยเสียงแผ่วราวกับแรงหายใจก็ยังไม่มี ผึ้งพวกนี้เกิดจากที่เธอช่วยชีวิตผึ้งไว้หนึ่งตัวให้รอดพ้นจากการจมน้ำ จากนั้นมันก็ชวนพวกพ้องมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่บ้านของเธอ และไม่เคยจากไปไหนเป็นเวลากว่าห้าปีแล้ว ซึ่งเธอไม่เคยโดนพวกมันต่อยแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้เธอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย แรงจะเดินจะพูดก็ยังไม่มี แต่ยังฝืนร่างตื่นขึ้นมาถักโครเชต์เป็นครั้งสุดท้าย พ่อกับแม่ของเธอจากไปนานแล้ว ด้วยโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน เธอยังมีอาผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เพียงแต่เธอคนนั้นหลังจากมีครอบครัวแล้วก็ไม่ได้มาสนใจเธออีก อาจจะมาเยี่ยมเยียนเธอปีละครั้งเท่านั้น ตอนนี้อายังไม่รู้ว่าเธอป่วยหนักและกำลังจะจากโลกนี้ไป 

            กมลาภาตรวจเจอมะเร็งปอดระยะสุดท้ายเมื่อเดือนที่แล้ว หมอบอกให้ทำใจ เธอจึงขอกลับมาอยู่บ้านเพียงลำพัง หวังเอาธรรมชาติเข้าช่วย และทำงานที่เธอรัก อย่างถักโครเชต์ ยอดสั่งซื้อสินค้ามีเป็นจำนวนมาก แต่เธอทำไม่ไหวแล้ว เพราะตอนนี้เธอรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวจนแทบทนไม่ไหว

            ร่างซูบผอมที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกดิ้นทุรนทุรายจนตกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ไม่กี่อึดใจต่อมา ร่างนั้นก็สงบแน่นิ่ง เป็นอันว่ากมลาภาได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว

            บนถนนในตลาดประจำอำเภอแห่งหนึ่งมีสามแม่ลูกกำลังเดินจูงมือกันกลับบ้าน ทั้งสามแต่งกายด้วยชุดมอซอ เนื้อตัวดำด่าง เสื้อผ้าทั้งเก่าและขาด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ผู้เป็นแม่หยุดอยู่ริมถนนก่อนจะพาลูกข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อหาซื้อของกินก่อนกลับบ้าน สามแม่ลูกนี้คือขอทานประจำตลาดแห่งนี้ ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก

            กมลาภาแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า แล้วแค่นยิ้มในใจทั้งรู้สึกสารและสมเพชตัวเองเป็นที่สุด เมื่อยี่สิบนาทีที่ป่านมานางเพิ่งเข้ามาสิงสู่ในร่างนี้ที่นอนเป็นลมหมดสติอยู่ข้างถนน พอตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นขอทาน แถมยังเป็นแม่ม่ายที่ถูกสามีทิ้งไปมีภรรยาใหม่ ซ้ำนางยังต้องดูแลลูกตั้งสองคน สำคัญกว่านั้นลูกชายคนโตที่อายุเพียงแปดขวบดันหูหนวก เพราะโดนพ่อแท้ ๆ ตบอัดกกหูทั้งสองข้างพร้อม ๆ กัน เพราะทะเลาะกับนางแล้วพาลลงที่ลูก

            การได้เกิดใหม่อีกครั้งมันก็ดีอยู่หรอก แต่มันออกจะโหดร้ายเกินไปสำหรับผู้หญิงที่เคยโสดมานานอย่างนาง และที่นี่ก็ไม่ใช่โลกใบเดิมที่นางเคยอาศัยอยู่ เงินติดตัวตอนนี้มีเพียงยี่สิบเหรียญทองแดงเท่านั้น เทียบกับเงินบาทของไทยแล้วก็คงเท่ากับยี่สิบบาท และตอนนี้นางก็มีชื่อว่า ‘ปรารถนา’

            ปรารถนากำลังจะจูงมือลูกข้ามถนน แต่ก็มีชายคนหนึ่งวิ่งมาทางนางกับลูกพอดี พร้อมกับเสียงตะโกนของผู้ชายอีกคนตามหลังมา

            “ช่วยด้วย! โจรวิ่งราวกระเป๋า”

            ปรารถนาได้ยินดังนั้นไม่รู้จะช่วยอย่างไร จึงยื่นปลายเท้าออกไปขัดขาผู้ชายคนที่ถือกระเป๋าพกผู้ชายวิ่งมา

            ชายผู้นั้นสะดุดขาเธอจนล้มกลิ้งลงไปบนถนน พอลุกขึ้นได้ก็ชักมีดสั้นออกมา ปรารถนากับลูกไม่กล้าเข้าไปใกล้ มีเพียงชายหนุ่มเจ้าของกระเป๋าเท่านั้นที่ย่างสามขุมเข้าไปหา “เข้ามาสิ ข้าจะแทงให้ไส้แตกตายไปเลย” ว่าจบคนร้ายก็พุ่งมีดเข้ามาหาเจ้าของกระเป๋าอย่างไม่เกรงกลัว ชายผู้นั้นสู้กับคนร้ายอยู่พักหนึ่ง เหมือนกำลังจะเป็นต่อ แต่สุดท้ายก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

            “โอ๊ย!” เสียงชายที่เป็นเจ้าของกระเป๋าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมท้องฝั่งขวาตรงจุดที่โดนแทง เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาเปื้อนเสื้อผ้า

            คนร้ายกำลังจะวิ่งจากไปก็ร้องโอ๊ยขึ้นคำหนึ่ง แล้วหันซ้ายหันขวา “ตัวอะไรต่อยข้า” จากนั้นคนตัวใหญ่ก็ทรุดลงนั่งกับพื้นยกมือกุมศีรษะตัวเองร้อง โอย ๆ ด้วยความเจ็บปวด

            ชายคนที่ถูกแทงเดินไปหยิบกระเป๋าตนที่ร่วงอยู่บนพื้น แล้วสั่งคนที่วิ่งตามหลังมาอีกคน “จัดการให้เรียบร้อย”

            “ขอรับ… แล้วนายท่าน…”

            “ข้าจะไปทำแผลสักหน่อย” ตัวเขางองุ้มเล็กน้อย มือข้างหนึ่งปิดปากแผลไว้ไม่ให้เลือดไหลออกมามาก

            “แต่ว่า…”

            “ไม่เป็นไร ข้าไปเองได้”

ปรารถนาเห็นอาการเขาน่าเป็นห่วงจึงอาสา “ข้าจะพาท่านไปหาหมอเอง” ชายผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาคมคาย ท่าทางภูมิฐานผิวพรรณอิ่มเอิบอย่างคนมีอำนาจวาสนา

            “เช่นนั้นก็พาข้าไปเถอะ”

            ปิ่นผู้เป็นลูกสาวกระตุกแขนเสื้อแม่พร้อมกล่าวออกด้วยเสียงเล็กแหลม “ท่านแม่ข้าหิวเจ้าค่ะ”

            “ประเดี๋ยวเสร็จธุระแล้วแม่จะพาเจ้าทั้งสองไปกิน” ผู้เป็นแม่พูดอย่างใจเย็น

            “เจ้าค่ะ” ลูกสาววัยเจ็ดขวบขานรับ แต่ลูกชายไม่ได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกัน ปืนรู้เพียงว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่ค่อยดีนัก เขาเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ

            ปรารถนาพาชายคนนั้นเดินไปที่โรงหมอที่อยู่ถัดไปอีกซอย

            ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ทำแผลเสร็จ เขาเดินออกมาพร้อมกล่าว “ขอบคุณเจ้ามาก”

            “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” นางว่า “ท่านปลอดภัยดีแล้ว ข้ากับลูกขอตัว” ปรารถนากำลังจะเดินจากไป

            “ช้าก่อน”

            “มีอะไรอีกหรือเจ้าคะ”

            เขายื่นถุงเงินให้นาง “เอาไว้ซื้อข้าวกับขนมให้ลูก ๆ ของเจ้า”

            “แต่ว่าข้า…” นางลังเลเล็กน้อย ความจริงนางก็ไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก

            “รับไว้เถอะ ข้าได้ยินว่าลูกเจ้าหิว” ดูจากท่าทางแล้วนางกับลูกคงเป็นขอทาน

            “ขอบคุณนายท่านมากเจ้าค่ะ”

            “ข้าก็ขอบคุณเจ้าเช่นกันที่ช่วยข้าจับโจรวันนี้”

            ปรารถนารับเงินถุงนั้นมาอย่างเกรงใจแล้วจากไปอย่างเงียบ ๆ ถึงนางจะรักศักดิ์ศรีมากแค่ไหน แต่ปากท้องของลูกต้องมาก่อน 

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

กฤษดาพร ส.
กฤษดาพร ส.
สนุกมากค่ะไม่คิดว่านียายไทยจะสนุก มีครบทุกรสไม่ยืดเยื้อ เนื้อหาน่าติดตามค่ะ
2026-04-05 11:20:53
0
0
36 فصول
ตอนที่ 1 ร่างใหม่
มือบอบบางที่กำลังถักกระเป๋าใบเล็กรูปทรงสี่เหลี่ยมฐานสอบเล็กน้อยสีม่วงอ่อน ค่อย ๆ ตกลงมาบนตักด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตากลมแหงนมองรังผึ้งตรงระเบียงบ้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก “ฉันคงอยู่กับพวกแกได้อีกไม่นานแล้วนะ” กมลาภาเอ่ยกับผึ้งน้อยเสียงแผ่วราวกับแรงหายใจก็ยังไม่มี ผึ้งพวกนี้เกิดจากที่เธอช่วยชีวิตผึ้งไว้หนึ่งตัวให้รอดพ้นจากการจมน้ำ จากนั้นมันก็ชวนพวกพ้องมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่บ้านของเธอ และไม่เคยจากไปไหนเป็นเวลากว่าห้าปีแล้ว ซึ่งเธอไม่เคยโดนพวกมันต่อยแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้เธอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย แรงจะเดินจะพูดก็ยังไม่มี แต่ยังฝืนร่างตื่นขึ้นมาถักโครเชต์เป็นครั้งสุดท้าย พ่อกับแม่ของเธอจากไปนานแล้ว ด้วยโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน เธอยังมีอาผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง เพียงแต่เธอคนนั้นหลังจากมีครอบครัวแล้วก็ไม่ได้มาสนใจเธออีก อาจจะมาเยี่ยมเยียนเธอปีละครั้งเท่านั้น ตอนนี้อายังไม่รู้ว่าเธอป่วยหนักและกำลังจะจากโลกนี้ไป กมลาภาตรวจเจอมะเร็งปอดระยะสุดท้ายเมื่อเดือนที่แล้ว หมอบอกให้ทำใจ เธอจึงขอกลับมาอยู่บ้านเพียงลำพัง หวังเอาธรรมชาติเข้าช่วย และทำงานที่เธอรัก อย่างถักโครเชต์ ยอดส
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2 ขอทาน
มาถึงร้านขายเปาะเปี๊ยะทอดปืนก็กระตุกมือแม่เบา ๆ มองเปาะเปี๊ยะทอดตาละห้อย ปรารถนาก้มลงมองลูกแล้วใช้ภาษามือสื่อสาร ‘เจ้าอยากกินหรือ’ เขาพยักหน้าตอบ นางหันไปถามลูกสาวอีก “เจ้าอยากกินหรือไม่” “อยากเจ้าค่ะ” พูดพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง สายตาไม่ละจากเปาะเปี๊ยะทอดที่อยู่ในตู้กระจก ปรารถนายืดตัวขึ้น ยังไม่ทันได้สั่งก็มีเสียงเจ้าของร้านดังขึ้น “ถ้าไม่ซื้อก็หลบไป ตัวเหม็น เดี๋ยวของที่ร้านของข้าก็มีกลิ่นพอดี”นางไม่ได้โต้ตอบ หยิบถุงเหรียญที่นายท่านคนนั้นให้มาขึ้นมาแล้วนับดู ในถุงนั้นมีทั้งเหรียญเงินและเหรียญทอง นางคิดว่าคงมากพอที่จะใช้เลี้ยงลูกให้กินอิ่มได้อีกหลายวัน ที่ผ่านมาลูกทั้งสองไม่เคยได้กินเปาะเปี๊ยะทอดเลย นางจึงตัดสินใจซื้อให้ลูกทั้งสอง “เอาสองกล่องเจ้าค่ะ” “ข้าขอดูเงินเจ้าก่อน” เสียงนั้นค่อนข้างห้วน สายตาที่เจ้าของร้านมองมาดูแคลนแม่ลูกไม่น้อย นางนับเงินให้กับเจ้าของร้านห้าเหรียญเงิน เจ้าของร้านมองดูแล้วจึงยอมทำเปาะเปี๊ยะทอดให้สองกล่อง ปรารถนาต่างคิด ไม่ว่าคนบนดาวดวงไหนก็ไม่ต่างกัน ส่วนมากมักมองคนแต่เพียงภายนอ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3 ผึ้งวิเศษ
ปรารถนานั่งคิดอยู่นาน จู่ ๆ ก็มีผึ้งตัวหนึ่งที่ดูเหมือนจะตัวโตกว่าผึ้งที่นางเคยเห็นอยู่เล็กน้อยบินมาอยู่ตรงหน้าและไม่ยอมจากไปไหน ปรารถนาที่ชื่นชอบผึ้งเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วจึงยื่นมือออกไปให้มันเกาะ แล้วมันก็ส่งเสียงเล็กแหลมออกมา “นายหญิง” ปรารถนาตาโตเมื่อรู้ว่าผึ้งน้อยตัวนั้นพูดได้ “เจ้าพูดได้” “ข้าย่อมพูดได้” “แล้วทำไมเจ้าถึงเรียกข้าว่านายหญิง” “ก็ท่านเคยช่วยชีวิตข้า ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่าน” “ข้าช่วยเจ้าตอนไหน” นางเอียงคอถามย่นคิ้วเข้าหากัน “ตั้งแต่ชาติที่แล้วโน่น” “ชาติที่แล้ว?” นางพึมพำ คิดถึงผึ้งที่อยู่โลกเดิมที่นางเคยช่วยชีวิตไว้ “แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” “หลังจากอาผู้หญิงของท่านมาพบศพท่านเข้า นางก็จัดการทำพิธีเผาศพให้แก่ท่าน ซ้ำยังเผาทำลายรังของข้าด้วย” “โธ่เอ๋ยเวรกรรม” รังผึ้งนั้นออกใหญ่โต อาผู้หญิงทำลงไปได้อย่างไร “แต่ท่านไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ เพราะข้าไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด” นางว่าด้วยท่าทางปลอดโปร่ง “ทำไม” นางกอดอกทำท่าพออกพอใจ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4 ร่อนทอง
ลูกทั้งสองพยักหน้าดีใจ ทำไมวันนี้พวกเขาถึงได้กินอาหารหรูหราเช่นนี้ ปกติตอนเช้าพวกเขาได้กินแค่ข้าวต้มใส่เกลือที่มีข้าวไม่ถึงหยิบมือด้วยซ้ำ ซดน้ำข้าวต้มมาก ๆ ก็อิ่มเอง “ท่านแม่มีเงินมากแล้วหรือเจ้าคะ” “ไม่มาก แต่ก็อยู่ได้หลายวัน” แต่อีกไม่นานอาจจะมีมากกว่านี้หลายเท่า นางหวังไว้เช่นนั้น “งั้นพวกเราต้องไปเป็นขอทานอีกหรือไม่เจ้าคะ” ปิ่นมีสีหน้าเศร้าหมองลง เมื่อคิดถึงตอนที่พวกเขาต้องไปนั่งข้างถนนเพื่อขอเงินจากคนที่เดินผ่านไปมา นางไม่ชอบสายตาที่ทุกคนมองมาอย่างเหยียดหยามเลยสักนิด “ไม่หรอก ต่อไปนี้พวกเราจะไม่เป็นขอทานอีก” ลูกทั้งสองมองแม่แล้วยิ้มอย่างพอใจ ปรารถนาเตรียมเครื่องปรุงอย่างอื่นเสร็จ จึงนำผักที่ลูกไปล้างให้สะอาดอีกครั้ง ผัดไทยใส่ไข่กุ้งสดร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนลูกอดน้ำลายไหลไม่ได้ เสร็จแล้วปรารถนาตักใส่จานให้ลูกคนละใบจนพูนจาน ปืนทำภาษามือว่า ‘วันนี้ทำไมได้กินอาหารเยอะจังเลยขอรับ’ ปรารถนายิ้มอ่อนให้ลูกทั้งสอง “ต่อไปนี้พวกเจ้าจะได้กินอิ่มทุกมื้อ” “ท่านแม่พูดจริงหรือเจ้าคะ”
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5 ขายทอง
พอถึงคิวของปรารถนาเถ้าแก่เส็งมองดูสามแม่ลูกที่ยืนมองเขาตาปริบ ๆ ด้วยความสงสัย ก่อนจะถามเสียงเรียบ “จะมาขออะไรอีกละ” ปกติสามแม่ลูกนี้ชอบมาขอข้าวขอน้ำกินอยู่ร่ำไป “วันนี้ภรรยาของข้าไม่ได้ทำอาหารให้ด้วยสิ มีแค่ซาลาเปาเพียงสามชิ้นเท่านั้น พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันก็แล้วกัน” เถ้าแก่ว่าพลางหันไปหยิบซาลาเปาที่วางอยู่ในจานด้านหลัง ปรารถนารีบกล่าวใบหน้าเปื้อนยิ้ม “วันนี้ข้าไม่ได้มาขอข้าวกินเจ้าค่ะ” อย่างน้อยในตลาดนี้ก็มีเถ้าแก่เส็งที่ใจดีมีเมตตาต่อนางกับลูก “เช่นนั้นเจ้ามาทำสิ่งใด” “ข้าเอาทองมาขายเจ้าค่ะ” “เอาออกมาสิ เจ้ามีเท่าไร” สามสี่คนที่มาขายทองวันนี้รวมกันยังไม่ถึงสิบกรัมด้วยซ้ำ ปรารถนาคลี่ผ้าที่ห่อทองออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะด้านหน้าเถ้าแก่ “นี่เจ้าค่ะ” เถ้าแก่ชมดูด้วยตาเบิกกว้างขึ้น “หนักเท่าไรกันเนี่ย น่าจะเกือบสองร้อยกรัมทีเดียว เจ้าไปร่อนเองรึ” การร่อนทองถือเป็นการเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง ใครโชคดีคนนั้นก็ได้มาก นางคงเป็นหนึ่งในนั้น “เจ้าค่ะ” “โอ ช่างประเสริฐจริง ๆ” ดวงตาเถ้าแก่วาววาม ยิ่งเขารับซื้อทองได้
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6 เหมาเกวียน
ผู้โดยสารที่ยืนอยู่เห็นขอทานแม่ลูกเดินมาหนึ่งในนั้นก็รีบพูดขึ้น “ถ้ามีสามแม่ลูกนี้ไปด้วย ข้าไม่ขึ้นเกวียนเด็ดขาด” “ข้าด้วย” “ข้าด้วย” “ข้าก็ด้วย” ทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน คนบังคับเกวียนก็ทำสีหน้ายุ่งยากใจเพราะกว่าจะได้ครบสิบคนก็ยากแล้ว ไหนเกวียนแต่ละเที่ยวถ้าคนไม่ถึงสิบต้องรอเกือบสองชั่วโมงถึงจะออกได้ “เช่นนั้นเกวียนเที่ยวนี้ข้าเหมาคนเดียวก็ได้ ท่านลุงเพ็งคิดค่าเดินทางเท่าไรเจ้าคะ” ทุกคนที่ได้ยินต่างตาโต อ้าปากหวอ แต่ความรู้สึกของทุกคนย่อมแตกต่างกันออกไป มีเพียงลุงเพ็งเท่านั้นที่ดีใจจนออกนอกหน้า “ข้าคิดห้าสิบเหรียญทองแดงเท่านั้น” “ข้าตกลง” นางว่าพร้อมกับยกของขึ้นวางบนเกวียนหน้าตาเฉย จากนั้นอุ้มลูกทั้งสองขึ้นเกวียน แล้วนางก็ตามขึ้นไป เกวียนเคลื่อนออกไปอย่างช้า ๆ ปรารถนาไม่หันกลับมามองสายตาสับสนงุนงงของคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ วราลีหันกลับไปอ้าปากแลบลิ้นให้แล้วยิ้มเยาะ พูดออกมาเสียงดัง “สมน้ำหน้า”ปิ่นหันขวับ “ท่านแม่ว่าอะไรนะเจ้าคะ”“ข้าไม่ได้พูดสักหน่อย”“แต่ข้าได้ยินเสียงเล็ก ๆ กล่าวว่าส
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7 ไม่มีใครอยากรับของจากขอทาน
นางตักอาหารใส่หม้อขนาดเล็กวางลงในตะกร้าแล้วบอกลูก ‘เราเอาอาหารไปให้ท่านน้ากัน’“เจ้าค่ะ” ลูกทั้งสองเบี่ยงกายลงจากเก้าอี้อย่างกระตือรือร้น แล้วเดินส่ายก้นน้อย ๆ ตามแม่เดินออกมาจากบ้านดวงตะวันก็เกือบจะบอกลาท้องฟ้าไปแล้ว เห็นสามแม่ลูกกำลังวางมัดฟืนลงจากบ่าพอดีรุ้งและลูกทั้งสองหันมามองตามเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามา พวกเขาแปลกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นปรารถนากับลูกเดินเข้ามาในบ้าน ยิ่งแปลกใจมากขึ้นเมื่อทั้งสามคนอาบน้ำส่งกลิ่นหอมกำจายออกมารอบกาย ผิวพรรณดูเกลี้ยงเกลา ซ้ำผู้เป็นแม่นั้นยังแต่งแต้มใบหน้าและเรียวปากให้มีสีสันงามตา ชมดูไม่เหมือนแม่ม่ายลูกสองเลยสักนิด แท้จริงวันนี้รุ้งกับลูกเพิ่งได้ยลโฉมของนางที่ซ่อนไว้ตั้งหลายปี“พวกเจ้ามาทำไมหรือ”“ข้าเอาอาหารมาฝากเจ้าค่ะ วันนี้ข้าทำไข่พะโล้หมูสามชั้น จึงแบ่งมาให้ท่านน้ากับลูกด้วยเจ้าค่ะ” คนที่ดีกับนางและลูกมีไม่มากเช่นนั้นนางควรผูกมิตรกับคนที่มีน้ำใจกับนางด้วยไม่ใช่หรือ“เจ้ามีเงินซื้อไข่กับเนื้อหมูด้วยรึ” รุ้งมองอาหารที่อยู่ในตะกร้าด้วยความตื่นใจแกมสงสัย นางคงทำหม้อใหญ่จริง ๆ ตักมาให้มากขนาดนี้ และเป็นครั้งแรกที่นางได้รับอาหารจากปรารถนา “เจ้าค่ะ เมื
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8 ผ้าคลุมไหล่
นางหยิบผ้าคลุมไหล่ออกมาห้าผืนเป็นผืนที่ถักขึ้นใหม่สามผืนและของเก่าอีกสองผืน มีสีฟ้าน้ำทะเล สีม่วงลาเวนเดอร์ สีกรมท่า สีแดงทับทิม และสีชมพูฟลามิงโก “สิ่งนี้เจ้าค่ะ” นางติดป้ายราคาไว้ที่สินค้าทุกชิ้น ผ้าคลุมไหล่แต่ละผืนกว้างสามสิบเซ็นติเมตรยาวหนึ่งร้อยสี่สิบเซ็นติเมตร “มันเรียกว่าอะไร” “ผ้าคลุมไหล่เจ้าค่ะ” “อืม สีสันแปลกตาดี” เถ้าแก่ว่าพลางพลิกดูป้ายราคาที่ห้อยอยู่ชายผ้าอย่างสวยงาม ชายผ้าทั้งสี่มุมนางยังถักผึ้งน้อยห้อยอยู่ด้วย “ข้าจะลองรับไว้ดู แต่ไม่รับปากว่าจะขายได้หรอกนะ เพราะราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน” หนึ่งผืนราคาสองร้อยเหรียญทองแดง เถ้าแก่ไม่มั่นใจว่าจะมีคนกล้าซื้อหรือไม่ ถ้าคนที่ทำงานรับราชการก็อาจจะซื้อ แต่ร้านของเขาผู้คนเหล่านั้นไม่เคยย่างกรายเข้ามาเลยสักครั้ง “อีกอย่างร้านนี้ก็ไม่ใช่ของข้า เรื่องนี้ข้าต้องแจ้งนายท่าน เจ้าอาจจะต้องเสียค่าเช่าที่สักเล็กน้อย” เถ้าแก่เส็งบอกนางออกไปตามตรง เขาเองไม่สามารถตัดสินใจเองได้ทั้งหมด “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ายินดี ขอบคุณเถ้าแก่มากเจ้าค่ะ” นางคงเข้าใจผิดเรื่องเจ้าของร้าน เช่นนั้นก็ไม่เป็นไรเพี
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9 นายท่าน
เถ้าแก่มองตาม “ผ้าคลุมไหล่ขอรับ”“ท่านย่ารับซื้อผ้าด้วยรึ”“เป็นข้าที่รับไว้เองขอรับ เห็นแล้วก็อดสงสารนางไม่ได้” ความจริงเรื่องนี้เถ้าแก่เส็งก็แจ้งนายท่านไปแล้ว และนางก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด ให้เถ้าแก่ตัดสินใจตามความเหมาะสมได้เลย นางยังเอ่ยปากชมว่าในเขตชนบทเช่นนี้ยังมีของดีแอบซุกซ่อนอยู่“อ้อ ผู้ทำเป็นหญิง… นางมีสิ่งใดให้น่าสงสาร”“ขอรับ คนที่ทำมาขายเป็นแม่ม่ายลูกติดผู้หนึ่ง”“แล้วขายผืนละเท่าไรล่ะ” เขาเดินไปหยิบผ้าขึ้นดู ใช้มือสัมผัสเบา ๆ ผ้านุ่มและลื่นมือเล็กน้อย สายตาเหลือบมองตรงป้ายราคา “ราคาค่อนข้างสูง แต่คุณภาพก็สมราคาเช่นกัน” ราคานี้ถูกกว่าที่เขาเคยเห็นอยู่ในห้างสรรพสินค้าเสียอีก แถมฝีมือยังด้อยกว่านี้มาก คนผู้นี้ถือว่ามีความชำนาญไม่น้อย แต่อำเภอนี้มีคนทำงานถักได้ชำนาญขนาดนี้เชียวหรือ“นายท่านรู้จักสินค้าชิ้นนี้หรือขอรับ”“อืม ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แถบอำเภอในชนบทเช่นนี้ไม่มีขายหรอก มีบ้างประปรายในจังหวัด เพราะมีแต่คุณหญิงคุณนายเท่านั้นที่หาซื้อมาใช้” สิ้นคำเขาก็นึกขึ้นได้บางอย่าง มุมปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “เอาเป็นว่าข้าจะรับซื้อไว้เอง” นางเป็นผู้ใดกันถึงได้มีความส
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10 ของขวัญที่ถูกใจ
นางกลับมาถึงบ้านก็ตั้งใจถักผ้าจนหลังขดหลังแข็ง แต่ทุกครั้งที่ทำงานนี้ก็เป็นเช่นนั้น กว่าจะถักเสร็จแต่ละชิ้นมันช่างไม่ง่ายเลย ราคาที่ขายสองสามร้อยเหรียญทองแดงถือว่าผู้บริโภคได้ของดีมีคุณภาพแล้ว ปิ่นกับปืนยังนั่งเล่นอยู่บนพื้นข้าง ๆ แม่ ‘นายหญิงว่านายท่านคนนั้นจะหล่อหรือไม่เจ้าคะ’ วราลีส่งกระแสจิตถาม ‘ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร แล้วเจ้าจะถามหาความหล่อเพราะสิ่งใด เจ้าชอบคนหล่ออย่างนั้นรึ’ ‘ข้าชอบได้หรือเจ้าคะ นายหญิงก็พูดไม่คิด’ นายหญิงลืมไปแล้วหรือว่ามันเป็นผึ้ง “เจ้ากล้าด่าข้า” ปรารถนาพูดออกมาเสียงดังด้วยความโมโห ปิ่นหันขวับมองแม่ พี่ชายก็มองตาม “ท่านแม่พูดกับใครหรือเจ้าคะ” ปรารถนาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เปล่า ข้าแค่คิดถึงอดีตพ่อของเจ้าแล้วอดด่าไม่ได้เท่านั้น” ข้ออ้างนี้อาจจะปัญญาอ่อนไปสักหน่อย แต่มันก็สมเหตุสมผลมากแล้ว ณ เวลานี้ วราลีได้แต่หัวเราะคิกคัก เจ้านายกลับมองนางตาเขียว ซ้ำเจ้าผึ้งน้อยยังกล่าวต่อ ‘ข้าแค่สันนิษฐานว่าผู้ชายที่ซื้อผ้าคลุมไหล่ไปจะต้องหล่อและใจดีก็เท่านั้น ถ้าเขายังโ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status