로그인ด่วน! ทายาทห้างดังลวงเด็กสาววัย 19 ข่มขืน!
หลังจากที่ดารินทร์เข้าแจ้งความ ไม่นานมันก็กลายเป็นข่าวใหญ่ที่บรรดาสื่อต่างก็ตาลุกวาว รีบเอาไปนำเสนอในช่องทางของตัวเอง
ทว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อชาวเน็ตแยกออกเป็นสองฝ่ายชัดเจน อีกฝ่ายสงสารและเอาใจช่วยเธอ ส่วนอีกฝ่ายกลับไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งยังออกความเห็นต่อว่าเธอต่าง ๆ นานา
SQ6709 : ใจง่ายเองหรือเปล่าจ๊ะสาว
SQ2356 : ระดับเตโชไม่จำเป็นต้องหลอกเด็กกะโปกมาข่มขืนหรอก หล่อรวยขนาดนั้นซื้อกินสบาย หรือไม่ต้องซื้อกินก็มีคนพลีกายให้จ้า
SQ6743 : เหมือนออกมาประจานความร่านของตัวเอง ขำว่ะ
SQ5683 : ไหนหลักฐานจ๊ะ งัดออกมาให้ดูหน่อย เห็นอยู่ว่าใครไปหาใคร คนเขาดูออกจ้า
ดารินทร์อ่านคอมเมนต์ไปร้องห่มร้องไห้ไป เธอไม่คิดว่าเรื่องจะออกมาเป็นแบบนี้ ขณะเดียวกันก็มีสายจากรายการดังหลายรายการโทรมาเชิญเธอให้ไปออกทีวี ดารินทร์ปฏิเสธเนื่องจากไม่ต้องการเปิดเผยใบหน้าและตัวตน แค่นี้ใจอันบอบบางของเธอก็แทบจะรับไม่ไหวแล้ว แต่ก็มิวายถูกสื่อรุมล้อมพยายามจ่อไมค์สัมภาษณ์ทันทีที่เธอเดินออกมาจากหอ
“จริงหรือเปล่าคะที่ว่าคุณเสนอตัวเองให้คุณเตโช แต่ไม่ได้เงินตามที่ต้องการเลยออกมาเรียกร้อง”
“เอาอะไรมาพูดคะ” ดารินทร์ตอบโต้นักข่าวกลับไป เธอเป็นเหยื่อแท้ ๆ แต่กลับถูกตั้งคำถามที่ไม่สร้างสรรค์แบบนี้ ใครมันจะอดใจไม่ให้โวยวายกลับไปไหว
“แหล่งข่าวบอกมาน่ะค่ะว่าคุณไปหาคุณเตโชถึงที่บ้านเองเลย”
“ใช่ค่ะ ทางนั้นเขามีหลักฐานด้วยนะคะว่าคุณไปหาคุณเตโชที่บ้าน”
“เรื่องมันเป็นยังไงช่วยอธิบายได้ไหมคะ”
“ไม่! ครีมไม่ตอบอะไรแล้ว” ว่าจบดารินทร์ก็พยายามจะเดินเลี่ยงออกไป แต่ก็ถูกสกัดกั้นเอาไว้ทุกทาง มองไปทางไหนก็เจอแต่กล้องที่พยายามจับภาพใบหน้าของเธอ
“ตอบก่อนสิคะ ว่าคุณไปหาคุณเตโชเอง ใช่ไหมคะ”
“ถ้ามีหลักฐานตามที่คุณแจ้งความ ช่วยงัดออกมาโชว์ได้ไหมคะ”
“ม่ายยยยยย!” ดารินทร์กรีดร้องพลางสะดุ้งตื่นขึ้น เธอหอบหายใจหนักหน่วงราวกับคนวิ่งจนเหนื่อย เหงื่อไหลชุ่มทั่วทั้งใบหน้าและลำคอทั้งที่อากาศไม่ร้อน
ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ฝันไป
“ฮึก!” น้ำสีใสไหลอาบแก้มอีกระลอก สองแขนเรียวกอดเข่าร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องนอนมืด ๆ แม้จะเป็นแค่ความฝันแต่เธอก็หวาดกลัวจนรู้สึกผวา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำเอาร่างเด็กสาวสะดุ้งตัวโยน เธอเช็ดน้ำตาออกลวก ๆ ก่อนจะเดินไปส่องดูหน้าประตู เห็นว่าเป็นเจ้าของหอมายืนรออยู่จึงรีบเปิดประตูให้
“ค่ะพี่”
“ค่าห้องค้างจ่ายมาสามเดือนแล้ว ถ้าวันนี้ยังไม่มีจ่าย พี่ต้องให้ออกจากห้องนะคะ เพราะพี่แจ้งไปตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อนแล้ว”
“กำหนดวันอังคารหน้าไม่ใช่เหรอคะ”
“พี่แจ้งไปทางไลน์แล้วนะคะว่าเลื่อนเข้ามาวันอาทิตย์แทน”
“แล้วยอดทั้งหมดเท่าไรเหรอคะ”
“ค่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟ และค่าส่วนกลางสามเดือน ยอดทั้งหมดหนึ่งหมื่นหกพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบหกบาท นี่ใบเสร็จค่ะ”
“แป๊บหนึ่งนะคะพี่” ดารินทร์เช็คดูยอดเงินในบัญชีและเงินในกระเป๋า ซึ่งรวมกันแล้วยังไม่ได้ตามยอดที่ต้องจ่าย “ครีมมีอยู่แค่หมื่นสี่ จ่ายแค่นี้ก่อนได้ไหมคะ แล้วอีก...”
“ไม่ได้ค่ะพี่ให้โอกาสเรามาหลายรอบแล้ว รอบนี้ถ้ามีเงินจ่ายไม่พอก็ต้องออกค่ะ”
“ครีมขอโอกาส...”
“ไม่ได้ค่ะ สรุปว่ามีเงินไม่พอจ่ายใช่ไหมคะ เก็บของออกจากห้องได้เลยค่ะ”
“ครีมขอร้องนะคะ” เด็กสาวยกมือขึ้นประกบกัน อ้อนวอนขอความเห็นใจจากอีกฝ่ายอีกครั้ง
“ถ้าพี่มัวแต่ให้โอกาสทุกคนแบบนี้พี่ก็ตายสิคะ ถึงเวลาก็ต้องจ่ายค่ะ ถ้าน้องไม่มีกำลังจ่ายก็ไม่ควรมาเช่าอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกนะคะ ลำบากเจ้าของหอต้องมาตามทวง”
“ครีมเข้าใจแล้วค่ะ ครีมขอเวลาถึงเย็นนี้ได้ไหมคะ”
“พี่ให้เวลาจัดการกับข้าวของในห้องไม่เกินหกโมงเย็นวันนี้”
“ได้ค่ะ” ดารินทร์รับปากเสียงสั่น คล้อยหลังเจ้าของหอไป เธอก็ทรุดตัวลงนั่งพิงกับประตูพลางระเบิดเสียงร้องไห้อยู่ในห้องตามลำพัง
โลกนี้ช่างโหดร้ายกับเธอเหลือเกิน
“ฮือ ๆ” น้ำสีใสไหลนองแก้มสวยทั้งสองข้าง เธอพยายามทุกวิถีทางแล้วจริง ๆ ทั้งทำงานพาร์ทไทม์ทั้งไลฟ์สดรับโดเนท แต่ทุกวันก็ต้องกินต้องใช้ เงินที่หามาได้จึงเหลือสะสมแค่เพียงน้อยนิด
อยากจะโทรไปขอความช่วยเหลือกับพ่อแม่ก็ไม่กล้า เพราะท่านบอกเสมอว่าไม่มีกำลังส่ง แต่เธอก็ดันทุรังที่จะเรียนต่อ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ดารินทร์รีบลุกขึ้นเปิดประตูให้ทั้งที่มือยังเช็ดน้ำตาอยู่
“คะพี่... ฮะ...เฮียเตช” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่เจ้าของหอ สองมือเล็กก็รีบผลักประตูปิดทันที ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดก็สู้อีกฝ่ายไม่ไหว เตโชดันประตูเข้ามาในห้องจนได้ ดารินทร์จึงร้องตะโกนโวยวายเสียงดัง “ออกไปนะ มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในห้องของครีม”
มาแล้วค๊าบ
เฮียบุกห้องน้องทำไม 🥵
คอมเมนต์พูดคุยกันนะงับ 🥰✨
“พูดตอนไหน?”“เมื่อกี้ไง ที่ลินบอกเฮียว่ารอบนี้รอบสุดท้าย อึก! เฮียลืมเหรอ”“เฮียไปรับปากตั้งแต่เมื่อไหร่ ฮะ!” เขาจำได้ว่ายังไม่ได้รับปากเลย เธอพูดเองเออเองคนเดียว“ก็ที่เฮียจูบลินไง แปลว่าเฮียรับปากแล้ว”“อย่ามาเหลี่ยมกับเฮียนะน้องลิน!” เธอดึงเขาไปจูบเองแท้ ๆ นอกจากแรดแล้วยังเจ้าเล่ห์อีก “มานี่!”“ไม่เอา ๆ ฮือ ลินไม่อยากเอากับเฮียแล้ว” เอาดุขนาดนี้ใครมันจะไปทนไหว เป็นผัวประสาอะไรไม่เคยทะนุถนอมเมียตัวน้อย ๆ อย่างเธอเลย“อย่าคิดนะว่าเฮียจะปลอบ ไม่ปลอบหรอกอยากร้องก็ร้องไป” เขาคว้าแขนเธอหวังจะอุ้มไปกระแทกต่อที่เตียง แต่กลับถูกสะบัดมือทิ้งอย่างไม่ไยดี“อึก! เฮียทำลินร้องไห้ระวังมีผู้ชายคนอื่นทำให้ลินยิ้มได้นะ”“น้องลิน!” อังค์กูณฑ์ถลึงตาตะโกนเรียกชื่อแฟนสาวดังลั่น ทั้งที่เพิ่งโดนเขาลงโทษไปเอง ยังกล้าพูดถึงผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขาอีก มันน่านัก!ทว่าไพลินไม่อยู่ให้เขาได้ดุทัน เธอรีบหนีเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการทำความสะอาดหว่างขาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำรักอังค์กูณฑ์ที่วิ่งตามไปไม่ทันได้แต่จิ๊ปากอย่างเหลืออด เมียนิสัยแรดชอบทำให้หึงหวง ถ้าเขากำราบเมียแรด ๆ แบบเธอไม่ได้ ก็อย่ามาเรียกเขาว่าลูก
‘อังค์กูณฑ์ วงศ์วิหกอัคคี’ ลูกชายคนที่สองของบ้าน หล่อและฮอตที่สุดในบรรดาพี่น้อง นิสัยไม่ต้องพูดถึงนอกจากเบ้าหน้าก็ไม่มีความดีปรากฏให้เห็น โดยเฉพาะเรื่องชู้สาวมีมาให้พ่อแม่ปวดหัวเป็นประจำทำไงได้ก็คนมันหล่อแถมพ่อก็รวย ดีกรีนักดนตรีของโรงเรียนด้วย สกิลการเล่นเบสของเขาเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาว ๆ ได้อย่างท่วมท้นตั้งแต่มัธยมจนจบมหาลัย สายตาของอังค์กูณฑ์ไม่เคยได้ขาดแคลนคนสวยเลย อยากควงสาวคนไหนก็ควง อยากทิ้งใครตอนไหนก็ทิ้ง สาว ๆ ตบตีกันแย่งเขาเป็นเรื่องธรรมดาไปชื่อของอังค์กูณฑ์และพวกพ้องถูกพูดถึงจากรุ่นสู่รุ่น เพราะสร้างวีรกรรมและตำนานเอาไว้เยอะแต่ทว่าคนที่หล่อและฮอตขนาดนี้ ดันต้องมาชดใช้กรรมตั้งแต่ได้เธอมาเป็นแฟนปึก! ปึก! ปึก!“โอ๊ย! ฮือ ๆ ทำไมต้องทำแรงขนาดนี้ด้วย ลินเจ็บ!” คนถูกจับลงโทษตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วร้องโวยวาย สองมือเล็กค้ำพนักโซฟาตัวยาว แค่เผลอขยับหนีนิดเดียวก็โดนเขาเอ็ดยับ“แอ่นก้นมาดี ๆ อย่าให้เฮียต้องพูดหลายรอบ!” ไม่เพียงแต่เอ่ยเสียงดุ เอวสอบตามไปเสยร่องน้อย ๆ ของเธอไม่ยั้งในเมื่อกล้าสร้างเรื่องให้เขาขนาดนี้ก็ต้องทนรับแรงกระแทกจากเขาให้ได้“ฮือ ๆ ลินจุก...”“ก็ทำให้จุกจะได
กรี๊ดดดดด!อังค์กูณฑ์ยังคงเป็นหนุ่มฮอตที่สาว ๆ เห็นแล้วกรี๊ดกราดอยู่เหมือนเคยเวลาปรากฏตัว ยังดีที่มาแต่เสียงกรี๊ดไม่มีใครมารุ่มร่าม ไม่งั้นแฟนคนสวยของเขาต้องไม่สบายใจเป็นแน่“กูไปก่อนนะ เย็นนี้มีเดทกับผัว”“จ้า อวดผัวขิงพวกกูตลอด เดี๋ยวเถอะมึงอย่าให้กูมีบ้างนะ”ไพลินหัวเราะชอบใจใหญ่ เธอมักอวดแฟนกับเพื่อนที่ยังโสดเป็นกิจวัตร ก่อนจะสะบัดก้นเดินผ่ายสะโพกไปหาแฟนหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าคณะทันทีที่ไพลินเดินไปควงแขนอังค์กูณฑ์แล้วสะบัดหน้ามามองเชิ่ด เสียงกรี๊ดกร๊าดก็พลันเงียบหายไปอัตโนมัติหึ...รู้ก็ดีว่านี่คนของใครเดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวแม่จะจูบผัวโชว์ให้ดูเลยไพลินจัดการกับชะนีเหล่านั้นเสร็จ ก็หันมายิ้มหวานให้แฟนหนุ่ม ก่อนที่เขาจะเปิดประตูพาเธอขึ้นรถ แล้วเดินอ้อมไปนั่งตำแหน่งคนขับ“ฮอตไม่แผ่วเลยนะเฮีย ลินหวงนะ” ไพลินแซวแฟนหนุ่มยามอยู่ด้วยกันตามลำพังในรถ“น้องลินต้องภูมิใจสิที่มีแฟนฮอตแบบเฮีย คนหล่อยังไงก็หล่ออยู่วันยันค่ำ” อังค์กูณฑ์ยักไหล่ราวกับจะบอกว่าของมันแน่อยู่แล้ว จนไพลินอดหมั่นไส้ในความมั่นหน้าของแฟ
หนึ่งปีต่อมา...ไพลินลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด มือเรียวคว้าโทรศัพท์มาเปิดดูเวลา ยี่สิบสองนาฬิกาสี่สิบห้านาที เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เจ้าของร่างน้อยค่อย ๆ ขยับตัวลุกออกจากเตียงระหว่างที่เปลี่ยนชุด แต่งหน้า ทำผม ตาคู่สวยก็มองคนที่นอนหลับสนิทด้วยความระแวดระวัง เธอพยายามขยับร่ายกายให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้มือเรียวคว้ากระเป๋าใบสวยและถือรองเท้าส้นสูงคู่โปรดย่องไปทางประตูห้องนอน ทว่ายังไปไม่ถึงที่หมาย ไฟก็สว่างจ้าขึ้นมาพร้อมกับแฟนหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างสวิตซ์ไฟ“จะไปไหน!” เสียงห้าวร้องถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขากอดอกยืนอยู่อย่างนั้น รอฟังคำตอบจากแฟนสาวตัวดี“ปะ...เปล่าซะหน่อย ลินก็แค่ทดสอบดูว่าเฮียหลับสนิทจริงหรือเปล่าต่างหาก” ไพลินรู้ดีว่าเหตุผลของเธอมันคือการแก้ตัวแบบข้าง ๆ คู ๆ ในเมื่อคิดอะไรไม่ทันเธอก็พูดออกไปก่อน รอดไม่รอดค่อยว่ากันอีกที“มานี่!” อังค์กูณฑ์หรี่ตามองแฟนสาวอย่างจับผิด ก่อนจะเรียกให้เธอเดินเข้ามาหาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เฮียมีอะไรคะ” ไพลินทำใจดีสู้เสือ เธอไม่มีพิรุธซะอย่าง เขาจะทำอะไรเธอได้ดวงตาคม
เปรี๊ยง!อยู่ ๆ เสียงฟ้าผ่าก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ไพลินที่กำลังเคลิ้มหลับสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความตกใจและหวาดกลัวจนตัวสั่น อังค์กูณฑ์เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งไปหาเธออีกห้องทันทีก็อก! ก็อก! ก็อก!“น้องลินเปิดประตูให้เฮียหน่อย”“เฮีย...” ไพลินที่กำลังหวาดกลัว ได้ยินเสียงเรียกจากข้างนอกจึงรีบวิ่งไปเปิดประตู จังหวะนั้นฟ้าก็ผ่าลงมาอีกรอบจนเธอตกใจพุ่งตัวเข้าไปกอดอังค์กูณฑ์ไว้ด้วยอาการสั่นเทาอย่างหนัก“ไม่ต้องกลัวนะ เฮียอยู่นี่แล้ว” เขาปลอบโยนเธอก่อนจะช้อนร่างเล็กอุ้มไปนอนที่เตียง “วันนี้ให้เฮียนอนเฝ้าน้องลินได้ไหมหืม”ไพลินรีบพยักหน้า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเล่นตัว เธอกลัวจนไม่กล้าอยู่คนเดียวมากกว่า“เฮียอย่าไปไหนนะ อยู่กับลินก่อน อึก!” เธอกอดแขนเขาเอาไว้แน่น กลัวว่าเขาจะหายไปอังค์กูณฑ์ก้มจูบหน้าผากมนอย่างปลอบโยน ก่อนจะนั่งเฝ้าจนเธอหลับไปอีกครั้ง น่าเสียดายที่ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากการนั่งดูเธอหลับเมื่อเขาเริ่มง่วงจึงทิ้งตัวลงนอนพร้อมกอดเธอไว้อย่างหวงแหน ทว่ายังไม่ทันจะได้หลับสนิทความคิดบางอย่างก็ปะทุขึ้นมาใ
ทันทีที่รถจอดสนิทและประตูรถตู้ถูกเปิดออก ไพลินก็กระโดดลงมาพร้อมสับขาวิ่งหนีอังค์กูณฑ์ไปอย่างไม่คิดชีวิต“จะไปไหนน้องลิน!” อังค์กูณฑ์ตะโกนตามคนที่วิ่งหนีเขาไปจนแทบไม่มองทาง ถ้าวิ่งชนต้นไม้นะเขาจะเขกหัวซ้ำ“ให้พวกผมไปตามเธอไหมครับนาย” กันต์เอ่ยถาม ดูท่าวันนี้เขาและบรรดาลูกน้องด้วยกันคงได้วิ่งไล่จับเด็กทั้งวันแน่“ไม่ต้องตาม ขาสั้น ๆ แบบนั้นวิ่งไปไหนไม่ได้ไกลหรอก”อังค์กูณฑ์เดินเข้าบ้าน ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งจิบไวน์สบายใจเฉิบ พื้นที่ตรงนี้เป็นของตระกูลเขา นอกตัวบ้านโอบล้อมด้วยป่าเต็มไปหมด เธอหนีไปไหนไม่รอดหรอก ปล่อยให้เธอวิ่งจนเหนื่อยก่อน แล้วค่อยอุ้มเธอกลับมาทีเดียวเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...“ฮือ ๆ” ไพลินร้องห่มร้องไห้พลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย เนื่องจากวิ่งหนีได้ไม่ทันไรก็สะดุดล้มจนขาเป็นตะคริว อังค์กูณฑ์จึงต้องตามไปอุ้มเธอกลับมาดูแล“เฮียบอกแล้วว่าน้องลินหนีไปไหนไม่รอดหรอก”“ไม่ต้องมาพูด!” เธอไม่อยากฟังอะไรจากเขาทั้งนั้น เพราะเขาไม่ใช่หรือไงที่ทำให้เธอต้องวิ่งหนีจนขาเป็นตะคริวแบบนี้ เห็นหน้าเขาแล้วก็หมั่นไส้ มือ