Masuk“เฮียมันซาดิสม์ หนูขอลาออกจากการเป็นเมีย!” “อะไร?” “หนูไม่อยากเป็นเมียเฮียแล้ว เฮียชอบใช้ความรุนแรงบนเตียง ตัวหนูมีแต่รอยน่าเกลียดเต็มไปหมด” รอยน่าเกลียด? อะไรคือรอยน่าเกลียด? นั่นคือร่องรอยที่เขาแสดงความเป็นเจ้าของต่างหาก “เป็นเมียเฮียดี ๆ ไม่ชอบ อยากจะเป็นคนใช้ไหมเดี๋ยวสงเคราะห์ให้” “งั้นหนูของานที่ได้อยู่ใกล้กับพวกพี่บอดี้การ์ดนะคะ เวลาเห็นกล้ามใหญ่ ๆ จะได้มีกำลังใจทำงาน” มีกำลังใจในการทำงานอย่างนั้นเหรอ? ดูหน้าเธอสิ ยิ้มระรื่นเชียว~ “เป็นแค่คนใช้มีสิทธิ์เลือกงานด้วยเหรอ?” เขาเอียงคอถามเล็กน้อย แต่ไม่ได้รอฟังคำตอบ “อย่างดื้อต้อง...โน้น...ไปขัดส้วม!” “เฮีย!” มันจะมากเกินไปแล้ว เธอไม่ยอมหรอก งานนี้เป็นไงเป็นกัน “แล้วบัตรเครดิต คีย์การ์ดห้อง กุญแจรถ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าแบรนด์เนม คืนเฮียมาให้หมด!” เหอะ! คิดจะทวงของที่เคยเปย์ให้คืนทั้งหมดเหรอ? คนอย่างเธอหรือจะยอม! “เฮียขา...”
Lihat lebih banyakผมทรงไหนดี?
'ดารินทร์' นั่งคิดไม่ตกอยู่หน้ากระจกมาสักพักใหญ่ ๆ สองมือเล็กกำลังวุ่นวายอยู่กับทรงผมของตนว่าจะมัดรวบหรือถักเปียดี
วันนี้ไปกินเลี้ยงกับสายรหัส ทั้งบัดดี้และรุ่นพี่ในสายล้วนรวมตัวกันอยู่ที่นั่น เด็กสาวสวมใส่เสื้อผ้าและแต่งหน้าเรียบร้อย เหลือแต่ทรงผมที่ยังตัดสินใจไม่ได้สักที
เฮ้อ~
ดวงตาสีนิลคู่สวยมองตัวเองผ่านกระจกพลางถอนหายใจลากยาว กว่าจะได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยตามความตั้งใจ เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาตั้งเท่าไร ต้องหาเงินเรียนเองเนื่องจากพ่อแม่ไม่มีกำลังส่ง แม้จะกู้ยืมเงินในกองทุนเพื่อการศึกษา แต่ค่าครองชีพก็ยังไม่ถูกโอนเข้าบัญชีเลยสักบาท เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการทำเรื่องส่งเอกสารค่อนข้างนานกว่าจะเสร็จสรรพเรียบร้อย คงต้องรอจนถึงสิ้นเทอมโน่นแหละ
ระหว่างที่รอเงินค่าครองชีพจากกองทุน ดารินทร์ทำงานพาร์ทไทม์ กลับมาจากทำงานก็ไลฟ์สดร้องเพลงเปิดรับโดเนท กว่าจะได้นอนพักผ่อนก็หลังเที่ยงคืนจนถึงตีหนึ่งตีสองทุกวัน
อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่เธอจะอดทนและพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออนาคตของตัวเอง
จีโน่ : ถึงแล้ว อยู่หน้าหอ รีบออกมา
ครีม’ ม : เสร็จแล้ว ๆ รอแป๊บ
ดารินทร์ตอบกลับข้อความของบัดดี้ ก่อนจะรีบรวบผมมัดขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากไม่มีเวลาให้คิดแล้ว มือเล็กคว้าริบบิ้นสีขาวมาผูกเป็นโบว์ เติมปากเติมแก้มอีกนิด แล้วหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยหน้ากระจก หยิบน้ำหอมสีหวานมาพรมตามซอกคอ
เมื่อมีความมั่นใจมากขึ้น มือเรียวจึงคว้าเอากระเป๋ามาสะพายและหยิบกุญแจห้องเดินออกมาด้วยท่าทางลั้นลา
“ไม่ต้องมายิ้มอ่อย ใส่หมวกแล้วรีบขึ้นรถ” จีโน่เอ่ยว่าพลางยื่นหมวกกันน็อคให้ดารินทร์ รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอสะกดคนมองมานักต่อนัก
ดารินทร์สวมหมวกกันน็อคก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันโปรดของจีโน่ ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ชื่อดังใจกลางเมืองกรุง
“สวัสดีค่ะพี่บาส พี่เจมส์ พี่แบงค์” ดารินทร์ยกมือไหว้พี่รหัส พี่เทค และลุงรหัสที่มานั่งรอก่อนหน้า ในขณะที่จีโน่เดินไปกอดล็อกคอเจมส์ซึ่งเป็นพี่รหัสของตนอย่างหยอกล้อและเป็นกันเอง
“นั่งก่อนครับน้องครีม” บาสเอ่ยพลางยื่นเครื่องดื่มให้น้องรหัส “เรียนเป็นยังไงบ้างวันนี้”
“ก็โอเคค่ะ มีไม่เข้าใจนิดหน่อยแต่ก็พอถู ๆ ไถ ๆ ได้” ดารินทร์ตอบพลางหัวเราะแห้ง ๆ รุ่นพี่ก็พากันหัวเราะอย่างเข้าใจ
“ส่วนของโน่สอบแคลคูลัสเมื่อเช้าทำถูกทุกขั้นตอน คำตอบก็ถูกต้อง แต่ลืมขีดเส้นเศษส่วนหนึ่งจุด อาจารย์แม่ให้ศูนย์” จีโน่ตอบอย่างหัวเสียหน่อย ๆ เขาพลาดแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง แต่กลับไม่ได้แม้แต่คะแนนเดียวจากข้อนั้น
“ก็อย่างนี้แหละอาจารย์แม่แกเคร่ง ครั้งต่อไปก็พยายามอย่าให้พลาดอีก” เจมส์บอกน้องรหัส ก่อนจะคืบเนื้อย่างให้เพื่อปลอบใจ
“เสียดายพี่แยมกับพี่นาวไม่ได้มาวันนี้ พี่เขาติดทำวิจัยแล้วก็เตรียมตัวฝึกงานต่อ น้องครีมอาจจะอึดอัดหน่อยนะมีแต่ผู้ชาย”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะพี่แบงค์ ครีมโอเค” ดารินทร์ตอบลุงรหัสพลางยกแก้วน้ำอัดลมขึ้นมาดื่ม ปากก็ว่าไม่เป็นไรทั้งที่ในใจรู้สึกเกร็งอยู่ไม่น้อยเลย
“เออพี่แบงค์วันนี้เฮียเตชแกได้เข้าร้านป่ะ อยากเจอเฮียว่ะ” บาสเอ่ยถามพี่รหัสของตน ขณะที่พลิกเนื้อบนเตาไปด้วย
“ไม่รู้เลยว่ะ ยังไม่เห็นเฮียเหมือนกัน ถ้ามาเฮียก็คงเข้ามาทักทายพวกเราละ”
“ใครเหรอคะ” ด้วยความสงสัยดารินทร์จึงเอ่ยถามท่ามกลางบทสนทนาของรุ่นพี่ทั้งสอง
“อ๋อ เฮียเตชน่ะ เฮียแกเป็นรุ่นพี่อยู่ในสายรหัสเรานี่แหละ จบไปนานแล้วแต่ก็ยังเลี้ยงบุฟเฟ่ต์น้อง ๆ ในสายรหัสตลอด” บาสตอบ
“เฮียเตชแกเรียนเก่งนะ ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของรุ่นด้วย ทายาทเจ้าของห้างดัง ร้านที่เรานั่งอยู่ก็เป็นกิจการที่เฮียดูแล ร้านหรูขนาดนี้ใช่ว่าใครจะเข้ามาได้ง่าย ๆ ที่ไหน ก็เพราะเฮียเตชนี่แหละ พวกเราถึงได้สิทธิ์มากินเลี้ยงที่นี่ได้แบบไม่อั้น ไม่ต้องกลัวเงินในกระเป๋าฉีก” เจมส์ยื่นอกเอ่ยพูดอย่างภาคภูมิใจที่ได้อยู่ในสายรหัสนี้
“เหมือนได้ยินใครพูดถึงกู” สุ้มเสียงเย็นเยียบดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของทั้งห้าคนอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ครั้นเมื่อเบนสายตาขึ้นมองก็เห็นใบหน้าคมคายยืนล้วงกระเป๋ากางเกงจ้องมองมายังทุกคนอยู่ แบงค์เห็นเช่นนั้นก็รีบยกมือไหว้อย่างให้ความเคารพ ส่งผลให้รุ่นน้องในสายรหัสยกมือไหว้ตาม ๆ กัน
‘เตโช’ รับไหว้ทุกคนเพียงนิด เขาหันไปสั่งงานลูกน้อง เพียงไม่นานก็หันกลับมาพูดคุยกับรุ่นน้องในสายรหัสต่ออย่างเป็นกันเอง
“กำลังคิดถึงเฮีย เฮียก็มาเลย ตายยากจริง ๆ” เจมส์พูด
“นินทาอะไรกูให้น้องฟังรึเปล่าไอ้เจมส์”
“ใครนินทากันเฮีย ผมชื่นชมเฮียให้น้อง ๆ ฟังทั้งนัั้น”
“จีโน่กับน้องครีมนี่เฮียเตช เป็นรุ่นพี่ในสายรหัสเราเอง” แบงค์แนะนำเตโชให้น้อง ๆ รู้จักในฐานะรุ่นพี่
“สวัสดีครับเฮีย ผมจีโน่นะครับ” จีโน่ลุกขึ้นยกมือไหว้แล้วแนะนำตัวเอง
เตโชพยักหน้ารับไหว้ตามมารยาท ดวงตาคมปลาบเหลือบมองน้องรหัสอีกคน ทว่าเด็กสาวเจ้าของดวงตากลมโตราวลูกปัดสีนิลคู่นั้นกำลังจ้องมองมายังเขาเช่นกัน
“สวัสดีค่ะเฮียเตชหนูชื่อดารินทร์ เรียกน้องครีมก็ได้ค่ะ” ดารินทร์แนะนำตัวต่อจากบัดดี้พลางส่งยิ้มละไมให้กับรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างเป็นมิตร
เตโชมองเจ้าของรอยยิ้มชวนหลงราวกับโดนมนต์สะกด เรือนผมดำเงาพลิ้วไหวตามแรงขยับ หน้าผากโค้งมน คิ้วโก่งเรียงเส้นสวยรับกับใบหน้า ขนตางอนยาวเรียงเป็นแพสวยงาม จมูกเชิดรั้นน่ากัด ริมฝีปากจิ้มลิ้มอมชมพูน่าจูบลิ้มรสให้หนำใจ
เขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลย เธอสวยสะกดจนเขาตกอยู่ในภวังค์
“แล้ว... แล้วนี่แยมกับนาวหายไปไหน” เอ่ยถามครั้งที่สายตายังมองดารินทร์อยู่
“อ๋อพี่แยมกับพี่นาวติดทำวิจัยก็เลยไม่สะดวกมาครับ” แบงค์ตอบ
“อืม ปกติของปีสี่แหละ ยังไงก็ตามสบายเลยนะ”
“เฮียไม่ได้มานั่งกินกับพวกผมเหรอ” บาสถาม เนื่องจากปกติเตโชจะมานั่งกินนั่งดื่มด้วย อย่างน้อยก็สิบถึงยี่สิบนาที
“กูมีธุระต้องไปต่อ วันนี้ไม่สะดวกเดี๋ยวไว้คราวหน้าแล้วกัน” เตโชตอบรุ่นน้อง เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนจะหันหลังเดินจากไป ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองตามเขาจนสุดทาง
เตโชตั้งใจมาที่นี่เพราะรู้ว่ารุ่นน้องในสายรหัสมากินเลี้ยงกันก็เลยอยากแวะเข้ามาทักทายหน่อย
ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเด็กสาวเจ้าของดวงตาสดใสและรอยยิ้มชวนหลงใหลนั่น
นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยถูกใจใครแบบนี้
น้องครีมของเฮีย~
มาแล้วค๊าบ
แวะมาเปิดตัวเฮียเตชกับน้องครีม
ฝากติดตาม กดหัวใจ กดเข้าชั้น เพื่อเป็นกำลังใจให้ควีนน๊า เยิฟๆ
อยู่ที่ไร่เวลาผ่านไปไวจนไม่ทันตั้งตัว เผลอแป๊บเดียวครบอาทิตย์แล้วที่เธอกับเตโชมาพักอยู่ที่นี่“เฮีย หนูหิวอ่า” คนหิวร้องประท้วงพลางเอามือลูบท้องที่นูนเด่นขึ้นมาโชว์คนข้าง ๆ อากาศดีแบบนี้ ถ้ามีของกินมาช่วยเสริมคงจะดีมาก“อะไรล่ะ ดื้อเพิ่งกินไปเมื่อกี้นี้เองนะ พอแล้วมั้ง” เตโชขัด ไม่ใช่ว่าจะทรมานนะแต่เขาเป็นห่วงต่างหาก ว่าที่คุณแม่ชักจะกินของว่างบ่อยเกินไปแล้วทว่าคนโดนขัดคอกลับหันมาตวัดสายตาดุใส่ บรรยากาศการดูดาวค่ำคืนนี้ดูจะไม่สดใสเสียแล้วเมื่อเธอเริ่มขุ่นมัวที่โดนเตโชขัดใจ“อ๋อ เดี๋ยวนี้ขอแค่นี้ไม่ได้แล้ว!?”เตโชถอนหายใจ เขาอุตส่าห์ให้คนตั้งโดมใสเพื่อตั้งใจพาเธอมานั่งดูดาวตรงชานระเบียงบ้านกันแท้ ๆ อารมณ์อยากชวนดูดาวแต่กลัวเมียโดนยุงกัดหมอบอกว่าไข้เลือดออกต้องระวังนี่นา ท้องอยู่ด้วย…“ใจเย็นสิ เฮียแค่ห่วง ไหนดื้อบอกจะคุมน้ำหนักคุมเบาหวานตามหมอบอกไงล่ะ กินแต่ของว่างแบบนี้จะคุมยังไงก่อน”“ก็หนูหิวไงคะเฮีย! มันเข้าใจยากตรงไหน” เด็กสาวเริ่มพาลใส่ ในเมื่อคนมันหิวมันห้ามปากได้ที่ไหนเล่า!“เอางี้ เดี๋ยวเฮียไป
เป็นครั้งที่… ไม่รู้สิ เกือบร้อยได้แล้วมั้งที่เธอเผลอระเบิดอารมณ์ใส่เขาโดยควบคุมตัวเองไม่ได้ มันทำให้เธอต้องมานั่งร้องไห้เสียใจเหมือนคนเป็นบ้าอยู่แบบนี้หลังจากเริ่มใจเย็นขึ้น ดารินทร์รู้สึกแย่กับตัวเองมาก อาการท้องทำให้เธอเหวี่ยงวีนง่ายมากจนกลัวว่าพ่อของลูกจะทนไม่ไหวเข้าสักวัน “ดื้อร้องไห้ทำไมครับ” เตโชรีบเข้ามาปลอบเมื่อเห็นเธอร้องไห้ หลังจากโดนระเบิดลูกใหญ่จากเธอหล่นใส่หัวเขาหลบสายตาเด็กสาวไปอยู่เงียบ ๆ สักพักโดยไม่คิดตอบโต้ เพื่อรอให้เธออารมณ์เย็นลงแล้วจึงค่อยโผล่หน้ามาหา เขาไม่อยากให้เธอเป็นแบบนี้เลย ถึงจะรู้ว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายกำลังตั้งท้องลูกของเขาก็เถอะ แถมตอนนี้ก็ปาเข้าไปสี่เดือนกว่าแล้วด้วย เขากลัวว่าอาการของเธอจะส่งผลถึงเด็กในท้องและตัวเธอเองด้วย “ฮึก หนู…หนูขอโทษ หนูไม่อยากอาละวาดแบบนี้เลย ฮือออ…” น้ำตาเธอไหลพรากไม่หยุดขณะพูดจนฟังไม่ค่อยถนัด เตโชพยายามฟังและค่อยเช็ดน้ำตาให้อย่างปลอบประโลม “โอ๋ ไม่เป็นไรนะ เฮียไม่โกรธดื้อ เฮียเข้าใจดื้อนะครับ” “ฮือ ๆ หนูเสียใจ”
วันต่อมา... แสงแดดส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาแยงตาจนดารินทร์ลืมตาตื่นด้วยความงัวเงีย เธอรู้สึกว่าร่างกายตัวเองอ่อนเพลียไปหมด ไร้เรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะลุกขึ้นลงจากเตียงด้วยซ้ำไป ทว่าความทรงจำเลวร้ายเมื่อวานย้อนกลับมาทำร้ายเธอจนต้องกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เตโชที่ลงมาเตรียมอาหารรอข้างล่างได้ยินเสียงเมียเด็กร้องก็ตกใจรีบวิ่งขึ้นไปหาเธอบนห้องทันที “ดื้อเป็นอะไรครับ” เขาโอบกอดเธอที่กำลังตัวสั่นเอาไว้แนบอก “หนูกลัวมากเลย ฮือ ๆ กลัวลูกจะไม่อยู่กับเรา” ดารินทร์ตอบเขาเสียงสั่นไปหมด นึกไม่ออกเลยว่าหากเสียลูกไปเธอจะทำใจได้ยังไง จะอยู่ยังไง เธอคงขาดใจแน่ เป็นเพราะเธอใจร้อนแท้ ๆ ถึงทำให้เกือบจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดแล้ว “ดื้อใจเย็น ๆ ก่อนนะ ตอนนี้ลูกยังปลอดภัยดี เดี๋ยวเฮียพาดื้อไปอาบน้ำแล้วเราลงไปกินข้าวกันนะ เฮียทำอาหารที่ดื้อชอบรอไว้แล้ว” “หนูรู้สึกไม่สบายตัวเลยเฮีย ไม่รู้สิ มันบอกไม่ถูก” เมื่อว่าที่คุณแม่บอกอย่างนั้น ชายหนุ่มจึงแสดงตัวเป็นสามีและพ่อที่ดีอุ้มเธอไปอาบน้ำด้วยกัน ก่อนจะพาลงมาทานข้าวข้าง
วันต่อมา...ดารินทร์ก็ต้องแปลกใจเมื่อเตโชเอาใจเธอด้วยการพาไปชอปปิ้งในห้าง แต่เธอแทบไม่มีอารมณ์จะซื้ออะไรจึงกลายเป็นว่าเธอมาเดินเล่นเฉย ๆ เตโชสังเกตว่าสีหน้าของเธอแทบไม่ต่างจากเมื่อวานเลย ต่างแค่ตอนนี้เธอไม่ทำหน้ายักษ์ใส่เขาแล้วเท่านั้นเองเขาอยากเอาใจเธอมาก แต่ไม่ว่าเขาจะชี้ชวนให้เธอซื้ออะไรเด็กสาวก็ไม่หือไม่อือกับเขาเลย ขนาดเขารูดซื้อของให้ไปตั้งมากมายเธอยังไม่รู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างที่ควรจะเป็น“พักหน่อยไหม เดินนานแล้ว ตรงนั้นมีร้านขนมด้วยนะ เลขาเฮียบอกว่าอร่อยมาก ไปลองกินหน่อยไหม หรือดื้ออยากกินอย่างอื่นไหม เดี๋ยวเฮียพาไป”“กินอะไรก็ได้” ดารินทร์ว่าอย่างขอไปที เธอเบื่อมากจนอยากจะหนีเขาไปให้ไกล ๆ สองเท้าเดินตามเขาไป พลางมองหาทางหนีไปด้วย หากหนีท่ามกลางคนมากมายในห้างแบบนี้คงยากที่เขาจะตามตัวเธอได้ทันแต่มันก็แค่คิดในเมื่อเขาแทบจะสิงร่างเธออยู่แล้ว แถมยังจับมือเธอไว้ไม่ปล่อย ถ้าเธอวิ่งไปก็อาจจะชนใครสักคนจนบาดเจ็บได้อีกยังไม่ทันถึงร้านขนมที่ว่าก็ผ่านร้านของใช้เด็กเสียก่อน ดารินทร์หยุดชะงักอยู่ตรงกระจกหน้าร้านพร้อมกับสายตาที่มองสิ












Ulasan-ulasan