ตอนที่8 🦋หมวยผิดไร หมวยแค่เป็นตัวของตัวเอง
ในที่สุดก็ถึงวันจันทร์... วันที่หมวยลี่ไม่พึงประสงค์เอาเสียเลย ทำไมวันหยุดมันถึงได้ผ่านไปรวดเร็วขนาดนี้นะ เสาร์อาทิตย์ทำไมถึงมีแค่สองวันกัน! โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!
ภายในรถยนต์คันหรูที่จอดสนิทอยู่ ณ ลานจอดรถของมหาวิทยาลัย หมวยลี่ยังคงนั่งอิดออดไม่ยอมก้าวขาลงจากรถเสียที ร่างเล็กเอนพิงเบาะบิดขี้เกียจซ้ายทีขวาทีครั้งแล้วครั้งเล่า ใบหน้าหวานบูดบึ้งงอง้ำพลางบ่นกะปอดกะแปดกับตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์กับการต้องกลับมาเรียน
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นรัว ๆ ขัดจังหวะการดื่มด่ำความขี้เกียจ หมวยลี่ตวัดสายตาไปมองก็พบว่ามีหญิงสาวประมาณสามสี่คนยืนล้อมรอบรถเธออยู่ แต่ละคนกอดอกทำหน้าตาเอาเรื่องถมึงทึงส่งมาให้
เด็กสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะสบถอุบอย่างหัวเสียในลำคอ ถ้าให้เธอเดาจากเซนส์...คงไม่พ้นเรื่อง แฟนของพวกหล่อนแน่ ๆ ที่ชอบส่งข้อความ ไดเรกต์ไอจีหรือทักไลน์มาหว่านเสน่ห์ขายขนมจีบให้เธอ
หมวยลี่เจอเรื่องน่ารำคาญแบบนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่เปิดเทอมจนตอนนี้ ก็ยังคงมีข้อความหน้าม่อจากพวกผู้ชายหน้าไม่อายส่งมาเรื่อย ๆ ซึ่งเธอก็เลือกที่จะไม่สนใจ เพราะคนพวกนั้นนิสัยแย่เกินทน
มิหนำซ้ำเธอยังไล่บล็อกทิ้งไปไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย แต่ไหงกรรมพัดกรรมซัด เมีย ๆ ของพวกนั้นถึงลากพวกมาหาเรื่องเธอถึงรถล่ะเนี่ย!
หมวยลี่ดับเครื่องยนต์ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวขาเรียวสวยลงไปเผชิญหน้าอย่างสง่างาม
"มีธุระอะไรกับฉันไม่ทราบ!?" หมวยลี่เอ่ยถามเสียงเรียบ เชิดหน้านิด ๆ ตามสไตล์
"ยังจะมาทำหน้าซื่อตาใสอีกนะอีหมวย! หน้าตาก็ดีแต่ชอบแย่งแฟนชาวบ้านเขาไปทั่ว ร่านนักเหรอฮะ!" หญิงสาวที่เป็นหัวโจกเปิดฉากด่าทอฉอด ๆ ทันทีที่เห็นหน้าเธอ
หมวยลี่นิ่งไป ใบหน้าหวานฉายแววชินชาชวนหมั่นไส้ ตลอดสี่เดือนที่เข้าเรียนมหาลัย คำด่าทอไร้สาระพวกนี้มันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จนเธอขี้เกียจจะจำ
ทว่าคนอย่างคุณหนูหมวยลี่มีหรือจะยอมยืนเป็นเป้านิ่งให้คนอื่นมารุมชี้หน้าด่าฟรี ๆ
เด็กสาวเหยียดยิ้มมุมปาก ตวัดสายตามองจิกกลับพลางเอ่ยประชดประชันกวนประสาท
"อุ๊ย... แย่งเหรอ? พูดให้มันดี ๆ หน่อยน้า ระวังคำพูดหน่อยก็ดี... เพราะถ้ายังด่าฉันไม่เลิกแบบนี้ เดี๋ยวแม่ก็เอาทำผัวจริง ๆ ซะหรอก จะได้ด่าได้เต็มปาก! เอาไหม!"
"อีบ้า! แกอ่อยผัวคนอื่นเขาชัด ๆ ! อย่ามาทำเป็นปากดีนะ แฟนฉันเขาเป็นคนดี ไม่เคยมีนิสัยเจ้าชู้ แกนั่นแหละที่ไปให้ท่าเขาจนเขาหลง!" อีกคนรีบสอดปากเข้าข้างแฟนตัวเองสุดฤทธิ์จนน่าขำ
หมวยลี่เบะปากมองบนด้วยความระอา พลางแค่นหัวเราะกวน ๆ
"โถ... พวกเธอเอาตาข้างไหนดูเหรอว่าแฟนตัวเองไม่เคยนอกใจน่ะ? หูหนวกตาบอด ลืมตาขึ้นมาดูโลกภายนอกบ้างเถอะเนาะ อย่ามั่นใจในตัวผู้ชายสันดานแบบนั้นเลย เห็นแล้วขำ... อ้อ แล้วก็ช่วยกรุณากลับไปเช็กโทรศัพท์แฟนตัวเองด้วยนะจ๊ะ ว่าใครเป็นฝ่ายทักมาตื๊อฉันจนฉันต้องบล็อกหนี สติค่ะสาว!"
"อีหมวย! มึง... มึงด่ากูเหรอ! ทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย!"
คำตอกกลับนิ่ม ๆ แต่เจ็บจี๊ดถึงทรวงทำเอาพวกหล่อนปรี๊ดแตก หัวโจกขยับตัวง้างมือทำท่าจะพุ่งเข้ามาตบหมวยลี่ทันที ทว่า...
"หยุดนะ! คิดจะทำอะไรเพื่อนฉันฮะ!"
เสียงแหลมใสทรงพลังของฮันนี่ดังแทรกขึ้นมาดั่งระฆังช่วยชีวิต เพื่อนรักวิ่งหน้าตั้งเข้ามาแทรกกลางระหว่างหมวยลี่กับกลุ่มหญิงสาวพวกนั้นทันที
ฮันนี่กางแขนปกป้องเพื่อนสุดฤทธิ์ แววตาคู่งามฉายแววใจกล้าไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น เรื่องรักเพื่อนพ้องขอให้บอก... ถ้าพวกแกกล้าตบมา เพื่อนฉันตบกลับคูณสองแน่!
ฮันนี่เชิดหน้าสู้ พลางพ่นคำด่าที่ทำเอาหน้าชาไปถึงชาติหน้าใส่กลุ่มตรงหน้าไม่ยั้ง
"เป็นอะไรกันฮะ!? มายืนรุมทึ้งเพื่อนคนอื่นเหมือนคนไม่มีการศึกษาลืมหูลืมตาไม่ขึ้นแบบนี้ แฟนพวกแกเป็นเทวดามาจากไหนเหรอถามจริง? เพื่อนฉันน่ะทั้งสวย ทั้งรวย ระดับคุณหนูหมวยลี่คงไม่ลดตัว ลดเกียรติไปเอาแฟนหน้าตัวเมียของพวกแกมาทำผัวให้เสนียดหอยหรอกย่ะ! ขยะเปียกแบบนั้นเก็บใส่ถังไว้บูชาคนเดียวเถอะ อย่าลามปาม!"
"กรี๊ดดดด! มึงเป็นใครฮะมาด่าพวกกู!"
"เป็นเพื่อนหมวยลี่ไง! มีอะไรไหม? ถ้าคิดจะตบก็เข้ามาเลย ยัยพวกสมองฝ่อ! วัน ๆ ไม่หัดสั่งสอนผู้ชายของตัวเองปล่อยให้เที่ยวแจกไลน์แจกเบอร์คนอื่น พอเขาไม่เล่นด้วยก็พาลมาโทษคนสวย ไป๊! ไปไกล ๆ เลยนะ ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาลากคอพวกแกออกไปประจาน!" ฮันนี่ตะโกนตอกกลับอย่างเหนือกว่า
"กรี๊ดดดดดด! ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้เจอข้างนอกนะ! ฉันตบแน่!"
กลุ่มหญิงสาวพวกนั้นเต้นเร่า ๆ กรีดร้องลั่นลานจอดรถด้วยความขัดใจและทำอะไรไม่ได้ เพราะนอกจากจะสู้ฝีปากอันจัดจ้านของฮันนี่ไม่ได้แล้ว สายตาของนักศึกษาคนอื่น ๆ ก็เริ่มหันมามองพวกหล่อนเป็นตาเดียว สุดท้ายจึงทำได้เพียงสะบัดตูดเดินกรี๊ดหนีออกไปด้วยความอับอายขายขี้หน้า
"เป็นไงมั่งแก มันทำอะไรแกป่ะยัยหมวย?" ฮันนี่หันขวับมามองเพื่อนรักทันทีพลางสำรวจร่างกาย
"ไม่เป็นไรหรอกแก ขอบใจมากนะฮันนี่... ไม่งั้นฉันคงต้องเหนื่อยล้างมือหลังตบคนแน่ ๆ" หมวยลี่คลี่ยิ้มบางก่อนจะส่ายหัวระอา
สองเพื่อนซี้หัวเราะคิกคักให้กัน ก่อนจะพากันเดินกอดแขนก้าวเข้าตึกเรียนไปอย่างผู้ชนะ โดยไม่แคร์สายตาขี้อิจฉาของใครหน้าไหน
เวลา 12.20 น.
หลังจากความวุ่นวายตอนเช้าผ่านไป รายงานที่ปั่นมาอย่างยากลำบากและการรบรากับแก๊งมนุษย์ป้าข้างบ้านในลานจอดรถ ในที่สุดเสียงระฆังช่วยชีวิตอย่างเวลาพักเที่ยงก็มาถึง
หมวยลี่และฮันนี่พากันเดินออกจากตึกเรียน มุ่งหน้าตรงไปยังโรงอาหารของคณะมนุษยศาสตร์ด้วยความหิวโซ
แต่ทว่าทั้งสองก็ต้องยืนอึ้งลงทันตา เพราะร้านค้าแต่ละร้าน ป้ายเมนูแนะนำถูกคว่ำลงหมดแล้ว ของกินไม่เหลือรอเลยสักอย่าง เนื่องจากพวกเธอเลิกคลาสเลทกว่าห้องอื่น จะเหลืออยู่ก็แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวชืด ๆ ที่พวกเธอไม่ค่อยจะโปรดปรานเท่าไรนัก
"ฮันนี่ เอาไงดีอ่ะ ร้านโปรดหมดเกลี้ยงเลย จะไปกินที่ไหนกันดี ออกไปนอกมหาลัยเลยไหม? หรือแกอยากกินอะไร" หมวยลี่หันไปถามเพื่อนรักพลางทำหน้าเซ็ง
ฮันนี่ยืนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะฉายแววแพรวพราวออกมาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์
"แกว่า... อาหารที่คณะวิดวะมันจะอร่อยเหมือนที่คณะเราป่ะ?"
หมวยลี่เห็นรอยยิ้มแบบนั้นก็รู้ทันที เธอหัวเราะในลำคอพลางชี้หน้าเพื่อน
"อย่าบอกนะว่าแก..."
"เออซิจ๊ะ! ป่ะ... ไปกินข้าวคณะวิดวะกัน!"
ฮันนี่ยักคิ้วหนึ่งที เรื่องกินข้าวน่ะมันแค่ข้ออ้าง แต่อุดมการณ์ที่แท้จริงคือการลากกันไปส่องหนุ่มวิศวะล่ำ ๆ ในช็อปต่างหากล่ะ!
สุดท้ายหมวยลี่ก็ต้านทานแรงเบียดเสียดของความหิวและแรงลากของเพื่อนรักไม่ไหว พวกเธอพากันเดินไปขึ้นรถป๊อป (รถโดยสารภายในมหาวิทยาลัย) เพื่อเดินทางข้ามไปยังคณะวิศวกรรมศาสตร์
เนื่องจากแต่ละคณะในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างกันพอสมควร นั่งรถรับลมเย็น ๆ ไปไม่นาน รถป๊อปก็มาจอดเทียบที่หน้าแดนตึกแดง
สองสาวก้าวลงจากรถ พลางหันซ้ายแลขวาสำรวจสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ ก่อนที่สายตาของฮันนี่จะเหลือบไปเห็นป้ายคณะขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าตึก เธอรีบสะกิดแขนหมวยลี่พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"แก ๆ ๆ! เขาว่ากันว่า... ถ้าเราได้มาลูบป้ายคณะไหน เราจะได้แฟนอยู่คณะนั้นแหละแก!"
หมวยลี่ขมวดคิ้วมุ่นทันที ทำเสียงขึ้นจมูกใส่เพื่อน
"แกมั่วแล้วฮันนี่! ไม่มีจริงหรอก ไร้สาระ งมงายมาก อ่ะยุคไหนแล้ว"
ปากก็บอกว่าไม่เชื่อและงมงาย ทว่าพูดจบปุ๊บ หมวยลี่กลับเดินตรงเข้าไปยืนหน้าป้ายคณะขนาดใหญ่ทันที รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า ก่อนจะยื่นมือบางไปลูบไล้ตั้งแต่หัวป้ายลากยาวไปจนสุดปลายป้ายอย่างตั้งอกตั้งใจ
ฮันนี่ที่ยืนเท้าเอวเบะปากมองอยู่ถึงกับหลุดขำ ทนหมั่นไส้ไม่ไหวต้องเอ่ยแซวทันควัน
"แหมมมมมม! ไอ้คนไม่เชื่อนี่ลองก่อนฉันเลยนะยะ! ปากบอกว่างมงายแต่ขานี่วิ่งนำไปนู่นแล้ว!"
พูดจบฮันนี่ก็รีบวิ่งเข้าไปแจม ยื่นมือไปลูบป้ายคณะตามเพื่อนบ้าง ทั้งสองคนหัวเราะคิกคักหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานตามประสา โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตเลยสักนิดว่า
ณ มุมหนึ่งของตึก มีสายตาคู่หนึ่งกำลังยืนกอดอกจ้องมองการกระทำอันน่าเอ็นดูแกมแปลกของพวกเธออยู่เงียบ ๆ
เมื่อลูบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำคณะเสร็จเรียบร้อย สองสาวดาวเด่นจากคณะมนุษยศาสตร์ก็พากันเดินนวยนาดก้าวเข้าสู่โรงอาหารคณะวิศวะ ทันทีที่ร่างระหงของหมวยลี่และฮันนี่ปรากฏสู่สายตาสาธารณชน
บรรยากาศรอบข้างก็ดูเหมือนจะเงียบเสียงลงไปถนัดตา พวกเธอตกเป็นเป้าสายตาและเป็นจุดเด่นขึ้นมาทันที เสื้อนักศึกษาพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอผ่าสูงของหมวยลี่ขับให้เธอดูดียิ่งกว่าใคร
แต่แล้ว เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงกระซิบจากโต๊ะม้านั่งหินอ่อนข้าง ๆ ก็ดังลอยมาเข้าหู
"เฮ้ยแก... ใช่ยัยหมวยลี่กับฮันนี่คณะมนุษยป่ะวะ? ที่เขาลือกันอ่ะ" เสียงหญิงสาวต่างคณะคนหนึ่งกระซิบบอกเพื่อนในกลุ่มด้วยน้ำเสียงและแววตาเหยียด ๆ
"เออชัวร์! แหม... ข้ามถิ่นมาถึงนี่เลยเหรอ เห็นเขาพูดกันหนาหูว่าเป็นนักล่าแต้มไม่ใช่เหรอแก? ที่ชอบเก็บผู้ชายกินยกตี้อ่ะ สวยซะเปล่าแต่ร่อนไปทั่ว"
"เออจริง! เสียดายความสวยว่ะ แต่ก็ดีนะ ใช้ถูกทางแล้วแหละ"
"ถ้าฉันสวยเหมือนพวกหล่อนนะ ฉันก็คงเก็บผู้ชายยกตี้เหมือนกันแหละ ฮ่า ๆ"
คำนินทาระยะเผาขนทำเอาหมวยลี่ชะงักเท้า นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ชัดเลย...
ชื่อเสียงของพวกเธอมันคงจะโด่งดังระบือไกลพอสมควร แต่ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าอีข่าวลือไร้สมองพวกนี้มันจะลามปามและดังไกลข้ามฝั่งมาถึงถิ่นคณะวิศวะขนาดนี้