เข้าสู่ระบบ“คุณหอมไปทั้งตัวเลย...ที่รัก” ‘ที่รัก’ ถ้อยคำของเขาทำให้ร่างกายของหญิงสาวแทบจะละลาย เธอสะดุ้งเมื่อใบหน้าของเขาเลื่อนลงไปที่กึ่งกลางความเป็นอิสตรี สิ่งที่ไม่เคยคาดคิดหรือจินตนาการได้เกิดขึ้น ชายหนุ่มแหวนเรียวขาแยกออกแล้วเขาก็ทำตัวเป็นผีเสื้อหนุ่มดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้ ร่างกายดอกไม้พลิ้วไหวตามแรงปรารถนา ระลอกแล้วระลอกเล่าที่ผีเสื้อหนุ่มปรนเปรอดอกไม้จนเธอหวีดร้องออกมาอย่างไม่เคยเป็น หญิงสาวคิดว่านั่นคือจุดจบของอารมณ์หฤหรรษ์ ทว่าศิริชัชทำให้รู้ว่ามันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เมื่อร่างใหญ่แทรกแก่นกายเข้ามาอย่างลึกล้ำและแนบสนิท เธอผวาเฮือกใหญ่กอดเขาไว้แน่น ชายหนุ่มจูบริมฝีปากหวานอย่างปลอบโยนและค่อยๆ เพิ่มความร้อนแรงให้เธอที่ละน้อย สะโพกของเขาทำงานอย่างรู้หน้าที่ให้ตายเถอะ! เขาไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน เขาปรารถนาจะครอบครองเธอไม่ให้ใครได้แนบชิดหญิงสาวอีก ต้องมีแต่เขาเท่านั้นที่ได้ครอบครองเธอเช่นนี้ ทุกขณะที่โหมร่างกระแทกใส่หญิงสาว เขาคิดได้แค่เพียงว่าจะไม่ให้ใครพรากเธอไปจากเขา ทางเดียวเท่านั้นคือ...“ไม่...ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้ว”“ผมอยู่นี่
เสียงหัวเราะของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวหันกลับไปทันที แต่กลายเป็นว่าเขาเดินมาใกล้แล้วเท้าแขนคร่อมร่างเล็ก ทำให้เอวของเธออยู่ที่ราวระเบียงและไม่อาจหนีไปจากวงแขนของเขาได้ “แล้วพาฉันมาที่นี่ทำไม?” “ผมอยากคุยกันกับคุณ” “คุยกัน! เราก็คุยกันได้ไม่ต้องลักพาตัวแบบนี้” พอคิดแบบนี้แล้วเธอก็อดกังวลไม่ได้ เธอหายไปกี่วันแล้ว เปมิกา ช้องนาง พี่หม่อนและคนอื่นๆ ต้องเป็นห่วงหรือไม่ก็แจ้งความคนหายไปแล้วก็ได้ “ที่นี่เป็นรีสอร์ทของพ่อผมเอง” ศิริชัชเม้มริมฝีปาก ข่มใจไม่ให้ตัวเองชิมความหวานจากริมฝีปากที่เผยอขึ้นอย่างไม่รู้ตัวของอีกฝ่าย “ผมแค่อยากคุยเป็นการส่วนตัวกับคุณ” “รีสอร์ทของพ่อคุณ?” มาริสาทำหน้างุนงง “คุณเป็นใครกันแน่? คุณธนา” “ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้ชื่อธนา” “เป็นไปได้ไง” มาริสาส่ายหน้าไปมา “คุณโกหก” “ผมไม่เคยบอกสักคำว่าผมชื่อธนา” เขายักไหล่ “มีแต่คุณกับเพื่อนนั้นแหละที่เข้าใจผิดเรียกผมกับธนาสลับกัน” “เรียกสลับกัน?” มาริสาอ้าปากค้าง “ถ้าอย่างนั้น คุณก็คือคุณชายศิริชัช...” “คร
ธนามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชม ระหว่างทีเขาค้นข้อมูลเพื่อสืบประวัติมาริสา มันทำให้เขาได้รู้จักเปมิกาไปด้วย เธอเป็นผู้หญิงเก่งและน่ารัก แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นเมื่อครู่ที่ถูกเจ้านายเรียกมาสั่งเก็บรายการฯ ของเธอ หญิงสาวยังไม่โวยวายหรือกรีดร้องสักนิด แต่เขารู้ว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมเขาง่ายๆ เธอเหมือนคนที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้ตลอดเวลาที่มีโอกาสเปมิกาไม่อยากยอมรับเลยว่า การเข้าใจผิดของเธอนั้นจะนำเรื่องยุ่งๆ กลับมาสู่ตัวเองได้มากมายขนาดนี้ และในขณะเดียวกันเธอกลับรู้สึกดีที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ ‘คุณชายศิริชัช’ แต่เป็น ‘ธนา’ ผู้ติดตามและเป็นผู้ช่วยของคุณชายศิริชัช ธนาเปิดแนะนำตัวเองรวมทั้งประวัติที่แท้จริงอย่างไม่ปิดบัง ดูเขามั่นใจกับการเป็นลูกคนรับใช้ในบ้านที่มุ่งมั่นศึกษาจนสำเร็จในระดับปริญญาโทและเข้ามาช่วยงานในบริษัทของม.จ.ชัชวาล บิดาของคุณชายศิริชัช“คุณไม่ต้องกังวลหรอก ทางบริษัทฯ ไม่ไล่คุณออกแน่นอน” ธนาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ “ข้อเสนอและข้อตอบแทนที่ทางเรามอบให้บริษัทฯของคุณเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย เจ้านายคุณดูท่าจะมีความสุขกับข้อเสนอของเราด้วยซ้ำ”
‘หนูนา’ ‘หนูนาไม่ได้บอกให้พี่นริศเลิกรอคนรักกลับมา’ น้ำตาใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาอย่างที่หญิงสาวก็ไม่รู้ตัว ‘อย่ามาคิดแทนหนูนาเลยค่ะ หนูนายินดีที่จะเจ็บปวดกับการรอคอยครั้งนี้ ซึ่งมันคงไม่ต่างจากที่พี่นริศรอคนรักกลับมาหรอกค่ะ’ นริศก้มมองใบหน้าที่เปื้อนหยดน้ำตาด้วยความปวดร้าว เขายกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าหวานเบาๆ ช้องนางเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอาทรแม้ในใจจะปวดร้าวเท่าใดก็ตาม หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้นยื่นปากแตะริมฝีปากของชายหนุ่มเบาๆ ขณะที่เธอผละออกจากเขา สองแขนของชายหนุ่มก็โอบกอดหญิงสาวเข้ามาชิดใกล้ รสหวานและริมฝีปากนุ่มละมุนทำให้เขาไม่อยากผละจากไป ดวงตาของทั้งสองผสานกันราวกับจะค้นหาบางสิ่งที่หล่นหายไปในวันเวลา ราวกับโลกหยุดหมุนไปเมื่อนริศกดจุมพิตที่ริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง การบุกรุกอย่างอ่อนโยนของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวประหลาดใจแต่ก็เปิดใจรับด้วยการเปิดริมฝีปากให้ปลายลิ้นของอีกฝ่ายเข้ามาชิมความหวานในโพลงปาก มือใหญ่เลื่อนลูบไล้แผ่นหลังของหญิงสาวจนร่างกายเธอร้อนผ่าวไปหมด สองขาแทบไร้แรงทรงตัวจนต้องเอนตัวพิงอีกฝ่าย มือ
มาริสาอ้าปากจะต่อว่าแต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่ามีมือใครบางคนสอดมาด้านหลังรัดเอวบางของเธอไว้ ร่างบางผงะไปด้านหลังเล็กน้อยก็ปะทะกับแผงอกกว้าง ยังไม่ทันหันกลับไปมองเธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังอยู่เหนือศีรษะ “มาอยู่นี่เองหรือที่รัก” “!!!” มาริสาเบิกตาโตอย่างตกใจไม่คิดว่าจะได้เจอผู้ชายปากร้ายที่นี่ “อ้อ! มีคนมาด้วยก็ไม่บอก” เตชินท์ฝืนยิ้มแล้วยักไหล่เดินจากไปอย่างไม่สนใจหญิงสาวอีก “นายธนา!” มาริสาต่อว่าไม่ดังนักเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน “นายมาทำอะไรที่นี่!!” “ผมก็ตามคุณชายมานะซิ” ศิริชัชยังคงสนุกที่สวมบทเป็นธนา เขายิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกระชับเอวบางเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น ทำให้สังเกตอะไรๆ ได้โดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว “คุณหนูมาริสามาคนเดียวได้ไง คนติดตามไม่มาด้วยเหรอครับ” เปมิกาที่ได้ยินสนทนาจากเครื่องสัญญาณสื่อสารถึงกับสะดุ้งแล้วแสร้งทำหน้าเคร่งขรึม แอบหวังในใจว่าจะได้เจอชายหนุ่มอีกคน “ฉันมาคนเดียวยะ” มาริสาพยายามแกะแขนที่รัดรอบเอวเธอออก “นายถือดียังไงมาทำแบบนี้ ปล่อยได้แล้วนะ” “แหม! ก็ผมไม่ค่อยได้มางานแบบ
“ถ้าคุณหญิงทราบว่าท่านชายกลับมาแล้วผมไม่รายงานละก็...” ธนาไม่อยากจะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดในใจเลย “ชีวิตอิสระกำลังจะหมดแล้ว” ศิริชัชไหวไหล่เบาๆ “ได้เวลาเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง” “ผมไม่เข้าใจคุณชายเลย” ธนาเอ่ยพลางมองเจ้านายผ่านกระจกส่งหลังรถ “คุณชายมีพร้อมทุกอย่าง” “แต่ขาดอิสรภาพไง” ศิริชัชหัวเราะขืนๆ “ฉันต่างหากที่อิจฉานาย” ธนาทำท่าจะเอ่ยอะไรต่อแต่ก็เปลี่ยนใจ เขานิ่งและปล่อยให้ความเงียบครอบงำ เผลอปล่อยใจให้คิดถึงหญิงสาวร่างเล็กแสนปราดเปรียว เธอดูเป็นสาวทำงานที่แสนจะมั่นใจทั้งที่ดูจากประวัติแล้วเพิ่งจะเรียนจบแท้ๆ หากว่าเขาได้พบเธอในสถานการณ์ปกติคงจะดีกว่านี้ไม่น้อย นี่เธอกลับเข้าใจว่าเขาเป็น “คุณชายศิริชัช” เสียนี่ ถ้าเธอรู้ความจริงว่าเขาไม่ใช่อย่างที่เธอคิด...เธอจะทำอย่างไรกัน “เปมิกา” ธนาเผลอรำพึงชื่อหญิงสาวที่คิดถึงออกมา พอรู้ตัวก็รู้สึกว่าคนขับรถเหลือบตามองนิดๆ ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าตนเองเป็นเคร่งขรึม ไม่นานนักรถเก๋งคันหรูก็มาถึงโรงแรมที่หมาย ธนาก้าวลงจากรถแต่ยังช้าไป คุณชายศิริชัชรีบเปิดประตูรถลงมาก่อนที่
ช้องนางเดินมาเปิดประตูออฟฟิศเมื่อได้ยินเสียงกดกริ่ง อาหารปิ่นโตที่สั่งไว้มาถึงพร้อมรอยยิ้มคุ้นเคยกับพนักงานส่งอาหารที่เห็นหน้ากันแทบทุกวัน หญิงสาวทักทายสองสามคำขณะส่งเงินให้แล้วเดินกลับเข้ามาด้านในซึ่งมีเพื่อนซี้สองคนนั่งรออยู่ด้วยความกระวนกระวาย “มาแล้วจ้
ชายหนุ่มอดหงุดหงิดกับการจราจรในเมืองหลวงไม่ได้ นี่อาจเป็นหนึ่งในหลายๆ เหตุผลที่เขาไม่อยากจะใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เท่าไหร่นัก แม้ว่าจะมีธุรกิจอยู่ที่นี่แต่เขายินดีที่จะเดินทางไปมาระหว่างเชียงใหม่-กรุงเทพฯ เขาคิดอยู่บ่อยๆ ว่าคนกรุงเทพฯ นี่ช่างอดช่างทนดีแท้แต่คงยกเว้นน้องสาวตัวแสบของเขาคนหนึ่งหล
“พี่หมอกค่ะไปหามุมสวยๆ ให้ใบเมี่ยงถ่ายรูปเจ้าตัวน้อยนี่หน่อยซิ” “ครับเจ้าหญิง” หมอกรับคำปนประชดนิดๆ แต่ก็ลุกขึ้นเดินไปหน้าบ้าน เหลียวซ้ายและขวา จะว่าไปก็ใช้แทบทุกมุมอยู่แล้ว แต่...บนเก้าอี้ยาวตัวนี้คงใช้ได้ เขาเผลอยิ้มแล้วเดินกลับเข้าไปช่วยอุ้มลูกหมาน้อยแล้ววางบนเก้าอี้ยาวที่ตั้งไว้นั่งเล่น
ชายหนุ่มถอดแว่นกันแดดออกเผยใบหน้าและดวงตาคมเข้มแต่มีแววอ่อนโยน มุมปากยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว เพียงแค่เขาเห็นหญิงสาวแปลกหน้าอุ้มลูกหมามอมแมมตามหาเจ้าของหมาน้อยตัวนั้นโดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าตัวเองจะเปื้อนเปรอะแค่ไหน “คุณชายครับ...คุณชายศิริชัช”






![summer เมษาพาเสียว [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
