LOGINฟาเรนท์...
เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ฉันพยายามหลบหน้าธันวา เพราะหลังจากวันนั้นที่เขาไปส่งฉันที่บ้านเขาก็ตามติดฉันตลอดถ้าว่างจากเรียนเขาก็จะไปดักรอรับฉันตอนเช้า ดีหน่อยที่ตอนเย็นไม่ได้เจอกันเพราะนายนั่นเรียนถึงดึกก็มี อย่างเช่นวันนี้ก็มีข่าวลือว่ามีนักศึกษาแพทย์ต่างมหาลัยมายืนรอใครบางคนที่ลานจอดรถ เมื่อวานก็มาที่ลานเกียร์ และฉันก็รู้ว่าคนคนนั้นคือธันวา
อันที่จริงที่หลบหน้าเขาเพราะฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำตัวยังไงเมื่อเจอเขาอีกครั้ง ยอมรับว่าตอนนี้กำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ทั้งกลัวเรื่องที่ทำเอาไว้กับนายนั่นจะรู้ถึงหูพี่ชายฉันด้วย
"ฟา ช่วงหลัง ๆ มานี่กูเห็นมึงปีนกำแพงหลังตึกคณะกลับบ้านทุกวัน มึงมีไรป่าววะ"
ไอ้หนึ่งถามฉันขณะที่เดินลงมาจากตึกคณะ
"ไม่มีอะไร แค่ขี้เกียจเดินไกลอะ"
ฉันหันไปตอบมัน
"มึงไม่เอารถมาเรียนเกือบสองอาทิตย์แล้วนะ เป็นไรอะ"
ไอ้สองก็ยิงคำถามมาอีก
"จอดไว้ฝั่งโน้นแน่ะ พวกแกกลับได้แล้วฉันรีบ เนี่ยฝนก็จะตกแล้ว"
ฉันบอกพวกมันก่อนจะเงยหน้ามองดูท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีก่อนจะรีบเดินนำหน้าพวกมันออกมา เพราะไม่อยากโดนเซ้าซี้ต่อ
"เออ ๆ ระวังตกกำแพงตายนะมึง"
ไอ้หนึ่งหันมาอวยพรฉันก่อนจะตบไหล่ไอ้สองให้เดินตามไป
"อึ๊บ!"
"ไม่น่าใส่ทรงเอมาเล้ย วันหลังใส่เกงยีนส์มาดีกว่าจะได้ปีนง่ายหน่อย"
ฉันบ่นกับตัวเองก่อนจะโยนกระเป๋าสีดำแบรนด์หรูข้ามรั้วไป และตามด้วยรองเท้าส้นเข็มสีดำอีกสองข้าง ฝั่งตรงข้ามที่ฉันจะปีนข้ามไปเป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเครือมหาลัยแถวนี้ แน่นอนว่าฉันจอดรถไว้ที่นี่แหละ
แค๊วก!
"เวรแล้ว!"
พอฉันขึ้นมานั่งคร่อมบนกำแพงได้เท่านั้นแหละ กระโปรงฉีกไปถึงเอวโน่น! ซวยจริง ๆ วันนี้
"จะนั่งแหกขาอ่อนโชว์อีกนานมั้ยครับคนสวย"
เดี๋ยวนะ... เสียงนั่น?
"นาย! ว๊าย!"
หมับ!
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรกับเจ้าของเสียงต่อ มือใหญ่ของคนที่ยืนอยู่ข้างกำแพงก็กระตุกข้อเท้าฉันแรง ๆ จนร่างของฉันร่วงลง
ตุบ!
"คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกในละครหรือไงที่จะมีผู้ชายไปรับก่อนจะตกจากกำแพงน่ะ"
ใบหน้ากวน ๆ มองมาที่ฉันหลังจากอุ้มฉันเอาไว้ได้เรียบร้อยก่อนจะส่งยิ้มกวน ๆ มาให้
"ถึงไม่มีพระเอกมารับเหมือนในละคร แต่ตอนนี้ก็มีตัวร้ายอย่างนายอุ้มฉันไว้อยู่ปะล่ะ"
ฉันพูดพลางเลิกคิ้วใส่เขากวน ๆ คืนบ้าง
"ปล่อยฉันลงได้แล้ว"
คนที่ฉันบอกให้ปล่อยยังทำมึน ก่อนจะอุ้มฉันเดินออกไปยังลานจอดรถด้านหน้าของโรงพยาบาล
"นี่นาย ปล่อยฉันลงนะ"
"ให้ฉันปล่อยเธอลง แล้วเธอจะได้เดินโชว์ขาอ่อนให้คนไข้ฉันตกใจหรือไง"
เมื่อฉันมองไปที่กระโปรงตัวเอง ก็ต้องอยู่นิ่ง ๆ ให้เขาอุ้มต่อไปเพราะไม่มีอะไรมาโต้แย้ง ในเมื่อตอนนี้กระโปรงของฉันมันไม่ใช่การแหวกแบบธรรมดาน่ะสิ
"แล้วกระเป๋ากับรองเท้าฉันล่ะ"
"กระเป๋าพายอยู่ รองเท้าก็ใส่ไว้ในกระเป๋าฉันนี่ไง"
เอามาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมฉันไม่ทันสังเกต
"เธอหลบหน้าฉันทำไม?"
คนที่อุ้มฉันอยู่หยุดเดินก่อนจะก้มหน้าลงมามองฉันด้วยแววตานิ่ง ๆ ทำให้ฉันรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย เพราะแววตาแบบนี้ของเขามันน่ากลัว
"ฉันไม่ได้หลบนี่"
"แค่เจอหน้าฉัน ให้ฉันไปรับไปส่ง หรือกินข้าวกับฉันมันลำบากมากหรือไง"
"ก็ฉันไม่รู้จะทำตัวยังไงเวลาอยู่กับนาย"
ฉันตอบก่อนจะหันหลับตาเพื่อหนีสายตาของคนที่มองมา จะว่าเขินก็ได้นะหรือว่าจะอายดีล่ะ
"ต้องให้เมาเท่านั้นหรือไงถึงจะทำตัวถูกเวลาอยู่กับฉันน่ะ"
แล้วเขาจะพูดให้ฉันคิดถึงเรื่องคืนนั้นทำไมเนี่ย!
"นายเลิกพูดเรื่องนั้นสักทีได้มั้ย ฉันเมาจบนะ"
"ถ้ารู้ว่าจีบยากขนาดนี้ คืนนั้นไม่น่าปล่อยให้รอดเลย"
เสียงบ่นลอย ๆ จากคนที่อุ้มฉันอยู่ดังขึ้นเหมือนตั้งใจให้ฉันได้ยินก่อนจะเดินต่อไป ไม่หนักหรือไงอุ้มตั้งนานแล้วนะ
"จะเอาฉันให้ได้เลยหรือไงห๊ะ"
ฉันถามอย่างเอาเรื่อง
"ก็คงงั้น"
"นี่นาย!"
"คนอย่างฉันถ้าได้แล้วดูแลดีนะ"
จะอมยิ้มทำไมไอ้บ้า ยิ้มอีกทีฉันจะหวั่นไหวแล้วนะ
"ว่าแต่นายมาที่นี่ทำไมอะ ตามฉันมาเหรอ"
ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าเขากำลังพูดในเรื่องที่ทำให้ฉันลำบากใจอยู่
"เรียนหมอจะให้ไปฝึกงานที่ม่านรูดหรือไง"
กวนตีน! กำลังจะดีอยู่แล้วเชียว
"ตอบว่ามาฝึกงานก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องกวนเลย"
"คืนนี้ไปค้างที่บ้านฉันนะ"
"อะไรนะ?"
พรึ่บ!
ไม่ทันที่ฉันจะได้ถามอะไรจากคนที่อุ้มอยู่ต่อ ร่างของฉันก็ถูกยัดเข้าไปในรถสีดำคันหนึ่งที่จอดอยู่ ก่อนที่คนบางคนจะรีบปิดประตูลงเร็ว ๆ แล้วรีบเดินวนมานั่งฝั่งคนขับราวกับว่ากลัวฉันจะหนีไป
"นี่ธันวาฉันไม่ไปนะ ไม่ค้างกับนายด้วย"
ฉันหันไปบอกพลางพยายามเปิดประตูรถ แต่เหมือนจะไม่ได้ผลเพราะประตูถูกล็อคเอาไว้
"รถคันนี้ขึ้นแล้วลงยากน่ะเสียใจด้วยนะ"
คนข้าง ๆ พูดยิ้ม ๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากดปลายจมูกลงบนแก้มข้างหนึ่งของฉันแรง ๆ
ฟอด!
"หอมเหมือนเดิมเลย"
"ธันวา!"
ฟาเรนท์..."นายตื่นเช้าจัง"ฉันเดินเข้าไปหาธันวาในครัวเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเขานอนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้กลับเห็นเขากำลังวุ่นวายกับการทำอาหารเช้าในครัวด้วยท่าทางที่ชำนาญสุด ๆ"ปกติก็ตื่นเวลานี้แหละ มัวแต่ตื่นสายจะเอาเวลาไหนไปดูแลคนไข้ล่ะ"ธันวาหันมาตอบยิ้ม ๆ เหมือนจะบอกเป็นนัยว่าฉันตื่นสาย"นายกำลังว่าฉันตื่นสายอยู่นะ"ฉันพูดพลางยู่หน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขา ชะโงกหน้าดูว่าเขาทำอะไรเป็นมื้อเช้า"ไม่ได้ว่าสักหน่อยเธอคิดไปเองต่างหาก""ชิ""หิวมั้ย""นิดนึง ว่าแต่นายทำอาหารเป็นด้วยเหรอ"ฉันถามพลางก้มลงไปสูดกลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ ในหม้อ พอได้กลิ่นก็เริ่มหิวขึ้นมาเลยแฮะ"เป็นสิ นอกจากกับข้าวแล้วขนมไทยฉันก็ทำเป็นนะ งานบ้านงานเรือน เย็บปักถักร้อยฉันทำเป็นหมดเลย"คนขี้โม้พูดพลางทำท่าภูมิใจและโฆษณาตัวเองเป็นด้วย เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด"นั่นมันงานผู้หญิงไม่ใช่หรือไง"ฉันถามพลางเบ้ปากใส่"แล้วผู้หญิงอย่างเธอทำได้มั้ยล่ะ""นี่จะหาเรื่องฉันหรือไง ทำไม่ได้แล้วยังไงล่ะ"ฉันเถียงสู้พลางทำหน้าบึ้งใส่เพราะถูกสบประมาทจากเขา"ก็ไม่ได้บอกว่าจะให้ทำหรือต้องทำให้ได้นี่ แค่จะบอกว่าถ้าเธอทำไม่ได้ก็ไ
ฟาเรนท์..."ไหวมั้ย ปวดมากหรือเปล่า"เสียงธันวาถามขึ้นเมื่อฉันนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้านเขา ตอนนี้ฉันปวดท้องมากจนต้องบิดตัวไปมา ปกติเวลาประจำเดือนมาฉันก็จะปวดมากอยู่แล้ว มีหลายครั้งที่ฉันต้องร้องไห้เลยหรือบางทีอาจหยุดเรียนแล้วไม่ออกไปไหนเลย เพราะมันปวดจนฉันลุกขึ้นไปทำอะไรไม่ได้"ไหว ว่าแต่แม่นายไปไหน"ฉันกุมท้องของตัวเองเอาไว้ก่อนจะพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่ลืมถามหาผู้ใหญ่ของบ้านเพราะยังไม่ได้ทักทายท่าน"แม่ไปต่างจังหวัดน่ะ อาทิตย์หน้าถึงจะกลับ""เหรอ""มานี่มา"พรึ่บ!คนที่ยืนอยู่ช้อนตัวฉันขึ้นเร็ว ๆ จนไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของฉันที่ลอยอยู่เหนือพื้นโดยมีวงแขนของเขาช้อนเอาไว้อยู่นั้นแข็งทื่อเพราะทำอะไรไม่ถูก ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกอุ้มแต่ตอนนี้ฉันสกปรกอยู่ไงเลยไม่อยากให้มาแตะต้องตัว เดี๋ยวก็เลอะอีกหรอก"นี่ปล่อยฉันลง ฉันเดินเองได้"ฉันดิ้นไปมาในอ้อมแขนของคนที่ช้อนตัวฉันขึ้นเพราะรู้สึกไม่หมั่นใจในตัวเอง ทั้งกลิ่นและความสะอาดตอนนี้ทำให้ฉันกลัวว่าเขาจะรังเกียจ"อยู่นิ่ง ๆ สิอย่าดิ้น ก็เห็นอยู่ว่าไม่ไหวให้ฉันอุ้มแหละดีแล้ว"คนที่ส่งสายตาดุ ๆ มาให้พูดก่อนจะอุ้มฉันเดินขึ้นไปชั้นบ
ฟาเรนท์..."นี่ธันวานายจะพาฉันไปนอนบ้านนายไม่ได้นะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย"ฉันหันไปจ้องคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่ อีกอย่างแม่ของเขาจะคิดยังไงไหนจะพี่ชายฉันอีก ถ้าพวกนั้นรู้เข้าฉันต้องตายแน่ ๆ เลย"เดี๋ยวก็เป็นคืนนี้แหละ"คนข้าง ๆ หันมาตอบก่อนจะเลิกคิ้วข้างหนึ่งให้ฉันพลางส่งย้มกวน ๆ มาให้ คนบ้าเอ๊ย!"นายทำแบบนี้เพื่ออะไร จะมายุ่งกับฉันทำไม นายบ้าไปแล้วเหรอ""บอกเป็นร้อยรอบแล้วว่าชอบ จะจีบ อยากได้ ต้องให้ตอบอะไรอีกเธอถึงจะเข้าใจฉันสักทีน่ะ"คนข้าง ๆ หันมาตอบฉันพลางทำหน้าหงุดหงิดใส่"กวน! สรุปนายจะเอายังไงกับฉันกันแน่ห๊ะ"" ถ้าจะเอาน่ะเหรอ? ก็... แก้ผ้า ใส่ถุง กอด จูบ ดูด ดึง แล้วก็...""นี่! พอแล้ว! นายจะเข้าเรื่องนี้ให้ได้เลยใช่มั้ย"ฉันจะเป็นบ้าเพราะเขาอยู่แล้วนะ ไอ้หมอบ้า ไอ้หมอโรคจิต ไอ้หมอหื่นกาม"ข้างหน้ามีร้านสะดวกซื้ออะ เธออยากได้อะไรมั้ยฉันจะลงไปซื้อถุงยางอนามัย"คนข้าง ๆ หันมาถามพลางยิ้มแป้นใส่ฉัน"ไอ้บ้านี่!""ถ้าตบ ฉันจูบ ถ้ากรี๊ด ฉันดูดนม ถ้าดื้อ เธอจะได้ดิ้นเพราะลิ้นฉันเข้าใจมั้ย"เสียงทุ้มสม่ำเสมอที่ย้ำคำชัด ๆ กับฉันทำให้ฝ่ามือที่ง้างจะตบเขาค้างอยู่กลา
ฟาเรนท์...เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ฉันพยายามหลบหน้าธันวา เพราะหลังจากวันนั้นที่เขาไปส่งฉันที่บ้านเขาก็ตามติดฉันตลอดถ้าว่างจากเรียนเขาก็จะไปดักรอรับฉันตอนเช้า ดีหน่อยที่ตอนเย็นไม่ได้เจอกันเพราะนายนั่นเรียนถึงดึกก็มี อย่างเช่นวันนี้ก็มีข่าวลือว่ามีนักศึกษาแพทย์ต่างมหาลัยมายืนรอใครบางคนที่ลานจอดรถ เมื่อวานก็มาที่ลานเกียร์ และฉันก็รู้ว่าคนคนนั้นคือธันวาอันที่จริงที่หลบหน้าเขาเพราะฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำตัวยังไงเมื่อเจอเขาอีกครั้ง ยอมรับว่าตอนนี้กำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ทั้งกลัวเรื่องที่ทำเอาไว้กับนายนั่นจะรู้ถึงหูพี่ชายฉันด้วย"ฟา ช่วงหลัง ๆ มานี่กูเห็นมึงปีนกำแพงหลังตึกคณะกลับบ้านทุกวัน มึงมีไรป่าววะ"ไอ้หนึ่งถามฉันขณะที่เดินลงมาจากตึกคณะ"ไม่มีอะไร แค่ขี้เกียจเดินไกลอะ"ฉันหันไปตอบมัน"มึงไม่เอารถมาเรียนเกือบสองอาทิตย์แล้วนะ เป็นไรอะ"ไอ้สองก็ยิงคำถามมาอีก"จอดไว้ฝั่งโน้นแน่ะ พวกแกกลับได้แล้วฉันรีบ เนี่ยฝนก็จะตกแล้ว"ฉันบอกพวกมันก่อนจะเงยหน้ามองดูท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีก่อนจะรีบเดินนำหน้าพวกมันออกมา เพราะไม่อยากโดนเซ้าซี้ต่อ"เออ ๆ ระวังตกกำแพงตายนะมึง"ไอ้หนึ่งหันมาอวยพรฉ
ฟาเรนท์..."อ้าวหนู ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ"เสียงหญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยท่าทางใจดี ทักทายฉันขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ขณะที่ฉันกำลังเดินตามใครบางคนลงไปชั้นล่าง"เอ่อค่ะตื่นแล้ว สวัสดีค่ะ"ฉันยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าแบบที่คิดว่าสวยงามและเรียบร้อยที่สุดเท่าที่เคยทำมา อาการเกร็งแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก ทำไมตอนนี้รู้สึกเหมือนมาเจอแม่สามีเลยนะ"พาน้องมานั่งข้าง ๆ แม่สิตาธัน แล้วก็เดินไปหยิบขนมมาให้น้องด้วยล่ะ"หญิงวัยกลางคนหันไปบอกลูกชาย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานมาให้ฉันอีกครั้ง"ถ้าเธอบอกแม่ว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกัน หรือพูดอะไรไม่ดีกับแม่ฉันรวมถึงพูดเรื่องแย่ ๆ ของฉันให้แม่ฟัง ฉันจะบอกพี่ชายเธอเรื่องของเรา"มือใหญ่กระตุกมือฉันให้เดินตามเขาไปก่อนจะกระซิบกระซาบข้างหูฉัน ฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่และฝืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไอ้หมอบ้านี่มันขู่ฉัน!"ชื่ออะไรจ๊ะหนู"คนตรงหน้่าถามอย่างเป็นมิตรขณะที่ฉันนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม"หนูชื่อฟาเรนท์ค่ะ"ฉันตอบยิ้ม ๆ"เป็นแฟนตาธันเหรอลูก คบกันนานแล้วเหรอทำไมแม่ไม่เห็นรู้เลย""เอ่อค่ะ ก็คบกันได้สักพักแล้วค่ะ""แล้วหนูเรียนที่ไ
ธันวา...หลังจากที่สงครามของเราสองคนสงบลง ผมก็ขับรถกลับคอนโดโดยมีคนขี้เมานอนหลับอยู่บนรถ ครั้งแรกที่เจอเธอในผับผมก็คิดอยู่ตั้งนานว่าใคร ที่ไหนได้น้องสาวไอ้คนที่แย่งน้ำแข็งไปจากผมนี่เอง"นี่เธอตื่นได้แล้ว"ผมเขย่าแขนคนที่หลับอยู่เพื่อปลุกให้ตื่น"หื่อออกไปอย่ามายุ่ง! คนจะนอน รำคาญ!"อ้าวคนเขาอุตส่าห์ปลุก"ถึงคอนโดเธอแล้ว"ผมเขย่าคนที่หลับอยู่อีกครั้งเพราะถึงที่พักของเธอแล้ว ถ้าถามว่าทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ? ก็ยัยนี่เช็คอินไว้ทุกที่ที่ตัวเองไปและที่อยู่ของตัวเองเต็มโซเชียลไปหมดน่ะสิ"อย่ามามั่ว นายไม่รู้จักคอนโดฉัน"เสียงเหมือนคนละเมอพูดเอื่อย ๆ ก่อนจะหลับต่ออย่างสบายใจโดยไม่สนใจผมที่กำลังนั่งถอนหายใจอยู่เพราะความหงุดหงิด"ปลุกแล้วไม่ตื่น พรุ่งนี้ค่อยไปฟื้นที่บ้านพี่นะน้อง"".........."..."ว๊ายตายแล้ว! ตาธันนี่แกไปฉุดลูกใครมาห๊ะ!"เสียงแม่บังเกิดเกล้าที่นั่งดูซีรีส์เกาหลีเวลาตีสามกว่า ๆ ทำหน้าทำตาตกใจเมื่อผมอุ้มใครบางคนพาดไหล่เข้าไปในบ้าน ซึ่งต้องผ่านห้องนั่งเล่นที่แม่นั่งอยู่"ไม่ได้ฉุดครับแม่ แต่ผมเห็นเขาหลับอยู่เลยเอากลับมาบ้านด้วย"ผมยิ้มกวน ๆ วอนถูกตีหัวให้แม่ก่อนจะเดินเลยแม่ตรงไปย







