LOGINฟาเรนท์...
"นี่ธันวานายจะพาฉันไปนอนบ้านนายไม่ได้นะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย"
ฉันหันไปจ้องคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่ อีกอย่างแม่ของเขาจะคิดยังไงไหนจะพี่ชายฉันอีก ถ้าพวกนั้นรู้เข้าฉันต้องตายแน่ ๆ เลย
"เดี๋ยวก็เป็นคืนนี้แหละ"
คนข้าง ๆ หันมาตอบก่อนจะเลิกคิ้วข้างหนึ่งให้ฉันพลางส่งย้มกวน ๆ มาให้ คนบ้าเอ๊ย!
"นายทำแบบนี้เพื่ออะไร จะมายุ่งกับฉันทำไม นายบ้าไปแล้วเหรอ"
"บอกเป็นร้อยรอบแล้วว่าชอบ จะจีบ อยากได้ ต้องให้ตอบอะไรอีกเธอถึงจะเข้าใจฉันสักทีน่ะ"
คนข้าง ๆ หันมาตอบฉันพลางทำหน้าหงุดหงิดใส่
"กวน! สรุปนายจะเอายังไงกับฉันกันแน่ห๊ะ"
" ถ้าจะเอาน่ะเหรอ? ก็... แก้ผ้า ใส่ถุง กอด จูบ ดูด ดึง แล้วก็..."
"นี่! พอแล้ว! นายจะเข้าเรื่องนี้ให้ได้เลยใช่มั้ย"
ฉันจะเป็นบ้าเพราะเขาอยู่แล้วนะ ไอ้หมอบ้า ไอ้หมอโรคจิต ไอ้หมอหื่นกาม
"ข้างหน้ามีร้านสะดวกซื้ออะ เธออยากได้อะไรมั้ยฉันจะลงไปซื้อถุงยางอนามัย"
คนข้าง ๆ หันมาถามพลางยิ้มแป้นใส่ฉัน
"ไอ้บ้านี่!"
"ถ้าตบ ฉันจูบ ถ้ากรี๊ด ฉันดูดนม ถ้าดื้อ เธอจะได้ดิ้นเพราะลิ้นฉันเข้าใจมั้ย"
เสียงทุ้มสม่ำเสมอที่ย้ำคำชัด ๆ กับฉันทำให้ฝ่ามือที่ง้างจะตบเขาค้างอยู่กลางอากาศไว้แบบนั้น ก่อนจะค่อย ๆ ลดละดับลงแล้วเก็บเข้าที่เดิมอย่างว่าง่าย แล้วฉันก็นั่งเงียบ ๆ อีกครั้ง แต่ฉันน่ะไม่ได้กลัวเขาจูบหรืออะไรหรอกนะก็แค่ประโยคหลังของเขามันทำให้ฉันคิดถึงเรื่องคืนนั้นน่ะ แล้วก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกครั้งแล้วด้วย
"ไหนบอกไม่เอาอะไรแล้วจะลงทำไม"
ธันวาหันมาถามเมื่อเห็นว่าฉันปลดเบลท์ออก
"ก็ฉันเปลี่ยนใจแล้วมีอะไรมั้ย"
ฉันหันไปตอบพลางยู่หน้าใส่เขาก่อนจะเปิดประตูรถลง แต่แล้วความรู้สึกเย็น ๆ ที่ต้นขาก็ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่ากระโปรงฉันมันฉีกจนถึงเอวและตอนนี้ก็เห็นแพนตี้ชัดเจนแน่นอนถ้ามองจากข้าง ๆ แล้วยิ่งเดินมันก็จะยิ่งแหวกและเห็นชัดขึ้นแน่ ๆ
พรึ่บ!
"ก็ถามอยู่ว่าจะเอาอะไรมั้ยจะลงไปซื้อให้ กระโปรงเธอฉีกอยู่ลืมแล้วหรือไงยัยสมองปลาทอง"
คนที่กำลังพันเสื้อกาวน์แขนสั้นสีขาวรอบเอวฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เสื้อตัวนี้คงเป็นเสื้อที่พวกนักศึกษาแพทย์ใส่ไปเรียนบ่อย ๆ สินะ ปกติเห็นใส่แต่เชิ้ตขาวแล้ววันนี้ทำไมใส่กาวน์สั้นล่ะหรือว่ามาฝึกงานเหรอ
"ถามน่ะว่าลงมาทำไม จะเอาอะไรก็บอกสิจะไปซื้อให้เธอจะได้ไม่ต้องเดิน"
คนตรงหน้าถามต่อ
"ก็นายบอกว่าจะไปซื้อถุงยางอนามัยนี่ ไม่ได้บอกว่าจะซื้ออะไรให้ฉันซะหน่อย"
"ใส่ใจขนาดนี้ ยังจะให้ใส่ถุงอีกหรือไง"
แล้วนายจะก้มหน้ามาใกล้ฉันทำไมล่ะ ฉันตกใจนะ...
"นายนี่มัน หึ้ยยย!"
ฉันรีบเดินออกมาจากตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ แถมตอนนี้ใบหน้าของฉันก็ร้อนวูบวาบไปทั่วอีก บ้าเอ๊ย! นี่ฉันจะหลงคารมไอ้หมอบ้านี่จริง ๆ เหรอเนี่ย
"ว่าแต่นายซื้อผ้าอนามัยทำไมอะ"
ฉันเดินดูของอยู่ก็เห็นใครบางคนกำลังหยิบผ้าอนามัยยี่ห้อหนึ่งขึ้นมาสองห่อ เป็นยี่ห้อที่ผู้หญิงส่วนมากนิยมใช้กัน มีแบบกลางวันหนึ่งห่อแล้วก็แบบกลางคืนอีกอีกหนึ่งห่อ มีสบู่เหลวสำหรับใช้เฉพาะจุดที่ผู้หญิงใช้กันด้วยนะขวดหนึ่ง
"ซื้อให้เธอไง"
คนข้าง ๆ ตอบแบบไม่ได้มองหน้าฉัน สายตาก็อ่านฉลากที่ติดข้างขวดสบู่เหลวอยู่อย่างใจจดใจจ่อก่อนจะมองหาของอย่างอื่น
"ให้ฉัน? งั้นก็..."
หรือว่า...
"ตอนพันเสื้อรอบเอวเธอมีเลือดติดที่มือฉันน่ะ จับ ๆ ดูก็เห็นตูดเปียก ๆ เหนียว ๆ น่าจะเมนส์มา ตอนนี้เบาะรถฉันคงเลอะแล้วมั้ง"
คนข้าง ๆ หันมาตอบเหมือนกับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ก่อนจะเดินหิ้วตะกร้าของใช้ตรงไปยังเคาท์เตอร์ชำระเงิน
"แล้วทำไมฉันไม่รู้ว่านายจับ เอ่อ..."
เขาจับตูดฉันตอนไหน?
"เธอเขินอยู่ละมั้ง ขยำจนเต็มมือขนาดนั้นถึงได้ไม่รู้สึกตัว"
ห๊ะ!
".........."
อ๊ากกก จะบ้าตาย!
"ไปเปลี่ยนที่บ้านล่ะกัน ใกล้ถึงแล้วเธอจะได้อาบน้ำเลย"
คนที่หิ้วถุงของใช้อยู่หันมาบอกหลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะคว้าข้อมือฉันเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ
"แต่ถ้าไม่เปลี่ยนตอนนี้รถนายจะเลอะไปมากกว่านี้นะ"
ฉันรีบบอกก่อนจะมองเข้าไปในรถ ก็เคยได้ยินมาว่าผู้ชายส่วนมากรักรถมากกว่าเมีย ( แฟน ) ไง ไอ้พี่ชายทั้งสองคนของฉันก็ด้วย ฉันเคยทำชาเขียวหกใส่รถแล้วพวกนั้นก็บ่นฉันยับเลย
"เลอะก็ส่งล้างสิยากตรงไหน รีบเข้าไปนั่งได้แล้วจะได้รีบกลับ"
เจ้าของน้ำเสียงดุ ๆ เปิดประตูรถให้ฉันก่อนจะดันตัวฉันเข้าไปนั่งด้านใน แต่ฉันก็คว้าข้อมือเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินไปอีกฝั่ง
"มีอะไร?"
คนที่ยืนอยู่นอกรถโน้มใบหน้าลงมาถาม
"เสื้อนาย เลอะเลือดฉันนะ รู้ใช่มั้ย"
ฉันบอกก่อนจะก้มลงมองเสื้อสีขาวที่พันรอบเอวฉันอยู่ แล้วตอนนี้ฉันก็นั่งลงโดยที่ไม่ได้เอาเสื้อออกด้วยเพราะลืมตัวน่ะสิ
"เลือดประจำเดือนเมียมันไม่ทำให้ของฉันเสื่อมหรอก เลอะก็ซักสิ"
"ใครเมียนาย"
ฉันยังไม่ได้เป็นเมียเขาซะหน่อย
"ทำให้ขนาดนี้แล้ว จะไม่เป็นเมียพี่จริง ๆ เหรอหื้ม?"
เสียงทุ้มต่ำกับแววตาหวานละมุนที่มองมาทำให้ฉันต้องรีบหลบสายตาเขา และหุบปากที่กำลังจะด่าเขาไปทันที ไอ้คนบ้าชอบมาทำให้ใจสั่นอยู่เรื่อยเลย เดี๋ยวก็รักซะหรอก
ฟาเรนท์..."นายตื่นเช้าจัง"ฉันเดินเข้าไปหาธันวาในครัวเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเขานอนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้กลับเห็นเขากำลังวุ่นวายกับการทำอาหารเช้าในครัวด้วยท่าทางที่ชำนาญสุด ๆ"ปกติก็ตื่นเวลานี้แหละ มัวแต่ตื่นสายจะเอาเวลาไหนไปดูแลคนไข้ล่ะ"ธันวาหันมาตอบยิ้ม ๆ เหมือนจะบอกเป็นนัยว่าฉันตื่นสาย"นายกำลังว่าฉันตื่นสายอยู่นะ"ฉันพูดพลางยู่หน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขา ชะโงกหน้าดูว่าเขาทำอะไรเป็นมื้อเช้า"ไม่ได้ว่าสักหน่อยเธอคิดไปเองต่างหาก""ชิ""หิวมั้ย""นิดนึง ว่าแต่นายทำอาหารเป็นด้วยเหรอ"ฉันถามพลางก้มลงไปสูดกลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ ในหม้อ พอได้กลิ่นก็เริ่มหิวขึ้นมาเลยแฮะ"เป็นสิ นอกจากกับข้าวแล้วขนมไทยฉันก็ทำเป็นนะ งานบ้านงานเรือน เย็บปักถักร้อยฉันทำเป็นหมดเลย"คนขี้โม้พูดพลางทำท่าภูมิใจและโฆษณาตัวเองเป็นด้วย เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด"นั่นมันงานผู้หญิงไม่ใช่หรือไง"ฉันถามพลางเบ้ปากใส่"แล้วผู้หญิงอย่างเธอทำได้มั้ยล่ะ""นี่จะหาเรื่องฉันหรือไง ทำไม่ได้แล้วยังไงล่ะ"ฉันเถียงสู้พลางทำหน้าบึ้งใส่เพราะถูกสบประมาทจากเขา"ก็ไม่ได้บอกว่าจะให้ทำหรือต้องทำให้ได้นี่ แค่จะบอกว่าถ้าเธอทำไม่ได้ก็ไ
ฟาเรนท์..."ไหวมั้ย ปวดมากหรือเปล่า"เสียงธันวาถามขึ้นเมื่อฉันนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้านเขา ตอนนี้ฉันปวดท้องมากจนต้องบิดตัวไปมา ปกติเวลาประจำเดือนมาฉันก็จะปวดมากอยู่แล้ว มีหลายครั้งที่ฉันต้องร้องไห้เลยหรือบางทีอาจหยุดเรียนแล้วไม่ออกไปไหนเลย เพราะมันปวดจนฉันลุกขึ้นไปทำอะไรไม่ได้"ไหว ว่าแต่แม่นายไปไหน"ฉันกุมท้องของตัวเองเอาไว้ก่อนจะพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน แต่ก็ไม่ลืมถามหาผู้ใหญ่ของบ้านเพราะยังไม่ได้ทักทายท่าน"แม่ไปต่างจังหวัดน่ะ อาทิตย์หน้าถึงจะกลับ""เหรอ""มานี่มา"พรึ่บ!คนที่ยืนอยู่ช้อนตัวฉันขึ้นเร็ว ๆ จนไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของฉันที่ลอยอยู่เหนือพื้นโดยมีวงแขนของเขาช้อนเอาไว้อยู่นั้นแข็งทื่อเพราะทำอะไรไม่ถูก ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกอุ้มแต่ตอนนี้ฉันสกปรกอยู่ไงเลยไม่อยากให้มาแตะต้องตัว เดี๋ยวก็เลอะอีกหรอก"นี่ปล่อยฉันลง ฉันเดินเองได้"ฉันดิ้นไปมาในอ้อมแขนของคนที่ช้อนตัวฉันขึ้นเพราะรู้สึกไม่หมั่นใจในตัวเอง ทั้งกลิ่นและความสะอาดตอนนี้ทำให้ฉันกลัวว่าเขาจะรังเกียจ"อยู่นิ่ง ๆ สิอย่าดิ้น ก็เห็นอยู่ว่าไม่ไหวให้ฉันอุ้มแหละดีแล้ว"คนที่ส่งสายตาดุ ๆ มาให้พูดก่อนจะอุ้มฉันเดินขึ้นไปชั้นบ
ฟาเรนท์..."นี่ธันวานายจะพาฉันไปนอนบ้านนายไม่ได้นะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย"ฉันหันไปจ้องคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่ อีกอย่างแม่ของเขาจะคิดยังไงไหนจะพี่ชายฉันอีก ถ้าพวกนั้นรู้เข้าฉันต้องตายแน่ ๆ เลย"เดี๋ยวก็เป็นคืนนี้แหละ"คนข้าง ๆ หันมาตอบก่อนจะเลิกคิ้วข้างหนึ่งให้ฉันพลางส่งย้มกวน ๆ มาให้ คนบ้าเอ๊ย!"นายทำแบบนี้เพื่ออะไร จะมายุ่งกับฉันทำไม นายบ้าไปแล้วเหรอ""บอกเป็นร้อยรอบแล้วว่าชอบ จะจีบ อยากได้ ต้องให้ตอบอะไรอีกเธอถึงจะเข้าใจฉันสักทีน่ะ"คนข้าง ๆ หันมาตอบฉันพลางทำหน้าหงุดหงิดใส่"กวน! สรุปนายจะเอายังไงกับฉันกันแน่ห๊ะ"" ถ้าจะเอาน่ะเหรอ? ก็... แก้ผ้า ใส่ถุง กอด จูบ ดูด ดึง แล้วก็...""นี่! พอแล้ว! นายจะเข้าเรื่องนี้ให้ได้เลยใช่มั้ย"ฉันจะเป็นบ้าเพราะเขาอยู่แล้วนะ ไอ้หมอบ้า ไอ้หมอโรคจิต ไอ้หมอหื่นกาม"ข้างหน้ามีร้านสะดวกซื้ออะ เธออยากได้อะไรมั้ยฉันจะลงไปซื้อถุงยางอนามัย"คนข้าง ๆ หันมาถามพลางยิ้มแป้นใส่ฉัน"ไอ้บ้านี่!""ถ้าตบ ฉันจูบ ถ้ากรี๊ด ฉันดูดนม ถ้าดื้อ เธอจะได้ดิ้นเพราะลิ้นฉันเข้าใจมั้ย"เสียงทุ้มสม่ำเสมอที่ย้ำคำชัด ๆ กับฉันทำให้ฝ่ามือที่ง้างจะตบเขาค้างอยู่กลา
ฟาเรนท์...เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ฉันพยายามหลบหน้าธันวา เพราะหลังจากวันนั้นที่เขาไปส่งฉันที่บ้านเขาก็ตามติดฉันตลอดถ้าว่างจากเรียนเขาก็จะไปดักรอรับฉันตอนเช้า ดีหน่อยที่ตอนเย็นไม่ได้เจอกันเพราะนายนั่นเรียนถึงดึกก็มี อย่างเช่นวันนี้ก็มีข่าวลือว่ามีนักศึกษาแพทย์ต่างมหาลัยมายืนรอใครบางคนที่ลานจอดรถ เมื่อวานก็มาที่ลานเกียร์ และฉันก็รู้ว่าคนคนนั้นคือธันวาอันที่จริงที่หลบหน้าเขาเพราะฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำตัวยังไงเมื่อเจอเขาอีกครั้ง ยอมรับว่าตอนนี้กำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ทั้งกลัวเรื่องที่ทำเอาไว้กับนายนั่นจะรู้ถึงหูพี่ชายฉันด้วย"ฟา ช่วงหลัง ๆ มานี่กูเห็นมึงปีนกำแพงหลังตึกคณะกลับบ้านทุกวัน มึงมีไรป่าววะ"ไอ้หนึ่งถามฉันขณะที่เดินลงมาจากตึกคณะ"ไม่มีอะไร แค่ขี้เกียจเดินไกลอะ"ฉันหันไปตอบมัน"มึงไม่เอารถมาเรียนเกือบสองอาทิตย์แล้วนะ เป็นไรอะ"ไอ้สองก็ยิงคำถามมาอีก"จอดไว้ฝั่งโน้นแน่ะ พวกแกกลับได้แล้วฉันรีบ เนี่ยฝนก็จะตกแล้ว"ฉันบอกพวกมันก่อนจะเงยหน้ามองดูท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีก่อนจะรีบเดินนำหน้าพวกมันออกมา เพราะไม่อยากโดนเซ้าซี้ต่อ"เออ ๆ ระวังตกกำแพงตายนะมึง"ไอ้หนึ่งหันมาอวยพรฉ
ฟาเรนท์..."อ้าวหนู ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ"เสียงหญิงวัยกลางคนหน้าตาสะสวยท่าทางใจดี ทักทายฉันขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ขณะที่ฉันกำลังเดินตามใครบางคนลงไปชั้นล่าง"เอ่อค่ะตื่นแล้ว สวัสดีค่ะ"ฉันยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนตรงหน้าแบบที่คิดว่าสวยงามและเรียบร้อยที่สุดเท่าที่เคยทำมา อาการเกร็งแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก ทำไมตอนนี้รู้สึกเหมือนมาเจอแม่สามีเลยนะ"พาน้องมานั่งข้าง ๆ แม่สิตาธัน แล้วก็เดินไปหยิบขนมมาให้น้องด้วยล่ะ"หญิงวัยกลางคนหันไปบอกลูกชาย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานมาให้ฉันอีกครั้ง"ถ้าเธอบอกแม่ว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกัน หรือพูดอะไรไม่ดีกับแม่ฉันรวมถึงพูดเรื่องแย่ ๆ ของฉันให้แม่ฟัง ฉันจะบอกพี่ชายเธอเรื่องของเรา"มือใหญ่กระตุกมือฉันให้เดินตามเขาไปก่อนจะกระซิบกระซาบข้างหูฉัน ฉันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่และฝืนยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไอ้หมอบ้านี่มันขู่ฉัน!"ชื่ออะไรจ๊ะหนู"คนตรงหน้่าถามอย่างเป็นมิตรขณะที่ฉันนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม"หนูชื่อฟาเรนท์ค่ะ"ฉันตอบยิ้ม ๆ"เป็นแฟนตาธันเหรอลูก คบกันนานแล้วเหรอทำไมแม่ไม่เห็นรู้เลย""เอ่อค่ะ ก็คบกันได้สักพักแล้วค่ะ""แล้วหนูเรียนที่ไ
ธันวา...หลังจากที่สงครามของเราสองคนสงบลง ผมก็ขับรถกลับคอนโดโดยมีคนขี้เมานอนหลับอยู่บนรถ ครั้งแรกที่เจอเธอในผับผมก็คิดอยู่ตั้งนานว่าใคร ที่ไหนได้น้องสาวไอ้คนที่แย่งน้ำแข็งไปจากผมนี่เอง"นี่เธอตื่นได้แล้ว"ผมเขย่าแขนคนที่หลับอยู่เพื่อปลุกให้ตื่น"หื่อออกไปอย่ามายุ่ง! คนจะนอน รำคาญ!"อ้าวคนเขาอุตส่าห์ปลุก"ถึงคอนโดเธอแล้ว"ผมเขย่าคนที่หลับอยู่อีกครั้งเพราะถึงที่พักของเธอแล้ว ถ้าถามว่าทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ? ก็ยัยนี่เช็คอินไว้ทุกที่ที่ตัวเองไปและที่อยู่ของตัวเองเต็มโซเชียลไปหมดน่ะสิ"อย่ามามั่ว นายไม่รู้จักคอนโดฉัน"เสียงเหมือนคนละเมอพูดเอื่อย ๆ ก่อนจะหลับต่ออย่างสบายใจโดยไม่สนใจผมที่กำลังนั่งถอนหายใจอยู่เพราะความหงุดหงิด"ปลุกแล้วไม่ตื่น พรุ่งนี้ค่อยไปฟื้นที่บ้านพี่นะน้อง"".........."..."ว๊ายตายแล้ว! ตาธันนี่แกไปฉุดลูกใครมาห๊ะ!"เสียงแม่บังเกิดเกล้าที่นั่งดูซีรีส์เกาหลีเวลาตีสามกว่า ๆ ทำหน้าทำตาตกใจเมื่อผมอุ้มใครบางคนพาดไหล่เข้าไปในบ้าน ซึ่งต้องผ่านห้องนั่งเล่นที่แม่นั่งอยู่"ไม่ได้ฉุดครับแม่ แต่ผมเห็นเขาหลับอยู่เลยเอากลับมาบ้านด้วย"ผมยิ้มกวน ๆ วอนถูกตีหัวให้แม่ก่อนจะเดินเลยแม่ตรงไปย







