Masukเสียงเพลงในผับยังคงดังเป็นจังหวะสนุกสนานหัวใจของพีรญาเต้นแรงไม่ต่างจากจังหวะเบสที่ออกมาจากเครื่องเสียงราคาแพง คืนนี้เป็นคืนแรกที่หญิงสาวมาทำงานในที่ผับหรูใจกลางกรุงที่คนส่วนใหญ่แต่งตัวดี มีเงินใช้ไม่อั้น และมักมองผู้หญิงในชุดเดรสเหมือนเธอเป็นเพียงของเล่นคลายเหงา
เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีที่ไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งจะต้องมาอยู่ในที่แบบนี้ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับน้ำหอมราคาแพงลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ เสียงหัวเราะของลูกค้าดังระงมทั่วร้าน พีรญายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ในมุมเงียบของร้าน ผสมน้ำแข็งลงแก้วตามที่วรษาหรือปลาเพื่อนที่เคยทำงานมาก่อนคอยให้คำแนะนำ
เมื่อหมดรอบเสิร์ฟของตนเองแล้วพีรญาจึงได้กลับมานั่งพักในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเล็ก ๆ หลังร้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมงาน
“เหนื่อยไหมพรีม” เสียงวรษาทักขึ้น พลางยื่นน้ำเย็นให้
“เหนื่อยสิ ฉันไม่ชินเลยปลา”
“วันแรกก็ต้องแบบนี้แหละ แต่แกโชคดีนะ ได้ดูแลโต๊ะเพื่อนของคุณสุรัช หมอที่มาด้วยกันนั่น หล่อจะตายไป เห็นเงียบ ๆ แบบนั้นแต่เขาใจดีมากนะ”
“หล่อจริง....แต่เขาดูน่ากลัวจัง”
“น่ากลัวเหรอ? ผู้ชายแบบนั้นน่ะ เรียกว่าอันตรายต่างหาก พวกสายสุขุม นิ่ง ๆ แต่ตาเหมือนเหยี่ยว ถ้าได้อยู่ใกล้นะ เดี๋ยวก็ละลายเองแหละ” พลอยหรือพลอยลดาเพื่อนอีกคนที่กำลังแต่งหน้าอยู่ หัวเราะเบา ๆ
พีรญาไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงยิ้มบาง ๆ แต่หัวใจกลับสั่นอีกครั้งเมื่อภาพชายคนนั้นลอยขึ้นมาในหัว สายตาของเขาทำให้หญิงรู้สึกหวั่นไหว
หญิงสาวนั่งพักสิบนาทีจากนั้นก็เติมหน้าอีกนิดก่อนจะออกไปทำงานต่อ
หลังเลิกงานในเวลาตีสองกว่าหญิงสาวก็ขี่จักรยานยนต์คันเก่งกลับห้องพักเล็ก ๆ เมื่อไขกุญแจเข้าห้องเช่าเธอก็วางกระเป๋าลงแล้วทิ้งตัวนั่งกับพื้น ห้องนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากพัดลมเก่า โต๊ะอ่านหนังสือและรูปถ่ายของมารดาที่ตั้งไว้บนหัวเตียง
พีรญามองรูปนั้นนาน ก่อนน้ำตาจะเริ่มคลอและพึมพำออกมาเบา ๆ
“แม่คะ....พรีมทำถูกใช่ไหมคะ”
ภาพมารดาในกรอบไม้เรียบ ๆ คือหญิงวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่นคนที่หญิงสาวรักที่สุดในชีวิตแต่ก็ไม่อาจได้อยู่ด้วยกันอย่างที่ควรจะเป็น
เธอยังจำเรื่องราวในอดีตได้ดี วันที่หมอบอกว่าท่านต้องผ่าตัดด่วนจากโรคหลอดเลือดในสมอง แต่ค่าผ่าตัดสูงเกินกว่าที่เด็กปีสามอย่างเธอจะหาได้แม้จะใช้สิทธิ์ประสังคมแต่ก็มีส่วนต่างและค่าใช้จ่าย ๆ ต่างตามมาอีกมาก ทั้งยังต้องจ้างคนดูแลในช่วงที่เธอไปเรียน
ในตอนนั้นพีรญาวิ่งวุ่นหางานพิเศษทุกอย่าง ทั้งเสิร์ฟอาหาร รับจ้างพิมพ์งาน แต่สุดท้ายก็ยังไม่พอ เธอตัดสินใจกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายค่ารักษาโดยคิดว่าเมื่อมารดาหายดีจะรีบทำงานใช้หนี้
แต่โชคชะตากลับโหดร้ายกว่านั้น ท่านจากไปก่อนที่เธอจะได้คืนเงินแม้แต่บาทเดียวหลังงานศพทุกอย่างถาโถมเข้ามาเจ้าหนี้โทรตามทุกวัน ดอกเบี้ยงอกขึ้นจนเกินจะรับไหว พีรญาพยายามประคองชีวิตด้วยเงินที่ได้จากทุนเล็ก ๆ ของมหาวิทยาลัยและพอปิดเทอมเธอก็ต้องรีบหาเงินมาใช้หนี้
“ฉันต้องหาเงินใช้หนี้ให้หมดก่อนจะเรียนต่อปีสี่” นั่นคือคำที่เธอบอกกับตัวเองทุกเช้า
และเมื่อวรษาเพื่อนสนิทชวนให้มาทำงานที่ผับในช่วงกลางคืนหญิงสาวจึงตอบรับ ในขณะที่กลางวันเธอก็ทำงานที่คาเฟ่แห่งหนึ่งหญิงสาวทำทุกอย่างเพื่อการใช้หนึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ยอดมันจะหมด
‘ไม่ได้มีอะไรมากหรอกพรีม แค่ชงเหล้า คุยกับลูกค้า ยิ้มหน่อยก็ได้เงินทิปเยอะแล้ว’
มันฟังดูง่ายในตอนแรก แต่พอได้มาทำงานจริงพีรญาถึงรู้ว่าทุกอย่างต้องใช้หัวใจของการบริการและการเสแสร้งทั้งที่บางครั้งไม่อยากจะทำ
เธอเกลียดสายตาที่บางคนมองมา เกลียดเสียงพูดแทะโลมจากโต๊ะที่เมาแล้ว เกลียดกลิ่นบุหรี่และเสียงหัวเราะที่ไม่มีความจริงใจ แต่พีรญาก็ไม่มีสิทธิ์เลือก
...
เช้าวันต่อมาพีรญาาก็รีบตื่นแต่เช้าเธอรีบไปช่วยพี่นุชเปิดร้าน หญิงสาวทำงานที่คาเฟ่ตลอดทั้งวัน แต่ทุกครั้งที่ว่างภาพของหมอนรสิงห์ก็แวบเข้ามาในหัว เธอไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แต่แค่สายตานั้นก็ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวและทำตัวไม่ถูก
เมื่อถึงเวลาเลิกงานที่คาเฟ่พีรญาก็กลับมาอาบน้ำก่อนจะขี่จักรยานยนต์ไปยังผับก่อนเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเพื่อเรียนรู้งานก่อนจะเริ่มต้นวันที่สอง
“ฉันนึกว่าวันนี้แกจะไม่มาแล้วนะพรีม”
“ไม่มาได้ยังไงล่ะ ฉันต้องรีบใช้เงิน” เธอตอบแล้วยิ้มก่อนจะเอากระเป๋าของตนเองไปเก็บที่ล็อกเกอร์ของพนักงาน
“งั้นรีบเปลี่ยนชุดนะเดี๋ยวฉันจะสอนเทคนิคเอาใจแขกและวิธีการเชียร์เครื่องดื่ม”
“ขอบใจนะปลา แล้วยัยพลอยล่ะ”
“เดี๋ยวก็คงมา แกไม่ต้องห่วงหรอกคืนวันเสาร์ยังไงก็ต้องมา”
คืนนี้เป็นคืนวันเสาร์แขกที่เข้ามาค่อนข้างหนาตา พีรญาตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ หญิงสาวบริการแขกคนแล้วคนเล่าแต่ก็พยายามยิ้มแย้มเพราะมันคุ้มกับเงินที่ได้
หญิงสาวไม่รู้เลยว่ามีสายตาของใครบางคนแอบมองอยู่ จนกระทั่งเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว เพื่อนสองคนของเธอกำลังคุยกันอย่างออกรส
“คืนนี้หมอสิงห์ก็มาอีกแล้ว ฉันอยากเข้าไปใกล้ ๆ จังเลยคนอะไรทั้งเก่งทั้งหล่อ ฉันรู้มาว่าเขาเป็นหมอผ่าตัดสมองที่เก่งมากคนหนึ่ง หน้าตาก็หล่อและที่สำคัญยังโสดด้วยนะ”
“ฉันเห็นด้วยกับยัยพลอยนะ แกล่ะพรีมคิดว่าไงเมื่อวานแกไปชงเหล้าให้เขานี่ เขาเป็นไงบ้าง” วรษาเติมลิปสติกแล้วหันมาถาม
“เขาก็ดูเงียบ ๆ ไม่ค่อยคุยอะไร”
“แบบนี้แหละที่ผู้หญิงชอบ ถ้าจะเลือกสักคนให้ดูแลชีวิตฉันนะขอแบบนั้นเลย” พลอยลดาพูดแล้วทำตาเพ้อฝัน
“อย่าเชียวนะยังพลอยแกมีแฟนอยู่แล้ว” พีรญารีบห้าม
“ฉันล้อเล่นน่า แต่เท่าที่ฉันแอบสังเกตนะ ฉันว่าเขาสนใจแกนะพรีม เมื่อวานเขาก็เรียกแกไปคุย เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งนะแต่เขาดูไม่ชอบยุ่งกับใคร เงียบ ๆ สุขุมแต่สายตาแบบนั้น ถ้ามองใครแล้วรายไหนรายนั้นไม่รอดหรอก”
พีรญาเงียบไม่กล้าพูดอะไรต่อแต่หัวใจหญิงสาวนั้นเต้นแรงมากเพราะเธอเองก็เห็นสายตาที่เขามองเธอเหมือนกับสิงโตที่จ้องตะครุบเหยื่อ หญิงสาวเธอพยายามบอกตัวเองว่า เขาเป็นแค่ลูกค้าคนหนึ่งและเธอก็มีหน้าที่ให้บริการ
แต่เมื่อก้าวออกจากห้องแต่งตัว เธอก็อดมองขึ้นไปบนชั้นสองไม่ได้และเธอก็เห็นหมอนรสิงห์นั่งอยู่ในมุมเดิม เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบช้า ๆ แล้ววางลง ก่อนจะหันมาสบตากับเธออย่างจงใจ
พีรญาเหมือนถูกมนต์สะกดเธอพยายามเดินหนีไปอีกทาง แต่กลับรู้สึกได้ว่าเขากำลังมองตาม หญิงสาวไม่อาจรู้เลยว่าเขาไม่ได้แค่มองเธอเฉย ๆ หากแต่เขากำลังเลือกเธอ
นรสิงห์จับมือคนรักเดินเข้ามาในห้องรับแขกคุณกัญญารัตน์ที่กำลังก้มหน้าดูรายงานการประชุมอยู่ในแท็ปเล็ตเงยหน้าขึ้นตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ลูกชายพาเข้ามา“นี่หนู....”“ท่านประธาน” พีรญาตกใจเพราะไม่คิดว่ามารดาของคนรักคือท่านประธานที่เธอไปฝึกงานด้วย“หมอสิงห์คะ ทำไมหมอถึงไม่บอกพรีม”“ใจเย็นก่อนนะนั่งลงก่อน แม่ครับสวัสดีครับนี่พรีมแฟนผมแม่น่ารู้จักเธอกันแล้ว”“สวัสดีค่ะท่านประธาน” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“แม่รู้จักแล้วทำไมสิงห์ไม่บอกก่อนว่าส่งแฟนตัวเองมาฝึกงานที่บริษัทแม่”“ผมไม่ได้ส่งไปนะครับแม่ เรื่องฝึกงานผมไม่ได้ยุ่งเลยใช่ไหมพรีม”“ค่ะ พรีมก็ไม่รู้ว่าบริษัทนั้นเป็นของคุณท่าน”“เรียกแม่เถอะจ้ะ แบบนี้ก็ดีเลยได้คนกันเองมาฝึกงาน ถ้าอย่างนั้นหนูพรีมไม่ต้องกลับไปฝึกงานแผนกบัญชีได้ไหม ฝึกเลขานั่นแหละอีกหน่อยพอสิงห์มาทำงานที่บริษัทเขาก็จะได้ไม่ต้องหาเลขาคนใหม่”“คือพรีม....” หญิงสาวรู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์เช่นนี้เธอไม่รู้ว่าจะตอบรับดีหรือเปล่า เมื่อหันหน้าไปมองนรสิงห์ก็เห็นเขายิ้ม“แม่ครับ ผมว่าเรื่องนี้อย่าไปบังคับพรีมเลย ถ้าเธออยากฝึกแผนกบัญชีก็ให้เธอทำแผนกบัญชีนั่นแหละ อีกหน่อยจะไ
เช้าวันใหม่ในคอนโดเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นพีรญาจะเตรียมอาหารเช้าและชงกาแฟให้กับคนรักจากนั้นทั้งสองก็ออกไปทำงานด้วยกัน เขาส่งเธอที่หน้าบริษัทและเย็นนี้นัดว่าจะพาเธอไปเจอกับมารดาที่บ้านของท่านพีรญาเดินขึ้นมาบนตึกจากนั้นก็นั่งโต๊ะประจำเริ่มทำงานบางอย่างที่ข้างค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และทบทวนงานที่ผ่านมาว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดหรือมีอะไรที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากเลยเลขาของท่านประธานอีกหรือเปล่าไม่นานนักนงลักษณ์ก็มาทำงานตามเวลา“สวัสดีค่ะพี่จอย”“สวัสดีจ้ะพรีมมาเช้าอีกแล้วนะ”“ค่ะพี่ เช้านี้มีอะไรให้พรีมทำไหมคะ”“วันนี้ช่วงสายมีประชุมย่อยเดี๋ยวพี่จะให้พรีมเข้าประชุมด้วยนะ”“หนูเข้าได้ด้วยเหรอคะ”“ได้สิ นี่เป็นประชุมย่อยในบริษัท”“แล้วท่านประธานจะไม่ว่าใช่ไหม”“ไม่หรอก มันเป็นการประชุมภายในพรีมจะได้สังเกตว่าเวลาอยู่ในห้องประชุมเขาทำอะไรกันบ้าง ประชุมเสร็จพี่จะสอนให้พรีมฝึกทำรายงานการประชุมนะ”“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะพี่จอยหนูตื่นเต้นมากเลยค่ะ”ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีหลังประชุมเสร็จหญิงสาวก็เรียนรู้การทำรายงานการประชุมก่อนจะนำเข้าไปเสนอท่านประธานในเวลาบ่าย“พี่จอยว่าจะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
หลังจากลงรูปไปเที่ยวญี่ปุ่นในไอจีไปในเวลาหนึ่งทุ่มเสียงไลน์ของพีรญาก็หลังจากนั้นอีกไม่ถึงห้านาที“เรื่องมันเป็นยังไงไปเที่ยวญี่ปุ่นกับใครไหนบอกไม่มีเงินไงเล่ามาเลยนะพรีม” วรษาถามเป็นคนแรก“ใช่ ๆ แล้วทำไมมีแต่รูปเดี่ยว ใครเป็นคนถ่ายให้ ไปกับใครฉันอยากเห็นหน้าคนที่แกไปด้วยจังเลยพรีมบอกฉันสองคนมาเดี๋ยวนี้นะว่ากำลังแอบคบใครอยู่” พลอยลดาถามเพิ่ม“ใจเย็นสิแก” พีรญาหัวเราะกับท่าทางขอเพื่อน“จะให้ใจเย็นได้ยังไงล่ะ แกมีแฟนถึงขั้นไปเที่ยวต่างประเทศกับเขาแล้วยังจะปิดบังฉันสองคนอีก มันใช้ได้ที่ไหนเพื่อนกันแท้ ๆ”“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกอะไรแกสองคนหรอกนะเพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัวก็แค่นั้นเอง”“ลงรูปในไอจีแบบนี้แสดงว่าพร้อมที่จะเปิดตัวแล้วใช่ไหม พาเขามาเจอฉันสองคนหน่อยได้ไหม ฉันอยากรู้จักว่าเขาเป็นใคร ทำงานอะไรแล้วฉันสองคนจะได้ดูด้วยไงว่าเขามาหลอกแกไหม”“ใจเย็นพลอยเขาไม่ได้มาหลอกฉันหรอกนะ” หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างมั่นใจ“ใครจะไปรู้ล่ะแกหัวอ่อนเชื่อคนง่ายด้วยเกิดโดนหลอกขึ้นมาจะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะอกหักไม่ได้นะพรีม”“ฉันเห็นด้วยนะ บอกมาเถอะน่าฉันสองคนอยากรู้จริง ๆ”“ถ้าไม่บอกคืนนี้ฉัน
นรสิงห์ราวน์คนไข้เสร็จในเวลาหกโมงครึ่งเขาส่งข้อความไปบอกพีรญาตั้งแต่บ่ายแล้วว่าวันนี้คงไปรับเธอตอนเย็นไม่ได้และคืนนี้ก็อาจจะไม่ไปค้างที่นั่นเพราะเขามีนัดทานอาหารเย็นกับมารดาจึงกลัวว่ามันจะดึกและรบกวนเวลาพักผ่อนของหญิงสาวเมื่อจากออกจากโรงพยาบาลแล้วนรสิงห์ก็ขับรถไปยังบ้านของมารดาของตนเองซึ่งตอนนี้ท่านกำลังรอเขาอยู่บริเวณห้องรับแขก“สวัสดีครับแม่”“หายหน้าไปนานเลยนะสิงห์ เป็นไงล่ะงานยุ่งมากใช่มั้ย”“ก็พอประมาณครับ” เขาตอบแล้วนั่งลงข้าง ๆ มารดา“แม่ได้ข่าวว่าพาสาวไปเที่ยวญี่ปุ่นมาใช่ไหม” คุณกัญญารัตน์แซวลูกชาย“แม่รู้ได้ยังไงครับ มีใครคาบข่าวนี้มาบอกแม่หรือเปล่า”“พูดซะน่าเกลียดเชียว ก็ป้าพิศเขาเห็นลูกที่โตเกียวน่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปทักเพราะกลัวจะรบกวนเวลาส่วนตัวของลูก แล้วไม่คิดจะพาสาวคนนั้นมาเจอแม่หน่อยเหรอ”“แม่อยากเจอเหรอครับ”“ก็อยากเจอสิป้าพิศบอกว่าท่าทางลูกมีความสุขมาก แม่ก็เลยอยากจะเห็นว่าผู้หญิงคนไหนทำให้ลูกชายแม่มีความสุขได้ขนาดนี้”“แม่ครับเรากินข้าวก่อนได้ไหม ผมหิวมากเดี๋ยวผมค่อยเล่าเรื่องเธอให้แม่ฟังนะครับ” เขาอยากขอเวลาคิดหาคำพูดระหว่างทานอาหาร“ไม่ใช่ว่ากินข้าวเสร็จก็จะรีบขอต
แม้ว่าเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสองแต่เช้านี้พีรญาก็ตื่นนอนแต่เช้า หญิงสาวอาบน้ำเสร็จจากนั้นก็เข้าครัวทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้หมอนรสิงห์ได้ทานก่อนไปทำงาน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยคุณหมอหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องพอดี“กลิ่นหอมน่ากินจัง สงสัยผมต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับพรีมแล้วล่ะจะได้มีคนทำอาหารให้กินก่อนไปทำงานทุกเช้า” เขาเดินเข้ามาหอมแก้มแม่ครัวคนเก่งก่อนจะนั่งลงประจำที่“หมออย่าพูดให้พรีมดีใจเก้อเลยค่ะ พรีมรู้นะคะว่าหมอมาอยู่กับพรีมที่นี่ตลอดไม่ได้หรอกค่ะ รีบกินนะคะจะได้รีบไปทำงาน”“ขอล้างมือก่อนนะ” ชายหนุ่มวางโทรศัพท์บนโต๊ะทานข้าวก่อนจะลุกไปล้างมือในจังหวะนั้นหญิงสาวจึงเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขา เธอแอบยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเขากลับมานั่งทานอาหารเธอก็มองหน้าเขาอย่างชั่งใจก่อนจะถามขึ้น“หมอคะเมื่อกี้พรีมแอบเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของหมอ”“แล้วไงครับ” เขาถามพลางจิบกาแฟไปด้วย“มันเป็นรูปถ่ายที่เราถ่ายคู่กันตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น”“แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะที่ผมจะเอารูปผมกับแฟนตั้งเป็นพื้นหลังโทรศัพท์ไม่ผิดกฎหมายหรือพรีมไม่อยากให้ทำแบบนั้นล่ะ”“เปล่านะคะ พรีมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นพรีมก็แค่แปลกใจไม่คิดว่าห
นรสิงห์มองร่องรักโอบรัดท่อนเอ็นเข้าไปจนสุดราวกับเธอและเขากลายร่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกครั้งที่เขาเข้าไปในตัวของคนรักมันเต็มไปด้วยความสุข ความเสียวซ่านที่มากขึ้นและไม่ว่าจะนอนกับเธอบ่อยแค่ไหนความต้องการก็ไม่เคยลดน้อยลงไปเลยเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมาหลงรักหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขามากถึงสิบสามปีอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเช่นนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียงหรือความสุขทางกายหากแต่มันคือความรักและความรู้สึกผูกพันทางกายที่ไม่มีทางแยกออกจากกันได้“อ่า....พรีมจ๋า ตอนผมแรงเลยนะที่รัก ผมชอบที่สุด”คุณหมอหนุ่มครางแหบต่ำขณะสะโพกบดเบียดอยู่ในร้องรักคับแคบ มันตอดรัดแรงจนเขาเสียวซ่านไปทุกอณูกาย นรสิงห์ไม่อาจอ่อนโยนกับเธอได้อีกทุกจังหวะที่เขากระแทกกระทั้นเข้าออกทั้งแรงและหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบกันประสานเสียงหวานของพีรญาดังก้องไปทั่วห้องน้ำจนหญิงสาวพยุงตัวเองแทบไม่อยู่ ร่องรักบีบแรงจนเสียงนรสิงห์ครางต่ำในลำคออย่างกลั้นไม่อยู่“อ๊า.....หมอสิงห์....พรีมจะไม่ไหว.....แรงอีกนิด พรีมจะเสร็จ”แล้วในที่สุดพีรญาก็ทนเก็บอารมณ์ไว้ไม่ไหมเธอร้องขอออกไปอย่างไม่อาย สองขาเรียวสั่นระริกมือที่ดันผนังกำลังอ่อนแรง ร่องรักต







