Share

บทที่ 2

Author: ม่านฝันจันทรา
“ท่าน... ท่านปล่อย... ปล่อยข้า”

มู่หนิงอ้าปาก แต่กลับไม่ได้รับอากาศเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าที่งดงามอย่างยิ่งพลันแดงก่ำขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะเลือดคั่ง

เรี่ยวแรงของเจ้าหมอนี่ช่างมหาศาลนัก คิดจะฆ่านางหรืออย่างไร?

“บอกมา เจ้าเป็นใคร”

สายตาที่เย็นเยียบของโม่จิ่นยวน ราวกับต้องการจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณของนาง

มู่หนิงทุบตีไปที่มือของเขาอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วชี้ไปที่ลำคอของตนเอง ส่งสัญญาณให้เขาปล่อยมือก่อนนางถึงจะพูดได้

ทว่าคนบางคนกลับทำเหมือนพวกสมองทึบ ยังคงบีบลำคอขาวเนียนและบอบบางของนางไว้เช่นเดิม

มู่หนิง “...”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นดังนั้น ก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ

สายเลือดเพียงหนึ่งเดียวที่พวกนางอุตส่าห์อ้อนวอนให้มู่หนิงเก็บไว้ จะมาให้เขาบีบคอจนสิ้นใจไปไม่ได้เด็ดขาด

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ก็ยกไม้เท้าในมือขึ้น ฟาดลงไปอย่างแรงบนแขนของโม่จิ่นยวนที่กำลังบีบคอมู่หนิงอยู่ “จิ่นยวน! เจ้ารีบปล่อยหนิงหนิงเดี๋ยวนี้ หากหลานของแม่เป็นอะไรไป แม่ก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!”

“น้องเจ็ด รีบปล่อยน้องสะใภ้เร็วเข้า”

พี่สะใภ้ทั้งหกต่างตกใจจนทำอะไรไม่ถูก พากันเข้ามาแกะมือของเขาออก

แม้ว่าโม่จิ่นยวนจะไปที่สนามรบทันทีในวันที่สองหลังจากแต่งงานกับมู่หนิง แต่ในช่วงหนึ่งเดือนที่เขากลับมาพร้อมกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ เขาก็พอจะรู้แล้วว่านางเป็นคนเช่นไร

“มู่หนิงตัวจริงอยู่ที่ไหน?”

เขามั่นใจอย่างยิ่งว่า มู่หนิงที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่คนเดิมที่เขารู้จักอย่างแน่นอน

คนประเภทที่ปลอมตัวลอบเข้ามาในจวนแม่ทัพเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่คนดีแน่ เขาจะไม่อนุญาตให้ใครก็ตามนำพาหายนะมาสู่จวนแม่ทัพเป็นอันขาด

“น้องเจ็ด หากเจ้ายังไม่ปล่อยน้องสะใภ้เจ็ดอีก นางกับลูกในท้องจะต้องถูกเจ้าบีบคอจนตายแน่”

พี่สะใภ้ใหญ่เห็นท่าไม่ดี ก็รีบเข้ามาทุบตีที่แขนของเขาอย่างแรง

“คนสารเลว~”

มู่หนิงรู้สึกว่าวินาทีต่อมาตนเองจะต้องถูกบีบคอจนตายแน่

นางแอ่นท้องของตนด้วยความโมโห แล้วกระแทกใส่โม่จิ่นยวนอย่างเดือดดาล

ตายก็ตาย อย่างไรเสียในท้องก็ยังมีลูกของเขาร่วมฝังไปด้วยกัน

ปล่อยให้ลูกของเขาตายด้วยน้ำมือของตัวเอง ไม่ต้องรอให้ฮ่องเต้ลงมือ เขาเองก็คงจะถูกความโกรธแค้นนี้เล่นงานจนตายทั้งเป็น

โม่จิ่นยวนสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกจากท้องของนาง ก็พลันได้สติกลับมา รีบปล่อยมือทันที

เหล่าพี่สะใภ้พากันเข้ามาประคองมู่หนิงที่เพิ่งรอดชีวิตกลับมาได้ด้วยความเจ็บปวดใจ

“หนิงหนิง! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? น้องเจ็ดทำเจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”

“หนิงหนิง...”

ทุกคนต่างเอ่ยถามนางด้วยความเป็นห่วง ตรวจสอบอาการของนาง

“แค่ก ๆ ~”

มู่หนิงสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปอย่างตะกละตะกลาม ด้วยความที่รีบร้อนเกินไป ประกอบกับความรู้สึกไม่สบายที่ลำคอ จึงทำให้นางไอออกมาอย่างรุนแรง

คิดดูว่านางเป็นถึงประมุขสำนักมังกรเทวะแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด กลับไม่มีหนทางต่อต้านเมื่ออยู่ภายใต้เงื้อมมือของโม่จิ่นยวน หากชายผู้นี้อยู่ในสภาพที่ร่างกายสมบูรณ์เต็มที่ เขาจะต้องทรงพลังและน่าเกรงขามสะท้านปฐพีเพียงใด

สมแล้วที่เป็นยอดขุนพลอันดับหนึ่งที่ประชาชนเทิดทูนบูชามานานนับพันปี แม้แต่นางเองก็ยังมองเขาเป็นไอดอล

แต่ว่า...

“โอ๊ย~”

หลังจากที่มู่หนิงผ่อนคลายลงได้แล้ว ก็ยกขาขึ้นเตะเข้าไปที่ขาของเขา ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “โม่จิ่นยวน ท่านบ้าไปแล้วกระมัง บีบคอข้าเสียขนาดนั้น อยากจะให้ข้าพูดอะไร? อีกอย่าง ถ้าท่านอยากจะฆ่าข้ากับลูกก็บอกมาตรง ๆ ไม่ต้องมาทำรังเกียจข้าแบบนี้”

หึ~ ไอดอลบ้าบออะไรกัน

นางมู่หนิงคนนี้ ทั้งชีวิตยังไม่เคยถูกใครบีบคอมาก่อน

ผู้ชายคนนี้ เมื่อครู่เขาคิดจะฆ่านางจริง ๆ

“ไม่ใช่ เมื่อครู่ข้าคือ... คือ...”

โม่จิ่นยวนก้าวเข้ามาเพื่อจะอธิบายให้นางฟัง ผลลัพธ์คือเพิ่งจะเดินเข้าไป ก็โดนเตะเข้าให้หนึ่งที

เมื่อเห็นสายตาที่โกรธเกรี้ยวของมู่หนิงในตอนนี้ เขาก็พลันพบว่าตนเองไม่สามารถอธิบายอะไรได้ อีกทั้งยังหาเหตุผลใด ๆ มาอธิบายไม่ได้ด้วย

เพราะว่าเมื่อครู่นี้ เขาเกิดจิตสังหารขึ้นมาจริง ๆ

หากไม่ใช่นางใช้ท้องที่ตั้งครรภ์กระแทกเขา ป่านนี้นางกับลูกของเขา ก็คงต้องจบชีวิตลงเพราะความหวาดระแวงของเขาไปแล้ว

“ข้าไม่อยากฟังท่านอธิบาย”

มู่หนิงถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง แล้วหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่าโม่และพี่สะใภ้ทั้งหก กล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “ท่านแม่ พี่สะใภ้ทุกท่าน หนิงหนิงหิวแล้วเจ้าค่ะ”

“แม่ครัวทำอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไป พวกเราไปกินข้าวกันเดี๋ยวนี้เลย”

มู่หนิงถูกเหล่าพี่สะใภ้ประคองออกจากห้องโถงใหญ่ไปด้วยความสงสาร ทิ้งให้โม่จิ่นยวนยืนอึ้งอยู่ที่เดิมคนเดียว

เมื่อเขามาถึงโต๊ะอาหาร สตรีทั้งหลายกลับไม่ได้รอเขาเหมือนเช่นเคย ต่างเริ่มกินอาหารเย็นกันไปแล้ว

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นเขานั่งลง ก็พยายามส่งสายตาให้เขาอย่างเต็มที่ ส่งสัญญาณให้เขาคีบกับข้าวและขอโทษมู่หนิงเสีย

หลังจากที่โม่จิ่นยวนได้รับสัญญาณแล้ว ก็รีบคีบซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงชิ้นหนึ่ง วางลงในถ้วยของมู่หนิงอย่างระมัดระวัง แล้วเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ “ขอโทษด้วย เมื่อครู่ข้าหุนหันพลันแล่นไปหน่อย”

แม้ว่าเขาจะยังคงคิดไม่ตกว่า เหตุใดมู่หนิงถึงได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากถึงเพียงนี้

เมื่อครู่เขาได้ลองสังเกตดูอีกครั้งอย่างละเอียดแล้ว เด็กในครรภ์ของนางมีความรู้สึกผูกพันทางสายเลือดกับเขาอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นตัวปลอม

ตกลงว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลตรงไหนกันแน่ เขายังคงต้องสังเกตการณ์อย่างละเอียดต่อไปอีก

ตอนนี้คงต้องทำให้นางสงบลงก่อน แล้วค่อยดูว่าหลังจากนี้นางจะมีท่าทีหรือแผนการอะไรต่อไป

“อืม”

มู่หนิงเพียงแค่ตอบอืมอย่างเย็นชา

“ดื่มน้ำแกงอีกหน่อย”

โม่จิ่นยวนเห็นว่านางไม่ได้ปฏิเสธ จึงตักน้ำแกงไก่ให้นางอีกถ้วย

“อืม!”

มู่หนิงยังไม่มีอารมณ์จะไปสนใจเขาในตอนนี้ ยังคงตอบอืมอย่างเย็นชาเช่นเดิม

นางกำลังตรวจสอบดูว่ามิติของนางยังอยู่หรือไม่

เมื่อรับรู้ได้ว่ามิติได้ทะลุมิติตามมาด้วย ในชั่วขณะนั้น มู่หนิงก็ดีใจจนยกยิ้มมุมปาก

โชคดีที่มิติยังอยู่ มะรืนนี้ก็คือวันที่จะถูกเนรเทศแล้ว พรุ่งนี้คงมีเรื่องให้ต้องยุ่งอีกมาก

ทุกคนเห็นรอยยิ้มของนาง ก็คิดว่านางคงจะยกโทษให้โม่จิ่นยวนแล้ว จึงพากันยิ้มตามไปด้วย

“น้องเจ็ด กินเนื้อเยอะ ๆ หน่อยนะ”

เหล่าพี่สะใภ้กลัวว่านางจะหิวแล้ว จึงพากันแย่งคีบกับข้าวคีบเนื้อให้นาง

“ขอบคุณพี่สะใภ้ทุกท่าน”

มู่หนิงมองดูแววตาที่เอ็นดูรักใคร่ตนเองของพวกนาง พอนึกถึงจุดจบของพวกนางในภายภาคหน้า ความอยากอาหารก็ลดลงไปไม่น้อยในทันที

พี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองถูกคนแทงตายอย่างโหดเหี้ยมระหว่างทางที่ถูกเนรเทศ พี่สะใภ้สาม พี่สะใภ้ห้า และพี่สะใภ้หกถูกคนบีบบังคับจนต้องกระโดดหน้าผาตาย

ที่น่าสงสารที่สุดคือพี่สะใภ้สี่ เพราะนางไม่มีวรยุทธ์ จึงเป็นคนที่ถูกรังแกได้ง่ายที่สุด ระหว่างทางที่ถูกคุมตัว นางถูกพวกทหารทางการผลัดกันข่มเหงย่ำยีตลอดทั้งคืน สุดท้ายเพราะทนความอัปยศไม่ไหวจึงโขกศีรษะกับกำแพงจนตาย

ครั้งหนึ่ง พวกนางก็เคยเป็นนักรบหญิงที่ติดตามสามีเข้าสู่สนามรบ สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน

ความกล้าหาญในการรบของพวกนาง ไม่ได้ด้อยไปกว่าบุรุษใดเลย

ครอบครัวที่ดีเช่นนี้ นางจะไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด

วันรุ่งขึ้น

หลังจากที่มู่หนิงตื่นขึ้นมา ก็เห็นโม่จิ่นยวนกำลังเก็บผ้าปูที่นอนและผ้าห่มบนพื้น ถึงนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อคืนเพราะความโกรธ นางจึงไล่เขาลงไปนอนที่พื้น

แต่การจะอาละวาดก็ต้องดูสถานการณ์ด้วย เมื่อนึกถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ นางกำลังจะเอ่ยปากเตือนโม่จิ่นยวน ด้านนอกประตูก็มีเสียงบ่าวชายเข้ามารายงาน

“ท่านแม่ทัพ! ฝ่าบาทมีพระราชประสงค์เร่งด่วน ให้ท่านรีบเข้าวังไปปรึกษาหารือขอรับ”

“ข้ารู้แล้ว”

โม่จิ่นยวนเก็บผ้าห่มในมือเข้าไปในตู้ แล้วหันหลังกำลังจะไปเปิดประตูห้องเพื่อเตรียมตัวเข้าวัง

มู่หนิงรีบพลิกตัวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว ดึงรั้งเขาที่กำลังจะออกไป พร้อมเอ่ยปากเตือน “ท่านแม่ทัพเดินทางไปครั้งนี้ต้องระวังตัวให้มาก เมื่อคืนข้าฝัน ฝันว่าท่านเข้าวังไปแล้วเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น”

โม่จิ่นยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย นึกถึงการกระทำของนางที่จู่ๆ ก็จะทำแท้งเมื่อวานนี้ จึงเอ่ยถามเชิงหยั่งเชิง “เจ้าฝันจริง ๆ หรือว่าไปรู้อะไรมาจากบิดาของเจ้ากันแน่?”

แม้ว่าจะผ่านไปหนึ่งคืนแล้ว แต่ความสงสัยที่เขามีต่อนางก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 461

    “รางวัลอันใดหรือ?”ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างพากันกรูเข้ามา ล้อมหน้าล้อมหลังมู่หนิงเอาไว้จนไม่มีช่องว่างเย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ และซวนหยวนเฉินทั้งสามคน ประคองเอวและขาที่ปวดร้าว เบียดเสียดเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน“ท่านแม่ พวกข้าก็อยากฟังเจ้าค่ะ”บุตรสาวคนโตโม่ซีเหยียน และบุตรสาวคนรองโม่ซีเหยา ก็ชะโงกหน้าเข้ามา จ้องมองมู่หนิงตาเป็นประกายสีหน้าของโม่ซีเย่ยังคงราบเรียบเย็นชาเช่นเคย แต่ก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกันมู่หนิงมองทุกคน ยิ้มแล้วกล่าวว่า “มิติเปิดประตูเชื่อมกาลเวลาสู่บ้านเกิดของข้าในอนาคตได้แล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ข้าสามารถกลับบ้านได้ทุกเมื่อ อีกทั้งมิติในตอนนี้ ข้าสามารถพาคนเข้าไปพร้อมกันได้ถึงยี่สิบคน ดังนั้นพวกท่านก็สามารถไปเยี่ยมชมโลกที่ข้าเคยใช้ชีวิตมาก่อนได้เช่นกัน”ผ่านมาเนิ่นนานเพียงนี้ มู่หนิงยังคงปรารถนาที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนโลกในอีกพันปีข้างหน้าวันนี้ในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราออกเดินทาง ไปดูโลกเดิมของพี่หญิงมู่กัน”“ข้าอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว อยากจะเห็นนักว่าโลกอนาคตที่น้องเจ็ดเคยใช้ชีวิตอยู่นั้น จะเจริญรุ่งเรืองน่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด”“

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 460

    เย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ ซวนหยวนเฉิน จากเด็กน้อยไร้เดียงสาในวันวาน หลังจากผ่านไปสิบปี บัดนี้เติบโตกลายเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาและสง่างามเพียงแต่ยามเผชิญหน้ากับโม่จิ่นยวน ความกล้าหาญที่มีกลับกลายเป็นท่าทางของเด็กน้อยในชั่วพริบตาทว่ากระบี่ที่ชักออกมาจากฝักแล้ว ไหนเลยจะเก็บคืนได้ง่าย ๆ ?ทุกคน “...???”“พรูด~”มู่หนิงกำลังดื่มน้ำผลไม้ พอได้ยินประโยคนั้น ก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา“เจ้าว่าอะไรนะ?”โม่จิ่นยวนหรี่ดวงตาสีดำอันเฉียบคมลงเล็กน้อย มองไปที่ซวนหยวนเฉินและเจ๋ออวี่ทั้งสองคน พลางคาดคั้นว่า “พวกเจ้าเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเขาหรือ?”เย่อู๋เฉินและเจ๋ออวี่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่พอนึกถึงคำพูดของซวนหยวนเฉินก่อนหน้านี้ พวกเขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่แล้ว ตลอดหลายปีมานี้ พวกเราชอบพี่หญิงมาโดยตลอด ดังนั้นจึงอยากแต่งกับนาง นี่เป็นสาเหตุว่าเหตุใดจนป่านนี้แล้วถึงยังไม่แต่งงานมีลูกเสียที”“...”มู่หนิงกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงเจ้าเด็กบ้าพวกนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่กล้าพูดวาจาเช่นนี้ต่อหน้าโม่จิ่นยวน ไม่กลัวโดนซัดจนปางตายหรืออย่างไรพี่สะใภ้ทั้งหกได้ยิ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 459

    แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นในวังหลวง หรือจวนแม่ทัพ ย่อมมีห้องส่วนตัวสำหรับทั้งสองเสมอเดิมทีโม่ซีเย่คิดจะส่งคนมาช่วยจัดแจง แต่เนื่องจากมู่หนิงมีข้าวของจากยุคปัจจุบันมากมาย ไม่สะดวกให้ผู้คนรับรู้ จึงต้องรอให้พวกเขากลับมาจัดการกันเองมู่หนิงและโม่จิ่นยวนทั้งสองคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาสองปี ดังนั้นห้องของตนจึงไม่ต้องจัดเตรียมอะไรมาก ทั้งสองจึงไปช่วยจัดห้องให้คนอื่น ๆมู่หนิงไปเยือนห้องของใคร ก็จะนำเครื่องปรับอากาศ โคมไฟ ที่นอน ผ้านวมขนเป็ด ผ้าห่ม และเครื่องปั่นไฟพวกนี้ออกมาโชคดีที่ทุกคนคุ้นเคยกับข้าวของพวกนี้เป็นอย่างดี จึงจัดแจงได้อย่างรวดเร็วมาก ไม่ทันหมดช่วงบ่ายก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว“พี่หญิงมู่! ข้าพักที่ไหนหรือ?”ซวนหยวนเฉินเห็นมู่หนิงวิ่งวุ่นไปห้องของคนโน้นทีคนนี้ที แต่กลับไม่เห็นมาห้องของตน จึงได้แต่เดินเข้าไปหาด้วยความน้อยใจ มู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “วางใจเถิด ไม่ลืมเจ้าหรอก เพียงแต่เจ้ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับของในมิติของข้ามากนัก ข้าจึงรอให้จัดห้องของทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยไปช่วยเจ้าจัดห้องทีเดียว เช่นนี้จะรวดเร็วกว่ามาก”“ขอบคุณพี่หญิงมู่!”ซวนหยวนเฉินซาบซึ้งใจจนอยากจะเข้าไปก

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 458

    “เจ้าน่ะ ก็เอาแต่ตามใจนางอยู่นั่นแหละ ใครใช้ให้นางซุ่มซ่ามเดินไม่ดูทาง บ่นวันละแปดร้อยรอบก็ไม่จำ”มู่หนิงเดินเข้าไปดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ในใจก็รู้สึกโล่งอก จากนั้นจึงเอ่ยดุนางอย่างไม่สบอารมณ์บุตรสาวคนเล็กนี่ช่างแก่นแก้วเสียจริง ปีนต้นไม้ ล้วงรังนก ลงนาจับปลาไหล จับปลาช่อน แถมยังยิงหนังสติ๊กได้เก่งกาจสุด ๆบางครั้งก็น่าสงสัยจริง ๆ ว่า นางเป็นเด็กผู้ชายหรือไม่ประเด็นคือ นางฝีมือก็ไม่เอาไหนแต่ยังชอบเล่นนักเป็นประเภทที่ซื่อบื้อไม่รู้จักจำ เคยพลาดท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้เจ้าพร่ำบอกนางกี่ครั้ง นางก็ยังทำผิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ อยู่ดียกตัวอย่างเรื่องเล่นซน ปกติให้นางวิ่ง ก็ต้องระวังรอบข้าง ต้องระวังตัวให้ดี ๆ ไม่อย่างนั้นจะหกล้มหรือไม่ก็ชนข้าวของนี่อย่างไรเล่า ชนพี่ชายของนางเสียแล้ว“ท่านแม่~”โม่ซีเหยาเอ่ยเรียกมู่หนิงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาจนแทบจะแขวนเนื้อหมูได้สองชั่งอยู่แล้ว“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”โม่ซีเย่วางโม่ซีเหยาลงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายทั้งสองคน“เย่เอ๋อร์~”วินาทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นโม่ซีเย่ ก็ชะงักไปนาน ก่อนจะเข้า

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 457

    “อื้ม!”ฮูหยินโจวรับคำยามบ่ายตอนที่ครอบครัวของมู่หนิงออกเดินทาง เพิ่งจะออกจากประตูเมือง นายอำเภออวี๋ก็พาคนทั้งครอบครัวมารออยู่ที่นอกเมืองแล้วเพียงเพื่อมาส่งพวกนางจนกว่าจะลับสายตาไปอีกสักระยะหนึ่งมิใช่แค่นาง ยังมีสหายคนอื่น ๆ ในเมืองไถโจว เมื่อรู้ว่าพวกนางจะย้ายกลับแคว้นต้าโจว ต่างก็พากันมาส่งด้วยความอาลัยอาวรณ์“เดินทางปลอดภัยนะ”ฮูหยินโจวมองครอบครัวมู่หนิงที่จากไปไกลแล้ว แต่ก็ยังโบกมือให้พวกนางอย่างไม่อยากจากลา“ข้างนอกหนาว ทุกคนรีบกลับไปเถิด”มู่หนิงมองทุกคนด้วยความปวดใจ สุดท้ายจึงโบกมือลาอีกครั้ง พร้อมตะโกนบอกให้ทุกคนกลับไปเพิ่งจะพ้นผ่านเทศกาลตงจื้อ บนท้องฟ้ามีสายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ รวมถึงลมหนาวพัดผ่าน ความหนาวเย็นราวกับจะแทรกซึมลึกเข้าไปในกระดูกนางทนเห็นทุกคนยืนอยู่ข้างนอกต่อไปไม่ไหว จึงทำได้เพียงเตือนให้ทุกคนรีบกลับไปทว่าทุกคนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความอาลัยอาวรณ์ จนกระทั่งรถม้าของมู่หนิงเคลื่อนห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนลับสายตาไปในที่สุด จึงค่อยพากันกลับไป“เฮ้อ~”ความรู้สึกของทุกคนในตอนนี้ ช่างหนักอึ้งเหลือเกินไม่มีใครอยากจากบ้านที่ใช้ชีวิตมานานถึงสิบ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 456

    “เด็กบ้า ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ท่านยังคิดเรื่องนี้อยู่อีกหรือ”โม่จิ่นยวนส่ายหน้าด้วยความจนใจยิ่งนักมู่หนิงกลับมองซวนหยวนเฉินด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเอ่ยถาม “ท่านเอาจริงหรือ?”“แน่นอนว่าเอาจริง”ซวนหยวนเฉินพยักหน้ารัว ๆหากเขามีร้อยมือ ก็จะยกทั้งร้อยมือสนับสนุนอย่างแน่นอน“ได้ อีกสักพักท่านค่อยไปหารือกับเย่เอ๋อร์ด้วยตนเองเถิด”ครั้งนี้มู่หนิงไม่ได้ปฏิเสธเขาแล้วช่วงเวลาการรวบรวมเจ็ดแคว้นให้เป็นหนึ่งตามประวัติศาสตร์ได้มาถึงแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงให้มากอีก“พี่หญิงมู่! ท่านตกลงแล้วหรือ?”ซวนหยวนเฉินได้ยินดังนั้น ก็แอบดีใจจนเนื้อเต้นพลางหันไปมองนางมู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “ท่านคิดจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์อยู่ทุกวี่ทุกวัน หากข้ายังไม่ตกลง เกรงว่าท่านคงจะตรอมใจ”“แหะ~”ซวนหยวนเฉินหัวเราะแหะ ๆ ออกมาจากนั้นมู่หนิงก็เอ่ยเตือนอีกว่า “แม้ข้าจะเห็นด้วยที่ท่านจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์ แต่การรวมแคว้นฉู่เข้ากับแคว้นต้าโจวมิใช่เรื่องเล็ก แม้ว่าท่านจะเป็นฮ่องเต้ แต่ด่านแรกที่ต้องโน้มน้าวใจมิใช่พวกเรา และมิใช่เย่เอ๋อร์ ทว่าคือราษฎรของแคว้นฉู่ และเหล่าขุนนางของแคว้นฉู่ หากพ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 122

    “...”หลี่เชียนเชียนเห็นเขาเป็นเช่นนี้ ในใจยิ่งปวดร้าวหนักกว่าเดิมท่านพี่ไม่เชื่อคำพูดของนางหรือ?เมื่อหลี่เฉิงหมิงเห็นว่าในจดหมายไม่มีเบาะแสใดทิ้งไว้จริง ๆ ก็โกรธจัดจนฉีกจดหมายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วโปรยเกลื่อนเต็มพื้น“ท่านพี่ ท่านทำอะไรน่ะ?”หลี่เชียนเชียนเห็นจดหมายที่โม่จิ่นยวนทิ้งไว้ให้

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 139

    “อื้ม”มู่หนิงพยักหน้ารับคำโม่จิ่นยวนจูงมือนางโดยสัญชาตญาณ เปิดประตูห้องครัวเดินออกไปด้านนอกทันทีที่มาถึงห้องโถง ก็เห็นเจ๋ออวี่นั่งแก้มป่องอยู่บนโซฟาพอเจ๋ออวี่เห็นเขาเดินออกมา ทั้งยังจูงมือมู่หนิงอยู่ ก็โกรธจนแก้มพองลมทั้งสองข้าง ดูราวกับกบพองลม“เจ้าเด็กบ้า ขี้งอนเป็นเด็ก ๆ ไปได้”โม่จิ่นย

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 134

    “จิ่นยวน ท่านเบามือหน่อยเถอะ อย่าให้เจ๋ออวี่ตกใจสิ หากเขาถูกกระตุ้นจนอาการกำเริบขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร”มู่หนิงเห็นท่าไม่ดี จึงรีบส่งเสียงบอกให้เขาเบามือ แต่ก็สายไปเสียแล้ว เจ๋ออวี่ถูกโม่จิ่นยวนโยนลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว“หึ~ หากเขากำเริบขึ้นมาอีก ข้าก็ไม่ถือสาที่จะสับท้ายทอยให้เขาสลบไปอีกรอบ”

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 147

    โม่จิ่นยวนชี้กระบี่ยาวใส่เขา บุรุษสวมหน้ากากเอียงศีรษะเล็กน้อย “พวกเจ้าไม่กินหรือ? หากไม่กินถ้าอย่างนั้นข้าจะกินให้หมดเลย”เขาหิวมากจริง ๆตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เขาไม่เคยกินอาหารที่อร่อยมากเพียงนี้มาก่อนหากมิใช่เพราะตาแก่นั่นตาย แล้วถ่ายทอดพลังทั้งหมดมาให้เขา กอปรกับไอ้ฮ่องเต้สุนัขนั่นมีรับสั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status