Share

บทที่ 3

Penulis: ม่านฝันจันทรา
มู่หนิงตีเขาไปทีหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง “ก็บอกแล้วมิใช่หรือว่าข้าแค่ฝันไป อีกอย่าง บุตรสาวที่ไม่เป็นที่รักอย่างข้า จะมีความสามารถอันใดที่จะไปได้ยินเรื่องราวบางอย่างจากท่านอัครเสนาบดีได้”

โม่จิ่นยวนเห็นสีหน้าจริงใจของนาง ไม่มีทีท่าว่ากำลังโกหกแม้แต่น้อย

เรื่องบางอย่าง ก็ใช่ว่าจะไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ เลย เขาก็พอจะมีลางสังหรณ์อยู่บ้างแล้ว

“เจ้าวางใจเถิด ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย”

โม่จิ่นยวนกลัวว่านางจะเป็นกังวล จึงเผลอเอ่ยปากปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ข้ารู้สึกว่าท่านจะต้องถูกโบยด้วยกระบองทหาร หากท่านเชื่อข้า ในช่วงเวลาคับขันก็จงแอบกินยานี่เข้าไปก่อน มันจะช่วยลดความเจ็บปวดทั้งหมดได้ชั่วคราว และช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บเล็กน้อยได้ในทันที”

มู่หนิงกล่าวจบ ในมือก็พลันปรากฏยาเม็ดสีขาวหนึ่งเม็ดขึ้น นางยัดมันใส่ในมือของโม่จิ่นยวน แล้วกำชับอีกครั้ง “อีกอย่าง หากตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ข้าแนะนำว่าท่านแกล้งสลบไปก็ได้”

ในประวัติศาสตร์ ฮ่องเต้สั่งโบยเขาด้วยกระบองทหารมากกว่าร้อยครั้ง เห็นว่าเขาใกล้ตายแล้วจึงไว้ชีวิตลมหายใจสุดท้ายให้หามกลับมา

หวังว่าสมองเขาจะไม่ดื้อด้านเกินไปนัก บางทีหลังจากแกล้งสลบแล้ว อาจจะโดนโบยน้อยลงบ้าง

สิ่งที่นางทำได้ ก็มีเพียงช่วยเขาลดความเจ็บปวดและอาการบาดเจ็บหลังถูกโบยเท่านั้น

จะเชื่อหรือไม่ จะกินหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง

“ขอบคุณ”

โม่จิ่นยวนรับยาเม็ดนั้นมา ซ่อนไว้ในซอกนิ้ว

หลังจากที่เขาจากไป มู่หนิงก็รู้สึกว่าตนเองต้องรีบเคลื่อนไหวเช่นกัน

นางแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ทานอาหารเช้ากับครอบครัว แล้วจึงใช้ข้ออ้างว่าไปเยี่ยมญาติ กลับไปยังจวนอัครเสนาบดีสักเที่ยว

สำหรับนางแล้ว จวนอัครเสนาบดีไม่มีความผูกพันทางสายเลือดให้กล่าวถึงเลยแม้แต่น้อย บิดาชั่วไม่ใช่แค่ชั่ว แต่ยังโลภมากอีกด้วย

ไม่เพียงแต่บิดาชั่วจะชั่วร้าย ฮูหยินผู้เฒ่า อนุภรรยา ลูกอนุภรรยาชายหญิงพวกนั้น ไม่มีใครเป็นคนดีสักคน อีกทั้งมารดาของนางก็ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว

ดังนั้นครอบครัวเช่นนี้ ต้องเริ่มลงมือจัดการกับพวกเขาก่อน

นางไม่ได้เดินอาด ๆ เข้าไป แต่ใช้ความสามารถในการล่องหนหนึ่งชั่วโมงของมิติ แอบลอบเข้าไปในจวนอัครเสนาบดี

แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะไม่เป็นที่รักมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังรู้ว่าคลังสมบัติอยู่ที่ไหน

แต่จวนอัครเสนาบดีมีการป้องกันที่แน่นหนา อีกทั้งหน้าประตูก็มีคนเฝ้าอยู่ มู่หนิงจึงก้มลงเก็บก้อนหินบนพื้นขึ้นมาก้อนหนึ่ง ขว้างไปด้านหลังภูเขาจำลองในลานเรือน

“ใครอยู่ตรงนั้น?”

องครักษ์ที่เฝ้าประตูได้ยินความเคลื่อนไหว ก็ชักกระบี่ที่เอวออกมาอย่างระแวดระวัง เดินตรงไปยังด้านหลังภูเขาจำลอง

มู่หนิงฉวยโอกาสนี้ รีบแอบเข้าไปในคลังสมบัติอย่างรวดเร็ว

บิดาชั่วนี่ช่างโลภไม่ธรรมดาจริง ๆ สุ่มเปิดหีบใบหนึ่ง ข้างในก็เต็มไปด้วยทองคำและเงินแท่ง

เก็บให้หมด เก็บให้เรียบ

เงินทอง ตั๋วเงิน ภาพวาดอักษร ไข่มุก หยก เสบียงอาหาร ผ้าไหม เครื่องลายคราม

แม้กระทั่งโต๊ะหนังสือและเก้าอี้ไม้จันทน์สีม่วงในคลังสมบัติ มู่หนิงก็ไม่เว้น เก็บไปจนเกลี้ยงแล้ว

อาศัยช่วงที่เวลายังไม่หมดหนึ่งชั่วโมง มู่หนิงอาศัยทักษะจากชาติที่แล้ว พลิกตัวขึ้นไปบนขื่อหลังคา

“พอตั้งท้องแล้วก็อุ้ยอ้ายจริง ๆ เมื่อครู่เกือบจะตกลงไปแล้ว”

มู่หนิงตบหน้าอก พึมพำกับตัวเองอย่างใจหายใจคว่ำ จากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดหลังคาออก แล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ

คิดว่ามันจะจบลงเพียงเท่านี้หรือ?

ไม่ ๆ ๆ นี่ไม่ใช่นิสัยของมู่หนิงนางเลยสักนิด

ตราบใดที่เป็นคนที่นางหมายหัวไว้ รับรองได้ว่าจะต้องถูกจัดการจนสิ้นเนื้อประดาตัว

มู่หนิงมาถึงเรือนหลังแห่งหนึ่ง

เรือนนี้ ก็คือสถานที่ที่เจ้าของร่างเดิมเคยอาศัยอยู่

นางไม่กลัวว่าจะมีคนมา อย่าว่าแต่ตอนนี้นางแต่งงานออกไปแล้วเลย ต่อให้เป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังอาศัยอยู่ในเรือนนี้ ก็มีเพียงคนที่มาส่งอาหารวันละสามมื้อเท่านั้นที่จะแวะมา

มิติสามารถใช้ล่องหนได้หนึ่งชั่วโมง และต้องใช้เวลาพักคูลดาวน์หนึ่งชั่วโมง ดังนั้นนางจึงต้องรอให้หมดระยะเวลาคูลดาวน์ก่อน ถึงจะออกเดินทางใหม่ได้

เมื่อถึงเวลา นางก็รีบไปยังห้องของฮูหยินอัครเสนาบดีทันที รวมถึงห้องของอนุภรรยาทั้งสาม และเหล่าบุตรธิดาของอนุภรรยาคนอื่น ๆ

ของมีค่าใด ๆ ก็ตามที่นางมองแล้วชอบ ก็ถูกปล้นไปจนเกลี้ยง

โชคดีที่เรือนของคนในครอบครัวอยู่ใกล้กันมาก อีกทั้งนางยังจงใจเลือกเวลาอาหารกลางวันเพื่อเข้าไปปล้น ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงไม่มีทางมีใครรู้เรื่องของหาย

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ นางก็รีบออกมาจากจวนอัครเสนาบดี จากนั้นก็ไปซื้อของจำนวนหนึ่งที่ถนนใหญ่ และสั่งให้คนห่อส่งไปยังสถานที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง ก่อนจะเก็บทั้งหมดเข้าไปในมิติ

แต่นางกลับไม่รู้เลยว่า ในขณะนี้ที่จวนแม่ทัพกำลังวุ่นวายใจอย่างหนัก

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่กังวลว่านางจะไปถูกรังแกที่จวนอัครเสนาบดีเหมือนเช่นเคย จึงได้พาเหล่าพี่สะใภ้ทั้งหกยกขบวนกันไปอย่างยิ่งใหญ่ เตรียมจะไปหนุนหลังให้นาง

“ท่านแม่! เหล่าพี่สะใภ้ ท่านกำลังจะไปไหนกันหรือเจ้าคะ?”

มู่หนิงกลับมา เห็นพวกนางกำลังเดินออกจากประตูพอดี จึงเดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย

“หนิงหนิงกลับมาแล้วหรือ พวกเรานึกว่าเจ้ากลับไปแล้วจะถูกรังแก กำลังเตรียมตัวจะไปจวนอัครเสนาบดีเพื่อหนุนหลังให้เจ้าอยู่เชียว”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ก้าวเข้ามา ตรวจดูตามเนื้อตามตัวนางด้วยความกังวลว่ามีบาดแผลหรือไม่

“ท่านแม่! ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

มู่หนิงเหลือบมองยามเฝ้าประตูสองคนที่อยู่หน้าประตู แล้วกระซิบเสียงต่ำ “วันนี้เดิมทีข้าตั้งใจจะกลับไปที่จวนอัครเสนาบดี แต่พอนึกขึ้นได้ว่าท่านพ่อไม่ชอบข้า ข้าก็เลยเดินเล่นอยู่ข้างนอกตลอดทั้งเช้า”

เรื่องที่จวนอัครเสนาบดีถูกขโมยขึ้น จะต้องถูกค้นพบในไม่ช้าอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงจำเป็นต้องเตรียมการป้องกันตัวไว้ก่อน

“เจ้าเด็กคนนี้ อยากจะไปเดินเล่นก็ควรจะพาสาวใช้ไปด้วยสักสองคนสิ หากเกิดอุบัติเหตุอะไรข้างนอกขึ้นมาจะทำอย่างไร”

น้ำเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าโม่เต็มไปด้วยความกังวล ไม่มีการตำหนิแม้แต่น้อย

พี่สะใภ้ใหญ่ก้าวเข้ามา กำชับด้วยความห่วงใยว่า “น้องเจ็ด! วันหลังจะออกไปข้างนอกต้องพาสาวใช้ไปด้วย รู้หรือไม่?”

“เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่และเหล่าพี่สะใภ้ที่เป็นห่วง”

มู่หนิงยิ้มหวานสดใส เม้มปากพลางลูบท้องของตนเอง มองไปทางพี่สะใภ้ใหญ่พลางเอ่ยถาม “พี่สะใภ้ใหญ่! ยังมีอาหารกลางวันเหลืออยู่หรือไม่? ข้าหิวมากเลย”

เจ้าตัวเล็กในท้องนี่ ช่างตะกละไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

ตอนที่นางพักผ่อนอยู่ที่เรือนหลังของจวนอัครเสนาบดี นางก็กินของไปไม่น้อยเลย

ก็แค่ไม่ได้กินอาหารหลัก นี่มันเพิ่งจะนานแค่ไหนกันเชียว ก็ทำให้นางหิวจนใจสั่นตาลายไปหมดแล้ว

“มีสิ มีแน่นอน พวกเราไม่รู้ว่าเจ้าจะกลับมากินมื้อกลางวันหรือไม่ ก็เลยสั่งให้คนเก็บส่วนของเจ้าไว้ให้เป็นพิเศษ”

พี่สะใภ้รองฟางเหวินจูงมือนางอย่างเอ็นดู หันไปมองสาวใช้ข้างกาย “ยังไม่รีบไปสั่งพ่อครัว ยกอาหารที่เก็บไว้ให้ฮูหยินเจ็ดออกมาอีก”

“เจ้าค่ะ ฮูหยินรอง”

สาวใช้รับคำสั่ง แล้วรีบวิ่งไปยังห้องครัว

“จริงสิ ท่านแม่ จิ่นยวนยังไม่กลับมาหรือเจ้าคะ?”

หลังจากมู่หนิงกลับถึงจวน เมื่อเห็นว่าบนใบหน้าของทุกคนไม่มีแววเศร้าโศกเสียใจ ก็รู้ได้ว่าโม่จิ่นยวนยังไม่กลับมา แต่นางก็ยังเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ยังเลย”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ส่ายหน้า

ตระกูลโม่ของพวกเขาเป็นขุนนางที่ภักดีมาทุกยุคสมัย จนมาถึงรุ่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น บุตรชายเจ็ดคนออกรบ กลับมาเพียงคนเดียว ความภักดีนี้มีขุนเขา แม่น้ำ ตะวันและจันทราเป็นพยาน

นางนึกว่าโม่จิ่นยวนเพียงแค่เข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าหารือราชการเช่นเคย จึงไม่ได้กังวลอันใด

“ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินน้อย แย่แล้วขอรับ ท่านแม่ทัพถูกโบยด้วยกระบองทหารหกสิบที ตอนนี้สลบไสลไม่ได้สติ ถูกหามกลับมาแล้ว พวกท่านรีบไปดูเถอะขอรับ”

มู่หนิงกินข้าวไปได้เพียงครึ่งเดียว พ่อบ้านก็พรวดพราดเข้ามารายงานด้วยความตื่นตระหนก

“อะไรนะ?”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่พอได้ยินดังนั้น ก็เกือบจะหน้ามืดเป็นลมล้มพับไป

“ท่านแม่ระวังเจ้าค่ะ”

พี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้ห้ารีบประคองร่างที่สั่นเทาของนางไว้

“ตอนนี้ท่านแม่ทัพถูกหามไปไว้ที่ใด?”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ก้าวเท้าที่ชราภาพของตนเอง รีบเดินไปยังห้องโถงใหญ่อย่างรวดเร็ว พลางเอ่ยถามพ่อบ้าน

พ่อบ้านตอบกลับ “อยู่ที่ห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพขอรับ อีกทั้งกรมการคลังยังได้ส่งทหารทางการกองหนึ่งมา บอกว่าท่านแม่ทัพขโมยของในท้องพระคลัง จะไปตรวจสอบที่คลังสมบัติขอรับ”

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างก็รีบเร่งฝีเท้าด้วยความโกรธ พอคิดถึงโม่จิ่นยวนที่หมดสติถูกหามกลับมา ทุกคนก็พากันขอบตาแดงก่ำด้วยความกระวนกระวาย

มู่หนิงเดินตามไปติด ๆ

เดิมทีนึกว่าหลังจากจัดการหงอิงไปแล้ว ฮ่องเต้ไม่ได้รับข่าวการทำแท้งจนเสียชีวิตของนาง เรื่องการใส่ร้ายป้ายสีอาจจะถูกเลื่อนออกไป

ดูจากตอนนี้แล้ว พรุ่งนี้เช้า ข้อหากบฏและการถูกเนรเทศ ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

เมื่อคิดได้ดังนั้น มู่หนิงที่อยู่ด้านหลังก็ค่อย ๆ หยุดฝีเท้าลง ฉวยโอกาสก่อนที่คนจากกรมการคลังจะไปถึงคลังสมบัติ ตัดสินใจที่จะชิงตัดหน้าไปที่นั่นก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 100

    อย่างน้อยที่สุดหวังอวี่หลิงก็เป็นสหายของพี่ชาย ถือเป็นคนที่รู้พื้นเพกันดี แต่งงานกับเขาย่อมดีกว่าแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักกันเลย“เชียนเชียน ขอบใจเจ้ายิ่งนัก ขอบใจที่เจ้ายอมแต่งงานกับข้า วางใจเถิด ตลอดชีวิตนี้ข้าจะดีกับเจ้าให้ถึงที่สุด”หวังอวี่หลิงอุ้มนางขึ้นมาด้วยความดีใจ และหมุนตัวไปหลายรอบด้วยความตื่นเต้นเขาอดใจรอแทบไม่ไหวอยากรับหลี่เชียนเชียนแต่งเข้าเรือนเป็นภรรยาให้ได้โดยไว ครั้นวางนางลงแล้วก็เอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มกว้างมีความสุขอย่างไร้ใดเปรียบ “เชียนเชียน ข้าจะกลับไปจัดเตรียมงานสมรสเดี๋ยวนี้เลย แล้วพรุ่งนี้ข้าจะมาสู่ขอเจ้าไปเป็นภรรยา”เพื่อให้ได้แต่งงานกับหลี่เชียนเชียนได้ทุกเมื่อ เขาได้ตระเตรียมทุกอย่างในเรือนไว้พร้อมก่อนแล้ว หากนางรับปากแต่งงานเมื่อใด เขาก็พร้อมจะจัดสถานที่และพิธีสมรสให้ได้ทันทีหลี่เชียนเชียนมิได้ปฏิเสธ กระทั่งเขาเดินจากไปแล้ว นางรู้สึกราวกับถูกดูดพลังออกไปจนหมดทั้งตัว“คุณหนู”สาวใช้ข้างกาย เห็นนางแทบจะทรุดลงบนพื้น ก็รีบรุดเข้าไปประคองนางไว้ทันที ก่อนจะเอ่ยอย่างปวดหัวใจ “ไยจึงตัดสินใจแบบนี้เจ้าคะ ทั้งที่คุณหนูไม่ได้ชอบคุณชายหวัง ไยคุณหนูจึงยอมรับปากแต่งงาน

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 99

    “เชียนเชียน! ข้าสาบาน ชีวิตนี้ข้าจะรักเจ้าเพียงผู้เดียว จะสมรสกับเจ้าเพียงผู้เดียว เจ้ายอมสมรสกับข้าเถิดนะ ได้โปรดเถิด?”ชายหนุ่มด้านหน้าสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีฟ้าเข้มทั้งตัว กำลังล้อมหน้าล้อมหลังหลี่เชียนเชียนไว้อย่างไร้ยางอายโม่จิ่นยวนกับมู่หนิงได้ยินแล้ว ที่แท้ก็เป็นคุณชายที่มาสู่ขอหลี่เชียนเชียนแต่งงานนี่เอง เพราะพวกเขาเป็นคนนอกจะเข้าไปแทรกแซงก็มิใช่เรื่อง พวกเขาจึงมิได้สนใจหยุดดู แต่เดินออกไปด้านนอกต่อทันที“พี่ใหญ่โม่ พี่สะใภ้มู่พวกท่านกำลังจะไปที่ใดกันหรือ ข้าขอไปกับพวกท่านด้วยได้หรือไม่?”หลี่เชียนเชียนเห็นว่าโม่จิ่นยวนและมู่หนิงกำลังจะออกไปข้างนอก นางที่กำลังกลัดกลุ้มว่าจะสลัดตัวเองออกจากคุณชายตรงหน้าท่านนี้อย่างไร พอหันไปก็เห็นพวกนางสองคนพอดี จึงรีบวิ่งไปหาอย่างไม่รอช้า แสดงเจตนาว่าอยากออกไปข้างนอกกับพวกนางด้วยโม่จิ่นยวนได้ยิน ก็ปฏิเสธทันทีอย่างไม่มีลังเล “คุณหนูเชียนเชียน พวกเราจะออกไปทำธุระข้างนอกกัน ไม่สะดวกพาท่านไปด้วย”เขากับมู่หนิงตั้งใจว่าจะออกไปซื้อของด้วยกัน แล้วยังเกี่ยวข้องกับมิติด้วย ดังนั้นจะให้นางตามไปด้วยไม่ได้เด็ดขาดหากแค่ออกไปเดินเล่นเฉย ๆ ก็ว่าไปอย่างห

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 98

    โม่จิ่นยวนสีหน้ามืดครึ้ม มองมู่หนิงอย่างรู้สึกหมดอารมณ์ “นางจะประเสริฐเลิศล้ำแค่ไหนแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า หรือว่าแค่เจอดรุณีประเสริฐแสนดีสักคน แล้วข้าต้องชอบนางอย่างนั้นหรือ?”มู่หนิงเห็น เขาทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ ก็ผุดยิ้มพลางตบไหล่เขาเบา ๆ “ข้าก็แค่ถามเท่านั้นเอง ท่านไม่เห็นจะต้องทำหน้ามืดครึ้มแบบนี้เลย”“ข้า…”โม่จิ่นยวนหงุดหงิดนางจนจะบ้าตายให้ได้แล้วผู้หญิงคนนี้ แม้จิตวิญญาณจะมิได้ผูกพันเป็นสามีภรรยากับเขา แต่ร่างกายใช่ เด็กในครรภ์ก็ใช่ นางจะไม่แยแสสักนิดเลยหรือ?“เอานี่ ข้าให้แอปเปิลท่านหนึ่งลูก ไม่ต้องทำหน้าบูดแบบนั้นแล้ว”มู่หนิงเห็นเขาหงุดหงิดนัก จึงหยิบแอปเปิลจากในมิติออกมาหนึ่งลูกเพื่อปลอบเขาโม่จิ่นยวนยื่นมือไปรับผลแอปเปิลมา อารมณ์ค่อยดีขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะมองนางด้วยสายตาแน่วแน่ “มู่หนิง ข้ารู้ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับข้าซับซ้อนยิ่งนัก เป็นสามีภรรยาแต่ก็มิได้เป็นสามีภรรยา แต่ไม่ว่าอย่างไร ตราบใดที่เจ้าเป็นคนสกุลโม่ ในหัวใจของข้าจะมีเจ้าเป็นภรรยาเพียงคนเดียว คนสกุลโม่ไม่สมรสภรรยารอง ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีธรรมเนียมรับอนุภรรยาเข้าเรือนด้วย ตอนนี้ตำแหน่งฮูหยินโม่จะมีเพียงเจ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 97

    “เพิ่งตื่นเมื่อครู่นี้เอง”โม่จิ่นยวนเลื่อนมือขึ้นมาหนุนดวงหน้างดงามหล่อเหลาอย่างเกียจคร้าน จ้องมองนางด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ฉวยโอกาสจูบข้าตอนข้าหลับ เจ้าไม่คิดว่าควรให้คำอธิบายข้าสักคำหรือ?”เขาไม่รู้สึกว่ามู่หนิงแอบจูบเขา เพราะว่าตกหลุมรักเขามู่หนิงหัวเราะเสียงเจื่อน ก่อนจะอธิบายออกไปอย่างส่งเดช “เรื่องนั้น ข้า…ข้าก็แค่เห็นว่าริมฝีปากท่านงดงามดูดี อีกอย่างท่านก็มีรูปโฉมหล่อเหลา ก็เลยอยากจะลองจูบดูว่าจะรู้สึกอย่างไร ท่านเชื่อหรือไม่?”โม่จิ่นยวนได้ยินแล้ว ริมฝีปากเย้ายวนกระตุกเล็กน้อย ทำหน้าเหมือนจะบอกอีกฝ่ายว่าเห็นข้าเป็นเด็กปัญญาอ่อนรึไง “เจ้าจะโกหกทั้งที ช่วยหาเหตุผลที่ดีกว่านี้ให้ฟังหน่อยได้หรือไม่?”มู่หนิงสวนกลับทันควัน “ข้าก็หาแล้วนี่ไง บอกว่าเจ้าหล่อเหลา หน้าตาดูดี นี่ยังไม่นับเป็นเหตุผลที่ดีอีกหรือ?”“…”โม่จิ่นยวนหยัดกายขึ้น ดวงตาคมกริบงดงามพลันหรี่ลงเล็กน้อย “ดังนั้นแล้วจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เจ้าจูบข้ามันคืออะไร?”มู่หนิงตบปากตนเองเบา ๆให้ตายเถิดเมื่อครู่นางโง่สิ้นดี ยอมรับไปจนได้ว่าที่ตนเองอธิบายไปเป็นข้ออ้างที่แต่งขึ้นมามู่หนิงรู้สึกอับอายอย่างถึ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 96

    โม่จิ่นยวนตอบกลับเพียงหนึ่งประโยคอย่างเรียบง่าย ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ก็ทราบทันทีว่าเขามีแผนการใหม่ในใจแล้ว“ท่านแม่ ท่านพักผ่อนก่อนเถิด ไว้หนิงหนิงตื่นแล้ว ข้าจะให้นางเอายาระงับปวดอีกเม็ดมาให้ท่านกิน”โม่จิ่นยวนดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มกายให้นางด้วยความเอาใจใส่ เมื่อเรียบร้อยดีแล้วจึงหมุนตัวและเดินออกไปฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นว่ารอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขาหลุดหายไปแล้ว จึงกำชับว่า “ได้ ไว้หนิงหนิงตื่นเมื่อใด ให้นางช่วยติดแผลเป็นบนหน้าให้เจ้าใหม่ด้วย”“อืม”โม่จิ่นยวนรับคำหลังจากมาถึงห้องที่มู่หนิงหลับอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่านางนอนหลับสนิทไม่ได้ห่มผ้าสักนิด ผ้าห่มทั้งหมดถูกถีบไปกองอยู่ปลายเตียงแบบนั้น ใบหน้าเผลอกระตุกรอยยิ้มเอ็นดูออกมาอย่างอดไม่ได้มู่หนิงคงจะไม่ได้ผ่อนคลายมานานเกินไป ครั้งนี้จึงหลับสนิทมาก หากเป็นเวลาอื่นแค่มีคนเดินเข้ามาในห้อง นางก็ต้องสะดุ้งตื่นแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าโม่จิ่นยวนมาห่มผ้าให้นางเลยโม่จิ่นยวนเองก็เหนื่อยมากเหมือนกัน มองไปด้านนอกเห็นว่าแสงแดดแรงเกินไป ออกไปทำอะไรไม่ได้ ก็เลยถือโอกาสนี้ทอดกายลงนอนข้างมู่หนิงกว่ามู่หนิงจะตื่นขึ้นอีกที ก็เป็นช่วงบ่ายแก่ ๆ แล้วพอลืมตาข

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 95

    “ไม่ต้องแล้ว ในเมื่อพี่ใหญ่โม่ปฏิเสธแล้ว จากนี้ก็อย่าพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเลย ข้าไม่อยากเคี่ยวเข็ญฝืนใจใคร”หลี่เชียนเชียนมีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง นางได้พยายามช่วงชิงโอกาสนั้นมาแล้ว แม้ว่าจะถูกปฏิเสธ แต่ในใจก็มิได้รู้สึกติดค้างแล้วพูดจบ นางก็หมุนตัวและเดินออกไปทันทีหลี่เฉิงหมิงมองเงาแผ่นหลังอันเงียบเหงาของนาง มือสองข้างที่แนบอยู่ตรงต้นขาก็กำแน่นขึ้นเล็กน้อยถูกปฏิเสธเพียงหนึ่งครั้ง ก็คิดจะถอดใจเช่นนี้หรือ?ไม่ได้ เขาจะต้องใช้ประโยชน์จากเชียนเชียนรั้งให้โม่จิ่นยวนอยู่ที่เมืองหรงต่อให้ได้……ตอนที่โม่จิ่นยวนกลับมาถึงเรือนปีกตะวันตก ท่านแม่และบรรดาพี่สะใภ้กำลังนั่งพักผ่อนรับลมอยู่ในศาลา “ท่านแม่ มู่หนิงเล่า?”เขาสืบเท้ายาว ๆ เข้าไป พอไม่เห็นมู่หนิง หัวใจพลันสะท้านวาบด้วยความกังวล รีบเอ่ยถามมารดาทันทีด้วยความร้อนใจทุกคนพอเห็นท่าทีร้อนใจของเขา ต่างก็หัวเราะในใจ ดูเหมือนความรักความผูกพันที่น้องเจ็ดมีต่อน้องสะใภ้เจ็ดใช่ว่าจะไม่มีเสียที่ไหนฮูหยินผู้เฒ่าโม่เอ่ยยิ้ม ๆ “หนิงหนิงบอกว่าง่วง ก็เลยกลับไปหลับในห้องที่ข้านอนพักผ่อนเมื่อครู่นี้แล้ว”“เช่นนั้นข้าขอตัวไปดูนางสั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status