Share

บทที่ 3

Author: ม่านฝันจันทรา
มู่หนิงตีเขาไปทีหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง “ก็บอกแล้วมิใช่หรือว่าข้าแค่ฝันไป อีกอย่าง บุตรสาวที่ไม่เป็นที่รักอย่างข้า จะมีความสามารถอันใดที่จะไปได้ยินเรื่องราวบางอย่างจากท่านอัครเสนาบดีได้”

โม่จิ่นยวนเห็นสีหน้าจริงใจของนาง ไม่มีทีท่าว่ากำลังโกหกแม้แต่น้อย

เรื่องบางอย่าง ก็ใช่ว่าจะไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ เลย เขาก็พอจะมีลางสังหรณ์อยู่บ้างแล้ว

“เจ้าวางใจเถิด ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย”

โม่จิ่นยวนกลัวว่านางจะเป็นกังวล จึงเผลอเอ่ยปากปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ข้ารู้สึกว่าท่านจะต้องถูกโบยด้วยกระบองทหาร หากท่านเชื่อข้า ในช่วงเวลาคับขันก็จงแอบกินยานี่เข้าไปก่อน มันจะช่วยลดความเจ็บปวดทั้งหมดได้ชั่วคราว และช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บเล็กน้อยได้ในทันที”

มู่หนิงกล่าวจบ ในมือก็พลันปรากฏยาเม็ดสีขาวหนึ่งเม็ดขึ้น นางยัดมันใส่ในมือของโม่จิ่นยวน แล้วกำชับอีกครั้ง “อีกอย่าง หากตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ข้าแนะนำว่าท่านแกล้งสลบไปก็ได้”

ในประวัติศาสตร์ ฮ่องเต้สั่งโบยเขาด้วยกระบองทหารมากกว่าร้อยครั้ง เห็นว่าเขาใกล้ตายแล้วจึงไว้ชีวิตลมหายใจสุดท้ายให้หามกลับมา

หวังว่าสมองเขาจะไม่ดื้อด้านเกินไปนัก บางทีหลังจากแกล้งสลบแล้ว อาจจะโดนโบยน้อยลงบ้าง

สิ่งที่นางทำได้ ก็มีเพียงช่วยเขาลดความเจ็บปวดและอาการบาดเจ็บหลังถูกโบยเท่านั้น

จะเชื่อหรือไม่ จะกินหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง

“ขอบคุณ”

โม่จิ่นยวนรับยาเม็ดนั้นมา ซ่อนไว้ในซอกนิ้ว

หลังจากที่เขาจากไป มู่หนิงก็รู้สึกว่าตนเองต้องรีบเคลื่อนไหวเช่นกัน

นางแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ทานอาหารเช้ากับครอบครัว แล้วจึงใช้ข้ออ้างว่าไปเยี่ยมญาติ กลับไปยังจวนอัครเสนาบดีสักเที่ยว

สำหรับนางแล้ว จวนอัครเสนาบดีไม่มีความผูกพันทางสายเลือดให้กล่าวถึงเลยแม้แต่น้อย บิดาชั่วไม่ใช่แค่ชั่ว แต่ยังโลภมากอีกด้วย

ไม่เพียงแต่บิดาชั่วจะชั่วร้าย ฮูหยินผู้เฒ่า อนุภรรยา ลูกอนุภรรยาชายหญิงพวกนั้น ไม่มีใครเป็นคนดีสักคน อีกทั้งมารดาของนางก็ไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว

ดังนั้นครอบครัวเช่นนี้ ต้องเริ่มลงมือจัดการกับพวกเขาก่อน

นางไม่ได้เดินอาด ๆ เข้าไป แต่ใช้ความสามารถในการล่องหนหนึ่งชั่วโมงของมิติ แอบลอบเข้าไปในจวนอัครเสนาบดี

แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะไม่เป็นที่รักมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังรู้ว่าคลังสมบัติอยู่ที่ไหน

แต่จวนอัครเสนาบดีมีการป้องกันที่แน่นหนา อีกทั้งหน้าประตูก็มีคนเฝ้าอยู่ มู่หนิงจึงก้มลงเก็บก้อนหินบนพื้นขึ้นมาก้อนหนึ่ง ขว้างไปด้านหลังภูเขาจำลองในลานเรือน

“ใครอยู่ตรงนั้น?”

องครักษ์ที่เฝ้าประตูได้ยินความเคลื่อนไหว ก็ชักกระบี่ที่เอวออกมาอย่างระแวดระวัง เดินตรงไปยังด้านหลังภูเขาจำลอง

มู่หนิงฉวยโอกาสนี้ รีบแอบเข้าไปในคลังสมบัติอย่างรวดเร็ว

บิดาชั่วนี่ช่างโลภไม่ธรรมดาจริง ๆ สุ่มเปิดหีบใบหนึ่ง ข้างในก็เต็มไปด้วยทองคำและเงินแท่ง

เก็บให้หมด เก็บให้เรียบ

เงินทอง ตั๋วเงิน ภาพวาดอักษร ไข่มุก หยก เสบียงอาหาร ผ้าไหม เครื่องลายคราม

แม้กระทั่งโต๊ะหนังสือและเก้าอี้ไม้จันทน์สีม่วงในคลังสมบัติ มู่หนิงก็ไม่เว้น เก็บไปจนเกลี้ยงแล้ว

อาศัยช่วงที่เวลายังไม่หมดหนึ่งชั่วโมง มู่หนิงอาศัยทักษะจากชาติที่แล้ว พลิกตัวขึ้นไปบนขื่อหลังคา

“พอตั้งท้องแล้วก็อุ้ยอ้ายจริง ๆ เมื่อครู่เกือบจะตกลงไปแล้ว”

มู่หนิงตบหน้าอก พึมพำกับตัวเองอย่างใจหายใจคว่ำ จากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดหลังคาออก แล้วจากไปอย่างเงียบเชียบ

คิดว่ามันจะจบลงเพียงเท่านี้หรือ?

ไม่ ๆ ๆ นี่ไม่ใช่นิสัยของมู่หนิงนางเลยสักนิด

ตราบใดที่เป็นคนที่นางหมายหัวไว้ รับรองได้ว่าจะต้องถูกจัดการจนสิ้นเนื้อประดาตัว

มู่หนิงมาถึงเรือนหลังแห่งหนึ่ง

เรือนนี้ ก็คือสถานที่ที่เจ้าของร่างเดิมเคยอาศัยอยู่

นางไม่กลัวว่าจะมีคนมา อย่าว่าแต่ตอนนี้นางแต่งงานออกไปแล้วเลย ต่อให้เป็นเมื่อก่อนตอนที่ยังอาศัยอยู่ในเรือนนี้ ก็มีเพียงคนที่มาส่งอาหารวันละสามมื้อเท่านั้นที่จะแวะมา

มิติสามารถใช้ล่องหนได้หนึ่งชั่วโมง และต้องใช้เวลาพักคูลดาวน์หนึ่งชั่วโมง ดังนั้นนางจึงต้องรอให้หมดระยะเวลาคูลดาวน์ก่อน ถึงจะออกเดินทางใหม่ได้

เมื่อถึงเวลา นางก็รีบไปยังห้องของฮูหยินอัครเสนาบดีทันที รวมถึงห้องของอนุภรรยาทั้งสาม และเหล่าบุตรธิดาของอนุภรรยาคนอื่น ๆ

ของมีค่าใด ๆ ก็ตามที่นางมองแล้วชอบ ก็ถูกปล้นไปจนเกลี้ยง

โชคดีที่เรือนของคนในครอบครัวอยู่ใกล้กันมาก อีกทั้งนางยังจงใจเลือกเวลาอาหารกลางวันเพื่อเข้าไปปล้น ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงไม่มีทางมีใครรู้เรื่องของหาย

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ นางก็รีบออกมาจากจวนอัครเสนาบดี จากนั้นก็ไปซื้อของจำนวนหนึ่งที่ถนนใหญ่ และสั่งให้คนห่อส่งไปยังสถานที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง ก่อนจะเก็บทั้งหมดเข้าไปในมิติ

แต่นางกลับไม่รู้เลยว่า ในขณะนี้ที่จวนแม่ทัพกำลังวุ่นวายใจอย่างหนัก

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่กังวลว่านางจะไปถูกรังแกที่จวนอัครเสนาบดีเหมือนเช่นเคย จึงได้พาเหล่าพี่สะใภ้ทั้งหกยกขบวนกันไปอย่างยิ่งใหญ่ เตรียมจะไปหนุนหลังให้นาง

“ท่านแม่! เหล่าพี่สะใภ้ ท่านกำลังจะไปไหนกันหรือเจ้าคะ?”

มู่หนิงกลับมา เห็นพวกนางกำลังเดินออกจากประตูพอดี จึงเดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย

“หนิงหนิงกลับมาแล้วหรือ พวกเรานึกว่าเจ้ากลับไปแล้วจะถูกรังแก กำลังเตรียมตัวจะไปจวนอัครเสนาบดีเพื่อหนุนหลังให้เจ้าอยู่เชียว”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ก้าวเข้ามา ตรวจดูตามเนื้อตามตัวนางด้วยความกังวลว่ามีบาดแผลหรือไม่

“ท่านแม่! ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

มู่หนิงเหลือบมองยามเฝ้าประตูสองคนที่อยู่หน้าประตู แล้วกระซิบเสียงต่ำ “วันนี้เดิมทีข้าตั้งใจจะกลับไปที่จวนอัครเสนาบดี แต่พอนึกขึ้นได้ว่าท่านพ่อไม่ชอบข้า ข้าก็เลยเดินเล่นอยู่ข้างนอกตลอดทั้งเช้า”

เรื่องที่จวนอัครเสนาบดีถูกขโมยขึ้น จะต้องถูกค้นพบในไม่ช้าอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงจำเป็นต้องเตรียมการป้องกันตัวไว้ก่อน

“เจ้าเด็กคนนี้ อยากจะไปเดินเล่นก็ควรจะพาสาวใช้ไปด้วยสักสองคนสิ หากเกิดอุบัติเหตุอะไรข้างนอกขึ้นมาจะทำอย่างไร”

น้ำเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าโม่เต็มไปด้วยความกังวล ไม่มีการตำหนิแม้แต่น้อย

พี่สะใภ้ใหญ่ก้าวเข้ามา กำชับด้วยความห่วงใยว่า “น้องเจ็ด! วันหลังจะออกไปข้างนอกต้องพาสาวใช้ไปด้วย รู้หรือไม่?”

“เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่และเหล่าพี่สะใภ้ที่เป็นห่วง”

มู่หนิงยิ้มหวานสดใส เม้มปากพลางลูบท้องของตนเอง มองไปทางพี่สะใภ้ใหญ่พลางเอ่ยถาม “พี่สะใภ้ใหญ่! ยังมีอาหารกลางวันเหลืออยู่หรือไม่? ข้าหิวมากเลย”

เจ้าตัวเล็กในท้องนี่ ช่างตะกละไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

ตอนที่นางพักผ่อนอยู่ที่เรือนหลังของจวนอัครเสนาบดี นางก็กินของไปไม่น้อยเลย

ก็แค่ไม่ได้กินอาหารหลัก นี่มันเพิ่งจะนานแค่ไหนกันเชียว ก็ทำให้นางหิวจนใจสั่นตาลายไปหมดแล้ว

“มีสิ มีแน่นอน พวกเราไม่รู้ว่าเจ้าจะกลับมากินมื้อกลางวันหรือไม่ ก็เลยสั่งให้คนเก็บส่วนของเจ้าไว้ให้เป็นพิเศษ”

พี่สะใภ้รองฟางเหวินจูงมือนางอย่างเอ็นดู หันไปมองสาวใช้ข้างกาย “ยังไม่รีบไปสั่งพ่อครัว ยกอาหารที่เก็บไว้ให้ฮูหยินเจ็ดออกมาอีก”

“เจ้าค่ะ ฮูหยินรอง”

สาวใช้รับคำสั่ง แล้วรีบวิ่งไปยังห้องครัว

“จริงสิ ท่านแม่ จิ่นยวนยังไม่กลับมาหรือเจ้าคะ?”

หลังจากมู่หนิงกลับถึงจวน เมื่อเห็นว่าบนใบหน้าของทุกคนไม่มีแววเศร้าโศกเสียใจ ก็รู้ได้ว่าโม่จิ่นยวนยังไม่กลับมา แต่นางก็ยังเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ยังเลย”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ส่ายหน้า

ตระกูลโม่ของพวกเขาเป็นขุนนางที่ภักดีมาทุกยุคสมัย จนมาถึงรุ่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น บุตรชายเจ็ดคนออกรบ กลับมาเพียงคนเดียว ความภักดีนี้มีขุนเขา แม่น้ำ ตะวันและจันทราเป็นพยาน

นางนึกว่าโม่จิ่นยวนเพียงแค่เข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าหารือราชการเช่นเคย จึงไม่ได้กังวลอันใด

“ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยินน้อย แย่แล้วขอรับ ท่านแม่ทัพถูกโบยด้วยกระบองทหารหกสิบที ตอนนี้สลบไสลไม่ได้สติ ถูกหามกลับมาแล้ว พวกท่านรีบไปดูเถอะขอรับ”

มู่หนิงกินข้าวไปได้เพียงครึ่งเดียว พ่อบ้านก็พรวดพราดเข้ามารายงานด้วยความตื่นตระหนก

“อะไรนะ?”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่พอได้ยินดังนั้น ก็เกือบจะหน้ามืดเป็นลมล้มพับไป

“ท่านแม่ระวังเจ้าค่ะ”

พี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้ห้ารีบประคองร่างที่สั่นเทาของนางไว้

“ตอนนี้ท่านแม่ทัพถูกหามไปไว้ที่ใด?”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ก้าวเท้าที่ชราภาพของตนเอง รีบเดินไปยังห้องโถงใหญ่อย่างรวดเร็ว พลางเอ่ยถามพ่อบ้าน

พ่อบ้านตอบกลับ “อยู่ที่ห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพขอรับ อีกทั้งกรมการคลังยังได้ส่งทหารทางการกองหนึ่งมา บอกว่าท่านแม่ทัพขโมยของในท้องพระคลัง จะไปตรวจสอบที่คลังสมบัติขอรับ”

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างก็รีบเร่งฝีเท้าด้วยความโกรธ พอคิดถึงโม่จิ่นยวนที่หมดสติถูกหามกลับมา ทุกคนก็พากันขอบตาแดงก่ำด้วยความกระวนกระวาย

มู่หนิงเดินตามไปติด ๆ

เดิมทีนึกว่าหลังจากจัดการหงอิงไปแล้ว ฮ่องเต้ไม่ได้รับข่าวการทำแท้งจนเสียชีวิตของนาง เรื่องการใส่ร้ายป้ายสีอาจจะถูกเลื่อนออกไป

ดูจากตอนนี้แล้ว พรุ่งนี้เช้า ข้อหากบฏและการถูกเนรเทศ ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

เมื่อคิดได้ดังนั้น มู่หนิงที่อยู่ด้านหลังก็ค่อย ๆ หยุดฝีเท้าลง ฉวยโอกาสก่อนที่คนจากกรมการคลังจะไปถึงคลังสมบัติ ตัดสินใจที่จะชิงตัดหน้าไปที่นั่นก่อน

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
บัวเรียน ช่วยนา
สนกมากเพลิดเพลินในการอ่าน
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 461

    “รางวัลอันใดหรือ?”ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างพากันกรูเข้ามา ล้อมหน้าล้อมหลังมู่หนิงเอาไว้จนไม่มีช่องว่างเย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ และซวนหยวนเฉินทั้งสามคน ประคองเอวและขาที่ปวดร้าว เบียดเสียดเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน“ท่านแม่ พวกข้าก็อยากฟังเจ้าค่ะ”บุตรสาวคนโตโม่ซีเหยียน และบุตรสาวคนรองโม่ซีเหยา ก็ชะโงกหน้าเข้ามา จ้องมองมู่หนิงตาเป็นประกายสีหน้าของโม่ซีเย่ยังคงราบเรียบเย็นชาเช่นเคย แต่ก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกันมู่หนิงมองทุกคน ยิ้มแล้วกล่าวว่า “มิติเปิดประตูเชื่อมกาลเวลาสู่บ้านเกิดของข้าในอนาคตได้แล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ข้าสามารถกลับบ้านได้ทุกเมื่อ อีกทั้งมิติในตอนนี้ ข้าสามารถพาคนเข้าไปพร้อมกันได้ถึงยี่สิบคน ดังนั้นพวกท่านก็สามารถไปเยี่ยมชมโลกที่ข้าเคยใช้ชีวิตมาก่อนได้เช่นกัน”ผ่านมาเนิ่นนานเพียงนี้ มู่หนิงยังคงปรารถนาที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนโลกในอีกพันปีข้างหน้าวันนี้ในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราออกเดินทาง ไปดูโลกเดิมของพี่หญิงมู่กัน”“ข้าอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว อยากจะเห็นนักว่าโลกอนาคตที่น้องเจ็ดเคยใช้ชีวิตอยู่นั้น จะเจริญรุ่งเรืองน่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด”“

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 460

    เย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ ซวนหยวนเฉิน จากเด็กน้อยไร้เดียงสาในวันวาน หลังจากผ่านไปสิบปี บัดนี้เติบโตกลายเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาและสง่างามเพียงแต่ยามเผชิญหน้ากับโม่จิ่นยวน ความกล้าหาญที่มีกลับกลายเป็นท่าทางของเด็กน้อยในชั่วพริบตาทว่ากระบี่ที่ชักออกมาจากฝักแล้ว ไหนเลยจะเก็บคืนได้ง่าย ๆ ?ทุกคน “...???”“พรูด~”มู่หนิงกำลังดื่มน้ำผลไม้ พอได้ยินประโยคนั้น ก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา“เจ้าว่าอะไรนะ?”โม่จิ่นยวนหรี่ดวงตาสีดำอันเฉียบคมลงเล็กน้อย มองไปที่ซวนหยวนเฉินและเจ๋ออวี่ทั้งสองคน พลางคาดคั้นว่า “พวกเจ้าเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเขาหรือ?”เย่อู๋เฉินและเจ๋ออวี่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่พอนึกถึงคำพูดของซวนหยวนเฉินก่อนหน้านี้ พวกเขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่แล้ว ตลอดหลายปีมานี้ พวกเราชอบพี่หญิงมาโดยตลอด ดังนั้นจึงอยากแต่งกับนาง นี่เป็นสาเหตุว่าเหตุใดจนป่านนี้แล้วถึงยังไม่แต่งงานมีลูกเสียที”“...”มู่หนิงกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงเจ้าเด็กบ้าพวกนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่กล้าพูดวาจาเช่นนี้ต่อหน้าโม่จิ่นยวน ไม่กลัวโดนซัดจนปางตายหรืออย่างไรพี่สะใภ้ทั้งหกได้ยิ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 459

    แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นในวังหลวง หรือจวนแม่ทัพ ย่อมมีห้องส่วนตัวสำหรับทั้งสองเสมอเดิมทีโม่ซีเย่คิดจะส่งคนมาช่วยจัดแจง แต่เนื่องจากมู่หนิงมีข้าวของจากยุคปัจจุบันมากมาย ไม่สะดวกให้ผู้คนรับรู้ จึงต้องรอให้พวกเขากลับมาจัดการกันเองมู่หนิงและโม่จิ่นยวนทั้งสองคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาสองปี ดังนั้นห้องของตนจึงไม่ต้องจัดเตรียมอะไรมาก ทั้งสองจึงไปช่วยจัดห้องให้คนอื่น ๆมู่หนิงไปเยือนห้องของใคร ก็จะนำเครื่องปรับอากาศ โคมไฟ ที่นอน ผ้านวมขนเป็ด ผ้าห่ม และเครื่องปั่นไฟพวกนี้ออกมาโชคดีที่ทุกคนคุ้นเคยกับข้าวของพวกนี้เป็นอย่างดี จึงจัดแจงได้อย่างรวดเร็วมาก ไม่ทันหมดช่วงบ่ายก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว“พี่หญิงมู่! ข้าพักที่ไหนหรือ?”ซวนหยวนเฉินเห็นมู่หนิงวิ่งวุ่นไปห้องของคนโน้นทีคนนี้ที แต่กลับไม่เห็นมาห้องของตน จึงได้แต่เดินเข้าไปหาด้วยความน้อยใจ มู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “วางใจเถิด ไม่ลืมเจ้าหรอก เพียงแต่เจ้ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับของในมิติของข้ามากนัก ข้าจึงรอให้จัดห้องของทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยไปช่วยเจ้าจัดห้องทีเดียว เช่นนี้จะรวดเร็วกว่ามาก”“ขอบคุณพี่หญิงมู่!”ซวนหยวนเฉินซาบซึ้งใจจนอยากจะเข้าไปก

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 458

    “เจ้าน่ะ ก็เอาแต่ตามใจนางอยู่นั่นแหละ ใครใช้ให้นางซุ่มซ่ามเดินไม่ดูทาง บ่นวันละแปดร้อยรอบก็ไม่จำ”มู่หนิงเดินเข้าไปดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ในใจก็รู้สึกโล่งอก จากนั้นจึงเอ่ยดุนางอย่างไม่สบอารมณ์บุตรสาวคนเล็กนี่ช่างแก่นแก้วเสียจริง ปีนต้นไม้ ล้วงรังนก ลงนาจับปลาไหล จับปลาช่อน แถมยังยิงหนังสติ๊กได้เก่งกาจสุด ๆบางครั้งก็น่าสงสัยจริง ๆ ว่า นางเป็นเด็กผู้ชายหรือไม่ประเด็นคือ นางฝีมือก็ไม่เอาไหนแต่ยังชอบเล่นนักเป็นประเภทที่ซื่อบื้อไม่รู้จักจำ เคยพลาดท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้เจ้าพร่ำบอกนางกี่ครั้ง นางก็ยังทำผิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ อยู่ดียกตัวอย่างเรื่องเล่นซน ปกติให้นางวิ่ง ก็ต้องระวังรอบข้าง ต้องระวังตัวให้ดี ๆ ไม่อย่างนั้นจะหกล้มหรือไม่ก็ชนข้าวของนี่อย่างไรเล่า ชนพี่ชายของนางเสียแล้ว“ท่านแม่~”โม่ซีเหยาเอ่ยเรียกมู่หนิงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาจนแทบจะแขวนเนื้อหมูได้สองชั่งอยู่แล้ว“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”โม่ซีเย่วางโม่ซีเหยาลงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายทั้งสองคน“เย่เอ๋อร์~”วินาทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นโม่ซีเย่ ก็ชะงักไปนาน ก่อนจะเข้า

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 457

    “อื้ม!”ฮูหยินโจวรับคำยามบ่ายตอนที่ครอบครัวของมู่หนิงออกเดินทาง เพิ่งจะออกจากประตูเมือง นายอำเภออวี๋ก็พาคนทั้งครอบครัวมารออยู่ที่นอกเมืองแล้วเพียงเพื่อมาส่งพวกนางจนกว่าจะลับสายตาไปอีกสักระยะหนึ่งมิใช่แค่นาง ยังมีสหายคนอื่น ๆ ในเมืองไถโจว เมื่อรู้ว่าพวกนางจะย้ายกลับแคว้นต้าโจว ต่างก็พากันมาส่งด้วยความอาลัยอาวรณ์“เดินทางปลอดภัยนะ”ฮูหยินโจวมองครอบครัวมู่หนิงที่จากไปไกลแล้ว แต่ก็ยังโบกมือให้พวกนางอย่างไม่อยากจากลา“ข้างนอกหนาว ทุกคนรีบกลับไปเถิด”มู่หนิงมองทุกคนด้วยความปวดใจ สุดท้ายจึงโบกมือลาอีกครั้ง พร้อมตะโกนบอกให้ทุกคนกลับไปเพิ่งจะพ้นผ่านเทศกาลตงจื้อ บนท้องฟ้ามีสายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ รวมถึงลมหนาวพัดผ่าน ความหนาวเย็นราวกับจะแทรกซึมลึกเข้าไปในกระดูกนางทนเห็นทุกคนยืนอยู่ข้างนอกต่อไปไม่ไหว จึงทำได้เพียงเตือนให้ทุกคนรีบกลับไปทว่าทุกคนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความอาลัยอาวรณ์ จนกระทั่งรถม้าของมู่หนิงเคลื่อนห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนลับสายตาไปในที่สุด จึงค่อยพากันกลับไป“เฮ้อ~”ความรู้สึกของทุกคนในตอนนี้ ช่างหนักอึ้งเหลือเกินไม่มีใครอยากจากบ้านที่ใช้ชีวิตมานานถึงสิบ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 456

    “เด็กบ้า ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ท่านยังคิดเรื่องนี้อยู่อีกหรือ”โม่จิ่นยวนส่ายหน้าด้วยความจนใจยิ่งนักมู่หนิงกลับมองซวนหยวนเฉินด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเอ่ยถาม “ท่านเอาจริงหรือ?”“แน่นอนว่าเอาจริง”ซวนหยวนเฉินพยักหน้ารัว ๆหากเขามีร้อยมือ ก็จะยกทั้งร้อยมือสนับสนุนอย่างแน่นอน“ได้ อีกสักพักท่านค่อยไปหารือกับเย่เอ๋อร์ด้วยตนเองเถิด”ครั้งนี้มู่หนิงไม่ได้ปฏิเสธเขาแล้วช่วงเวลาการรวบรวมเจ็ดแคว้นให้เป็นหนึ่งตามประวัติศาสตร์ได้มาถึงแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงให้มากอีก“พี่หญิงมู่! ท่านตกลงแล้วหรือ?”ซวนหยวนเฉินได้ยินดังนั้น ก็แอบดีใจจนเนื้อเต้นพลางหันไปมองนางมู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “ท่านคิดจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์อยู่ทุกวี่ทุกวัน หากข้ายังไม่ตกลง เกรงว่าท่านคงจะตรอมใจ”“แหะ~”ซวนหยวนเฉินหัวเราะแหะ ๆ ออกมาจากนั้นมู่หนิงก็เอ่ยเตือนอีกว่า “แม้ข้าจะเห็นด้วยที่ท่านจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์ แต่การรวมแคว้นฉู่เข้ากับแคว้นต้าโจวมิใช่เรื่องเล็ก แม้ว่าท่านจะเป็นฮ่องเต้ แต่ด่านแรกที่ต้องโน้มน้าวใจมิใช่พวกเรา และมิใช่เย่เอ๋อร์ ทว่าคือราษฎรของแคว้นฉู่ และเหล่าขุนนางของแคว้นฉู่ หากพ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 130

    มู่หนิงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล เห็นภาพนี้เข้า คิ้วเรียวงามก็ขมวดมุ่นด้วยความร้อนรนโม่จิ่นยวนคงไม่ได้หลงเชื่อคำพูดของหลี่เฉิงหมิงเข้าจริง ๆ หรอกกระมัง?หากเป็นเช่นนั้น เขาคงติดกับเข้าแล้วนี่เห็นชัดว่าเป็นแผนการของหลี่เฉิงหมิง ต้องการให้โม่จิ่นยวนคลายความระมัดระวัง แล้วหาจังหวะทำร้ายเขา เช่นน

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 129

    “ดูร่องรอยการเหยียบย่ำบนกอหญ้าพวกนี้สิ เมื่อครู่อย่างน้อยมีคนเจ็ดแปดคนพักอยู่ตรงนี้ ตรงกับลักษณะของกลุ่มคนที่พวกเราตามหาพอดี”แววตาของหัวหน้ากลุ่มฉายแววอำมหิต ก่อนจะออกคำสั่งว่า “ทุกคนรีบไล่ตามไปข้างหน้าเดี๋ยวนี้ พวกมันน่าจะหนีไปได้ไม่ไกล หากภายในระยะหนึ่งลี้ยังไม่เจอตัว ให้รีบวกกลับมา แล้วค้นหาในร

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 144

    โม่จิ่นยวนเห็นการปรากฏตัวของเขา ก็ชักกระบี่พกประจำกายออกมาทันที และเหาะไปตรงหน้าเขา “ท่านติดตามพวกข้ามาตลอด ในที่สุดตอนนี้ก็ยอมเผยตัวออกมาแล้วหรือ”“คนผู้นี้ตามพวกข้ามาตลอดทาง?”บรรดาพี่สะใภ้ได้ยินดังนั้น พลันรู้สึกใจสั่นสะท้านคนผู้นี้เริ่มสะกดรอยตามพวกนางมาตั้งแต่เมื่อใดกัน?ตัวตนของเขาคือยอดฝ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 131

    ได้ยินมาว่าคนของตำหนักราชาผีล้วนเป็นยอดฝีมือ แต่พวกที่มาวันนี้ น่าจะเป็นเพียงลูกสมุนทั่วไปหากเป็นเช่นนั้นจริง วรยุทธ์ของประมุขของพวกเขาคงสูสีกับข้าเป็นแน่“ท่านประมุขของพวกข้าเป็นหนึ่งในใต้หล้า ไร้ผู้ต่อกร หากวันนี้ท่านมายืนอยู่ที่นี่ ป่านนี้เจ้าคงถูกจับไปนานแล้ว”หัวหน้ากลุ่มผู้นั้นได้ยินเขาเอ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status