Share

บทที่ 9

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-25 23:12:16

สองอาทิตย์หลังจากวันที่รุ่ยหลินไปทำบุญ เสียงระฆังจาก วัดเส้าหลิน ดังก้องไปทั่วเมือง ประกาศสำคัญถูกติดไว้ตามประตูเมือง โรงเตี๊ยม และสำนักต่าง ๆ ข่าวแพร่สะพัดรวดเร็วยิ่งกว่าลมพัดผ่านทุ่งหญ้า วัดเส้าหลินประกาศเป็นเจ้าภาพจัดงาน “ประลองหาเจ้ายุทธภพ” งานใหญ่ที่มิได้จัดขึ้นมาหลายปี

ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไปยุทธภพทั้งแคว้นก็สั่นสะเทือน สำนักน้อยใหญ่ต่างเริ่มเคลื่อนไหว ศิษย์เอกถูกเรียกตัวกลับ สำนักที่เคยเงียบงันเริ่มฝึกซ้อมกันอย่างเข้มงวด บางแห่งถึงกับปิดประตูรับแขกเพื่อเตรียมตัวอย่างจริงจัง

การประลองครั้งนี้มิใช่เพียงวัดฝีมือธรรมดา หากแต่เป็นการคัดเลือกผู้ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายว่าแข็งแกร่งทั้งกาย ใจ และคุณธรรม ผู้ชนะจะได้รับตำแหน่งเจ้ายุทธภพ พร้อมตราสัญลักษณ์จากวัดเส้าหลิน ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดในใต้หล้า

ลานกว้างหน้าวัดเริ่มถูกจัดเตรียม เวทีกลางถูกสร้างจากไม้เนื้อแข็ง เสาแต่ละต้นสลักลายมังกรและเมฆหมอก ธงสำนักต่าง ๆ จะถูกปักเรียงรายโดยรอบ บรรยากาศคึกคักแต่แฝงแรงกดดัน

กฎการประลองถูกประกาศอย่างชัดเจนอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จะมีการจัดงานประลองเกิดขึ้นและครั้งนี้วัดเส้าหลินเป็นเจ้าภาพ ผู้เข้าแข่งขันต้องผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น ทดสอบทั้งวิทยายุทธ์ ปัญญา และจิตใจ การต่อสู้บนเวทีจะยุติเมื่ออีกฝ่ายยอมแพ้หรือถูกผลักออกนอกวง มิอนุญาตให้ใช้พิษหรืออาวุธลับถึงชีวิต ผู้ฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิ์ทันที

ยามค่ำเสียงพูดคุยในโรงเตี๊ยมดังไม่ขาดสาย ผู้คนถกเถียงกันว่าใครจะเป็นตัวเต็ง บ้างเอ่ยถึงศิษย์เอกจากสำนักดาบเหนือ บ้างพูดถึงยอดฝีมือหญิงจากแดนใต้ ชื่อเสียงของแต่ละคนถูกหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์ราวกับศึกครั้งนี้จะตัดสินชะตายุทธภพไปอีกสิบปี

ในจวนหยางข่าวนี้ย่อมไปถึงหูฮูหยินหยางรุ่ยหนิงโดยเร็ว นางวางถ้วยชาอย่างช้า ๆ สีหน้าเคร่งครุ่น 

“วัดเส้าหลินมิใช่จะจัดงานเช่นนี้ง่าย ๆ ต้องมีเหตุผลเบื้องหลัง”

รุ่ยหลินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รู้สึกหัวใจเต้นแรงอย่างประหลาด คำพูดของเจ้าอาวาสยังดังก้องในใจ รากของตนคืออะไรและหากเวทีนี้คือพายุลูกใหญ่ นางพร้อมหรือยังที่จะยืนหยัด

สองสัปดาห์ที่ผ่านมานางยังคงแอบฝึกมวยในดงกล้วยทุกคืน หมัดหนักแน่นขึ้น ลมหายใจมั่นคงขึ้น แต่การประลองระดับยุทธภพย่อมไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

เสียงกลองซ้อมจากลานฝึกในเมืองดังแว่วมาแต่ไกล ราวกับทั้งแคว้นกำลังเตรียมตัวเข้าสู่มหาศึกที่มิอาจหลีกเลี่ยง บนยอดเขาวัดเส้าหลินตั้งตระหง่านท่ามกลางสายหมอก ราวผู้เฝ้ามองชะตาของเหล่ายุทธชน

และศึกครั้งนี้อาจมิได้เป็นเพียงการหาเจ้ายุทธภพ หากเป็นเวทีที่เปิดโปงความลับ ความแค้น และรากลึกที่แต่ละคนพยายามซ่อนเอาไว้พายุในยุทธภพกำลังก่อตัวแล้วอย่างเงียบงัน

ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนหยาง บรรยากาศเคร่งขรึมผิดจากทุกวัน ธูปหอมลอยบางเบาเหนือโต๊ะไม้แกะสลักลายมังกร หยางฟานไฉ เจ้าสำนักและประมุขตระกูลหยาง นั่งอยู่หัวโต๊ะใบหน้าคมคายสงบนิ่ง ทว่าสายตาเฉียบขาดดั่งคมดาบ

ข่าวการประลองหาเจ้ายุทธภพจาก วัดเส้าหลินมิใช่เรื่องเล็ก สำหรับตระกูลใหญ่เช่นตระกูลหยางและสำนักสราญรมย์ นี่คือเวทีประกาศศักดา หากส่งคนเข้าร่วมแล้วพ่ายแพ้อย่างน่าอับอาย ย่อมกระทบชื่อเสียงทั้งสำนัก

เบื้องหน้าของท่านเจ้าสำนักหยางฟานไฉท่านพ่อของรุ่ยหลิน ตอนนี้มีชายสีคนนั่งคุกเข้าอยู่คือบุตรชายทั้งสี่ของเจ้าสำนักสราญรมย์พี่ชายของรุ่ยหลินนั้นเอง

คนโตหยางห่าวตง รูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างท่วงท่ามั่นคงดุจภูผา เขาเป็นเสาหลักของศิษย์รุ่นใหม่ ฝึกกระบี่สายหลักของสำนักจนชำนาญ

คนที่สองหยางห่าวฟาง สีหน้าสุขุมสายตาลึกซึ้ง เชี่ยวชาญเพลงดาบที่เน้นความว่องไวและการอ่านจังหวะคู่ต่อสู้

คนที่สามหยางห่าวอัน รูปร่างเพรียวคล่องแคล่ว ฝีมือเด่นด้านหมัดและการเคลื่อนไหวรวดเร็วเกินคาด

คนที่สี่หยางห่าวหมิง อายุน้อยสุดในหมู่พี่ชาย แต่พรสวรรค์โดดเด่น ใช้ทวนยาวได้แม่นยำราวพญาอินทรีโฉบเหยื่อ

“การประลองครั้งนี้สำคัญ” 

หยางฟานไฉเอ่ยเสียงต่ำหนักแน่น 

“ข้าตัดสินใจแล้ว พวกเจ้าทั้งสี่จะเข้าร่วมการทดสอบรอบคัดเลือก”

คำประกาศนั้นทำให้ห้องโถงเงียบสนิท หยางห่าวตงคุกเข่าคารวะ 

“ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง”

อีกสามคนทำตามพร้อมกัน เสียงตอบรับหนักแน่นสะท้อนในห้อง สายตาของประมุขตระกูลเลื่อนผ่านบุตรชายทีละคน 

“จำไว้ ชัยชนะมิใช่เพียงเอาชนะคู่ต่อสู้ แต่ต้องรักษาศักดิ์ศรีของตระกูล”

มุมหนึ่งของห้อง รุ่ยหลินยืนเงียบ ๆ นางมิได้ถูกเรียกเข้าร่วมการสนทนาโดยตรง แต่สายตาของบิดาหันมาหานางในที่สุด

“รุ่ยหลิน”

หัวใจนางสะดุ้งเล็กน้อย 

“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ”

“เจ้าปรารถนาไปชมงานหรือไม่”

คำถามนั้นทำให้พี่ชายทั้งสี่เหลียวมามอง นางรู้ดีว่านี่เป็นโอกาสสำคัญหากได้ไป นางจะได้เห็นยุทธภพของจริง มิใช่เพียงฝึกในดงกล้วยยามค่ำ

“ข้า…อยากไปเจ้าค่ะ” 

นางตอบอย่างมั่นคง หยางฟานไฉจ้องนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง คล้ายชั่งน้ำหนักบางอย่าง 

“ดี ข้าอนุญาต แต่เจ้าต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพี่ชาย ห้ามก่อเรื่อง”

หัวใจรุ่ยหลินพองโต นางคุกเข่าคารวะ 

“ขอบคุณเจ้าค่ะ...ท่านพ่อ”

หลังการประชุมสิ้นสุดบรรยากาศในจวนเปลี่ยนไปทันที ลานฝึกเต็มไปด้วยเสียงดาบกระทบกัน หยางห่าวตงฝึกกระบี่จนเหงื่อท่วมแผ่นหลัง หยางห่าวฟางซ้อมเพลงดาบท่าซับซ้อน หยางห่าวอันฝึกหมัดกับเสาไม้ไม่หยุด ส่วนหยางห่าวหมิงหมุนทวนยาวจนเกิดเสียงหวีดในอากาศ

รุ่ยหลินยืนมองจากระเบียงใจเต้นแรงอย่างคาดหวัง นางรู้ดีว่าตนมิได้ถูกส่งลงประลอง แต่การได้ไปเห็นด้วยตาตนเอง ย่อมเป็นบทเรียนล้ำค่า

คืนนั้นนางกลับไปฝึกในดงกล้วยเช่นเคย หมัดของนางหนักแน่นขึ้นกว่าเดิม ในใจไม่ใช่เพียงความแค้นในอดีตอีกต่อไป หากเป็นแรงปรารถนาที่จะยืนเคียงข้างพี่ชายอย่างภาคภูมิ

อีกหนึ่งเดือนวันก่อนออกเดินทาง จวนหยางเต็มไปด้วยการเตรียมการ รถม้าถูกจัดเตรียม ชุดสำนักถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ฮูหยินหยางรุ่ยหนิงกำชับบุตรชายแต่ละคนด้วยสายตาห่วงใย

“อย่าประมาท” 

นางกล่าวเบา ๆ 

“ยุทธภพมิใช่เวทีเด็กเล่น”

ฮูหยินหยางจะคอยเตือนลูกชายทั้งสี่เสมอเพื่อไม่ให้ใครประมาท เพราะถ้าผิดพลาดนั้นหมายถึงชีวิต ในการประลองเจ้ายุทธภพมีคนตายทุกปี เพราะฮูหยินหยางสมัยที่ยังเป็นศิษย์ของสำนักเกาะดอกท้อก็เคยเข้าร่วมประลอง แต่โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ทุกครั้งบวกกับมีพลังยุทธที่แข็งแกร่ง สามารถเข้าไปถึงรอบชิงเจ้ายุทธภพได้ แต่ก็ไปพ่ายแพ้ให้กับหยางฟานไฉ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 44

    เช้าวันหนึ่งในเมืองหังโจว เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามและคึกคักที่สุดใต้หล้า แสงแดดอ่อนของฤดูใบไม้ผลิสาดลงบนหลังคากระเบื้องสีเทาและป้ายร้านค้าหลากสี ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาตามถนนสายใหญ่ กลิ่นอาหารหอมลอยคลุ้งไปทั่วทั้งตลาด ทั้งกลิ่นหมั่นโถวร้อน ๆ เกี๊ยวน้ำ ซาลาเปา และเนื้อย่างที่กำลังส่งเสียงฉ่าอยู่บนเตา เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกลูกค้าแข่งกันดังสนั่น“หมั่นโถวร้อน ๆ เพิ่งออกจากเตา!”“ผลไม้หวานจากสวนทางใต้ เชิญชิมก่อนซื้อ!”“ผ้าไหมอย่างดีจากซูโจว ราคาย่อมเยา!”ท่ามกลางฝูงชนที่เดินกันแน่นขนัด ชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งเดินเคียงกันอย่างสบายใจ หญิงสาวสวมชุดสีฟ้าอ่อน ใบหน้าสวยงาม ดวงตาใสเป็นประกาย ริมฝีปากยิ้มบาง ๆ ราวกับกำลังสนุกกับทุกสิ่งรอบตัวนางคือรุ่ยหลินข้างกายนางคือชายหนุ่มในชุดสีขาวสะอาด ท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าคมคาย ดวงตาลึกซึ้งราวกับซ่อนเรื่องราวมากมายเอาไว้ เขาคือสวีอี้เฉินหลังจากเดินทางหนีจากเรื่องวุ่นวายมากมาย ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงเมืองหังโจว และตัดสินใจพักอยู่ที่นี่ชั่วคราว วันนี้เป็นวันที่ทั้งสองออกมาเดินเที่ยวตลาดเป็นครั้งแรก รุ่ยหลินมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นเต้น“

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 43

    หลังจากหลุดพ้นจากการไล่ล่าของคนพรรคมารหมื่นพิษได้อย่างหวุดหวิด รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินก็เร่งฝีเท้าเดินทางต่อโดยไม่หยุดพัก เส้นทางภูเขาคดเคี้ยวทอดยาวผ่านป่าสนและหน้าผาสูงชัน แสงอาทิตย์ยามบ่ายค่อย ๆ เอียงลงต่ำ ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้เกิดเสียงซู่ซ่าราวกับกระซิบเตือนสวีอี้เฉินขี่ม้านำหน้าสีหน้าของเขายังคงสงบ แต่ในดวงตายังมีความระมัดระวังรุ่ยหลินขี่ม้าตามอยู่ด้านหลังเล็กน้อย“เจ้าคิดว่าพวกมันจะตามมาอีกหรือไม่” รุ่ยหลินถามขึ้นสวีอี้เฉินเหลือบมองด้านหลังเส้นทาง“พรรคหมื่นพิษไม่ใช่พวกยอมแพ้ง่าย ๆ”เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ“แต่ตอนนี้พวกมันคงต้องถอยไปรวบรวมกำลังใหม่”รุ่ยหลินพยักหน้า“อย่างน้อยคืนนี้เราคงได้พักบ้าง”ทั้งสองเดินทางต่อไปอีกหลายชั่วยามภูเขาค่อย ๆ ลดระดับลง ป่าทึบเริ่มกลายเป็นทุ่งนาและหมู่บ้านเล็ก ๆ เสียงไก่ขันและเสียงชาวบ้านพูดคุยเริ่มดังขึ้นไม่นานนักกำแพงเมืองขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ประตูเมืองสูงใหญ่ผู้คนมากมายเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เหนือประตูมีป้ายไม้ขนาดใหญ่เขียนว่า“หังโจว”เมืองหังโจวเป็นเมืองใหญ่และรุ่งเรืองแห่งหนึ่งของแผ่นดิน ตลาดคึกคักคลองน้ำตัดผ่านตัวเมืองเรือสินค้าลอยไปมา

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 42

    สายลมยามบ่ายพัดผ่านเส้นทางภูเขาอย่างเชื่องช้า ท้องฟ้าสีครามกว้างไกลเมฆบางลอยผ่านยอดไม้สูง เส้นทางดินแดงคดเคี้ยวผ่านป่าทึบที่เงียบสงบหลังจากผ่านเหตุการณ์หลายอย่างมาหลายวัน รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินก็ยังคงเดินทางต่อไปตามเส้นทางยุทธภพ ม้าสองตัวเดินไปอย่างไม่รีบร้อน เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดินดังเป็นจังหวะ สวีอี้เฉินนั่งอยู่บนหลังม้ามองเส้นทางข้างหน้าอย่างสงบรุ่ยหลินเดินอยู่ด้านข้างเขามองไปรอบ ๆ อย่างระวังตามนิสัยของคนที่ผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน ผ่านไปครู่หนึ่งสวีอี้เฉินพูดขึ้น“ดูเหมือนช่วงนี้เราจะเจอเรื่องไม่หยุดเลย”รุ่ยหลินยิ้มบาง ๆ“ในยุทธภพ ความสงบมักไม่นาน”สวีอี้เฉินหัวเราะเบา ๆ“จริง”แต่ทันใดนั้นเสียงหัวเราะอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหน้า“ฮ่า ๆ ๆ!”เสียงนั้นเย็นและเต็มไปด้วยความดูถูก รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินหยุดทันทีจากเงาของต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ชายหลายคนเดินออกมา ทั้งหมดเจ็ดคนพวกเขาสวมชุดสีดำปนม่วง บนแขนเสื้อปักลายงูพิษพันกันรุ่ยหลินหรี่ตา“พรรคมารหมื่นพิษ”สวีอี้เฉินมองชายที่เดินนำหน้าแล้วดวงตาของเขาก็เย็นลงทันที“เจ้า…”ชายคนนั้นยิ้มเหยียดใบหน้าของเขาผอมยาวดวงตาเล็กเหมือนงู“จ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 41

    เสียงฝีเท้าของโจรทั้งห้าคนค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืดของป่าลึก วัดร้างกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เปลวไฟในกองฟืนยังคงลุกเบา ๆ ส่งแสงสีส้มสั่นไหวไปทั่ววิหารเก่า เงาของเสาไม้ที่ผุพังทอดยาวบนพื้นหินเหมือนเงาของภูตผีในตำนานลมกลางคืนพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่แตกหัก เสียงไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นระยะ สวีอี้เฉินนั่งลงข้างกองไฟอีกครั้ง เขาหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาเขี่ยถ่านแดงในกองฟืน ประกายไฟกระเด็นขึ้นเล็กน้อย รุ่ยหลินยังคงยืนอยู่ใกล้ประตูวิหาร สายตาของเขามองออกไปยังความมืดของป่าด้านนอก ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สวีอี้เฉินจะพูดขึ้น“เจ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่”รุ่ยหลินหันกลับมา“เรื่องอะไร”สวีอี้เฉินตอบทันที“ชายชุดดำ”รุ่ยหลินพยักหน้า“ใช่”เขาเดินกลับมานั่งลงใกล้กองไฟสวีอี้เฉินพูดช้า ๆ“บางทีเราอาจไม่ได้บังเอิญมาที่วัดนี้”รุ่ยหลินใช้ไม้เขี่ยไฟในกองฟืนประกายไฟกระเด็นขึ้น“มีคนกำลังตามดูเรา”สวีอี้เฉินพยักหน้า“หรือไม่ก็…”รุ่ยหลินเลิกคิ้ว“หรืออะไร”สวีอี้เฉินยิ้มบาง ๆ“หรือมีคนกำลังล่อเรา”ลมกลางคืนพัดแรงขึ้นทันทีประตูวิหารเก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เปลวไฟสั่นไหวอีกครั้ง ความมืดในป่าลึกดูเหมือน

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 40

    เปลวไฟจากกองฟืนเล็ก ๆ กลางวิหารเก่าลุกไหวอย่างช้า ๆ แสงสีส้มสะท้อนผนังไม้ผุพังจนเงาของเสาแต่ละต้นทอดยาวคล้ายสิ่งมีชีวิตที่กำลังขยับตัวอยู่ในความมืด ลมกลางคืนพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหักทำให้ผืนธงเก่าบนคานหลังคาแกว่งไปมา ส่งเสียงเสียดสีกันเบา ๆ สวีอี้เฉินเพิ่งพูดจบทันใดนั้น เสียงกรอบเสียงกิ่งไม้ถูกเหยียบดังมาจากด้านหลังวิหาร ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นทันที เปลวไฟสั่นไหวแรงขึ้นเมื่อสายลมพัดเข้ามา เงามืดบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่หลังเสาไม้เก่าสวีอี้เฉินค่อย ๆ วางมือบนด้ามดาบรุ่ยหลินจับกระบี่แน่น ทั้งสองสบตากันเพียงชั่วพริบตา ไม่ต้องพูดอะไรพวกเขาก็รู้ทันที คืนนี้คงไม่สงบอย่างที่คิด เงาดำด้านหลังเสาไม้ขยับอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงฝีเท้าชัดเจนเสียงดัง กรอบ กรอบ แล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังขึ้น“ดูเหมือนจะมีคนมาพักอยู่จริง ๆ”ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากความมืด เขาสวมเสื้อผ้าหยาบแบบชาวบ้านแต่ท่าทางกลับไม่เหมือนคนธรรมดา มือถือดาบสั้นที่สะท้อนแสงไฟวาววับจากนั้นอีกคนอีกคนและอีกคนเงาห้าร่างค่อย ๆ เดินออกมาจากด้านหลังเสา โจรห้าคนพวกเขามองรุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินเหมือนหมาป่าที่เจอเหยื่อ ชายร่างใหญ่ที่ดูเหมือ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 39

    หลังจากเรื่องราวที่หุบเขาผีจบลง บรรยากาศในหุบเขานั้นยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด รองประมุขหยินถูกเรียกตัวมาสอบสวนต่อหน้าประมุขพรรคหุบเขาผี ศิษย์หลายคนของพรรคถูกควบคุมตัวไว้ ขณะที่บางคนยังคงสับสนว่าความจริงเป็นเช่นไรรุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินไม่ได้อยู่รอจนทุกอย่างสิ้นสุด ทั้งสองเพียงส่งตัวผู้กระทำผิดให้กับประมุขพรรคหุบเขาผี แล้วกล่าวคำลาอย่างสุภาพ เพราะเรื่องภายในพรรคมารไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนักเช้าวันหนึ่งหมอกในหุบเขาค่อย ๆ ลอยจางลง รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินออกเดินทางจากหุบเขาผี ม้าสองตัวค่อย ๆ เดินออกจากทางแคบระหว่างหน้าผา เมื่อพ้นจากเขตหุบเขาอากาศก็เปลี่ยนไปทันที ลมภูเขาพัดผ่านทุ่งหญ้า เสียงใบไม้ไหวเบา ๆ ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งต่างจากบรรยากาศหนักอึ้งในหุบเขาผีอย่างสิ้นเชิง สวีอี้เฉินหันกลับไปมองหุบเขาที่อยู่ไกลออกไป“คิดไม่ถึงว่าพรรคมารจะมีเรื่องภายในแบบนี้”รุ่ยหลินยิ้มบาง ๆ“ไม่ว่าพรรคธรรมะหรือพรรคมาร หากมีคนมากก็ย่อมมีความขัดแย้ง”สวีอี้เฉินหัวเราะเบา ๆ“พูดเหมือนคนผ่านโลกมามาก”รุ่ยหลินไม่ได้ตอบสายตาของนางมองไปยังเส้นทางข้างหน้า ถนนดินทอดยาวผ่านทุ่งหญ้าและเนินเขาเล็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status