Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2026-02-25 23:31:09

คืนนั้นดวงจันทร์ถูกเมฆหนาบดบัง เหลือเพียงแสงเลือนรางส่องลอดยอดไม้ รุ่ยหลินยังคงแอบออกจากจวนไปยังดงกล้วยด้านหลังเช่นเคย ลมหายใจของนางสม่ำเสมอ หมัดแต่ละหมัดพุ่งออกไปอย่างมั่นคง เสียงกระทบลำต้นกล้วยดังทึบก้องกลางความเงียบ

ช่วงหลังมานี้นางรู้สึกว่าฝีมือของตนพัฒนาเร็วผิดปกติ ราวกับร่างกายคุ้นเคยกับกระบวนท่าเหล่านี้มานาน เพียงรอเวลาให้ฟื้นคืน

เมื่อฝึกจนเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง นางหยุดพักสูดลมหายใจลึกแล้วเดินเลาะเข้าไปด้านในดงกล้วยมากกว่าทุกครั้ง พื้นดินชื้นจากฝนเมื่อคืน ใบไม้แห้งปกคลุมบางจุดอย่างหนาแน่น

“ครืน!”

เสียงดินทรุดดังขึ้นกะทันหัน ใต้เท้าของนางยวบวาบก่อนที่ร่างจะเสียหลัก

“อ๊ะ!”

พื้นดินถล่มลงอย่างรวดเร็ว รุ่ยหลินพยายามคว้ากิ่งไม้ข้างตัวแต่ไม่ทัน ร่างของนางร่วงลงไปในความมืด

ตุบ!

โชคดีที่เบื้องล่างมิใช่หินแข็ง หากเป็นดินร่วนปนทราย นางกลิ้งไปสองสามตลบก่อนหยุดนิ่ง ความเจ็บแล่นผ่านข้อศอกและหัวเข่า แต่ยังขยับตัวได้

รุ่ยหลินสูดลมหายใจแรง ๆ พยายามตั้งสติ ความมืดปกคลุมรอบด้าน มีเพียงช่องแสงวงกลมเล็ก ๆ ด้านบนที่บ่งบอกตำแหน่งหลุมที่นางตกลงมา

หลุมนี้กว้างพอให้คนสองสามคนยืนได้ ความลึกน่าจะสูงกว่าสองช่วงตัว การปีนกลับขึ้นไปคงไม่ง่าย นางปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า สายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืด แล้วจึงสังเกตเห็นบางอย่าง ด้านหนึ่งของผนังดินมีช่องว่างคล้ายทางเดินแคบ ๆ ลมเย็นพัดลอดออกมาแผ่วเบา หัวใจของนางเต้นแรงนี่มิใช่เพียงหลุมธรรมดา รุ่ยหลินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ความอยากรู้มีมากกว่าความหวาดกลัว นางจึงก้มตัวมุดเข้าไปในช่องแคบนั้น ทางเดินค่อย ๆ ลาดลงต่ำ ผนังสองข้างเย็นชื้น มีกลิ่นดินเก่าแก่ปะปนกลิ่นหิน

ยิ่งเดินลึกเข้าไปเสียงโลกภายนอกยิ่งเลือนหาย เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของตนสะท้อนเบา ๆ ผ่านไปครู่ใหญ่ทางเดินเริ่มกว้างขึ้น จนในที่สุดเปิดออกสู่โพรงหินขนาดใหญ่ รุ่ยหลินหยุดนิ่งเพราะเบื้องหน้าเป็นห้องลับใต้ดิน กว้างขวางกว่าที่คาด ผนังหินเรียบอย่างผิดธรรมชาติ คล้ายถูกสกัดด้วยฝีมือมนุษย์ บนผนังมีรอยสลักเลือนราง รูปคนกำลังร่ายกระบวนท่ามวยหลายท่า บางท่าเหมือนที่นางฝึกอยู่ บางท่าแปลกตาแต่ดูทรงพลัง

ใจของนางเต้นแรงยิ่งขึ้น ตรงกลางห้องมีแท่นหินเตี้ย ๆ วางกล่องไม้เก่าแก่หนึ่งใบ กล่องนั้นถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนา บ่งบอกว่าไม่มีผู้ใดแตะต้องมานานหลายปี รุ่ยหลินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เมื่อเปิดกล่องออกอย่างช้า ๆ เสียงบานพับเก่าครืดคราดดังสะท้อน ภายในมีม้วนตำราเก่าและจี้หยกสีหม่นหนึ่งชิ้น นางหยิบตำราขึ้นมา แผ่นกระดาษกรอบบางแต่ยังอ่านได้ ตัวอักษรเขียนด้วยหมึกสีเข้ม แม้เลือนบางส่วนแต่ชื่อบนปกยังชัดเจน

“หมัดสี่ทิศคืนราก”

คำว่า“คืนราก”ทำให้นางนึกถึงปริศนาของเจ้าอาวาสโดยไม่รู้ตัว รุ่ยหลินเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว เนื้อหาอธิบายกระบวนท่าที่เน้นการรวบรวมพลังเข้าสู่ศูนย์กลาง ก่อนปล่อยออกในจังหวะเดียว ท่าทางบนผนังรอบห้องคือภาพประกอบของตำรานี้

ราวกับโชคชะตานำพานางมาที่นี่สายลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านห้องลับ เสียงหินเสียดสีกันแผ่วเบา ทำให้นางสะดุ้ง หัวใจเต้นแรงด้วยทั้งตื่นเต้นและหวาดระแวง สถานที่นี้ดูเก่าแก่เกินกว่าจะเป็นของใครในยุคปัจจุบัน หรืออาจเป็นมรดกลับของตระกูลหยางที่ถูกลืมเลือน รุ่ยหลินกำจี้หยกในมือ ความเย็นของมันแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามืออย่างประหลาด ราวกับมีพลังบางอย่างไหลเวียน

นางเงยหน้ามองรอยสลักบนผนังอีกครั้ง แสงเลือนรางจากช่องด้านบนส่องลงมาแตะลวดลายหิน ทำให้เงาร่างนักสู้บนผนังดูมีชีวิต ในความมืดใต้ดินนี้ นางมิได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป หากกลับรู้สึกว่าได้ก้าวเข้าใกล้ “ราก” ของบางสิ่งที่ตามหามานาน บางทีการตกหลุมครั้งนี้อาจมิใช่อุบัติเหตุ แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ ที่จะเปลี่ยนชะตาของรุ่ยหลินไปตลอดกาล

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 68

    ยามเย็นบนเกาะดอกท้อช่างงดงามราวความฝัน แสงอาทิตย์สีทองอ่อนสาดผ่านแนวต้นท้อ กลีบดอกสีชมพูปลิวล่องไปตามสายลม บรรยากาศสงบงดงามจนผู้คนบนเกาะต่างพากันหลงใหลแต่ในความงดงามนั้นสวีอี้เฉินกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ดวงตาคมนิ่งของเขามองไปยังศาลาริมน้ำไม่ไกล ตรงนั้นรุ่ยหลินกำลังหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะหวานใสดังขึ้นเป็นระยะ ขณะพูดคุยกับเสียนเฟิง หลานชายของเจ้าเกาะดอกท้อ“คุณหนูรุ่ยหลิน ท่านลองชิมชาดอกท้อนี่ดู ข้าชงเอง”เสียนเฟิงยิ้มอ่อนโยน พลางรินชาให้นางด้วยตัวเอง รุ่ยหลินรับถ้วยชามาอย่างเกรงใจ ก่อนยิ้มบาง ๆ“ขอบคุณท่านมาก”รอยยิ้มของนางอ่อนหวานและงดงามจนแม้แต่สายลมยังเหมือนหยุดนิ่ง แต่ยิ่งเห็นเช่นนั้นสวีอี้เฉินก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ โดยเฉพาะสายตาของเสียนเฟิงที่มองรุ่ยหลินอย่างชัดเจนเกินไป เขาไม่ใช่คนโง่ย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และนั่นทำให้บางอย่างในใจของเขาค่อย ๆ ปั่นป่วนขึ้นทีละน้อย“ศิษย์พี่”เสียงของรุ่ยหลินดังขึ้นเมื่อหันมาเห็นเขา ใบหน้างดงามของนางพลันมีรอยยิ้มทันที รอยยิ้มที่ต่างจากตอนอยู่กับเสียนเฟิง อ่อนโยนกว่า สดใสกว่า และนั่นกลับทำให้สวีอี้เฉินใจเต้นแรงขึ้นอีก เ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 67

    เกาะดอกท้อในยามสายงดงามราวภาพวาด กลีบดอกท้อสีชมพูปลิวตามสายลม บางเบาเหมือนความฝัน เสียงหัวเราะของเหล่าจอมยุทธ์และผู้มาเยือนดังสลับกับเสียงกลองประลองที่ดังก้องจากลานกลางเกาะ รุ่ยหลินเดินอยู่ท่ามกลางผู้คน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่…สวยกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”สวีอี้เฉินเดินอยู่ข้าง ๆ สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่สายตากลับกวาดมองรอบด้านอย่างระมัดระวัง“ยิ่งสวย…ก็ยิ่งมีอะไรซ่อนอยู่มาก”“เจ้าพูดเหมือนทุกที่อันตรายหมดเลย” นางหัวเราะ“มันก็เป็นอย่างนั้น”รุ่ยหลินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหยุดเมื่อได้ยินเสียงหนึ่ง“คุณหนูผู้นั้น…”เสียงนั้นนุ่มแต่ชัดเจนนางหันไปมอง ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เขาสวมชุดสีขาวสะอาดตา ผมยาวถูกรวบอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาและแฝงรอยยิ้มอบอุ่น แววตาของเขาจ้องมาที่นางโดยตรง“เรียกข้าหรือ” รุ่ยหลินถามชายหนุ่มก้าวเข้ามาเล็กน้อย ก่อนจะยกมือคำนับอย่างสุภาพ“ขออภัยที่เสียมารยาท ข้าเพียงรู้สึกว่าคุณหนู…ไม่เหมือนผู้ใดในที่นี้”คำพูดนั้นทำให้นางชะงัก“ข้า” นางยกคิ้ว “ข้าก็แค่คนเดินทางธรรมดา”เขายิ้ม “คนธรรมดา…คงไม่มีสายตาเช่นนั้น”สวีอี้เฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองชายหนุ่มนิ่ง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 66

    ข่าวลือเรื่อง “งานประลองยุทธประจำปีของเกาะดอกท้อ” แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลินอันอย่างรวดเร็วราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ในโรงเตี๊ยมที่รุ่ยหลินและสวีอี้เฉินพักอยู่ เสียงพูดคุยของเหล่าจอมยุทธ์ดังไม่ขาดสาย“ปีนี้เกาะดอกท้อจัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี!”“ได้ยินว่ามีของรางวัลเป็นอาวุธโบราณ!”“ไม่ใช่แค่นั้น…มีคนลือว่าจะมีจอมยุทธ์ลึกลับปรากฏตัวด้วย!”คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูรุ่ยหลินอย่างไม่ตั้งใจ นางวางถ้วยชาลง ดวงตาเป็นประกายทันที“เกาะดอกท้อ…”สวีอี้เฉินนั่งอยู่ตรงข้าม ยังคงสงบนิ่ง แต่ก็ไม่ได้พลาดคำสนทนา“เจ้าสนใจ” เขาถาม“แน่นอน!” นางตอบทันที “งานประลองยุทธนะ! ต้องมีคนเก่ง ๆ มากมาย”“และอันตรายมากมายด้วย” เขาเสริมรุ่ยหลินยิ้ม “เจ้าพูดแบบนี้ทุกครั้ง”“เพราะมันจริง”นางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย“แต่เจ้าก็จะไป…ใช่ไหม”เขามองนาง สายตานั้นนิ่ง…แต่ลึก“เจ้าจะไป”“ไป!” นางพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ข้าอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”ความเงียบเกิดขึ้นครู่หนึ่งก่อนที่สวีอี้เฉินจะถอนหายใจเบา ๆ“งั้น…เราก็ไป”รอยยิ้มของรุ่ยหลินกว้างขึ้นทันทีสองวันต่อมาทั้งสองเตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองหลินอัน เช้าวันนั้นฟ้ายัง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 65

    หลังจากเหตุการณ์คัมภีร์วัดมังกรฟ้าสงบลง เมืองหลินอันก็กลับคืนสู่ความคึกคักเช่นเดิม ผู้คนเดินขวักไขว่ตามถนนสายหลัก เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย กลิ่นอาหารลอยคลุ้งไปทั่ว แต่ท่ามกลางความมีชีวิตชีวานั้นในใจของรุ่ยหลินกลับเริ่มมีบางสิ่งเปลี่ยนไปอย่างเงียบงันเช้าวันหนึ่งรุ่ยหลินนั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องพัก มองผู้คนด้านล่างที่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ แต่สายตาของนางไม่ได้จดจ่ออยู่กับภาพนั้นจริง ๆ“เหม่ออะไรอยู่”เสียงของสวีอี้เฉินดังขึ้นจากด้านหลัง นางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้ม “ไม่มีอะไร”เขาเดินเข้ามา วางถ้วยชาไว้ข้าง ๆ นาง“เจ้าช่วงนี้เงียบไป”“ข้า” นางยกคิ้ว “ก็เหมือนเดิม”“ไม่เหมือน”คำตอบนั้นสั้นแต่ตรงรุ่ยหลินหัวเราะเบา ๆ “เจ้าสังเกตเก่งขึ้นนะ”“ข้าเป็นแบบนี้อยู่แล้ว”นางไม่ตอบเพียงรับถ้วยชาขึ้นมาดื่ม แต่หัวใจของนางกลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มีเหตุผลหลังจากนั้นทั้งสองออกไปเดินในเมืองเหมือนเคย ถนนหลินอันยังคงงดงามผู้คนยังคงคึกคัก แต่สำหรับรุ่ยหลินทุกอย่างดูชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ สวีอี้เฉินยังคงเหมือนเดิมสงบ เย็นชา พูดน้อย แต่ยิ่งนางอยู่ใกล้เขามากเท่าไร นางย

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 64

    รุ่งอรุณของวันที่สามหลังเหตุคัมภีร์หายไป วัดมังกรฟ้ายังคงปกคลุมด้วยความตึงเครียด แม้หมอกเช้าจะลอยบางเบาเหนือยอดสนเหมือนทุกวัน แต่ในใจของผู้คนกลับหนักอึ้งราวมีเงามืดทับอยู่ในลานหินด้านหลังหอคัมภีร์ รุ่ยหลินยืนกอดอกสีหน้าครุ่นคิด ข้างกายนางคือสวีอี้เฉินที่กำลังก้มมองรอยฝุ่นบนพื้นอย่างละเอียด“เขาหนีไปทางนี้” เขาพูดเบา ๆรุ่ยหลินพยักหน้า “รอยเท้าเบาแบบนั้น…ไม่ใช่จะปลอมได้ง่าย”“และผงสีดำที่เขาใช้” สวีอี้เฉินหยิบเศษผงขึ้นมา “น่าจะเป็นยาพิษชนิดหนึ่งของพรรคมารหมื่นพิษ”“แสดงว่า…เขาต้องมีที่พักหรือฐานลับใกล้ ๆ เมือง” รุ่ยหลินกล่าวสวีอี้เฉินลุกขึ้น “และเขาไม่มีทางหนีไปไกลพร้อมคัมภีร์สองเล่ม”ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด พวกเขาต่างเข้าใจต้องลงมือทันทีไม่นานทั้งสองก็ออกจากวัดมังกรฟ้า มุ่งหน้าลงสู่เมืองหลินอันถนนยังคงคึกคัก แต่สำหรับพวกเขาทุกอย่างดูช้าลง สายตาของสวีอี้เฉินกวาดมองผู้คนอย่างระมัดระวัง“เจ้าคิดว่าเขาจะซ่อนตัวที่ไหน” รุ่ยหลินถาม“ที่ที่ไม่มีใครสงสัย” เขาตอบ “หรือไม่ก็…ที่ที่คนไม่กล้าเข้าใกล้”รุ่ยหลินคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูด “ตลาดสมุนไพร”“เพราะอะไร”“พรรคมารหมื่นพิษใช้พิษเ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 63

    หมอกยามเช้ายังไม่ทันจางหายจากลานหินของวัดมังกรฟ้า เมืองหลินอัน ความตึงเครียดก็ปกคลุมไปทั่วทุกอณูของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้หลังจากการตรวจค้นตลอดทั้งคืน เบาะแสที่กระจัดกระจายเริ่มถูกร้อยเรียงเข้าหากันทีละน้อย ราวกับเงาของความจริงที่ค่อย ๆ เผยตัวจากความมืดภายในหอคัมภีร์พระอาวุโสและผู้ดูแลวัดต่างรวมตัวกัน สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รุ่ยหลินยืนอยู่ด้านหนึ่ง มือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว สวีอี้เฉินยืนข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่แววตากลับเฉียบคม“ตรวจสอบคนในทั้งหมดแล้วหรือยัง” สวีอี้เฉินเอ่ยพระชราที่เป็นผู้ดูแลวัดพยักหน้า “ตรวจแล้ว…แต่ไม่มีใครผิดปกติ”“ไม่มีใครผิดปกติ…นั่นแหละผิดปกติที่สุด” รุ่ยหลินพูดเบา ๆคำพูดนั้นทำให้หลายคนชะงักในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก“พบแล้ว!”ทุกคนหันไปมองมีพระหนุ่มรูปหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา หายใจหอบ “มีคน…พยายามหนีออกจากวัดเมื่อคืน แต่ถูกขวางไว้ทัน”“ใคร” พระอาวุโสถามทันที“เป็น…ศิษย์ดูแลหอคัมภีร์”บรรยากาศเงียบงันในพริบตาไม่นาน ชายคนหนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาสวมชุดพระเช่นเดียวกับคนอื่น ใบหน้าธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น แต่สายตาเย็นชาอย่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status