LOGIN![]()
บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกรหลังสงครามยุติตามการลงนามของโจวหลงเฉิงในฐานะฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เขาไม่ได้คิดถึงการขยายแผ่นดินก่อนสิ่งใด แต่คิดถึงการทำให้แผ่นดินที่มีอยู่กลับมาแข็งแรงดังเดิม เมืองชายแดนที่พังทลายได้รับการฟื้นฟู ถนนหนทาง คูคลอง สะพาน ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว กรมโยธาถูกส่งออกไปทุกทิศที่สำคัญคือไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มจากชาวบ้าน เหมืองทองตามแผนที่ในมิติของฟานอวี้ถูกขุดมาใช้เพียงสองแห่ง ส่วนที่เหลืองทั้งฟานอวี้และหลงเฉิงตกลงว่าจะไม่แตะต้องหรือโลภมากไปเอามา เพราะเพียงเท่านี้รายได้จากทองคำมากพอจะซ่อมบ้านเมือง สร้างยุ้งฉาง สำนักศึกษา และสถานพยาบาล ทำให้ผู้คนมีงานทำ มีข้าวกิน และเริ่มยิ้มได้อีกครั้งหลา
บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีกขณะเดียวกันคณะทูตจากแคว้นโม่เองกำลังเดินทางขอมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นโจว จุดมุ่งหมายเพื่อเจรจาสงบศึก แต่โจวหลงเฉิงจะยินยอมหรือไม่นั้นเป็นอีกประการหนึ่งหลงเฉิงเห็นแล้วว่ากองทัพของแคว้นโจวที่นำด้วยปืนใหญ่และระเบิดสามารถเอาชนะแคว้นศัตรูได้ไม่ยากเย็น และแสนยานุภาพจากการทำลายทัพใหญ่ของแคว้นโม่ก็เพียงพอที่จะทำให้แคว้นอื่นไม่กล้าคิดพิเรนทร์ในช่วงเวลานี้ในช่วงเดียวกันนี้แคว้นเปาที่นำโดยจวิ๋นอ๋องก็นำคณะทูตมาหวังว่าเงื่อนไขที่เคยตกลงร่วมกันในรัชสมัยของฮ่องเต้พระองค์ก่อนจะยังคงไว้ตามเดิม เพราะหากแคว้นโจวคิดจะทำให้แคว้นเปายอมเป็นแคว้นบรรณาการก็คงไม่ยากเกินไปนัก
บทที่ 83 ไม่คู่ควร“ตกลงแล้วเมื่อใดตงฟูจะกลับมาเมืองหลวงเพคะ” โจวฮุ่ยฟางเฟยที่เพิ่งจะยอมออกมาจากตำหนักน้ำค้างของมารดาเอ่ยถามพี่ชาย คืนนั้นที่เสิ่นม่านหนิง น้องชายที่ยังเป็นทารก และฟานอวี้ถูกนำตัวไป แม้ฟางเฟยจะไม่ถูกทำร้ายทางกายมากมายแต่กบฏกลุ่มนั้นสร้างแผลใจใหญ่เอาไว้ สายตาที่กบฏทั้งสองมองมาหยาบคายติดตาจนไม่อาจลืมเลือนโชคดีที่นางคิดอ่านได้รวดเร็วโกหกออกไปว่ากำลังตั้งครรภ์ จึงไม่ถูกทำลายศักดิ์ศรี เต๋อเฟยใช้โอกาสที่กบฏผู้นั้นกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เสนอตัวให้พวกเขาทำกับนางอย่างที่คิดจะทำกับบุตรสาวแทน แม้เสิ่นว่านจูจะมีอายุ แต่ความงามไม่อ่อนด้อย และหากเทียบกันแล้วอาจงดงามกว่าองค์หญิงห้าเสียด้วยซ้ำผู้เป็นมารดารอให้บุรุษน่าตายเข้าใกล้ แล้วปักปิ่นพิษที่ซ่อนไว้กับต
บทที่ 82 ไฟลามจางเมิ่งฟานอวี้ถูกยื้อชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ บาดแผลจากระเบิดไม่ได้น่าเป็นห่วงนัก นางเพียงแค่มีแผลภายนอกและอาการฟกช้ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือครรภ์นี้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทั้งยังไม่แข็งแรงด้วยยาห้ามครรภ์ที่เคยดื่มเมื่อครั้งที่หมอหานเข้าใจผิด“หนทางที่ดีที่สุดคือการให้พระชายานอนนิ่งๆ จนกว่าครรภ์จะแข็งแรง”“เมื่อใดหลานข้าจึงจะฟื้นกันหมอหาน” โม่ซินอี๋ถูกรับตัวเข้าวังมาเมื่อสามารถจัดการให้อยู่ในความสงบได้แล้ว“ย่อมขึ้นอยู่กับเง็กเซียนแล้วฮูหยินผู้เฒ่า แม้ผู้คนจะเชื่อว่าตัวข้าเป็นหมอเทวดา แต่ในท้ายที่สุดข้าก็เป็นเพียงบุรุษผู้หนึ่ง ไม่มีสิ่งใดที่ข้าอาจหาญทำได้มากกว่านี้แล้ว”&
บทที่ 81 อาวุธนี้ข้าคิดค้นหนึ่งก้านธูปก่อนวังหลวงถูกล้อมเอาไว้ กลองตีดังสนั่นเป็นสัญญาณการรบดังตั้งแต่ยามอิ๋น ปลุกคนทั้งวังหน้าและวังหลังให้ตื่นตัวอย่างพร้อมเพรียง“เสด็จแม่!” โจวฮุ่ยฟางเฟยตื่นขึ้นเป็นคนแรกรีบหันไปเขย่ากายผู้เป็นมารดาเจ้านายฝ่ายหญิงทั้งสี่ตัดสินใจนอนรวมในห้องเดียวกัน เผื่อไว้ว่าวันหนึ่งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะไม่พลัดหลงไปจากกัน เมื่อทยอยตื่นกันแล้วจางเมิ่งฟานอวี้ที่ท้องอ่อนๆ อยู่ หันมองเสิ่นเจี๋ยอวี๋หลานสาวของแม่สามีด้วยความเห็นใจ คนที่ทุกข์ใจจนปวดร้าวเห็นทีจะเป็นม่านหนิง หากว่าโจวซ่งหลงสังหารองค์ชายน้อยขึ้นมา คนที่อดหลับอดนอนดูแลคงใจสลาย“เราคาดการณ์เรื่องนี้กันไว้แล้ว อย่าได้
บทที่ 80 บุกวังหลวงยามเมื่อมีสงครามระหว่างแคว้นคล้ายว่าคนทุกฝ่ายคล้ายว่าจะเงียบหายตึงเครียดกันจนความรู้สึกไม่มั่นคงแผ่กระจายไปทั่วแคว้น เมืองหลวงที่เคยคึกคักก็กลายเป็นดั่งเมืองร้าง มีเพียงร้านถ่านร้านข้าวสารที่ยังขายของกันได้เพราะเป็นสิ่งจำเป็น จะมีเรื่องเอะอะเดียวก็เพียงขบวนของชินอ๋องที่มุ่งหน้าไปยังแดนตะวันตกอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรเมื่อหลายวันก่อน ชาวบ้านไปส่งขบวนแน่นหนาจนแทบเดินแทรกไม่ได้ ด้วยเป็นสงครามใหญ่ แม้ไม่อาจร่วมรบแต่ชาวบ้านก็ต้องการมีส่วน เสบียงแห้งมากมายถูกยัดเยียดให้ขบวนขององค์ชายสามซูผิงผิงเองก็อยู่ท่ามกลางชาวบ้านเช่นกัน นางถูกส่งมาสอดส่องความเป็นไปของเป้าหมายสำคัญทั้งหลาย ครั้งก่อนนางหนีทหารที่ติดตามตัวมาจากวังสามแทบไม่ทัน แต่ครั้งนี้นางแทรกตัวอยู่กับฝูงชน หากจะกลืนหายไปย่อมง่ายดายกว่า เมื่อดูจนพอแล้วจะค่อยๆ หลบ
บทที่ 20 เจอตัวหนอน บ่าวหญิงที่ตั้งใจจะนำอาหารที่บ่าวกินกันมาให้ฟานอวี้กินยามเช้าไม่ต้องเล่นลูกไม้อันใดเลย ด้วยป้าจูไม่อยู่กำกับดูแลครัว ด้วยต้องออกไปเลือกวัตถุดิบจากท่าเรือมาจัดงานเลี้ยงภายในของจวนหอการค้า จึงทำให้เป็นบ่าวอีกชุดมาดูแลอาหารทดแทน คนเหล่านั้นเป็นพวกพ้องที่ภักดีต่อคุณหนู
บทที่ 19 นายท่านถังไม่ควรเข้าห้องคุณหนู“อิ่มแล้วหรือไม่เพคะ” ฟานอวี้ที่ถูกปล่อยให้มานั่งรอองค์ชายสามกินอาหารบ้าง เอ่ยถามก่อนที่จะต้องปิดปากหาว“อย่าเพิ่งง่วง กินอิ่มไปไม่นาน นอนทันทีจะไม่ดี”“คืนเดียวไม่เป็นกรดไหลย้อนหรอกหน่า ง่วงจะตายอยู่แล้วเพคะ” ฟานอวี้บ่นอุบ ที่จริงหากไม่ถูกสั่งให้นั่งอยู่เฉยๆ
บทที่ 18 คนสอดรู้มิได้มีเพียงหนึ่ง“ปล่อยนะเจ้าคะ ท้องข้ามันร้องหิวข้าวแล้ว น่าอายจะตาย” ฟานอวี้ที่เห็นว่ามีคนมาก็เปลี่ยนวิธีการพูดให้เหมาะสมกับการปลอมตัวขององค์ชายทันที“อาย? เพราะท้องร้อง? ไม่ใช่ว่าอายที่บ่าวเห็นว่าท่าทางยามนี้ว่าเป็นเช่นไรหรอกหรือ” หลงเฉิงเย้า “แต่-”“ชู่…” หลงเฉิงส่ายหน้าไม่ใ
บทที่ 17 ตื่นแล้วเจ้าค่ะ จางฟานอวี้มองห้องที่กงอี้เดินนำมาแล้วก็รู้สึกว่าจัดแต่งไว้ได้สวยงามดี นางนั่งลงบนที่นอนก่อนจะสั่งให้กงอี้เตรียมน้ำให้อาบ การเดินทางที่ผ่านมาทำให้ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน ทำได้เพียงแค่เช็ดตัวเท่านั้น เช่นนี้แล้วต่อให้ง่วงจนอยากทิ้งตัวนอนเพียงใดก็ควรจะต้องชำระล้างทุกส่วนใ







