หมากแค้นพลิกชะตารัก

หมากแค้นพลิกชะตารัก

last updateLast Updated : 2026-05-28
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
73Chapters
1.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

กลับมามีชีวิตครั้งนี้ ขอปิดตายหัวใจไม่เปิดรับผู้ใดให้มากความ ต้องแลกด้วยอันใดนางก็จะผลักดันองค์ชายสามให้ขึ้นเป็นคู่แข่งที่องค์ชายรองไม่อาจทำลายลงให้จงได้ แต่แล้วนี่มันอันใดกัน เหตุใดทุกครั้งที่ต้องเข้าใกล้คนที่นางคิดจะใช้เป็นคู่แข่งของอดีตสามี เขาถึงได้ชอบแตะเนื้อต้องตัวจนใจนางไม่สงบอยู่เรื่อย! เดี๋ยวจับเดี๋ยวจูบเดี๋ยวลูบเดี๋ยวคลำตัวนางคงได้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนเป็นลมตายเข้าสักวันแน่

View More

Chapter 1

บทนำ ลืมตาอีกครั้ง

บทนำ ลืมตาอีกครั้ง

       จางฟานอวี้กะพริบตาถี่ๆ เมื่อยขบไปทั้งตัว นางจำได้ว่าสิ่งสุดท้ายที่เห็นก่อนหลับตาคือแปลงข้าวโพดสุดลูกหูลูกตาที่ถูกบังคับให้ลงไปทำงาน นักโทษเนรเทศเช่นนางยิ่งตำแหน่งเคยสูงเมื่อตกลงมาแล้วยิ่งถูกคนจิกหัว ด้วยใครๆ ก็ต้องการระบายความอัดอั้นทางชนชั้นที่ตนเองเผชิญมา

“เข้ามา มาใกล้ๆ มาดูพระชายารองโรยปุ๋ยมูลสัตว์ลงไร่เถิด ภาพหายาก ตายอีกสิบครั้งก็หาดูที่ไหนไม่ได้” 

“ดูเอาเถิดผิวที่เคยผุดผ่อง ยามนี้ก็หยาบกร้านเหมือนเราไม่มีผิด”

       คำถากถางเช่นนี้และอีกมากมายหลายอย่าง นางจำได้ดีจนขึ้นใจ ไหนจะราชโองการพิเศษที่ฮ่องเต้รับสั่งไว้ว่าหากทาสชายคนใดต้องการปลดปล่อยกำหนัดก็สามารถใช้ร่างกายของฟานอวี้ได้โดยไม่มีความผิด อ้างความผิดที่นางไปเป็นอนุของกบฏจึงควรได้โทษเช่นนี้ กลางวันตรากตรำเป็นแรงงานทาส กลางคืนเป็นตุ๊กตาให้ผู้คนย่ำยี

       แสงแดดแรกของวันส่องเข้ากระทบดวงตาจนต้องนอนตะแคงหนี เรื่องอันใดที่นางต้องขยับเขยื้อนตัวด้วยเล่า รอนายทาสนำแส้มาฟาดย่อมไม่เสียหาย อย่างไรก็มีเรื่องให้ต้องถูกโบยตีอยู่แล้ว ทำผิดจริงเสียหน่อยคงไม่เป็นอันใด

“โจวซ่งหลง!” น้ำตามากมายไหลรินออกมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ สิ่งที่นางแค้นใจไม่ใช่การต้องตกต่ำลงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่เป็นคำหลอกลวงที่ทำให้นางต้องสูญเสียบุตรในครรภ์ไป หากวันนั้นนางเลือกหนี วันนี้คงได้อยู่กับลูกอย่างสงบ มิใช่รอวันตายเพื่อไปขออภัยที่เป็นแม่สารเลวในปรโลก

       เขาบีบให้นางกินยาขับเลือด ไล่ออกจากวัง เพราะหากจะบรรลุประสงค์ เขาไม่อาจไว้ใจผู้ใดได้ นอกจากชายารองอย่างตัวนาง ฟานอวี้กดเอาความเสียใจไปขอร้อง ‘โจวหลงเฉิง’ ให้รับนางเข้าวังไปในฐานะอันใดก็ได้ เพราะตนเองไร้ที่ไป แต่สุดท้ายซ่งหลงก็ใช้คำสั่งที่บอกด้วยวาจามาเป็นข้อทรมานนางเพิ่ม หาว่านางเป็นสตรีหลายใจ

       แต่เมื่อมองกลับไปแล้วเห็นทีวันนั้นนางก็มิใช่ว่าโกหกเสียทีเดียว นางไร้ที่ไปอย่างแท้จริง หากองค์ชายสามไม่เห็นแก่คู่ปรับในอดีต ฟานอวี้คงได้กลายเป็นคนเร่ร่อนบนท้องถนน ละครร้องเรื่อง “ชายาสู่ยาจก” คงได้โด่งดังจนบรรจุในตำราเรียนพันปีข้างหน้า

“เหตุใดจึงยังไม่มีผู้ใดอีก” ฟานอวี้เริ่มสอดส่องดูรอบกายก็เห็นว่าเป็นป่าโปร่งแห่งหนึ่งที่ดูแล้วคุ้นยิ่งนัก ทั้งยังไม่รู้สึกปวดแสบในจุดที่ถูกข่มเหงเช่นทุกวันที่ลืมตาตื่น

“คงคิดว่าข้าตายแล้วจึงนำมาทิ้งไว้เช่นนี้ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ” จางฟานอวี้หัวเราะราวกับคนเสียสติ เมื่อคืนไข้นางขึ้นสูงรวมกับอาการอ่อนเพลียที่มีสะสม ลุกขึ้นมาอาเจียนไม่หยุดมาสองสามวัน ไร้ยารักษาจึงมีสภาพไม่สู้ดีนัก

       ฟานอวี้เตือนแล้ว เตือนอีก พยายามระวังในส่วนของตนเอง แต่ไม่มีผู้ใดเชื่อถือแรงงานทาสเรื่องการควบคุมการระบาดของโรค ความรู้จะวิเศษเพียงใด หากไม่ได้มาจากปากที่ถูกต้องย่อมไร้ค่า ในที่สุดแม้จะระวังแต่เมื่อไม่มีผู้ใดร่วมมือ นางเองก็ต้องตกเป็นเหยื่อสังเวยอหิวาตกโรคไปด้วยเช่นเดียวกัน

       ฟานอวี้นอนมองแสงอาทิตย์อยู่อย่างหมดอาลัยตายอยากได้พักใหญ่ แม้ได้อิสระเพราะคนคิดว่านางตาย แต่ฟานอวี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปเพื่ออันใด แต่แล้วก็เกิดเสียงธนูแหวกว่ายผ่านอากาศมาสองครั้ง พร้อมกวางที่มีพู่แดงเกี่ยวเขาอยู่วิ่งตัดผ่านตัวนางไป

นี่มัน…นี่มันเหมือนวันแรกที่มาที่นี่ ไม่ผิดแน่

       ดวงตากลมเบิกโพลง จางฟานอวี้รีบลุกขึ้นนั่ง นางก้มมองตนเอง เห็นชัดเจนว่ายามนี้อยู่ในชุดแอคทีฟแวร์ที่ใส่มาเดินป่ากับเพื่อน เพื่อฉลองการเรียนจบมัธยมปลาย นางย้อนกลับมาวันแรกที่ทะลุมิติมายังภพแห่งนี้! 

       ครั้งแรกเป็นองค์ชายรองที่คว้าตัวนางให้ขึ้นหลังม้า และเป็นชายคนแรกที่เห็นนางปล่อยผมลงมาจนเขาต้องออกปากรับผิดชอบ เหตุการณ์หลังจากนั้นคล้ายภาพฝันในนิยายรักโรแมนติกโบราณ หญิงทะลุมิติสร้างความประทับใจต่อองค์ชายได้ครองคู่กันในท้ายที่สุด 

น้ำเน่าจริง

“ครั้งนี้แม้แต่ปลายนิ้วอยู่อย่ามาถูกตัวข้า! ชาตินี้ข้าขอไม่รักผู้ใดอีก” จางฟานอวี้แสยะยิ้มพลางหลับตาฟังเสียงม้าวิ่งเข้ามาใกล้ด้วยหัวใจลุ้นระทึก นางเยื้องตัวไปทางซ้ายเพราะจำได้ว่านั่นคือตำแหน่งที่องค์ชายสามอยู่ แต่เมื่อลืมตามองก็อดจะตกใจไม่ได้ ด้วยม้าเข้ามาใกล้ตัวได้รวดเร็วกว่าที่คาดคิด

“กรี๊ด!” เสียงกรี๊ดที่ไม่สมัครใจถูกเปล่งออกไป ร่างเล็กของฟานอวี้ลอยขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนของโจวหลงเฉิง ใบหน้าดุดันของเขาอยู่ห่างออกไปแค่เพียงคืบเดียว 

       โจวซ่งหลงควบม้าตามมา แววตากังวลฉายชัด ชาติก่อนนางถูกเขาคว้าไว้ แต่เพราะความตกใจจึงดิ้นจนม้าเตลิดแยกจากกลุ่มไป ชาตินี้หากจะเปลี่ยนชะตานางเองก็ควรแยกไปสองต่อสองกับองค์ชายสามใช่หรือไม่

“หลงเฉิง!” เสียงเรียกขององค์ชายรองดังขึ้น แต่คนบนม้าอีกตัวหาได้สนใจ

“กรี๊ด…จะตกแล้ว!” ฟานอวี้แสร้งทำว่าตัวจะร่วงหล่น ขากระแทกเข้ากับตัวม้า แขนเรียวโอบรอบคอองค์ชายสามแน่น ปลายเท้ากระแทกม้าซ้ำๆ ไม่นานเกินไป ม้าที่รอจังหวะพยศก็วิ่งเตลิดออกไปตามที่จางฟานอวี้ต้องการให้เป็น

“เจ้าอยู่ให้นิ่ง! อย่าเตะม้า เจ้าโง่หรือบ้า!” โจวหลงเฉิงที่ขัดเคืองกล่าวออกมาเสียงดุ

“ข้ากลัวตก ข้าไม่เคยขี่ม้า!” ฟานอวี้ร้องตอบไป ใช้ลมที่ปะทะเข้าหน้าเรียกน้ำตา เล่นละครฉากสะอื้นที่ข้างหูขององค์ชาย

“ระงับจิตใจเสีย อยู่กับข้าไม่มีเหตุเช่นนั้น นอกเสียว่าเจ้าจะชะตาขาด”

       ฟานอวี้กลอกตาเล็กน้อย เหตุใดนางจะไม่รู้เล่าว่าเขาเก่งกาจ ถูกหลอกไปตายในสนามรบไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังรอดกลับมาได้ จนโจวซ่งหลงต้องส่งคนเอาของมาให้นางซ่อนไว้ในวัง เพื่อใส่ร้ายว่าองค์ชายสามใช้ไสยศาสตร์เล่นงานฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ซ่งหลงหลอกลวงว่าจะทำเพียงเนรเทศน้องชายผู้นี้ ฟานอวี้จึงยอมทำเลว แต่ความจริงเขากลับเอาถึงประหารแต่เสียบหัวประจานไว้กลางเมือง

“ฟังหน่อย! เกาะข้าไว้ เมื่อถึงน้ำตกนั้น เราจะกระโดดลงไป” โจวหลงเฉิงสั่ง

“เจ้าคะ?”

“อยากรอดก็เกาะไว้เสีย!” 

       โจวหลงเฉิงพูดจบก็กระชับแขนที่โอบรัดฟานอวี้ให้แน่นขึ้น จากนั้นก็ถีบตนเองพุ่งลงไปยังผาน้ำตกสูงชัน จางฟานอวี้หมดสติทันทีที่ร่างกระทบน้ำ ความเย็นหรือความสูงไม่มีผลอีกต่อไป ความคิดสุดท้ายมีเพียงแค่ความขบขันว่าตัวเองอาจตายตั้งแต่วันแรกที่ได้รับโอกาสแก้ไขชะตา

.

.

.

“แม่นาง แม่นาง!”

“แค่ก แค่ก” ฟานอวี้ทุบลงบนอกตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่ง “ขอบคุณ” 

       เมื่อสิ้นคำน้ำตาที่คิดว่าจะไม่ไหลอีกตั้งแต่ชาติก่อนก็พรั่งพรูออกมาอีกครั้ง มันเป็นเพราะความรักทำให้ตามืดบอดจนใส่ร้ายเขา ครั้งนี้ต่อให้ต้องตายแทนก็จะไม่ยอมให้เรื่องร้ายเกิดกับหลงเฉิงเพราะตนเองอีก หากจะแย่งชิงอำนาจกันก็อย่าหวังใช่นางเป็นเครื่องมือ

“ไม่เป็นอันใด ไม่ต้องร้อง ข้าปลอบใจสตรีไม่เป็น เห็นน้ำตาแล้วอึดอัด น่ารำคาญ” หลงเฉิงเบือนหน้าหนีไปปลดเสื้อคลุมตัวนอกยื่นมาให้ฟานอวี้โดยไม่หันมอง “คลุมไว้ซะ”

“ชุดนี้ลงน้ำได้ เดี๋ยวก็แห้งแล้ว เอาไปตากแดดไว้คลุมเองเถิดเจ้าค่ะ” 

“อาภรณ์เจ้าขาด ลูกตาข้าเสียหมด คลุมเสีย” สีแดงเรื่อตรงใบหูปรากฏขึ้นไวๆ เขาทิ้งเสื้อคลุมไว้ที่พื้น จากนั้นหลงเฉิงก็รีบลุกหนีไปทางแนวต้นไม้

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
73 Chapters
บทนำ ลืมตาอีกครั้ง
บทนำ ลืมตาอีกครั้ง จางฟานอวี้กะพริบตาถี่ๆ เมื่อยขบไปทั้งตัว นางจำได้ว่าสิ่งสุดท้ายที่เห็นก่อนหลับตาคือแปลงข้าวโพดสุดลูกหูลูกตาที่ถูกบังคับให้ลงไปทำงาน นักโทษเนรเทศเช่นนางยิ่งตำแหน่งเคยสูงเมื่อตกลงมาแล้วยิ่งถูกคนจิกหัว ด้วยใครๆ ก็ต้องการระบายความอัดอั้นทางชนชั้นที่ตนเองเผชิญมา“เข้ามา มาใกล้ๆ มาดูพระชายารองโรยปุ๋ยมูลสัตว์ลงไร่เถิด ภาพหายาก ตายอีกสิบครั้งก็หาดูที่ไหนไม่ได้” “ดูเอาเถิดผิวที่เคยผุดผ่อง ยามนี้ก็หยาบกร้านเหมือนเราไม่มีผิด” คำถากถางเช่นนี้และอีกมากมายหลายอย่าง นางจำได้ดีจนขึ้นใจ ไหนจะราชโองการพิเศษที่ฮ่องเต้รับสั่งไว้ว่าหากทาสชายคนใดต้องการปลดปล่อยกำหนัดก็สามารถใช้ร่างกายของฟานอวี้ได้โดยไม่มีความผิด อ้างความผิดที่นางไปเป็นอนุของกบฏจึงควรได้โทษเช่นนี้ กลางวันตรากตรำเป็นแรงงานทาส กลางคืนเป็นตุ๊กตาให้ผู้คนย่ำยี แสงแดดแรกของวันส่องเข้ากระทบดวงตาจนต้องนอนตะแคงหนี เรื่องอันใดที่นางต้องขยับเขยื้อนตัวด้วยเล่า รอนายทาสนำแส้มาฟาดย่อมไม่เสียหาย อย่างไรก็มีเรื่องให้ต้องถูกโบยตีอยู่แล้ว ทำผิดจริงเสียหน่อยคงไม่เป็นอันใด“โจวซ่งหลง!” น้ำตามากมายไหลรินออกมาอย่างห้ามไว้
last updateLast Updated : 2026-03-17
Read more
บทที่ 1 ผู้ใดส่งมา
บทที่ 1 ผู้ใดส่งมา จางฟานอวี้ก้มมองก็เห็นว่าชุดที่ใส่อยู่ขาดเป็นรอยที่ช่วงเอวสูงขึ้นไปถึงใต้หน้าอก ถึงได้เข้าใจว่าเหตุใดคนเคร่งขรึมพูดจาไม่เข้าหูคนฟัง จึงมีอาการขัดเขินเล็กๆ ออกมาให้เห็น“ลูกตาเสียบ้านแกสิ ร่างฉันตอนนี้เพิ่งจะสิบแปดย่างสิบเก้าตึงทุกส่วน หน้าตาก็ออกจะน่ารัก ผิวก็ขาวราวหิมะแบบที่ผู้ชายชอบกันไม่ใช่รึไง” โจวหลงเฉิงที่แม้จะห่างออกไปหลายช่วงตัว แต่ก็มิใช่ว่าเขาไม่ได้ยินสิ่งใด มุมปากถึงกับยกยิ้ม นึกขันว่าคนที่อุตส่าห์ช่วยมานั้นเป็นสตรีประเภทใด จึงได้อวดอ้างสรรพคุณของตนเองต่อบุรุษแปลกหน้า เมื่อเห็นว่าหลงเฉิงคงไปหาของอีกสักพักใหญ่ ฟานอวี้จึงแกะเปียของตนเองออก แล้วยืนสะบัดผมไล่น้ำออกกลางแดด หากจะมีฉากผมสยายมัดใจชาย ผมนั้นก็ควรที่จะแห้งสนิทไม่จับตัวเป็นก้อนเสียก่อน“เจ้าทำอันใด” เสียงสับสนของหลงเฉิงดังขึ้น จางฟานอวี้ที่จริงจังกับการสะบัดหัวโยกตัว เหวี่ยงผมขึ้นหน้าขึ้นหลังถึงกับชะงักค้าง “ทำให้ผมแห้ง…” นางตอบช้าๆ หันหลังไปเผชิญหน้ากับโจวหลงเฉิง ด้วยสภาพหัวไม่เป็นทรง“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจอย่างปลงตกดังขึ้น “เจ้าจะจับข้าให้ได้ใช่หรือไม่ ทั้งใส่อาภรณ์รัดรู
last updateLast Updated : 2026-03-18
Read more
บทที่ 2 พรจากชาติใหม่
บทที่ 2 พรจากชาติใหม่ ในห้วงภวังค์ของจางฟานอวี้ที่หลับใหลเพราะฤทธิ์ของยาพิษได้ปลุกบางอย่างที่ไม่เคยตื่นขึ้นให้เริ่มทำงานเป็นครั้งแรก“จางฟานอวี้”“เจ้าคะ?” นางหันมองรอบตัวก็เห็นเพียงแค่ความว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตา“ได้เวลาเลือกแล้ว” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่ฟังอย่างไรก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าเป็นสตรีเสียงต่ำ หรือบุรุษเสียงสูง“เลือกอันใดเจ้าคะ” ฟานอวี้มองไปตรงหน้าเห็นหนังสือปรากฏอยู่สามเล่ม แต่เพราะหมอกบดบังจึงไม่อาจอ่านหัวข้อได้ถนัดนัก“พรของเจ้า”“ชาติก่อนไม่มี” ฟานอวี้พึมพำกับตนเอง นึกย้อนไปแล้วก็น้อยใจในชะตาครั้งนั้น“เพราะชาติก่อนศรมิได้เปิดเนื้อบนปานดอกไม้ จึงไม่มีสิ่งใดกระตุ้นให้ข้ารับรู้ว่าเจ้ามาแล้ว กว่าจะรู้ก็เป็นยามที่เจ้าหมดลม” ครั้งนี้มิได้มาเพียงเสียงแต่มีร่างหนึ่งที่ไม่แน่ใจนักว่าเป็นหญิงหรือชาย“เลยให้โอกาสเริ่มใหม่หรือเจ้าคะ” “อืม”“เหตุใดข้าต้องมายังที่แห่งนี้แต่แรกด้วย” ฟานอวี้ถามจบแล้วก็ต้องยกมือกุมหัว นางจำได้เพียงว่าชาติแรกนางเพียงเดินตามทางที่จัดเตรียมไว้ขึ้นไปจนถึงจุดชมวิว แต่แล้วก็พลัดตกผา ลืมตามาก็พบกับองค์ชายในพิธีล่าสัตว์ ไม่มีช่องทางให้เชื่อมโยงว่าจะกลั
last updateLast Updated : 2026-03-19
Read more
บทที่ 3 เปลต้นไม้
บทที่ 3 เปลต้นไม้ เสียงฝีเท้าของวิชาตัวเบา หากไม่ได้ตั้งใจจับจ้องจะฟังคงไม่มีผู้ใดได้ยิน แต่ผู้เป็นองค์ชายก็หาได้นิ่งนอนใจ เขากระโดดกลับไปกลับมา เพื่อหลอกล่อนักฆ่าให้ติดตามได้ยาก ลงพื้นบ้างขึ้นต้นไม้บ้าง วกไปซ้ำมาจนกระทั่งจางฟานอวี้รู้สึกพะอืดพะอมคล้ายจะหน้ามืด“ปล่อยข้าลงก่อนเถิด หากไปต่ออาหารของเมื่อวานคงได้…มาอยู่บนอาภรณ์ท่าน”“อืม ใกล้มืดแล้ว เราจะอยู่กันที่นี่” โจวหลงเฉิงสั่งการพร้อมกระโดดลงพื้น “เจ้ารอด้านล่าง” องค์ชายสามเริ่มแก้ปมที่ผูกผ้าไว้อุ้มตัวของสตรีด้านหลัง เมื่อปมมัดคลายออกจางฟานอวี้ร่วงลงพื้นในทันที “เหตุใดไม่ยืนให้ดี”“ขาชาไม่รู้สึกอันใดเจ้าค่ะ” ฟานอวี้ตอบก่อนจะหงายตัวลงไปไม่คิดห่วงภาพลักษณ์ใดๆ คำขู่ที่ว่ามัดไม่แน่นทำให้นางเชื่อเช่นนั้น แต่ฟานอวี้เพิ่งจะรู้สึกว่าเลือดในกายได้ไหลเวียนลงขาก็ยามที่ร่วงลงพื้น ขาชาจนเจ็บไม่อาจตั้งหลักยืนบนพื้นได้ดั่งใจนึก“เพียงหวังดีไม่ต้องการให้ตกไปตาย” องค์ชายสามไม่สบตายามกล่าวอ้าง เพราะรู้ว่าเป็นความผิดตนที่อาจรัดแน่นจนเกินไป “ขออภัย”“ข้าไม่ได้ว่ากล่าวอะไรแม้เพียงครึ่งคำเลยเจ้าค่ะ” ฟานอวี้ที่เห็นคนแก้ตัวก็ขบขันไม่น้อย เ
last updateLast Updated : 2026-03-20
Read more
บทที่ 4 ไม่ได้มีให้ผู้อื่นมอง
บทที่ 4 ไม่ได้มีให้ผู้อื่นมอง        ช่วงใกล้รุ่งสางของวันใหม่ จางฟานอวี้รู้สึกตัวตื่นหลุดออกมาจากมิติ เพราะความรู้สึกแสบร้อนตรงบริเวณแผล ฟากฟ้ายังคงมืดทึบอยู่ นางไม่กล้าขยับตัวมากนักด้วยกลัวว่าอาจพลิกตัวตกลงไปเพราะขยับผิดท่า จึงจะใช้แขนข้างที่ไม่เจ็บสะกิดเรียก แต่ยังไม่ทันเอื้อมถึงตัวโจวหลงเฉิง ด้านล่างก็มีคนร้องเรียก ทำให้ฟานอวี้เปลี่ยนใจมาแกล้งหลับเสียก่อน “องค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเรียกตามด้วยนกหวีดเฉพาะปลุกให้โจวหลงเฉิงตอบรับคำทันที “ด้านบน” ปึก!        เสียงคนพุ่งตัวขึ้นมาหยุดอยู่บนกิ่งใหญ่ไม่ห่างกันดังขึ้น “องค์ชายปลอดภัยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
last updateLast Updated : 2026-03-21
Read more
บทที่ 5 ฮูหยินก็ฮูหยิน
บทที่ 5 ฮูหยินก็ฮูหยิน “หมดเวลา” โจวหลงเฉิงกล่าวพร้อมกับหันกลับมามองด้านหลัง        จางฟานอวี้ที่ผูกเอวเสร็จพอดิบพอดีจึงใช้มือลูบกระโปรงของตนเพื่อจัดแจงให้เรียบร้อย จ้องหน้าของฝ่ายที่เป็นองค์ชายนิ่ง ไม่ได้เอ่ยคำใด “หันหลัง” “หันหลัง?” ฟานอวี้ขมวดคิ้วไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยอมหันแต่โดยดี ด้วยตอนนี้ยังต้องพึ่งพาเขาเพื่อออกจากป่า และยังไม่แน่ว่าอาจต้องตามเกาะไปอีกหลายปี        โจวหลงเฉิงจับผมของฟานอวี้มาไว้ในมือ ทำให้ฝ่ายเจ้าของผมขยับหันมามอง เรียกให้เขาต้องดุ “อยู่เฉยๆ ปล่อยผมกระเซิงอย่างนี้ ผู้คนจะได้คิดว่าผีป่าออกอาละวาด”
last updateLast Updated : 2026-03-22
Read more
บทที่ 6 ต้องจูบหรือไม่
บทที่ 6 ต้องจูบหรือไม่        โจวหลงเฉิงจดจำคำด่าไว้ในใจแล้ว เขาเดินออกไปด้านนอกก็เห็นองครักษ์จางยืนรออยู่ก่อนแล้ว จึงพยักหน้าพอใจ “เอาอาหารมาสักสี่ห้าอย่าง สั่งน้ำแกงมาด้วย เผื่อนางเป็นประเภทกินน้อยอย่างคุณหนูในเมืองหลวง” หลงเฉิงสั่งคนของตนออกไป “กระหม่อมขอรนหาที่ตายสักเรื่องหนึ่ง…เหตุใดพระองค์จึงเจาะจงพักห้องเดียวกับนาง จางฟานอวี้ผู้นี้ อาจเป็นคนที่ผู้อื่นส่งมา เรื่องนี้…” “เพราะอาจเป็นคนที่ผู้อื่นส่งมาจึงต้องเอาไว้ใกล้ตัวให้ได้มากที่สุด หากให้นางพักผู้เดียว มิใช่ว่าเราเปิดโอกาสให้ติดต่อคนภายนอกเพื่อวางแผนต่อหรือ” “พ่ะย่ะค่ะ” จางตงฟูรับค
last updateLast Updated : 2026-03-23
Read more
บทที่ 7 คำก็โง่ สองคำก็โง่
บทที่ 7 คำก็โง่ สองคำก็โง่        ตุ๊บ! องค์ชายสามที่ถูกผลักกลิ้งหล่นจากเตียง จางฟานอวี้ที่เป็นผู้ผลักรีบยื่นหน้าออกไปดู เมื่อเห็นว่าหลงเฉิงยังไม่ตื่นขึ้นมาก่นด่าก็ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง “เมาขนาดนี้ ถ้าจำสิ่งที่รับปากไว้ไม่ได้ล่ะ” ฟานอวี้พูดกับตนเอง ก่อนจะส่ายหัวไล่ความคิด แล้วก้าวลงเตียงไปลากคนเมาให้ขึ้นมานอนบนเตียง “ความเมาเนี่ยเป็นจุดอ่อนไม่พอ มันลำบากผู้อื่นด้วยนะเพคะ”        ตัวขององค์ชายสามที่ฟานอวี้กะเกณฑ์ดูแล้วน่าจะเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของโลกปัจจุบัน ทำให้ตัวนางที่สูงเพียงแค่ร้อยหกสิบหลังโกงความสูงด้วยการยกโคนผมลำบากไม่น้อย ไหนจะมัดกล้ามเนื้อของคนฝ่ายบู๊ที่ออกกำลังอยู่เป็นประจำนั่นอีก กว่านางจะ
last updateLast Updated : 2026-03-24
Read more
บทที่ 8 หากไม่หลับ เปิ่นหวางจะทำให้เจ้าหลับ
บทที่ 8 หากไม่หลับ เปิ่นหวางจะทำให้เจ้าหลับ ดวงตาดอกท้อของสตรีที่มีใบหน้าซีดเซียว คิ้วคล้ายจะลู่ลงดูน่าสงสาร เขาใจกระตุกไปจังหวะหนึ่ง สตรีตัวผู้เดียวบาดเจ็บและมีไข้ ทั้งยังถูกบุรุษช่วงชิงเอาความสาว หากจะทอดทิ้งไม่รับผิดชอบไปจริงๆ มิใช่ว่าเขาเป็นยักษ์มารหรือ“องค์ชายสาม องค์ชายเพคะ” จางฟานอวี้เรียกหลงเฉิงที่ไม่รู้ว่าเหม่อลอยด้วยเรื่องใดซ้ำหลายครั้ง องค์ชายสามกระแอมเบาๆ ทีหนึ่ง จากนั้นก็ปล่อยมือที่ประคองร่างที่แม้จะมีผ้าห่มห่อหุ้มก็ยังรับรู้ได้ว่าเปลือยกายอยู่ เขาเอามือลูบจมูกตนเองเบาๆ จากนั้นจึงตอบรับคำ “ว่าไปเถิด”“อื้ม” ฟานอวี้พยักหน้าคลี่ยิ้ม “ใช่แล้ว ฟังหม่อมฉันอธิบายเสียก่อน ค่อยกล่าวหาว่าโง่เขลาก็ไม่สาย”“เลิกอ้อมค้อมเสีย เปิ่นหวางจะไม่ใจดีแล้ว”“องค์ชายตรองดูเถิดเพคะ ดอกไม้ไฟต้องมีการจุดไฟ จากนั้นมันจะพุ่งขึ้นฟ้าแล้วแตกออกใช่หรือไม่ หากทดสอบให้ดีสิ่งนี้ก็มีโอกาสเป็นอาวุธชนิดใหม่มิใช่หรือเพคะ หากเรานำไปใส่ไว้ในเหล็ก เมื่อเหล็กแตกออก อาจทำลายล้างได้มากมายกว่าธนูไฟเสียอีก” จางฟานอวี้มิเพียงกล่าวไปเท่านั้น นางขยับตัวเข้าไปใกล้ มือหนึ่งจับแขนของเขาเอาไว้ไม่ยอมหลบ
last updateLast Updated : 2026-03-24
Read more
บทที่ 9 ไม่มีสิทธิ์ท้องตลอดชีวิต
บทที่ 9 ไม่มีสิทธิ์ท้องตลอดชีวิต องค์ชายสามเมื่อออกมาจากห้องพักแล้ว ก็เพียงแค่ปรายตามองจางตงฟู ที่ยืนรออย่างสงบเงียบ เขาพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณให้ลูกน้องเข้ามารายงานได้“คนที่กระจายกันไปมารวมตัวกันครบถ้วนดีแล้วขอรับ ยกเว้นแต่กลุ่มที่นายท่านจะให้ซ้อนแผนไว้ ออกเดินทางเลยดีหรือไม่ ข้าจะไปเตรียมรถม้า” ตงฟูที่รู้ดีว่าเมื่ออยู่ภายนอกแล้ว องค์ชายไม่ชมชอบให้เปิดเผยสถานะ ถึงได้เรียกขานอย่างสามัญออกไป“อีกสองชั่วยาม เตรียมรถม้า ยาลดไข้ และยา…ห้ามครรภ์” ท่อนหลังหลงเฉิงพูดออกไปเสียงไม่ดังนัก เขายังไม่พร้อมให้สตรีใดหาบ่วงมาผูกคอในช่วงเวลาเช่นนี้ จึงเอ่ยออกมายากเย็นอยู่บ้าง“ยาห้ามครรภ์? นายท่านกับแม่นางจาง…” ตงฟูที่คิดว่าทั้งสองคนมีเรื่องเกินเลยกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นที่ต้องใช้ยาห้ามครรภ์ จึงออกอาการตกใจอยู่บ้าง“ข้าดื่มมากมายจนเกินไป อย่าแพร่งพราย” องค์ชายสามที่ยังมีอาการเมาค้างหลงเหลืออยู่นวดขมับช้าๆ“นางยั่วยวนนายท่านหรือ” โจวหลงเฉิงที่เริ่มรำคาญการถามซอกแซก หันไปส่งสายตาไม่พอใจ “ข้าจำไม่ได้ เลิกถามให้มากความแล้วไปจัดเตรียมตามที่ข้าสั่ง!” จางตงฟูมิใช่ไม่รู
last updateLast Updated : 2026-03-24
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status