Mag-log inกลับมามีชีวิตครั้งนี้ ขอปิดตายหัวใจไม่เปิดรับผู้ใดให้มากความ ต้องแลกด้วยอันใดนางก็จะผลักดันองค์ชายสามให้ขึ้นเป็นคู่แข่งที่องค์ชายรองไม่อาจทำลายลงให้จงได้ แต่แล้วนี่มันอันใดกัน เหตุใดทุกครั้งที่ต้องเข้าใกล้คนที่นางคิดจะใช้เป็นคู่แข่งของอดีตสามี เขาถึงได้ชอบแตะเนื้อต้องตัวจนใจนางไม่สงบอยู่เรื่อย! เดี๋ยวจับเดี๋ยวจูบเดี๋ยวลูบเดี๋ยวคลำตัวนางคงได้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนเป็นลมตายเข้าสักวันแน่
view moreจางฟานอวี้กะพริบตาถี่ๆ เมื่อยขบไปทั้งตัว นางจำได้ว่าสิ่งสุดท้ายที่เห็นก่อนหลับตาคือแปลงข้าวโพดสุดลูกหูลูกตาที่ถูกบังคับให้ลงไปทำงาน นักโทษเนรเทศเช่นนางยิ่งตำแหน่งเคยสูงเมื่อตกลงมาแล้วยิ่งถูกคนจิกหัว ด้วยใครๆ ก็ต้องการระบายความอัดอั้นทางชนชั้นที่ตนเองเผชิญมา
“เข้ามา มาใกล้ๆ มาดูพระชายารองโรยปุ๋ยมูลสัตว์ลงไร่เถิด ภาพหายาก ตายอีกสิบครั้งก็หาดูที่ไหนไม่ได้”
“ดูเอาเถิดผิวที่เคยผุดผ่อง ยามนี้ก็หยาบกร้านเหมือนเราไม่มีผิด”
คำถากถางเช่นนี้และอีกมากมายหลายอย่าง นางจำได้ดีจนขึ้นใจ ไหนจะราชโองการพิเศษที่ฮ่องเต้รับสั่งไว้ว่าหากทาสชายคนใดต้องการปลดปล่อยกำหนัดก็สามารถใช้ร่างกายของฟานอวี้ได้โดยไม่มีความผิด อ้างความผิดที่นางไปเป็นอนุของกบฏจึงควรได้โทษเช่นนี้ กลางวันตรากตรำเป็นแรงงานทาส กลางคืนเป็นตุ๊กตาให้ผู้คนย่ำยี
แสงแดดแรกของวันส่องเข้ากระทบดวงตาจนต้องนอนตะแคงหนี เรื่องอันใดที่นางต้องขยับเขยื้อนตัวด้วยเล่า รอนายทาสนำแส้มาฟาดย่อมไม่เสียหาย อย่างไรก็มีเรื่องให้ต้องถูกโบยตีอยู่แล้ว ทำผิดจริงเสียหน่อยคงไม่เป็นอันใด
“โจวซ่งหลง!” น้ำตามากมายไหลรินออกมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ สิ่งที่นางแค้นใจไม่ใช่การต้องตกต่ำลงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่เป็นคำหลอกลวงที่ทำให้นางต้องสูญเสียบุตรในครรภ์ไป หากวันนั้นนางเลือกหนี วันนี้คงได้อยู่กับลูกอย่างสงบ มิใช่รอวันตายเพื่อไปขออภัยที่เป็นแม่สารเลวในปรโลก
เขาบีบให้นางกินยาขับเลือด ไล่ออกจากวัง เพราะหากจะบรรลุประสงค์ เขาไม่อาจไว้ใจผู้ใดได้ นอกจากชายารองอย่างตัวนาง ฟานอวี้กดเอาความเสียใจไปขอร้อง ‘โจวหลงเฉิง’ ให้รับนางเข้าวังไปในฐานะอันใดก็ได้ เพราะตนเองไร้ที่ไป แต่สุดท้ายซ่งหลงก็ใช้คำสั่งที่บอกด้วยวาจามาเป็นข้อทรมานนางเพิ่ม หาว่านางเป็นสตรีหลายใจ
แต่เมื่อมองกลับไปแล้วเห็นทีวันนั้นนางก็มิใช่ว่าโกหกเสียทีเดียว นางไร้ที่ไปอย่างแท้จริง หากองค์ชายสามไม่เห็นแก่คู่ปรับในอดีต ฟานอวี้คงได้กลายเป็นคนเร่ร่อนบนท้องถนน ละครร้องเรื่อง “ชายาสู่ยาจก” คงได้โด่งดังจนบรรจุในตำราเรียนพันปีข้างหน้า
“เหตุใดจึงยังไม่มีผู้ใดอีก” ฟานอวี้เริ่มสอดส่องดูรอบกายก็เห็นว่าเป็นป่าโปร่งแห่งหนึ่งที่ดูแล้วคุ้นยิ่งนัก ทั้งยังไม่รู้สึกปวดแสบในจุดที่ถูกข่มเหงเช่นทุกวันที่ลืมตาตื่น
“คงคิดว่าข้าตายแล้วจึงนำมาทิ้งไว้เช่นนี้ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ” จางฟานอวี้หัวเราะราวกับคนเสียสติ เมื่อคืนไข้นางขึ้นสูงรวมกับอาการอ่อนเพลียที่มีสะสม ลุกขึ้นมาอาเจียนไม่หยุดมาสองสามวัน ไร้ยารักษาจึงมีสภาพไม่สู้ดีนัก
ฟานอวี้เตือนแล้ว เตือนอีก พยายามระวังในส่วนของตนเอง แต่ไม่มีผู้ใดเชื่อถือแรงงานทาสเรื่องการควบคุมการระบาดของโรค ความรู้จะวิเศษเพียงใด หากไม่ได้มาจากปากที่ถูกต้องย่อมไร้ค่า ในที่สุดแม้จะระวังแต่เมื่อไม่มีผู้ใดร่วมมือ นางเองก็ต้องตกเป็นเหยื่อสังเวยอหิวาตกโรคไปด้วยเช่นเดียวกัน
ฟานอวี้นอนมองแสงอาทิตย์อยู่อย่างหมดอาลัยตายอยากได้พักใหญ่ แม้ได้อิสระเพราะคนคิดว่านางตาย แต่ฟานอวี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปเพื่ออันใด แต่แล้วก็เกิดเสียงธนูแหวกว่ายผ่านอากาศมาสองครั้ง พร้อมกวางที่มีพู่แดงเกี่ยวเขาอยู่วิ่งตัดผ่านตัวนางไป
นี่มัน…นี่มันเหมือนวันแรกที่มาที่นี่ ไม่ผิดแน่
ดวงตากลมเบิกโพลง จางฟานอวี้รีบลุกขึ้นนั่ง นางก้มมองตนเอง เห็นชัดเจนว่ายามนี้อยู่ในชุดแอคทีฟแวร์ที่ใส่มาเดินป่ากับเพื่อน เพื่อฉลองการเรียนจบมัธยมปลาย นางย้อนกลับมาวันแรกที่ทะลุมิติมายังภพแห่งนี้!
ครั้งแรกเป็นองค์ชายรองที่คว้าตัวนางให้ขึ้นหลังม้า และเป็นชายคนแรกที่เห็นนางปล่อยผมลงมาจนเขาต้องออกปากรับผิดชอบ เหตุการณ์หลังจากนั้นคล้ายภาพฝันในนิยายรักโรแมนติกโบราณ หญิงทะลุมิติสร้างความประทับใจต่อองค์ชายได้ครองคู่กันในท้ายที่สุด
น้ำเน่าจริง
“ครั้งนี้แม้แต่ปลายนิ้วอยู่อย่ามาถูกตัวข้า! ชาตินี้ข้าขอไม่รักผู้ใดอีก” จางฟานอวี้แสยะยิ้มพลางหลับตาฟังเสียงม้าวิ่งเข้ามาใกล้ด้วยหัวใจลุ้นระทึก นางเยื้องตัวไปทางซ้ายเพราะจำได้ว่านั่นคือตำแหน่งที่องค์ชายสามอยู่ แต่เมื่อลืมตามองก็อดจะตกใจไม่ได้ ด้วยม้าเข้ามาใกล้ตัวได้รวดเร็วกว่าที่คาดคิด
“กรี๊ด!” เสียงกรี๊ดที่ไม่สมัครใจถูกเปล่งออกไป ร่างเล็กของฟานอวี้ลอยขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนของโจวหลงเฉิง ใบหน้าดุดันของเขาอยู่ห่างออกไปแค่เพียงคืบเดียว
โจวซ่งหลงควบม้าตามมา แววตากังวลฉายชัด ชาติก่อนนางถูกเขาคว้าไว้ แต่เพราะความตกใจจึงดิ้นจนม้าเตลิดแยกจากกลุ่มไป ชาตินี้หากจะเปลี่ยนชะตานางเองก็ควรแยกไปสองต่อสองกับองค์ชายสามใช่หรือไม่
“หลงเฉิง!” เสียงเรียกขององค์ชายรองดังขึ้น แต่คนบนม้าอีกตัวหาได้สนใจ
“กรี๊ด…จะตกแล้ว!” ฟานอวี้แสร้งทำว่าตัวจะร่วงหล่น ขากระแทกเข้ากับตัวม้า แขนเรียวโอบรอบคอองค์ชายสามแน่น ปลายเท้ากระแทกม้าซ้ำๆ ไม่นานเกินไป ม้าที่รอจังหวะพยศก็วิ่งเตลิดออกไปตามที่จางฟานอวี้ต้องการให้เป็น
“เจ้าอยู่ให้นิ่ง! อย่าเตะม้า เจ้าโง่หรือบ้า!” โจวหลงเฉิงที่ขัดเคืองกล่าวออกมาเสียงดุ
“ข้ากลัวตก ข้าไม่เคยขี่ม้า!” ฟานอวี้ร้องตอบไป ใช้ลมที่ปะทะเข้าหน้าเรียกน้ำตา เล่นละครฉากสะอื้นที่ข้างหูขององค์ชาย
“ระงับจิตใจเสีย อยู่กับข้าไม่มีเหตุเช่นนั้น นอกเสียว่าเจ้าจะชะตาขาด”
ฟานอวี้กลอกตาเล็กน้อย เหตุใดนางจะไม่รู้เล่าว่าเขาเก่งกาจ ถูกหลอกไปตายในสนามรบไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังรอดกลับมาได้ จนโจวซ่งหลงต้องส่งคนเอาของมาให้นางซ่อนไว้ในวัง เพื่อใส่ร้ายว่าองค์ชายสามใช้ไสยศาสตร์เล่นงานฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ซ่งหลงหลอกลวงว่าจะทำเพียงเนรเทศน้องชายผู้นี้ ฟานอวี้จึงยอมทำเลว แต่ความจริงเขากลับเอาถึงประหารแต่เสียบหัวประจานไว้กลางเมือง
“ฟังหน่อย! เกาะข้าไว้ เมื่อถึงน้ำตกนั้น เราจะกระโดดลงไป” โจวหลงเฉิงสั่ง
“เจ้าคะ?”
“อยากรอดก็เกาะไว้เสีย!”
โจวหลงเฉิงพูดจบก็กระชับแขนที่โอบรัดฟานอวี้ให้แน่นขึ้น จากนั้นก็ถีบตนเองพุ่งลงไปยังผาน้ำตกสูงชัน จางฟานอวี้หมดสติทันทีที่ร่างกระทบน้ำ ความเย็นหรือความสูงไม่มีผลอีกต่อไป ความคิดสุดท้ายมีเพียงแค่ความขบขันว่าตัวเองอาจตายตั้งแต่วันแรกที่ได้รับโอกาสแก้ไขชะตา
.
.
.
“แม่นาง แม่นาง!”
“แค่ก แค่ก” ฟานอวี้ทุบลงบนอกตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่ง “ขอบคุณ”
เมื่อสิ้นคำน้ำตาที่คิดว่าจะไม่ไหลอีกตั้งแต่ชาติก่อนก็พรั่งพรูออกมาอีกครั้ง มันเป็นเพราะความรักทำให้ตามืดบอดจนใส่ร้ายเขา ครั้งนี้ต่อให้ต้องตายแทนก็จะไม่ยอมให้เรื่องร้ายเกิดกับหลงเฉิงเพราะตนเองอีก หากจะแย่งชิงอำนาจกันก็อย่าหวังใช่นางเป็นเครื่องมือ
“ไม่เป็นอันใด ไม่ต้องร้อง ข้าปลอบใจสตรีไม่เป็น เห็นน้ำตาแล้วอึดอัด น่ารำคาญ” หลงเฉิงเบือนหน้าหนีไปปลดเสื้อคลุมตัวนอกยื่นมาให้ฟานอวี้โดยไม่หันมอง “คลุมไว้ซะ”
“ชุดนี้ลงน้ำได้ เดี๋ยวก็แห้งแล้ว เอาไปตากแดดไว้คลุมเองเถิดเจ้าค่ะ”
“อาภรณ์เจ้าขาด ลูกตาข้าเสียหมด คลุมเสีย” สีแดงเรื่อตรงใบหูปรากฏขึ้นไวๆ เขาทิ้งเสื้อคลุมไว้ที่พื้น จากนั้นหลงเฉิงก็รีบลุกหนีไปทางแนวต้นไม้
บทส่งท้าย หงส์เคียงมังกรหลังสงครามยุติตามการลงนามของโจวหลงเฉิงในฐานะฮ่องเต้พระองค์ใหม่ เขาไม่ได้คิดถึงการขยายแผ่นดินก่อนสิ่งใด แต่คิดถึงการทำให้แผ่นดินที่มีอยู่กลับมาแข็งแรงดังเดิม เมืองชายแดนที่พังทลายได้รับการฟื้นฟู ถนนหนทาง คูคลอง สะพาน ถูกสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว กรมโยธาถูกส่งออกไปทุกทิศที่สำคัญคือไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มจากชาวบ้าน เหมืองทองตามแผนที่ในมิติของฟานอวี้ถูกขุดมาใช้เพียงสองแห่ง ส่วนที่เหลืองทั้งฟานอวี้และหลงเฉิงตกลงว่าจะไม่แตะต้องหรือโลภมากไปเอามา เพราะเพียงเท่านี้รายได้จากทองคำมากพอจะซ่อมบ้านเมือง สร้างยุ้งฉาง สำนักศึกษา และสถานพยาบาล ทำให้ผู้คนมีงานทำ มีข้าวกิน และเริ่มยิ้มได้อีกครั้งหลา
บทที่ 84 ไม่ปิดบังเรื่องใดอีกขณะเดียวกันคณะทูตจากแคว้นโม่เองกำลังเดินทางขอมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นโจว จุดมุ่งหมายเพื่อเจรจาสงบศึก แต่โจวหลงเฉิงจะยินยอมหรือไม่นั้นเป็นอีกประการหนึ่งหลงเฉิงเห็นแล้วว่ากองทัพของแคว้นโจวที่นำด้วยปืนใหญ่และระเบิดสามารถเอาชนะแคว้นศัตรูได้ไม่ยากเย็น และแสนยานุภาพจากการทำลายทัพใหญ่ของแคว้นโม่ก็เพียงพอที่จะทำให้แคว้นอื่นไม่กล้าคิดพิเรนทร์ในช่วงเวลานี้ในช่วงเดียวกันนี้แคว้นเปาที่นำโดยจวิ๋นอ๋องก็นำคณะทูตมาหวังว่าเงื่อนไขที่เคยตกลงร่วมกันในรัชสมัยของฮ่องเต้พระองค์ก่อนจะยังคงไว้ตามเดิม เพราะหากแคว้นโจวคิดจะทำให้แคว้นเปายอมเป็นแคว้นบรรณาการก็คงไม่ยากเกินไปนัก
บทที่ 83 ไม่คู่ควร“ตกลงแล้วเมื่อใดตงฟูจะกลับมาเมืองหลวงเพคะ” โจวฮุ่ยฟางเฟยที่เพิ่งจะยอมออกมาจากตำหนักน้ำค้างของมารดาเอ่ยถามพี่ชาย คืนนั้นที่เสิ่นม่านหนิง น้องชายที่ยังเป็นทารก และฟานอวี้ถูกนำตัวไป แม้ฟางเฟยจะไม่ถูกทำร้ายทางกายมากมายแต่กบฏกลุ่มนั้นสร้างแผลใจใหญ่เอาไว้ สายตาที่กบฏทั้งสองมองมาหยาบคายติดตาจนไม่อาจลืมเลือนโชคดีที่นางคิดอ่านได้รวดเร็วโกหกออกไปว่ากำลังตั้งครรภ์ จึงไม่ถูกทำลายศักดิ์ศรี เต๋อเฟยใช้โอกาสที่กบฏผู้นั้นกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เสนอตัวให้พวกเขาทำกับนางอย่างที่คิดจะทำกับบุตรสาวแทน แม้เสิ่นว่านจูจะมีอายุ แต่ความงามไม่อ่อนด้อย และหากเทียบกันแล้วอาจงดงามกว่าองค์หญิงห้าเสียด้วยซ้ำผู้เป็นมารดารอให้บุรุษน่าตายเข้าใกล้ แล้วปักปิ่นพิษที่ซ่อนไว้กับต
บทที่ 82 ไฟลามจางเมิ่งฟานอวี้ถูกยื้อชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ บาดแผลจากระเบิดไม่ได้น่าเป็นห่วงนัก นางเพียงแค่มีแผลภายนอกและอาการฟกช้ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือครรภ์นี้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก ทั้งยังไม่แข็งแรงด้วยยาห้ามครรภ์ที่เคยดื่มเมื่อครั้งที่หมอหานเข้าใจผิด“หนทางที่ดีที่สุดคือการให้พระชายานอนนิ่งๆ จนกว่าครรภ์จะแข็งแรง”“เมื่อใดหลานข้าจึงจะฟื้นกันหมอหาน” โม่ซินอี๋ถูกรับตัวเข้าวังมาเมื่อสามารถจัดการให้อยู่ในความสงบได้แล้ว“ย่อมขึ้นอยู่กับเง็กเซียนแล้วฮูหยินผู้เฒ่า แม้ผู้คนจะเชื่อว่าตัวข้าเป็นหมอเทวดา แต่ในท้ายที่สุดข้าก็เป็นเพียงบุรุษผู้หนึ่ง ไม่มีสิ่งใดที่ข้าอาจหาญทำได้มากกว่านี้แล้ว”&
บทที่ 67 ชินอ๋องใจร้ายจางเมิ่งฟานอวี้เป็นลมหมดสติไปก่อนที่จะได้เห็นว่าชินอ๋อง นำตัวหมอหลวงกลับมาที่จวนจางสายหลัก แต่ทว่าหมอหลวงก็ไม่อาจช่วยเหลือจ
บทที่ 58 เลือกทางใด“ไม่เป็นอันใด พวกจ้าตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และข้าอยากแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าคำนินทาทำอันใดข้าไม่ได้” หลี่ม่านม่านตอบด้วยดวงตามุ่งมั่นมั่นคง เรียกให้ผู้ใหญ่โดยร
บทที่ 56 วันเฉลิมพระชนมพรรษาเมืองหลวงแคว้นโจวคึกคักผิดปกติมาตั้งแต่หลายวันก่อน ธงประจำราชวงศ์ถูกแขวนเรียงรายตามถนนสายหลัก โคมแดงนับร้อยนับพันถูกจ
บทที่ 55 งามหรือไม่ในที่สุดชินอ๋องโจวหลงเฉิงก็สะสางทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งงานภายในของกองทัพ และการตั้งเหมืองเองก็พร้อมที่จะเริ่มการหยกส่งเข้

















