Share

บทที่4 หลัวเหวยเหว่ย

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-06 19:01:48

เขาจึงบอกกับบุตรชายให้ขายลูกเมียทิ้งเสีย มีเงินค่อยหาแต่งเมียใหม่ ซึ่งบุตรชายก็ฟังคำบิดา จึงคิดว่าถ้าถึงเมืองถัดไปจะขายทิ้งทั้งแม่และลูก

"ถ้าเช่นไรเราก็อย่าไปใส่ใจมาก เดี๋ยวจะมาขอให้พวกเราช่วย เสียเวลา"หลีจงฉีที่ลี้ภัยมาหลายเดือน เจอพวกเป็นภาระมาเยอะจนครานจะใส่ใจ

ด้านบ้านหลัวก็มีเหตุผลเรื่องความลับของบุตรสาว จึงไม่มีคิดเสวนากับผู้ใดเช่นกัน

แต่ปัญหาก็มาเยื่อนตรงหน้า เมื่อภรรยาของหลงอี้คังบุตรชายของหลงอาคุนได้เสียชีวิตลงจากการคลอดบุตรสาวระหว่างเดินทาง ทำให้นางตกเลือดแล้วนอนไม่มีแรงจนที่สุดก็สิ้นใจ ทำให้ทารกน้อยอายุแค่ไม่กี่วันต้องขาดมารดาแล้วไหนจะไม่มีนมกินอีก ทำให้หลงอาคุนไม่อยากเพิ่มภาระจึงสั่งให้บุตรชายทิ้งทารกไปเสีย

หลงอาคุณไม่เสียเวลาคิดนานจึงบอกบุตรชาย

"ไหนๆก็เป็นสตรี แถมยังต้องกินนมอีก สถานการณ์แบบนี้จะไปหานมที่ไหน ทิ้งไปเสีย ไม่เช่นนั้นเจ้าก็ออกจากบ้านข้า"หลงอาคุนประกาศกร้าว แม่หลงที่สงสารหลานสาวแต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงดี เพราะนางก็เชื่อฟังสามี จึงได้แต่มองบุตรชายเอาหลานสาวไปวางทิ้งข้างทาง จนสายตาไปเห็นรถม้าท้ายขบวนจึงนึกอะไรได้ นางจึงเดินไปอุ้มหลายสาวแล้วเดินไปที่ท้ายขบวน หลงอาคุนเห็นภรรยากลับไปอุ้มเจ้าตัวภาระก็ร้องห้าม

"ถ้าเจ้ากล้าเอาตัวขาดทุนกลับมา ข้าจะหย่าขาดจากเจ้าเสีย"หลงอาคุนประกาศกร้าว แต่แม่หลงก็ไม่ฟัง นางเดินไปที่รถม้าบ้านหลัว

พ่อหลัวเห็นมีคนอุ้มห่ออะไรมาใกล้รถม้าก็เอ่ยถาม

"ท่านมีอะไรหรือขอรับ"เขาเห็นห่อสตรีผู้นี้อุ้มมาคือทารกน้อยก็สงสัย

"ข้าเห็นบ้านเจ้ามีทารก จึงคิดนำหลานสาวมายกให้ พวกเจ้าช่วยรับเลี้ยงได้หรือไม่ ข้าอยากให้หลานสาวมีชีวิตรอด มารดานางสิ้นใจตายไปแล้ว ขอพวกเจ้าเมตตาเด็กตาดำๆ "แม่หลงพูดด้วยใบหน้าร้อนรน

แม่หลัวที่นั้งกล่อมบุตรชายอยู่บนรถ เมื่อได้ยินเสียงจึงชะโงกหน้าออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

หมิงเอ๋อที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่แรกก็หันไปมองหน้าบิดา

แม่หลงที่กลัวครอบครัวนี้จะไม่รับก็รีบพูด

"ข้าขอแค่หลานสาวข้ามีชีวิตรอด ไม่ต้องการอะไร"

"เด็กอายุเท่าไรหรือขอรับ"พ่อหลัวเห็นว่าทารกยังอ่อนอยู่มากจึงสงสัย

"เออ..ยังไม่ถึง10วัน"แม่หลงตอบไม่เต็มเสียงนัก

"เช่นนั้นทำสัญญาก่อน ข้าจะจ่ายให้ท่านสองตำลึงเป็นการซื้อขาด "หมิงเอ๋อพูดขึ้นมา

"ได้ๆ "แม่หลงรีบรับคำ

แม่หลัวเมื่อจับต้นชนปลายได้ก็ลงมาจากรถม้าแล้วเข้ามาอุ้มทารกน้อยตัวอ่อนปวกเปียกจากสตรีตรงหน้า

"ท่านพ่อเขียนสัญญาเลยเจ้าคะ"หมิงเอ๋อไม่อยากมีปัญหาตามมาภายหลัง ยายแก่คนนี้อาจจะไม่ แต่ตาเฒ่าที่จะทิ้งทารกน้อยคนนี้ไม่แน

เมื่อทำสัญญาจบแม่หลงประทับลอยนิ้วมือเสร็จก็รับตำลึงแล้ววิ่งกลับไปที่เกวียน

"เจ้าไปไหนมา"หลงอาคุนถามภรรยา

"ข้าไปขายนางมา ได้มาตั้งสองตำลึง"นางรีบส่งตำลึงให้สามี

"เจ้าเอาไปขายให้ใคร ตอนนี้ไม่มีใครเขาอยากได้ตัวภาระหลอกนะ"

"ครอบครัวท้ายขบวนเจ้าคะ "นางพูดแค่นั้นก็ไม่เอ่ยอะไรอีก นางได้แต่ภาวนาให้หลานสาวอยู่รอดปลอดภัย ครอบครัวใหม่รักและเอ็นดู เช่นไรสามีนางก็จะทิ้งหลานสาวผู้นี้อยู่แล้ว

"ถือว่าเจ้าฉลาด รู้จักหาเงิน"หลงอาคุนรับเงินมาด้วยสีหน้าเบิกบาน ครอบครัวท้ายขบวนนี้ก็โง่นะ

ครอบครัวหลัวมองทารกน้อยที่ตัวเล็กที่ไม่มีแม้เสียงร้อง ร่างกายก็ดูจะไม่แข็งแรง หมิงเอ๋อเห็นดังนั้นจึงหายเข้าไปในมิติแล้วเดินไปที่อ่างน้ำที่ตอนนีี้เต็มอ่างแล้วหลังจาก7วันผ่านไป

นางนำขวดมาใส่น้ำแล้วเอาออกไปให้ทารกได้ดื่ม

เมื่อทารกน้อยดื่มน้ำจากขวด ผ่านไปไม่ถึง5ลมหายใจทารกน้อยก็อิ่มฟูขึ้นมา ใบหน้าที่เหี้ยวซีดก็กลับดูสดใสแล้วส่งเสียงร้อง

"แง้งงงง"

"เราจะตั้งชื่อนางว่าอะไรดีเจ้าคะ "หนิงเหม่ยถามบิดา

"ตอนนี้ก็ถือว่านางเป็นบุตรสาวคนเล็กของครอบครัวเรา พ่อจะตั้งชื่อนางว่าหลัวเหวยเหว่ย นางจะเป็นน้องสาวฝาแฝดของหลีซาน"ทารกน้อยเริ่มส่งเสียงร้องเพราะหิวนม แม่หลัวจึงป้อนนมให้นางกิน ส่วนขบวนก็เริ่มออกเดินทาง หนิงเหม่ยกับหมิงหลานช่วยมารดาเลี้ยงน้องทั้งสองในรถม้า เพราะพ่อหลัวเห็นว่าภรรยาดูงามขึ้นมากจนอาจจะเป็นอันตราย ส่วนบุตรสาวก็เห็นแววงามแต่เล็ก จึงให้ทั้งสามอยู่แต่บนรถเพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้าของบุตรสาวและภรรยา ส่วนตนเองและบุตรสาวคนที่สามก็นั้งด้านหน้าค่อยระวังภัยรอบๆ

"เหวยเหว่ยยังเล็กนัก ทำไมครอบครัวถึงคิดขายนางละเจ้าคะท่านแม่"หนิงเหม่ยถามมารดา

"แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะให้ปล่อยไปไม่คิดช่วยแม่กับบิดาเจ้าก็ทำใจไม่สนใจไม่ลง จิตใจคนเราทำไมถึงอำมหิตได้ขนาดนี้แม้ลูกหลานในใส้ยังคิดทิ้งขว้าง"แม่หลัวมองเหวยเหว่ยน้อยที่กินอิ่มก็นอนหลับอยู่ข้างๆหลีซานที่ตอนนี้เป็นพี่ชายฝาแฝด ถึงแม้จะห่างกันเป็นเดือน

เรื่องที่บ้านหลงขายหลานสาวให้บ้านหลัวเป็นที่พูดถึงของขบวนลี้ภัย

"ครอบครัวหลัวนี้บ้าหรือเปล่า หนีสงครามกันแบบนี้ตัวก็จะเอาไม่รอดแล้ว ยังจะมารับภาระเพิ่มอีก"ป้าอู๋พูดขนาดที่กำลังทำครัว

"แต่จะว่าไปครอบครัวหลัวไม่เคยออกไปหาอาหารเลยนะ พวกเจ้าว่าแปลกมั้ย"จือฉีเหอที่อยู่รถม้าหัวขบวนเอ่ยถามอย่างสงสัย

"จริงด้วย แถมบ้านนั้นก็มีแต่สตรี หรือพวกเขามีเสบียง?"หลีจงฉีก็สงสัยเช่นกัน มีบุรุษคนเดียวแบบนี้ถ้าไม่มีเสบียงตุนไว้อยู่ไม่ได้แน

"อาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ยังไงพวกเขาก็ไม่เคยมาสร้างปัญหาให้ขบวน พวกเจ้าก็เลิกสนใจครอบครัวนี้ได้แล้ว"หัวหน้าชุนที่เดินมาดูความเรียบร้อย เมื่อเห็นคนพูดถึงครอบครัวท้ายขบวนจึงเอ่ยออกมา

ชาวบ้านถึงเลิกพูดถึงครอบครัวท้ายขบวน แล้วหันมาเตรียมอาหาร

แล้วในคืนนั้นขนาดที่ทุกคนกำลังหลับ ก็ได้มีโจรบุกเข้ามาเพื่อปล้นขบวน

"มีโจร...ทุกคนตื่นเร็ว"เสียงคนตะโกนดังมาจนมาถึงท้ายขบวน

หมิงเอ๋อกับพ่อหลัวที่ระวังภัยกันอยู่ก่อนแล้วก็ออกมารับมือ

"ท่านแม่กับท่านพี่หลบอยู่แต่ในนี้นะเจ้าคะ อย่าส่งเสียง นี้เจ้าคะ ใครเข้ามาใกล้ยิงได้เลยเจ้าคะ"นางให้ปืนสั้นกับพี่สาว

"หมิงเอ๋อ..เจ้าจะไปไหน มาอยู่กับแม่ข้างในนี้ปลอดภัยกว่านะลูก "แม่หลัวเป็นห่วงบุตรสาว บุตรสาวนางอายุแค่นี้จะไปช่วยอะไรใครได้

"พวกท่านไม่ต้องห่วงเจ้าคะ ข้ามีวิธี"พูดจบก็หันไปเอาอาวุธให้บิดา

บิดานางมีมีดเดินป่ายาว12นิ้วอยู่แล้ว ส่วนนางก็หยิบปืนสั้นออกมา ตอนแรกจะหยิบปืนกึ่งอัตโนมัติแล้วแต่กลัวมันหนักเกิดเด็ก7ขวบจึงต้องเปลี่ยน

"พ่อว่าเจ้าเข้าไปอยู่กับท่านแม่ด้านในดีกว่านะ"

"ไม่เป็นไรเจ้าคะ เราไปกันเถอะ ท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้า ข้าเอาตัวรอดได้ "นางพูดจบก็เดินหายเข้าไปในความมืด

ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีกัน ส่วนผู้ชายที่พอจะมีฝีมืออยู่บ้างก็ช่วยกันต่อสู้

พ่อหลัวที่เคยเป็นทหารมาก่อนพอจะมีฝีมือการต่อสู้ก็เข้าไปช่วยครอบครัวอู๋ที่กำลังถูกโจรทำร้าย

เขาใช้ดาบที่บุตรสาวให้ไว้ฟันไปที่เจ้าโจร

"อ๊ากกก"เจ้าโจรร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะถูกฟันเข้าที่หลังเต็มๆ

พ่อหลัวไม่รอให้มันตั้งตัว เขาฟันไปที่คอเจ้าโจรก่อนมันจะสิ้นใจ ตอนนี้เขามีพละกำลังเพิ่มขึ้นมาก

พอฆ่าได้หนึ่งคนเขาก็หันไปเตะอีกคนที่หมายจะเข้ามาฆ่าตน พ่อหลัวหมุนตัวกลับมาฟันใส่โจรที่หน้าเต็มๆ เจ้าโจรคนที่สองก็ได้ตายลง

ครอบครัวอู๋เห็นฝีมือของพ่อหลัวก็อึ้งเพราะไม่คิดว่าชายผู้นี้จะมีฝีมือการต่อสู้ได้ขนาดนี้

หมิงเอ๋อที่เดินมาตามความมืด เมื่อเห็นที่ซ่อนเหมาะๆนางก็ไปซ่อนตัวแล้วเล็งปืนยิง น่าแปลก มืดขนาดนี้ แต่นางยังสามารถเห็นพวกโจรได้ชัดเหมือนตอนกลางวัน น่าจะเป็นผลมาจากน้ำในมิติ

เมื่อตั้งสติได้นางก็เล็งปืนแล้วยิงทีละคน นางเห็นมีโจรจะไปทางรถม้าครอบครัวนาง

"เปี้ยงงง"

"โอ๊ยยย"

เสียงโจรร้องออกมาก่อนที่จะล้มตัวลง

"พวกมันมีอาวุธลับ ระวังตัวด้วย"เสียงพวกโจรตะโกนบอก

แต่พอสิ้นเสียงก็ได้ยินเสียงปืนแล้วเขาก็ล้มตัวสิ้นใจตาย

"พวกเราช่วยกันเร็ว ร่วมมือไล่พวกโจร"เสียงหัวหน้าขบวนตะโกนบอกชาวบ้าน

ชาวบ้านที่เห็นพวกโจรล้มลงตายก็มีใจฮึกเหิมต่างก็ใช้อาวุธที่พอจะมีเข้าต่อสู้พวกกลุ่มโจร ถึงจะสงสัยว่าพวกโจรทำไมถึงล้มตายลงเฉยๆ

หมิงเอ๋อซุ้มยิงพวกโจรตายไปหลายคน มีบางคนที่วิ่งจะไปที่รถม้าของนาง นางก็ยิงโจรคนนั้นตายลง

แปลกมาก นางยิงปืนถนัดมือไม่รู้สึกการดีดเวลายิงเลย นางจึงลองนำปืนยาวออกมาเล็งเพราะมันจะมีความแม่นยำกว่า

"เปี้ยงงง"

"เปี้ยงง"

โจรสองคนล้มลงตาย แปลว่านางมีกำลังเหนือเด็ก7ขวบ เพราะปืนยาวนางก็ยิงได้สบาย ไม่มีแรงสะท้อนกลับ แต่ตอนยกอาจลำบากหน่อยเพราะปืนขนาดเท่าตัวนาง

สุดท้ายกลุ่มโจรก็ถอยหนีไป

พ่อหลัวที่ฆ่าโจรไปได้หลายคน เมื่อโจรถอยกลับไปเขาก็เดินกลับไปที่รถม้าเพื่อดูลูกเมีย หมิงเอ๋อก็เดินมาสมทบบิดา

"เสียงดังที่เกิดขึ้นนั้นลูกทำใช่มั้ย?"

"เจ้าคะ ข้าเก่งมั้ยเจ้าคะ"

พ่อหลัวได้แต่สายศีรษะ บุตรสาวเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ

มาถึงก็เห็นแม่หลัวกับหมิงหลานอุ้มทารกน้อย ส่วนหนิงเหม่ยถือปืนคอยป้องกันภัย

"ท่านพ่อกลับมาแล้ว"หนิงเหม่ยเมื่นเห็นบิดากับน้องสาวก็วางปืนลง

"ข้างนอกเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ"แม่หลัวถามผู้เป็นสามี

"พวกโจรถูกไล่ไปหมดแล้วละ แต่ยังไงคืนนี้ก็ต้องระวังตัว"

แต่ในขนาดที่ครอบครัวหลัวกำลังเตรียมตัวพักผ่อนก็ได้ยินเสียงเรียก

"บ้านหลัว.."

"ขอรับ...อ้าว ท่านป้าอู๋ มีอะไรหรือขอรับ?"พ่อหลัวออกมาดูว่าใครมาก็เห็นเป็นป้าอู๋

"คือ..ข้าจะมาขอบใจเจ้านะที่ช่วยเหลือที่บ้านข้าเมื่อครู่"ป้าอู๋รู้สึกขอบคุณที่บ้านหลัวเข้าช่วยครอบครัวตนเองจึงคิดมาขอบคุณ

"ไม่เป็นไรขอรับ เราอยู่ขบวนเดียวกัน มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้วขอรับ"พ่อหลัวไม่ได้คิดอะไรมาก อาจเพราะตนเองเคยเป็นทหาร ทำให้รู้สึกเป็นหน้าที่ๆต้องคอยดูแลชาวบ้าน

ป้าอู๋พอฟังเช่นนั้นก็เริ่มรู้สึกดีกับครอบครัวหลัวมากขึ้น

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่154 งานแต่งที่รอคอย [จบ]

    อินฮวาทอผ้าผืนพิเศษให้หมิงเอ๋อโดยเฉพาะ นางใช้ใยบัวที่นางให้สามีเข้าไปขุดในมิติเพื่อเลี้ยงบัวจันทราโดยเฉพาะ บัวชนิดนี้นางเพิ่งได้มาเมื่อไม่นานจากหมิงเอ๋อ เพราะนางได้มาจากคู่หมั้น ไม่คิดว่าปลูกแค่4เดือนก็สามารถนำใยบัวมาปั่นเป็นด้ายได้แล้ว นางลองเอามาทอก็ได้ผ้าที่สวยแปลกตาแถมยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวอีกด้วยผืนแรกนางส่งไปประมูล แต่ผืนนี้นางจะตัดเป็นชุดเจ้าสาวให้หลานสาว นางช่วยเหลือครอบครัวมัวไว้มากจริงๆ ส่วนหนิงเหม่ยพอรู้ข่าวก็ส่งจดหมายมายินดีด้วย แต่ว่าตัวคงมาไม่ได้เพราะติดที่มีบุตรสาวต้องดูแล ไหนจะแม่ทัพเซียะไม่อาจทิ้งหน้าที่ได้ นางได้แต่ส่งหมอนคู่ยวนยางคู่กัน ใจจริงนางจะไปด้วยตนเองกับลูกๆ แต่สามีไม่ให้พวกนางแม่ลูกเดินทางเพราะห่วงความปลอดภัย เขาไปเขียนจดหมายกล่าวขอโทษพ่อตาไปแล้วด้านหมิงหลานก็เจอปัญหาไม่ต่างกัน แล้วไหนจะบุตรทั้ง4ที่อายุได้เกือบ5เดือนกำลังเริ่มคล่ำได้แล้ว ถ้าตอนงานแต่งคงกำลังคลานแน จึงงดมาร่วมแสดงความยินดี แต่ก็ส่งจิ้งจอกลีลาบนเขาหิมะมาให้คู่หนึ่ง เพราะคิดว่าน้องสาวต้องชอบแน เพราะหน้าตามันดูเบื่อโลกสุดๆ ตลกมากแต่พอของขวัญส่งมาถึงจริงๆ คนที่กริ้ดกลับเป็นหลีซานกับเหวยเห

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่153 มกล้เป็นเจ้าสาส

    เช้าของอีกวัน แม่หลัวก็เตรียมมื้อเช้าไว้รับรองแขกเช่นเดิมมีทั้งโจ๊กข้าวโพด ที่นำข้าวโพดมาบดมาต้มจนเป็นเนื้อข้น พร้อมแผ่นแป้งทอด มียำผักดองใส่ไก่ฉีกไว้กินคู่กับแผ่นแป้งเหลืองกรอบตอนที่สวี่กวนซางมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นมื้อเช้าที่หน้าตาน่ากิน พร้อมเห็นสองลูกศิษย์นั่งตักโจ๊กข้าวโพดกินพร้อมกัดแผ่นแป้งที่มีใส้อยู่ข้างใน ทั้งสองกินจนแก้มยุ้ย พอเห้นอาจารณ์ของตนเองก็เอ่ยชวน"ท่านอาจารณ์กินโจ๊กขอรับ""โจ๊กท่านแม่อาหย่อยที่สุดเจ้าค่ะ"สองฝาแฝดอวดฝีมือมารดา"เช่นนั้นอาจารณ์ต้องขอชิมเสียหน่อยแล้ว"เห็นสองหนูน้อยกินแล้วก็ทำให้ท้องเขาร้องเหมือนกัน ที่สุดชายหนวดยาวก็กินโจ๊กข้าวโพดไปถึงสองถ้วยสวี่กวนซางอยู่สอนวิชาบนเขาเหลียนซาน ขั้นต้นเขาให้เด็กๆฝึกความพร้อมของร่างกาย แต่สิ่งที่ชายหนวดยาวสอนก่อนเขาจะกลับขึ้นเขาคือ การเขียนอักขระบังตา "พวกเจ้าจงฝึกร่ายคาถานี้ เพื่อซ่อนของวิเศษที่อาจารณ์ให้พวกเจ้า ถึงกับคนทั่วไปจะไม่มีปัญหา แต่กับคนที่ฝึกยุทธ มันอาจนำปัญหามาให้พวกเจ้า เพราะฉะนั้น จงฝึก อาจารณ์มาครั้งหน้าพวกเจ้าต้องร่ายคาถานี้ได้""ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ""เจ้าตัวเล็กทั้งสองยังไม่ต้องฝึกมากก็ได้ แค่ท่องค

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่152 ถึงเวลาแต่งงาน

    เมื่อเสร็จพิธีรับลูกศิษย์ หมิงเอ๋อก็ชวนท่านลุงเข้าบ้าน "พรุ่งนี้เช้ามาหาข้าที่นี้ ข้าจะแจกป้ายประจำตัวให้"ในยามมีครบหรือเปล่าต้องไปรื่อดูก่อน "ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ"หนูน้อยทั้ง9พนักหน้าเป็นไก่จิกก่อนจะกลับไปสนใจสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของสหาย ก่อนจะชวนกันกลับไปเล่นกันต่อ หมิงเอ๋อพาท่านลุงเข้าไปในบ้าน นางเห็นบิดากำลังเดินไปที่โรงเครื่องเรือนกับหม่าฉิวเวิน ที่ตอนนี้สามารถฝึกทำเครื่องเรือนได้หลายชิ้นแล้ว เพราะพ่อหลัวให้โอกาสคนงานได้แสดงฝีมือเต็มที่ ถ้ามีจุดไหนที่ไม่เรียบร้อยเขาจะช่วยแนะนำให้ "ท่านพ่อ..ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยเรียกบิดา "บุตรสาวของพ่อกลับมาแล้ว"เมื่อเห็นบุตรสาวก็ทักทายพร้อมมองไปที่ข้างกายบุตรสาว พอบุตรสาวเห็นก็หันมาแนะนำ "ท่านนี้เป็นท่านลุงสวี่กวนซางเป็นท่านลุงของพี่ฮวนเจ้าค่ะ ท่านลุงซาง คนนี้คือบิดาของข้าเจ้าค่ะ มีนามว่าหลัวหวังเหว่ยเจ้าค่ะ" พ่อหลัวเมื่อเห็นมีแขกมาบ้านก็เดินเข้ามาทักทาย "คารวะพี่สวี่ขอรับ เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เชิญนั่งพักก่อนขอรับ" "เดินทางมาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ต้องขออภัยด้วย" "ไม่กล้าๆ..บ้านหลัวของเรายินดีตอนรับขอรับ"พ่อหลัวผู้มีอัธยาศัยดีก็เต

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่151 มาหาลูกศิษย์

    ตลอดงานประมูล หมิงเอ๋อยืนคู่เจ้าของหออี้เฟินเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตนเองก็เป็นเจ้าของหอประมูล และเป็นผู้ที่ปรุงยาต่างๆออกมาประมูล สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อย ชิวไซซียิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นไปอีก เพราะนางไม่สามารถเทียบกับสตรีผู้นั้นได้ แถมคุณชายซงยังปล่อยให้นางผู้นั้นแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของหออี้เฟิน "ที่แท้ยาที่นำมาประมูลก็เป็นของท่านหมอน้อยนี้เอง นิน่าถึงมีสรรพคุณเหนือใคร"นายท่านฝูถามขึ้น "แล้วท่านกับคุณชายซง..?"นายท่านโจวคิดสงสัย เพราะทั้งสองดูใกล้ชินกันเกินกว่าปกติ "นางเป็นคู่หมั้นข้าเองขอรับ"ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูจากชุดและเครื่องประดับที่ถึงแม้จะน้อย แต่กลับดูล่ำค้ามาก ปิ่นหยกม่วงชิ้นนี้เป็นของหายาก เพราะเป็นหยกที่จะเกิดที่หุบเขาลึกลับทางใต้ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่มีอากาศน้อยแล้วค่อยๆหา ไม่ใช่ว่าขึ้นไปแล้วจะเจอเลย ต้องขุดหาอีกหาอย่างยากลำลาก ซึ่งต้องเป็นคนที่มีความชำนานถึงจะสามารถขุดได้ ไม่เช่นนั้นอาจเอาชีวิตไปทิ้งบนยอดเขา เนื้อหยกจะมีความวาวใสเปร่งประกายสีม่วงในตัวโดยไม่ต้องทำอะไรมาก แถมหยกชนิดนี้ยังสามารถเป็นที่ตรวจพิษได้อีกด้วย การเจอครั้งหนึ่งก็จะได้ขนาดไม่ใหญ่ม

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่150 ใครกล้า

    หลังจากนำสัตว์เลี้ยงไปส่งให้เหลียนฮวาแล้ว ซงซุยฮวนก็กลับจวนซงไปหามารดากับผู้เป็นลุง "กว่าจะได้เจอตัวเจ้าหลานชายนะ ไม่รู้ข้าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยกหอประมูลให้เจ้าดูแล ตั้งแต่เจ้าไปดูแลก็ไม่ค่อยได้กลับจวนสกุลซงเลย" หลานชายคารวะผู้เป็นลุงก่อนจะก่อนจะนำชุดหมากล้อมชุดใหม่ที่สวี่กวนซางฝากมาให้ ส่วนเสี่ยวเฟิงก็วิ่งไปโดดขึ้นตักซงอี้เฟิน หมากล้อมชุดนี้เวลาเล่นจะช่วยทำให้จิตสงบ เล่นไปจะจะค่อยๆเพิ่มพลังภายใน และทำให้ร่างกายแข็งแรง "ท่านลุงซางฝากมาให้ท่านลุงขอรับ"พอรู้ว่าสหายฝากมาก็ดีใจ "แล้วเขาไม่มีอะไรมาฝากแม่เลยหรือ?"ซงอี้เฟินรีบถาม พี่ชายนางจะมีของฝากเพียงคนเดียวได้ยังไงกัน ซงซุยฮวนยิ้มบางๆเมื่อเห็นมารดากับท่านลุงมองหน้าอย่างไม่ยอมกัน "ท่านลุงบอก ว่าที่ลูกสะใภ้ท่านแม่ให้ของดีมาเยอะแล้ว แต่ท่านลุงก็ฝากดอกกล้วยไม้หมื่นลี่มาให้ท่านได้ดูเล่นขอรับ" "สหายผู้นี้ช่างพูดจาเข้าหู ตอนท่านลุงมาหาลูก เจ้าต้องดูแลท่านเป็นอย่างดีนะ พี่ซางนะชอบกินของอร่อยเป็นที่สุด ใช่มั้ยพี่ใหญ่" "ใช่แล้ว..เพราะตอนอยู่บนเขาต้องฝึกตนถือศิล พอลงมาจากเขาจึงสรรหาของอร่อยกิน " "แล้วนี้แค่เอาของมาให้พวกแม่หรือมีอะไรมั้ยลู

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่149 พังพอนขาวของเหลียนฮวา

    ซงซุยฮวนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะคิดว่าตนเองพูดไปชัดเจนแล้ว แต่คุณหนูชิวผู้นั้นก็ยังคงมาหาเขาไม่เลิก เช่นวันนี้ที่นางถือวิสาสะมาที่หอประมูลเพื่อนำของกินมาให้เขา "คุณชายซง วันนี้ข้าทำน้ำแกงบำรุงสุขภาพมาฝากท่านเจ้าค่ะ" หญิงสาวให้สาวใช้นำเถาใส่น้ำแกงมาวางไว้ที่โต๊ะ ชายหนุ่มไม่คิดตอบอะไร เขายังคงนั่งทำงานต่ออย่างเงียบๆไม่คิดสนใจสตรีในห้อง ชิวไซซีเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบก็ไม่คิดอะไร ยังคงนั่งเฝ้าชายหนุ่มจนเย็น นางทำเช่นนี้อยู่เป็นเดือนก็ยังคงได้รับความเฉยเมย เจ้าของหออี้เฟิงก็ไม่ได้คิดสนใจ นางอยากมานั่งก็นั่งไป คืนนี้มีการจัดการประมูล ครั้งนี้เขามีเขากว้างอี้เทียนที่มีความเชื่อว่าใครมีครอบครองจะนำความโชคดีและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ ไหนจะผ้าของสกุลมัวที่จะนำมาประมูลตลอด ผ้าที่นำมาประมูลจะไม่มีขายในร้านผ้าสกุลมัว เพราะถือเป็นผ้าแบบพิเศษ และด้วยเหลียนฮวางอแงอยากได้สัตว์เลี้ยงแบบหมิงเอ๋อ มัวจือผิงจึงเดินทางมาหาซงซุยฮวนเพื่อถามว่าเขาไปซื้อเจ้าเสี่ยวสุยมาจากไหน "คุณชาย นายท่านมัวมาขอพอขอรับ"ลูกน้องรีบเข้ามารายงานเจ้านาย เพราะรู้ว่านายท่านมัวสนิทกับคุณชาย เจ้าของหอประมูลไม่พูดอะไร

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่109 หาเรืองกับเด็ก

    สตรีในงานต่างส่งเสียงฮือฮาเมื่อได้เห็นภาพที่สะใภ้เซียะนำมาถวายแด่องค์ไทเฮา แม่แต่องค์ฮองเฮายังมองด้วยความตื่นเต้น"เอามาให้เราดูใกล้ๆสิ"ไทเฮาถึงกลับขยับตัวเพื่อให้เห็นภาพตรงหน้าชัดๆด้ายไหมที่เงางามพอนำมาปักเป็นภาพอุทยานที่มีทั้งดอกไม้และผีเสื้อบินตอม ทั้งการไล่สีและวางตำแหน่งช่างน่ามองมิใช้น้อย "

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่103 คิดจัจับคนบ้านหลัวนั้นไม่ง่าย

    การที่แม่ทัพไป๋มาพักที่บ้านหลัว ทำให้หมิงหลานรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น ไป๋เยี่ยนฟางอยู่คอยช่วยคู่หมั้นเลี้ยงน้องๆ แม่ทัพหนุ่มเหมือนได้มาเติมพลัง การเล่นกับสองฝาแฝด ทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีความคิดอยากมีลูกเป็นของตนเองมากขึ้น "หลานเอ๋อ""เจ้าค่ะ""เจ้าอยากแต่งงานหรือยัง?"แม่ทัพหนุ่มถามคู่หมั้นสาวในขนาดที

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่62 เดินทางไปเมืองหลวง

    "ข้ามีเรื่องอยากคุนกับคุณหนูรองเป็นการส่วนตัว มิทราบว่าคุณหนูรองจะสะดวกหรือไม่"อยู่ๆแม่ทัพหนุ่มก็พูดขึ้นมา หมิงหลานมองแม่ทัพหนุ่มก่อนจะหันไปมองบิดา เมื่อบิดาพยักหน้า นางก็เดินออกไปคุยกับแม่ทัพหนุ่ม"เราคุยเรื่องสินสอดเลยมั้ยเจ้าค่ะ"ฮูหยินไป๋พูดพร้อมยิ้มเต็มใบหน้า"ท่านแม่ใจเย็นเจ้าค่ะ"ฉีหลิงบุตรสา

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่32 ชือเสียงเริ่มโด่งดัง

    "นางยังสลบอยู่ ข้าผ่าคลอดให้นาง เพราะฉะนั้นต้องอยู่รักษาที่บ้านข้าสักหลายวัน เพื่อเฝ้าดูบาดแผล ข้าขอเข้าไปดูนางก่อนนะเจ้าคะ"นางอธิบายให้สามีคนไข้ก่อนจะเดินกลับเข้าไปดูอาการคนไข้ซุนถานฟงเดินเข้าไปดูบุตรชายทั้งสองที่ตอนนี้ตัวอมชมพูโดยที่ไม่รู้ว่าตอนคลอดเนื้อตัวซีดเขียวเหมือนจะไม่รอด ชายหนุ่มมองบุตรช

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status