Se connecterเมื่อได้รับอณุญาตครอบครัวหลัวก็รีบเดินเข้าไปในเมือง
"ท่านพ่อ ไปร้านขายยาก่อนเจ้าคะ ลูกจะเอายาไปขาย"หมิงเอ๋อบอกผู้เป็นบิดา ทั้งหมดจึงเดินหาร้านโอสถ จนเห็นป้ายร้านก็เดินเข้าไปในร้านทันที "จะซื้ออะไรหรือ?"หลงจู้ร้านถามขึ้น "พวกข้าจะมาขายเจ้าคะ"หมิงเอ๋อเอ่ยขึ้น "เช่นนั้นมานั้งก่อน ขายอะไรละ?"หลงจู้มองๆแล้วก็เป็นชาวบ้านหนีภัยสงคราม จะมีอะไรมาขายในร้านโอสถกัน "ยาเพิ่มกำลังเจ้าคะ ข้าสามารถสาธิตให้ท่านดูก่อนได้นะเจ้าคะ"หมิงเอ๋อไม่เสียเวลา นางนำเครื่องดื่มชูกำลังออกมาให้หลงจู้ดู "ไหนมาให้ข้าลองดูก่อน..ถ้าของดีข้าให้ราคาดีแนนอน" "ของดีแนเจ้าคะ ท่านลองดื่มดู รับรองเห็นผลทันตา"นางพูดแล้วก็ส่งเครื่องดื่มชูกำลังให้อีกฝ่ายดื่ม หลงจู้รับมาดื่ม พอเครื่องดื่มผ่านลำคอลงไปก็รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก จากที่รู้สึกเพลียๆก็ตื่นตัวทันที "ของดี...เจ้ามีเยอะมั้ย?" "ท่านให้ราคาเท่าไรเจ้าคะ?"เด็กสาวถามก่อนเผื่อได้ราคาไม่ดีได้ขายแต่น้อย ถึงยังไงของๆนางก็ไม่มีวันหมดอยู่แล้ว "ข้าให้ขวดละ250อีแปะถือว่ามากสุดแล้ว มากกว่านี้ไม่ได้" "ได้เจ้าคะ ข้าขายในราคานี้ ข้ามีร้อยขวด รับรองท่านได้กำไรกว่าเท่าตัวแนเจ้าคะ" "ได้ๆ..ข้ารับหมด"เขาจะขายให้พวกเจ้าขุนมูลนายที่มีกำลังซื้อ หมิงเอ๋อทำทีหยิบขวดเครื่องดื่มชูกำลังออกจากกระเป๋า แต่แท้จริงนางหยิบจากในมิติ พอวางยาจนครบ หลงจู้ก็จ่าย25ตำลึงเงินให้ "ยานี้แรงมาก กินห้ามเกินวันละสองขวดนะไม่เช่นนั้นหัวใจจะทำงานผิดปกติิเจ้าคะ"นางไม่ลืมบอกคำเตือน "อื่อ..ข้าจะจำไว้" "ข้าขอถามว่าตลาดค้าสัตว์อยู่ไหนหรือขอรับ"พ่อหลัวไม่ลืมถามเส้นทางที่พวกตนจะไป "ตลาดค้าสัตว์หรือ เดินไปทางทิศใต้ก็เจอแล้วละ"หลงจู้เดินออกมาชีเส้นทางให้อย่างอะเอียด ได้ตำลึงมาแล้วครอบครัวหลัวก็เดินไปตามทิศที่หลงจู้บอก มาถึงตลาดค้าสัตว์พ่อหลัวก็มองหาตามที่บุตรสาวบอก "ท่านพ่อ..ดูนั้นสิเจ้าคะ"สองพ่อลูกมองม้าสองตัวที่ร่างกายผ่ายผอมอ่อนแอ "นั้นม้าป่วยนะลูก มันจะไม่คุ้ม"พ่อหลัวมองแล้วจะเสียตำลึงไม่คุ้มถ้าซื้อไป "ท่านลืมแล้วหรือเจ้าคะว่าข้ามีมิติ น้ำในมิติสามารถช่วยพวกมันได้เจ้าคะอีกอย่างม้าป่วยราคาจะถูกด้วย"หมิงเอ๋อเอ่ยเบาๆกับบิดา พ่อหลัวจึงเดินไปถามพ่อค้า "พ่อค้าม้าสองตัวนั้นขายยังไงหรือ?" พ่อค้ามองการแต่งตัวของคนที่มาถามก็ไม่ได้สนใจมาก "มันเป็นม้าป่วย แต่ถ้าพวกเจ้าจะซือถ้าจะขายให้ตัวละ28ตำลึงเงิน ไม่มีลดกว่านั้น" 'หน้าเลือด'หมิงเอ๋อฟังแล้วคิดในใจ ม้าป่วยขนาดนี้ยังจะขายตั้ง28ตำลึง "ราคานี้ข้าจะใจดีแถมลูกลาตัวหนึ่งให้ด้วยแล้วกัน ราคานี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนะ"พ่อค้าสัตว์เห็นเงียบไปจึงกลัวจะขายม้าป่วยไม่ได้จึงกะแถมลูกลาที่เพิ่งออกมาแล้วแม่มันตายตัวมันก็ไม่แข็งแรง เอาไว้ก็ต้องมาเสียเวลาขุดหลุมฝังอีก สู้ให้พวกนี้เอาไปฝังให้แล้วกัน "เช่นนั้นก็ตกลง"หมิงเอ๋อพูดออกมา นางต้องเดินไปขอตั๋วเงินจากมารดาเพิ่ม วันนี้ขาดทุนจริงๆ เมื่อตกลงกันไปครอบครัวหลัวก็ได้ม้าป่วยมาสองตัวกับลูกลาเกิดใหม่ที่ไม่มีแรงแม้จะลุกเดินขนาดติดที่รถลากแล้วพ่อหลัวต้องอุ้มมันขึ้นไปไว้ในรถลากพอวางมันก็ล้มตัวลงนอนคอพับทันที คนแถวนั้นต่างก็มองว่าครอบครัวนี้ช่างโง่จริง "จนแล้วยังจะโง่ซื้อม้าป่วยไปอีก" "เชื่อได้เลยเจ้าสองตัววิ่งไม่พ้นวันนี้ก็ล้มไหนจะเจ้าลูกลาที่แม่มันออกมาไม่แข็งแรงอีก" เสียงคนในตลาดค้าสัตว์ต่างพูดกันไปต่างๆนาๆ แต่หมิงเอ๋อหาสนใจไม่ พวกเขาบังคับรถม้าแวะซื้อเสบียงก่อน พอได้ของครบก็ออกจากเมือง พอออกมาจากเมืองหมิงเอ๋อก็เอาน้ำในมิติให้พวกมันกิน พวกมันพอได้กลิ่นหอมก็ก้มลงกินน้ำจนหมด เจ้าม้าทั้งสองพอกินน้ำแล้วก็เห็นถึงความต่าง รูปร่างของพวกมันจากที่ผ่ายผอมก็ค่อยๆขยายขึ้นและรูปร่างสวยงามเหมือนเป็นม้าพันธ์ราคาแพง ส่วนเจ้าลูกลาจากที่ลุกไม่ขึ้นนอนคอพับก็ลุกขึ้นแถมรูปร่างยังกลับมาแข็งแรงอีกด้วย "เห็นมั้ยเจ้าคะ ข้าบอกแล้วว่าช่วยพวกมันได้ ขนาดขาท่านพ่อยังหายดีเลยเจ้าคะ"เมื่อพ่อหลัวฟังก็ตกใจที่ขาตนเองหาย เขาลองเดินดูก็เห็นว่าตนเองไม่มีการเดินกะเผลกแถมขายังกลับมาตรงเช่นเดิมไม่ผิดรูปแล้ว ทุกคนต่างมองด้วยความแปลกใจ เขาไม่เคยสังเกดว่ามันหายตอนไหน "ท่านพ่อหายแล้วหรือเจ้าคะ?"หมิงหลานถามด้วยความตื่นเต้น และสิ่งที่ทุกคนไม่ได้สังเกดอีกอย่างถือหน้าตาแต่ละคนเปลี่ยนไปทั้งผิวพรรณและเส้นผมที่เงางามผิดจากชาวบ้านที่กำลังหนีภัยสงคราม แต่ก่อนที่แม่หลัวจะพูดอะไรหลีซานบุตรชายคนสุดท้องก็ร้องให้เพราะความหิว แม่หลัวจึงนั้งลงแล้วป้อนนมให้บุตรชาย ส่วนหมิงเอ๋อก็ใช้เวลาที่มารดาให้นมน้องชาย เข้าไปในรถม้าเตรียมปูผ้าและที่นอนให้น้องชาย 'ถือว่ารถม้าคันนี้ใหญ่พอสมควร ตอนแรกพอรู้ราคานางถึงกับกลืนเลือดเพราะราคา50ตำลึงถือว่าแพงมาก'เด็กสาวคิด ส่วนเจ้าลูกลานางเอานมกล่องในมิติให้มันกิน พอกินอิ่มก็เอามันเข้าไปในมิติให้วิ่งเล่นในนั้น เมื่อน้องชายกินนมอิ่มมารดานางเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จให้ พอสบายตัวทารกน้อยก็หลับ ทุกคนจึงขึ้นรถม้า พ่อหลัวเป็นคนบังคับรถม้า โดยมีหมิงเอ๋อนั้งข้างๆแล้วใช้กล้องส่องทางไกลความละเอียดสูงค่อยส่องรอบๆเพื่อป้องกันภัย "พวกเราไปทางไหนดีเจ้าคะ"นางอดไม่ได้ที่จะถามบิดา "พ่อว่าจะตะวันตก ทางนั้นยังไม่มีสงคราม เราอาจไปตั้งรกร้างที่นั้นได้"ตอนนี้สงครามเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เพราะได้ยินเสียงระเบิดและการต่อสู้มาไกลๆ "เอาตามที่ท่านพ่อว่าเจ้าคะ แต่ช่วงนี้ตอนกลางคืนเราจะเข้าไปพักในมิตินะเจ้าคะ อยู่ข้างนอกไม่ปลอดภัยเจ้าคะ" "อื่อ..ได้" เมื่อตกเย็น พ่อหลัวก็บังคับรถม้าไปหลังพุ่มไม้เพื่อหลบเข้าไปในมิติ เจ้าม้าสองตัวเมื่อเข้ามาในมิติก็กระดิกหู รอพ่อหลัวปลดที่ลากจูงพวกมันแล้วเดินไปกินหญ้าแถวริมน้ำ ส่วนเจ้าลูกลาก็เดินเข้าไปหาหมิงเอ๋อเพื่อขอนมกล่องกิน นางจึงเดินเข้าไปในเต๊นท์เพื่อหยิบนมมาใส่ถ้วยให้มันกิน พอมันกินอิ่มก็เดินไปหาเจ้าม้าสองตัว หมิงเอ๋อเห็นบิดากำลังอาบน้ำให้เจ้าม้าตัวสีน้ำตาลแดง ส่วนเจ้าตัวขาวสลับดำก็ยืนรออยู่ข้างๆเหมือนรอเข้าแถวให้เจ้านายอาบน้ำให้โดยมีเจ้าลาเดินวนรอบๆ เด็กสาวจึงเดินไปดูที่ที่อ่างน้ำ 'น้ำเหลือก้นอ่างเองเหรอ'ทำไมน้ำในอ่างถึงเพิ่มช้าจัง ช่วงนี้คงต้องพักกินน้ำในอ่างไปก่อน นางจะดูสิว่ากี่วันมันถึงจะเต็มอ่าง หมิงเอ๋อเดินเอากระโจมที่เจ้าหน้าที่เอาไว้อาบน้ำเพราะบางพื้นที่ต้องมีไว้เพราะไม่มีบ้านเรือนหรือห้องน้ำ ทางองค์กรต้องเตรียมให้เจ้าหน้าที่ "นี้อะไรหรือหมิงเอ๋อ"หนิงเหม่ยถามน้องสาว "กระโจมเอาไว้อาบน้ำเจ้าคะ ส่วนนี้กระโจมสำหรับขับถ่าย เมื่อตอนกลางวันต้องเข้าทุ่ง แต่ในนี้เราไม่มีทุ่งจึงต้องมีกระโถนไว้ให้นั้งเจ้าคะ"นางถือโถส้วมที่มีฝาปิดพร้อมใส่ถุงขยะครอบไว้ ส่วนตอนกำจัดแล้วค่อยคิด หนิงเหม่ยกับหมิงหลานจึงช่วยกันตั้งกระโจมทั้งสองให้ห่างกันพอสมควร เมื่อเสร็จก็พอดีที่พ่อหลัวอาบน้ำให้เจ้าม้าสองตัวเสร็จ ใจจริงพ่อหลัวอยากจับเจ้าลูกลาอาบน้ำด้วย แต่เห็นมันยังเล็ก กลัวมันป่วยเลยปล่อยไปก่อน แล้วทุกคนก็สลับกันอาบน้ำแล้วถึงมานังกินอาหารกระป๋อง พอกินแล้วก็ล้มตัวลงนอนในถุงนอนพักผ่อน และด้วยหมิงเอ๋ออยากให้น้องชายแข็งแรงจึงป้อนน้ำในอ่างให้ดื่ม พอดื่มแล้วทารกน้อยจากที่ผอมเหี่ยวตัวซีดไม่แข็งแรงก็กลับมีผิวสีชมพูดูดีขึ้นกว่าเก่ามาก ผ่านไปห้าวันบ้านหลัวก็เจอขบวนอพยพกลุ่มขนาดใหญ่ จึงบังคับรถม้าให้เข้าไปร่วมในขบวนนั้นด้วย จนขบวนแวะพัก ก็มีคนเข้ามาถาม "พวกเจ้ามาจากไหน" "ครอบครัวข้าหนีสงครามมาจากเจอเจียงขอรับ " "เช่นนั้นก็อย่าเป็นภาระ ไม่เช่นนั้นจะถูกทิ้ง และห้ามทะเลาะวิวาทด้วย" "เข้าใจขอรับ"คนที่เหมือนเป็นหัวหน้ามองครอบครัวหลัวที่หน้าหน้ามอมแมมเสื้อผ้าสกปรกก็ไม่คิดสนใจ หมิงเอ๋อที่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของทุกคนก็ให้ทั้งหมดเอาขี้ดินทาหน้าเพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้าที่แท้จริง เพราะอาจไม่ปลอดภัย "แบบนี้เราก็เข้าไปนอนในมิติไม่ได้แล้วสิ"หมิงหลานบ่นขึ้น นางชอบนอนในมิติรู้สึกปลอดภัย ถ้านอกข้างนอกจะต้องค่อยระวังภัยอันตรายตลอด "คงต้องเป็นเช่นนั้น แต่การอยู่ในขบวนใหญ่ก็ปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง "พ่อหลัวบอกบุตรสาว หมิงเอ๋อนำน้ำในลำธารมาให้เจ้าม้าสองตัวกิน "น้ำในอ่างยังไม่เต็ม ถ้าเต็มเมื่อไรจะเอามาให้พวกเจ้ากินนะ กินน้ำในลำธารไปก่อน"และเหมือนพวกมันจะฟังรู้เรื่อง พวกมันกินน้ำอย่างว่าง่าย จนหมดเวลาพัก ก็มีเสียงตะโกนขึ้น ทั้งหมดจึงออกเดินทาง ขบวนลี่ภัยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีรถม้าหรือเกวียนลากจึงทำให้การเดินทางค่อนข้างเร็ว บ้านหลัวเพราะมาที่หลังจึงต้องอยู่รั้งท้ายขบวน แต่ไม่เป็นปัญหา ขอแค่ยังอยู่ในขบวนก็จะปลอดภัยในระดับหนึ่ง มีหลายครั้งที่คนจากรถม้าคันอื่นหันมามองรถม้าบ้านหลัว อาจเพราะม้าที่บ้านหลัวดูเป็นม้าราคาแพง แถมพวกมันวิ่งทั้งวันกลับยังดูตื่นตัว ไม่มีความอ่อนเพลียให้เห็น เมื่อถึงเวลาพัก หลายครอบครัวออกไปหาน้ำหรือล่าสัตว์ขนาดเล็กมาเป็นเสบียง แต่ครอบครัวที่อยู่ท้ายขบวนกลับเดินแค่รอบๆรถม้าตนเอง มีแค่เดินไปหาฟืนบริเวณใกล้ๆเท่านั้น หมิงเอ๋อจึงใ หลายคนมองว่าครอบครัวนี้มีแต่ตัวภาระ ทั้งสตรีและเด็กอ่อน ถ้าจะหนีก็ยากจะหนีพ้น ส่วนกำลังการต่อสู้ก็มีแค่บุรุษคนเดียว จึงไม่คิดเสวนาด้วย "รถม้าที่อยู่ท้ายขบวน ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นกำลังช่วยเหลืออะไรได้ ทำไมหัวหน้าชุนถึงรับไว้ก็ไม่รู้"หลีจงฉีที่อยู่กลางขบวนมีเกวียนวัวพูดขึ้นระหว่างพัก "ข้าเห็นนะว่าบนรถมีเด็กทารกด้วย แบบนี้ยิ่งทำให้ล่าช้า เป็นข้าจะขายพวกตัวภาระทิ้งให้หมด"หลงอาคุน ที่อยู่ถัดจากเกวียนบ้านหลีพูดขึ้น ช่วงภัยสงครามแบบนี้การเอาตัวเองให้รอดสำคัญที่สุด ครอบครัวเขามีกันทั้งหมด8ชีวิต ส่วนใหญ่จะเป็นบุตรชายและหลานชาย ส่วนสตรีถ้าเป็นเด็กที่ยังช่วยงานอะไรไม่ได้จะถูกขายทิ้งเพราะอยู่ก็เป็นตัวภาระ อย่างลูกสะใภ้ตอนนี้ที่เพิ่งคลอดบุตรสาวออกมา แถมยังไม่แข็งแรงอีกด้วย วันๆได้แต่นอนเลี้ยงลูกไม่สามารถช่วยงานอะไรได้อินฮวาทอผ้าผืนพิเศษให้หมิงเอ๋อโดยเฉพาะ นางใช้ใยบัวที่นางให้สามีเข้าไปขุดในมิติเพื่อเลี้ยงบัวจันทราโดยเฉพาะ บัวชนิดนี้นางเพิ่งได้มาเมื่อไม่นานจากหมิงเอ๋อ เพราะนางได้มาจากคู่หมั้น ไม่คิดว่าปลูกแค่4เดือนก็สามารถนำใยบัวมาปั่นเป็นด้ายได้แล้ว นางลองเอามาทอก็ได้ผ้าที่สวยแปลกตาแถมยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวอีกด้วยผืนแรกนางส่งไปประมูล แต่ผืนนี้นางจะตัดเป็นชุดเจ้าสาวให้หลานสาว นางช่วยเหลือครอบครัวมัวไว้มากจริงๆ ส่วนหนิงเหม่ยพอรู้ข่าวก็ส่งจดหมายมายินดีด้วย แต่ว่าตัวคงมาไม่ได้เพราะติดที่มีบุตรสาวต้องดูแล ไหนจะแม่ทัพเซียะไม่อาจทิ้งหน้าที่ได้ นางได้แต่ส่งหมอนคู่ยวนยางคู่กัน ใจจริงนางจะไปด้วยตนเองกับลูกๆ แต่สามีไม่ให้พวกนางแม่ลูกเดินทางเพราะห่วงความปลอดภัย เขาไปเขียนจดหมายกล่าวขอโทษพ่อตาไปแล้วด้านหมิงหลานก็เจอปัญหาไม่ต่างกัน แล้วไหนจะบุตรทั้ง4ที่อายุได้เกือบ5เดือนกำลังเริ่มคล่ำได้แล้ว ถ้าตอนงานแต่งคงกำลังคลานแน จึงงดมาร่วมแสดงความยินดี แต่ก็ส่งจิ้งจอกลีลาบนเขาหิมะมาให้คู่หนึ่ง เพราะคิดว่าน้องสาวต้องชอบแน เพราะหน้าตามันดูเบื่อโลกสุดๆ ตลกมากแต่พอของขวัญส่งมาถึงจริงๆ คนที่กริ้ดกลับเป็นหลีซานกับเหวยเห
เช้าของอีกวัน แม่หลัวก็เตรียมมื้อเช้าไว้รับรองแขกเช่นเดิมมีทั้งโจ๊กข้าวโพด ที่นำข้าวโพดมาบดมาต้มจนเป็นเนื้อข้น พร้อมแผ่นแป้งทอด มียำผักดองใส่ไก่ฉีกไว้กินคู่กับแผ่นแป้งเหลืองกรอบตอนที่สวี่กวนซางมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นมื้อเช้าที่หน้าตาน่ากิน พร้อมเห็นสองลูกศิษย์นั่งตักโจ๊กข้าวโพดกินพร้อมกัดแผ่นแป้งที่มีใส้อยู่ข้างใน ทั้งสองกินจนแก้มยุ้ย พอเห้นอาจารณ์ของตนเองก็เอ่ยชวน"ท่านอาจารณ์กินโจ๊กขอรับ""โจ๊กท่านแม่อาหย่อยที่สุดเจ้าค่ะ"สองฝาแฝดอวดฝีมือมารดา"เช่นนั้นอาจารณ์ต้องขอชิมเสียหน่อยแล้ว"เห็นสองหนูน้อยกินแล้วก็ทำให้ท้องเขาร้องเหมือนกัน ที่สุดชายหนวดยาวก็กินโจ๊กข้าวโพดไปถึงสองถ้วยสวี่กวนซางอยู่สอนวิชาบนเขาเหลียนซาน ขั้นต้นเขาให้เด็กๆฝึกความพร้อมของร่างกาย แต่สิ่งที่ชายหนวดยาวสอนก่อนเขาจะกลับขึ้นเขาคือ การเขียนอักขระบังตา "พวกเจ้าจงฝึกร่ายคาถานี้ เพื่อซ่อนของวิเศษที่อาจารณ์ให้พวกเจ้า ถึงกับคนทั่วไปจะไม่มีปัญหา แต่กับคนที่ฝึกยุทธ มันอาจนำปัญหามาให้พวกเจ้า เพราะฉะนั้น จงฝึก อาจารณ์มาครั้งหน้าพวกเจ้าต้องร่ายคาถานี้ได้""ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ""เจ้าตัวเล็กทั้งสองยังไม่ต้องฝึกมากก็ได้ แค่ท่องค
เมื่อเสร็จพิธีรับลูกศิษย์ หมิงเอ๋อก็ชวนท่านลุงเข้าบ้าน "พรุ่งนี้เช้ามาหาข้าที่นี้ ข้าจะแจกป้ายประจำตัวให้"ในยามมีครบหรือเปล่าต้องไปรื่อดูก่อน "ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ"หนูน้อยทั้ง9พนักหน้าเป็นไก่จิกก่อนจะกลับไปสนใจสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของสหาย ก่อนจะชวนกันกลับไปเล่นกันต่อ หมิงเอ๋อพาท่านลุงเข้าไปในบ้าน นางเห็นบิดากำลังเดินไปที่โรงเครื่องเรือนกับหม่าฉิวเวิน ที่ตอนนี้สามารถฝึกทำเครื่องเรือนได้หลายชิ้นแล้ว เพราะพ่อหลัวให้โอกาสคนงานได้แสดงฝีมือเต็มที่ ถ้ามีจุดไหนที่ไม่เรียบร้อยเขาจะช่วยแนะนำให้ "ท่านพ่อ..ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยเรียกบิดา "บุตรสาวของพ่อกลับมาแล้ว"เมื่อเห็นบุตรสาวก็ทักทายพร้อมมองไปที่ข้างกายบุตรสาว พอบุตรสาวเห็นก็หันมาแนะนำ "ท่านนี้เป็นท่านลุงสวี่กวนซางเป็นท่านลุงของพี่ฮวนเจ้าค่ะ ท่านลุงซาง คนนี้คือบิดาของข้าเจ้าค่ะ มีนามว่าหลัวหวังเหว่ยเจ้าค่ะ" พ่อหลัวเมื่อเห็นมีแขกมาบ้านก็เดินเข้ามาทักทาย "คารวะพี่สวี่ขอรับ เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เชิญนั่งพักก่อนขอรับ" "เดินทางมาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ต้องขออภัยด้วย" "ไม่กล้าๆ..บ้านหลัวของเรายินดีตอนรับขอรับ"พ่อหลัวผู้มีอัธยาศัยดีก็เต
ตลอดงานประมูล หมิงเอ๋อยืนคู่เจ้าของหออี้เฟินเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตนเองก็เป็นเจ้าของหอประมูล และเป็นผู้ที่ปรุงยาต่างๆออกมาประมูล สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อย ชิวไซซียิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นไปอีก เพราะนางไม่สามารถเทียบกับสตรีผู้นั้นได้ แถมคุณชายซงยังปล่อยให้นางผู้นั้นแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของหออี้เฟิน "ที่แท้ยาที่นำมาประมูลก็เป็นของท่านหมอน้อยนี้เอง นิน่าถึงมีสรรพคุณเหนือใคร"นายท่านฝูถามขึ้น "แล้วท่านกับคุณชายซง..?"นายท่านโจวคิดสงสัย เพราะทั้งสองดูใกล้ชินกันเกินกว่าปกติ "นางเป็นคู่หมั้นข้าเองขอรับ"ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูจากชุดและเครื่องประดับที่ถึงแม้จะน้อย แต่กลับดูล่ำค้ามาก ปิ่นหยกม่วงชิ้นนี้เป็นของหายาก เพราะเป็นหยกที่จะเกิดที่หุบเขาลึกลับทางใต้ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่มีอากาศน้อยแล้วค่อยๆหา ไม่ใช่ว่าขึ้นไปแล้วจะเจอเลย ต้องขุดหาอีกหาอย่างยากลำลาก ซึ่งต้องเป็นคนที่มีความชำนานถึงจะสามารถขุดได้ ไม่เช่นนั้นอาจเอาชีวิตไปทิ้งบนยอดเขา เนื้อหยกจะมีความวาวใสเปร่งประกายสีม่วงในตัวโดยไม่ต้องทำอะไรมาก แถมหยกชนิดนี้ยังสามารถเป็นที่ตรวจพิษได้อีกด้วย การเจอครั้งหนึ่งก็จะได้ขนาดไม่ใหญ่ม
หลังจากนำสัตว์เลี้ยงไปส่งให้เหลียนฮวาแล้ว ซงซุยฮวนก็กลับจวนซงไปหามารดากับผู้เป็นลุง "กว่าจะได้เจอตัวเจ้าหลานชายนะ ไม่รู้ข้าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยกหอประมูลให้เจ้าดูแล ตั้งแต่เจ้าไปดูแลก็ไม่ค่อยได้กลับจวนสกุลซงเลย" หลานชายคารวะผู้เป็นลุงก่อนจะก่อนจะนำชุดหมากล้อมชุดใหม่ที่สวี่กวนซางฝากมาให้ ส่วนเสี่ยวเฟิงก็วิ่งไปโดดขึ้นตักซงอี้เฟิน หมากล้อมชุดนี้เวลาเล่นจะช่วยทำให้จิตสงบ เล่นไปจะจะค่อยๆเพิ่มพลังภายใน และทำให้ร่างกายแข็งแรง "ท่านลุงซางฝากมาให้ท่านลุงขอรับ"พอรู้ว่าสหายฝากมาก็ดีใจ "แล้วเขาไม่มีอะไรมาฝากแม่เลยหรือ?"ซงอี้เฟินรีบถาม พี่ชายนางจะมีของฝากเพียงคนเดียวได้ยังไงกัน ซงซุยฮวนยิ้มบางๆเมื่อเห็นมารดากับท่านลุงมองหน้าอย่างไม่ยอมกัน "ท่านลุงบอก ว่าที่ลูกสะใภ้ท่านแม่ให้ของดีมาเยอะแล้ว แต่ท่านลุงก็ฝากดอกกล้วยไม้หมื่นลี่มาให้ท่านได้ดูเล่นขอรับ" "สหายผู้นี้ช่างพูดจาเข้าหู ตอนท่านลุงมาหาลูก เจ้าต้องดูแลท่านเป็นอย่างดีนะ พี่ซางนะชอบกินของอร่อยเป็นที่สุด ใช่มั้ยพี่ใหญ่" "ใช่แล้ว..เพราะตอนอยู่บนเขาต้องฝึกตนถือศิล พอลงมาจากเขาจึงสรรหาของอร่อยกิน " "แล้วนี้แค่เอาของมาให้พวกแม่หรือมีอะไรมั้ยลู
ซงซุยฮวนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะคิดว่าตนเองพูดไปชัดเจนแล้ว แต่คุณหนูชิวผู้นั้นก็ยังคงมาหาเขาไม่เลิก เช่นวันนี้ที่นางถือวิสาสะมาที่หอประมูลเพื่อนำของกินมาให้เขา "คุณชายซง วันนี้ข้าทำน้ำแกงบำรุงสุขภาพมาฝากท่านเจ้าค่ะ" หญิงสาวให้สาวใช้นำเถาใส่น้ำแกงมาวางไว้ที่โต๊ะ ชายหนุ่มไม่คิดตอบอะไร เขายังคงนั่งทำงานต่ออย่างเงียบๆไม่คิดสนใจสตรีในห้อง ชิวไซซีเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบก็ไม่คิดอะไร ยังคงนั่งเฝ้าชายหนุ่มจนเย็น นางทำเช่นนี้อยู่เป็นเดือนก็ยังคงได้รับความเฉยเมย เจ้าของหออี้เฟิงก็ไม่ได้คิดสนใจ นางอยากมานั่งก็นั่งไป คืนนี้มีการจัดการประมูล ครั้งนี้เขามีเขากว้างอี้เทียนที่มีความเชื่อว่าใครมีครอบครองจะนำความโชคดีและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ ไหนจะผ้าของสกุลมัวที่จะนำมาประมูลตลอด ผ้าที่นำมาประมูลจะไม่มีขายในร้านผ้าสกุลมัว เพราะถือเป็นผ้าแบบพิเศษ และด้วยเหลียนฮวางอแงอยากได้สัตว์เลี้ยงแบบหมิงเอ๋อ มัวจือผิงจึงเดินทางมาหาซงซุยฮวนเพื่อถามว่าเขาไปซื้อเจ้าเสี่ยวสุยมาจากไหน "คุณชาย นายท่านมัวมาขอพอขอรับ"ลูกน้องรีบเข้ามารายงานเจ้านาย เพราะรู้ว่านายท่านมัวสนิทกับคุณชาย เจ้าของหอประมูลไม่พูดอะไร
สตรีในงานต่างส่งเสียงฮือฮาเมื่อได้เห็นภาพที่สะใภ้เซียะนำมาถวายแด่องค์ไทเฮา แม่แต่องค์ฮองเฮายังมองด้วยความตื่นเต้น"เอามาให้เราดูใกล้ๆสิ"ไทเฮาถึงกลับขยับตัวเพื่อให้เห็นภาพตรงหน้าชัดๆด้ายไหมที่เงางามพอนำมาปักเป็นภาพอุทยานที่มีทั้งดอกไม้และผีเสื้อบินตอม ทั้งการไล่สีและวางตำแหน่งช่างน่ามองมิใช้น้อย "
การที่แม่ทัพไป๋มาพักที่บ้านหลัว ทำให้หมิงหลานรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น ไป๋เยี่ยนฟางอยู่คอยช่วยคู่หมั้นเลี้ยงน้องๆ แม่ทัพหนุ่มเหมือนได้มาเติมพลัง การเล่นกับสองฝาแฝด ทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีความคิดอยากมีลูกเป็นของตนเองมากขึ้น "หลานเอ๋อ""เจ้าค่ะ""เจ้าอยากแต่งงานหรือยัง?"แม่ทัพหนุ่มถามคู่หมั้นสาวในขนาดที
"ข้ามีเรื่องอยากคุนกับคุณหนูรองเป็นการส่วนตัว มิทราบว่าคุณหนูรองจะสะดวกหรือไม่"อยู่ๆแม่ทัพหนุ่มก็พูดขึ้นมา หมิงหลานมองแม่ทัพหนุ่มก่อนจะหันไปมองบิดา เมื่อบิดาพยักหน้า นางก็เดินออกไปคุยกับแม่ทัพหนุ่ม"เราคุยเรื่องสินสอดเลยมั้ยเจ้าค่ะ"ฮูหยินไป๋พูดพร้อมยิ้มเต็มใบหน้า"ท่านแม่ใจเย็นเจ้าค่ะ"ฉีหลิงบุตรสา
"นางยังสลบอยู่ ข้าผ่าคลอดให้นาง เพราะฉะนั้นต้องอยู่รักษาที่บ้านข้าสักหลายวัน เพื่อเฝ้าดูบาดแผล ข้าขอเข้าไปดูนางก่อนนะเจ้าคะ"นางอธิบายให้สามีคนไข้ก่อนจะเดินกลับเข้าไปดูอาการคนไข้ซุนถานฟงเดินเข้าไปดูบุตรชายทั้งสองที่ตอนนี้ตัวอมชมพูโดยที่ไม่รู้ว่าตอนคลอดเนื้อตัวซีดเขียวเหมือนจะไม่รอด ชายหนุ่มมองบุตรช







