登入ฝูหนิงเอ๋อเป็นอาสาสมัครองค์กรช่วยเหลือผู้ยากไร้ต้องมาถูกลูกหลงจากเหตุผู้ก่อการร้ายวางระเบิด แต่แทนที่เธอจะตายแล้วไปเข้าแถวรอดื่มน้ำแกงเมิ่ง วิญญาณกับไปเข้าร่างเด็กน้อยที่อยู่ในช่วงหนีสงคราม
查看更多ที่ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง ชาวบ้านกำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอตรวจสุขภาพกันอย่างเนืองแน่น โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครค่อยช่วยเหลือและจัดระเบียบแกผู้ลี้ภัยที่แต่ละคนสภาพน่าเวทนา บางคนเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเนื้อตัวมอมแมม เพราะประเทศอยู่ในช่วงสงคราม จึงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ด้วยเหตุนี้จึงมีองค์กรอาสาสมัครระหว่างประเทศเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยสงคราม ฝูหมิงเอ๋อก็เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่มาช่วยเหลือ เธอเคยเป็นแพทย์หญิงฝีมือดีที่โรงพยาบาลหลายแห่งต่างต้องการตัว แต่ด้วยคนในองค์กรเกิดความแก่งแย่งชิงดีกันไปมาทำให้หญิงสาวเกิดความเบื่อหนายจึงขอย้ายมาอยู่หน่วยงานอาสาสมัคร แต่พอมาเป็นอาสาสมัครเธอต้องต่อสู้กับพวกโจรที่ค่อยดักปล้นของที่อาสาสมัครเอามาช่วยชาวบ้าน ดีว่าเธอพอมีวีชาป้องกันตัวอยู่บ้างจากสมัยเป็นนักเรียนเคยเป็นนักกีฬ่าเทควันโคแข่งขันระดับประเทศ และพอรู้ว่าต้องเจอกับอะไรเธอเลยเข้าคลอสฝึกยิงปืนจึงพอจะต่อสู้กับพวกโจรได้บ้าง หลายครั้งที่ต้องปะทะกันเธอต้องจับปืนต่อสู้กับพวกก่อการร้าย ครั้งนี้เธอถูกส่งมาประเทศSที่กำลังเกิดสงครามกับผู้ก่อการร้ายในประเทศแล้วเกิดความสูญเสียต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ทีมของเธอจึงถูกส่งมาให้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ถึงแม้จะถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายประกาศกร้าวว่าห้ามใครเข้ามายุ่ง ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย แต่ทีมเธอถือเป็นหน่วยกล้าตาย มาช่วยครั้งนี้จึงมีทั้งอาหาร ยารักษาโครต่างๆและยังมีอาวุธไว้ป้องกันตัวพร้อมในเต๊นท์อาสา เวลาทำงานก็มีเวรยามค่อยเดินตรวจตราระวังภัยรอบๆ วันนี้ก็เช่นกัน ในขนาดที่กำลังจัดระเบียบให้ชาวบ้านเข้าแถวให้เรียบร้อยเพื่อรอการรักษา ฝูหมิงเอ๋อตรวจคนไข้ที่เข้ามารักษาก่อนจะรู้สึกว่าวันนี้คนไข้น้อยกว่าเมื่อวาน จึงถามชาวบ้าน "คนไปไหนกันหมด"แต่ชาวบ้านที่ฟังอังกฤษไม่เป็นก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย แล้วคิดว่าหมอถามอาการ จึงทำท่าอธิบายอาการให้หมอรู้ ฝูหมิงเอ๋อดูก็รู้ว่าชาวบ้านไม่เข้าใจ เลยเลิกถามแล้วหันมาดูอาการแทน จนเวลาผ่านไปครึ่งวันก็ถึงเวลาพัก แต่ด้วยคนไข้ยังเยอะเธอจึงยังรักษาต่อไม่ได้หยุดพัก และได้เกิดเสียงโหวกเหวกโวยวายขึ้นด้านนอก ฝูหมิงเอ๋อที่กำลังจะจ่ายยาคนไข้ก็นึกสงสัยว่าเสียงเอะอะอะไร "ระวัง...หลบเร็ว"เสียงดังมาจากด้านนอก แต่อยู่ๆก็มีรถบรรทุกพุ่งเข้ามาในเต๊นท์ ฝูหมิงเอ๋อตกใจกระโดดหลบรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาจนตนเอง แต่ไม่ทันที่จะตั้งสติได้ก็เกิดเสียงระเบิด "ตู๊มมมมม" แล้วทุกอย่างก็สงบลง หญิงสาวรู้สึกมึนงงไปหมด เธอลืมตาก็เห็นแต่ความว่างเปล่าไม่มีอะไร พอมองดีๆก็เห็นเต๊นท์อาสาจึงเดินเข้าไปดูเผื่อจะเจอเจ้าหน้าที่อาสาคนอื่น เธอเดินมาเปิดเต๊นท์ก็เห็นภายในมีของวางไว้เต็ม ทั้งอาหาร ข้าวของที่เตรียมมาแจกจ่ายแกชาวบ้าน ของวางเป็นระเบียบ เตียงผ่าตัดพร้อมเครื่องมือต่างๆก็วางไว้พร้อมใช้งาน เธอมองไปรอบๆนอกจากตนเองก็ไม่มีใคร เธอพยายามเดินหารอบๆก็ไร้ผู้คน ลองเดินสำรวจด้านนอกก็เช่นกันไร้สิ่งมีชีวิต เธอเห็นมีอ่างหินความสูงพอประมาณจึงเดินไปดูใกล้ๆ ในอ่างหินขนาดเท่าอ่างล้างหน้ามีน้ำอยู่เต็มอ่างหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะกวักมาดื่มแล้วล้างหน้าเพื่อให้สดชื่นสมองได้โล่ง พอดื่มน้ำแล้วก็รู้สึกสมองโล่งขึ้นและเหมือนร่างกายจะสดชื่นขึ้นด้วย มันเกิดอะไรขึ้น ความจำสุดท้ายที่หญิงสาวจำได้คือรถบรรทุกพุ่งชนใส่เต๊นท์แล้วก็เกิดการระเบิด แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเหลือเธอเดียว ระหว่างที่หญิงสาวกำลังพยายามจับต้นชนปลายเรื่องราวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเรียก "หมิงเอ๋อ..ตื่นสิลูก อย่าเงียบไปแบบนี้แม่ใจไม่ดี" ใครเรียกเธอ...เสียงนี้เธอไม่คุ้น ญาติพี่น้องเธอไม่มีแล้วแม่มาจากไหน แต่อยู่ๆหญิงสาวก็เหมือนถูกดูดไปจางตรงที่ตัวเองยืนอยู่ เธอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของคนที่ไม่คุ้นเคย หน้าตาซีดเซียวแต่ละคนริมฝีปากแห้งแตก สภาพยิ่งกว่าผู้อพยพที่เธอเห็นอีก ไหนจะเสื้อผ้าที่แปลกตา "หมิงเอ๋อ..เจ้าตื่นแล้ว แม่ใจหายหมด" หมิงเอ๋อยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่อยู่ๆความทรงจำต่างๆก็ไหลเข้ามาในหัวจนหญิงสาวต้องหลับตา "สงสัยน้องยังไม่หายดีนะท่านแม่ ให้นางนอนพักอีกหน่อยแล้วกัน เช่นไรเราก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว"เสียงอีกเสียงพูดขึ้น แล้วทุกอย่างก็เงียบลง หญิงสาวค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราว ร่างนี้มีชื่อว่าหลัวหมิงเอ๋อที่มีชื่อเดียวกับเธอ เป็นบุตรสาวคนที่สามของบ้านหลัวที่มีบิดาชื่อหลัวหวังเหว่ยอายุ32เป็นอดีตทหารที่ไปรบแล้วบาดเจ็บกลับมา ทุกวันนี้เวลาเดินจะเดินกะเผลกเพราะขาที่เคยหักและผิดรูป มีภรรยาชื่อว่าหลัวจางลี่อายุ31แล้วมีบุตสาวสามคนบุตรชายคนสุดท้องอีกหนึ่งคน คนโตชื่อหลัวหนิงเหม่ยอายุ12หนาว คนรองชื่อหลัวหมิงหลานอายุ10หนาวแล้วนางคือหญิงสาวเองมีนามว่าหลัวหมิงเอ๋ออายุ7หนาว และน้องคนสุดท้องหลัวหลีซานอายุยังไม่ถึงเดือน ตอนนี้ครอบครัวกำลังอพยพหนีภัยสงครามจากหมู่บ้านฝูเหยาเมืองเจอเจียง และระหว่างทางก็เกิดการปล้นชิง ครอบครัวของนางจึงวิ่งหนีมาแอบซ้อนตัวอยู่ในโพรงที่ติดหน้าผา แต่ในขนาดที่ทุกคนกำลังหลบซ้อนตัวหมิงเอ๋อกลับถูกตะขาบกัดแล้วเกิดิาการแพ้อย่างรุนแรงจนสิ้นใจ แล้วหมิงเอ๋อในอีกภพก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน เมื่อเรียบเรียงเรื่องราวได้แล้วหมิงเอ๋อก็ลืมตาแล้วมองรอบๆ เด็กหญิงเห็นบิดาของร่างนี้นั้งค่อยระวังภัยที่ปากโพลงส่วนมารดาที่อุ้มน้องชายคนเล็กและพี่สาวทั้งสองของร่างนี้ก็คอยหลบอยู่เงียบๆ เด็กหญิงมองการแต่งตัวของทุกคน สภาพเสื้อผ้ามอมแมม แต่นางจำได้ว่ามารดาเย็บช่องเล็กๆแล้วนำตั๋วเงินที่เป็นค่าชดเชยที่บิดาบาดเจ็บและเงินในครอบครัวทั้งหมด แต่ก็เป็นตั๋วเงินใบละห้าสิบตำลึงแปดใบ มารดาเอาตั๋วเงินเย็นติดกับชุดแล้วนำเหรียญอีแปะเย็บเป็นช่องเล็กๆแล้วนำเหรียญใส่ช่องเล็กๆรอบเอวทุกคนเพื่อไม่ให้เกิดเสียง นางบอกวิธีนี้เป็นการเก็บเงินได้ปลอดภัย ตอนที่หนีนั้นมีชาวบ้านรวม10ครัวเรือน แต่ตอนนี้แตกกระจายหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้เพราะต่างก็หนีเอาชีวิตรอด ในขนาดที่หมิงเอ๋อกำลังมองทุกคน แต่อยู่ๆก็เกิดเสียงจากภายนอก "หาให้ทั่ว ข้าเห็นมีคนวิ่งมาทางนี้ มีผู้หญิงกับเด็ก ข้าอยากกินเนื้อเด็กย่าง พวกเจ้าหาให้เจอ" เสียงข้างนอกใกล้เข้ามา พ่อหลัวถอยหลังเอาตัวบังทุกคนไว้ ส่วนคนที่เหลือก็กอดกันเหมือนปกปัองซึ่งกันและกัน ทารกน้อยที่หลัวจ่างลี่ใช้ผ้าผูกไว้กับอกก็เหมือนจะรับรู้ถึงอันตราย จึงส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว หมิงเอ๋อคิด ที่นี้มันไม่ปลอดภัย นางอยากมีที่ๆปลอดภัยมากกว่านี้ แต่ที่ไหนละ นางคิดไปคิดมาอยู่ๆนางก็หายเข้าไปในเต๊นท์ขององค์กร แล้วที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือนางพาทุกคนเข้ามาด้วย เพราะมารดากอดน้องชายและนางพร้อมทุกคนทำให้ตอนนางหายตัวจึงพาทุกคนเข้ามาด้วย "เมื่อกี่ข้ามั่นใจว่าได้ยินเสียงเด็กร้อง แล้วทำไมถึงไม่มี พวกเจ้าลองค้นให้ทั่ว ข้าไม่เชื่อว่าจะหาพวกมันไม่เจอ"กลุ่มโจรที่ได้ยินเสียงทารกร้องก็มั่นใจว่ามาถูกทาง แต่พอมาถึงโพรงกลับไม่เจอใคร เป็นไปได้เช่นไรกัน ส่วนครอบครัวหลัวกำลังยืนงงว่าพวกตนมาอยู่ที่ไหนกัน "ที่นี้ที่ไหนกัน"หลัวหมิงหลานตกใจที่อยู่ๆภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไป เด็กหญิงมองแล้วเลยคิดว่าไหนๆก็ตามเข้ามาแหละคงต้องบอก แต่จะบอกยังไงละ นางเคยอ่านพวกนิยายออนไลน์จำพวกทะลุมิติ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ "ที่นี้เป็นมิติของข้าเองเจ้าคะ"เมื่อเด็กหญิงตอบทุกคนก็หันมามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "หมิงเอ๋อ เจ้ามีมิติได้ไง" หลัวหนิงเหม่ยพี่สาวคนโตถามด้วยความแปลกใจ "ใช้..ลูกมีเจ้ามิตินี้ได้เช่นไรกัน"หลัวจางลี่ที่กำลังปลอบบุตรชายคนเล็กที่ร้องไห้งอแงไม่หยุดก็หันมาถามบุตรสาว นางเลี้ยงลูกทุกคนมาทำไมจะไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นเช่นไร ถ้าบุตรสาวนางมีมิตินางต้องรู้ "แบบว่า..เมื่อครู่ที่ลูกเงียบไปเพราะถูกตะขาบกัดใช้มั้ยเจ้าคะ ระหว่างที่ลูกสลบไป ก็ได้มีท่านเทพหนวดขาว มาช่วยเหลือแล้วพาลูกมาที่แห่งนี้เจ้าคะ ท่านเทพบอกว่าให้ที่นี้เป็นที่หลบภัยสำหรับครอบครัวของเรา ในนี้มีทั้งอาหาร และของใช้เจ้าคะ " "เช่นนั้นหรือ"พ่อหลัวฟังที่บุตรสาวคนเล็กพูดก็พยักหน้า ก่อนจะเห็นมีอ่างน้ำจึงบอกภรรยาและลูกๆ "ตรงนั้นมีอ่างด้วย เดี๋ยวพ่อไปดูว่ามีน้ำให้เราพอดื่มดับกระหายได้หรือไม่"พอเดินไปดูเห็นมีน้ำก็เรียกทุกคนไปดื่ม เพราะวิ่งหนีไม่ได้หยุด ต่างรู้สึกกระหายน้ำกัน พอทุกคนดื่มแล้วต่างก็รู้สึกสดชื่นไม่มีความอ่อนเพลียให้เห็น "น้ำนี้แปลงเสียจริง ดื่มแล้วรู้สึกว่าความเหนื่อยล่าหายไป แถมยังสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก พ่อรู้สึกเย็นว้าบขาข้างที่หัก" "จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ"หลัวหนิงเหม่ยถามบิดา เพราะนางก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ส่วนแม่หลัวจากที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเพราะเพิ่งคลอดบุตรไม่นานก็ต้องรีบหนีทำให้สุขภาพนางมิสู้แข็งแรง "ท่านแม่ ตรงโน้นมีเหมือนเป็นลำธารเจ้าคะ เราอาจไปล้างเนื้อล้างตัวกันได้"หลัวหมิงหลานมองรอบๆก็เห็นมีลำธารจึงร้องบอกทุกคน ทุกคนจึงเดินไปล้างเนื้อล้างตัว หลัวจางลี่เห็นบุตรชายมอมแมมจึงจับบุตรชายเช็ดตัวหมิงเอ๋อเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปที่เต๊นท์เพื่อหาครีมอาบน้ำแล้วแชมพูสระผมเอามาให้ทุกคน สภาพแต่ละคนต้องบอกว่าเกินคำว่ามอมแมมได้เลย "อะไรหรือหมิงเอ๋อ?"หมิงหลานถามน้องสาว "สิ่งนี้จะช่วยชำระร่างกายให้สะอาดเจ้าคะ ใช้แบบนี้นะเจ้าคะ"แล้วเด็กสาวก็บอกวิธีการใช้ให้ทุกคน หลัวหวังเหว่ยจึงให้ภรรยาและบุตรสาวอาบก่อนส่วนตัวเองหลบไปในเต๊นท์เพื่อให้บุตรสาวไม่เขินอาย เมื่อทุกคนอาบน้ำสระผมเสร็จก็เดินกลับไปที่เต๊นท์เพื่อให้บิดาไปอาบต่อ หมิงเอ๋อนำถุงนอนมาให้ทุกคน ถุงนอนรุ่นนี้เป็นแบบนอนในอากาศหนาวถึง-4องศาได้อินฮวาทอผ้าผืนพิเศษให้หมิงเอ๋อโดยเฉพาะ นางใช้ใยบัวที่นางให้สามีเข้าไปขุดในมิติเพื่อเลี้ยงบัวจันทราโดยเฉพาะ บัวชนิดนี้นางเพิ่งได้มาเมื่อไม่นานจากหมิงเอ๋อ เพราะนางได้มาจากคู่หมั้น ไม่คิดว่าปลูกแค่4เดือนก็สามารถนำใยบัวมาปั่นเป็นด้ายได้แล้ว นางลองเอามาทอก็ได้ผ้าที่สวยแปลกตาแถมยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวอีกด้วยผืนแรกนางส่งไปประมูล แต่ผืนนี้นางจะตัดเป็นชุดเจ้าสาวให้หลานสาว นางช่วยเหลือครอบครัวมัวไว้มากจริงๆ ส่วนหนิงเหม่ยพอรู้ข่าวก็ส่งจดหมายมายินดีด้วย แต่ว่าตัวคงมาไม่ได้เพราะติดที่มีบุตรสาวต้องดูแล ไหนจะแม่ทัพเซียะไม่อาจทิ้งหน้าที่ได้ นางได้แต่ส่งหมอนคู่ยวนยางคู่กัน ใจจริงนางจะไปด้วยตนเองกับลูกๆ แต่สามีไม่ให้พวกนางแม่ลูกเดินทางเพราะห่วงความปลอดภัย เขาไปเขียนจดหมายกล่าวขอโทษพ่อตาไปแล้วด้านหมิงหลานก็เจอปัญหาไม่ต่างกัน แล้วไหนจะบุตรทั้ง4ที่อายุได้เกือบ5เดือนกำลังเริ่มคล่ำได้แล้ว ถ้าตอนงานแต่งคงกำลังคลานแน จึงงดมาร่วมแสดงความยินดี แต่ก็ส่งจิ้งจอกลีลาบนเขาหิมะมาให้คู่หนึ่ง เพราะคิดว่าน้องสาวต้องชอบแน เพราะหน้าตามันดูเบื่อโลกสุดๆ ตลกมากแต่พอของขวัญส่งมาถึงจริงๆ คนที่กริ้ดกลับเป็นหลีซานกับเหวยเห
เช้าของอีกวัน แม่หลัวก็เตรียมมื้อเช้าไว้รับรองแขกเช่นเดิมมีทั้งโจ๊กข้าวโพด ที่นำข้าวโพดมาบดมาต้มจนเป็นเนื้อข้น พร้อมแผ่นแป้งทอด มียำผักดองใส่ไก่ฉีกไว้กินคู่กับแผ่นแป้งเหลืองกรอบตอนที่สวี่กวนซางมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นมื้อเช้าที่หน้าตาน่ากิน พร้อมเห็นสองลูกศิษย์นั่งตักโจ๊กข้าวโพดกินพร้อมกัดแผ่นแป้งที่มีใส้อยู่ข้างใน ทั้งสองกินจนแก้มยุ้ย พอเห้นอาจารณ์ของตนเองก็เอ่ยชวน"ท่านอาจารณ์กินโจ๊กขอรับ""โจ๊กท่านแม่อาหย่อยที่สุดเจ้าค่ะ"สองฝาแฝดอวดฝีมือมารดา"เช่นนั้นอาจารณ์ต้องขอชิมเสียหน่อยแล้ว"เห็นสองหนูน้อยกินแล้วก็ทำให้ท้องเขาร้องเหมือนกัน ที่สุดชายหนวดยาวก็กินโจ๊กข้าวโพดไปถึงสองถ้วยสวี่กวนซางอยู่สอนวิชาบนเขาเหลียนซาน ขั้นต้นเขาให้เด็กๆฝึกความพร้อมของร่างกาย แต่สิ่งที่ชายหนวดยาวสอนก่อนเขาจะกลับขึ้นเขาคือ การเขียนอักขระบังตา "พวกเจ้าจงฝึกร่ายคาถานี้ เพื่อซ่อนของวิเศษที่อาจารณ์ให้พวกเจ้า ถึงกับคนทั่วไปจะไม่มีปัญหา แต่กับคนที่ฝึกยุทธ มันอาจนำปัญหามาให้พวกเจ้า เพราะฉะนั้น จงฝึก อาจารณ์มาครั้งหน้าพวกเจ้าต้องร่ายคาถานี้ได้""ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ""เจ้าตัวเล็กทั้งสองยังไม่ต้องฝึกมากก็ได้ แค่ท่องค
เมื่อเสร็จพิธีรับลูกศิษย์ หมิงเอ๋อก็ชวนท่านลุงเข้าบ้าน "พรุ่งนี้เช้ามาหาข้าที่นี้ ข้าจะแจกป้ายประจำตัวให้"ในยามมีครบหรือเปล่าต้องไปรื่อดูก่อน "ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ"หนูน้อยทั้ง9พนักหน้าเป็นไก่จิกก่อนจะกลับไปสนใจสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของสหาย ก่อนจะชวนกันกลับไปเล่นกันต่อ หมิงเอ๋อพาท่านลุงเข้าไปในบ้าน นางเห็นบิดากำลังเดินไปที่โรงเครื่องเรือนกับหม่าฉิวเวิน ที่ตอนนี้สามารถฝึกทำเครื่องเรือนได้หลายชิ้นแล้ว เพราะพ่อหลัวให้โอกาสคนงานได้แสดงฝีมือเต็มที่ ถ้ามีจุดไหนที่ไม่เรียบร้อยเขาจะช่วยแนะนำให้ "ท่านพ่อ..ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยเรียกบิดา "บุตรสาวของพ่อกลับมาแล้ว"เมื่อเห็นบุตรสาวก็ทักทายพร้อมมองไปที่ข้างกายบุตรสาว พอบุตรสาวเห็นก็หันมาแนะนำ "ท่านนี้เป็นท่านลุงสวี่กวนซางเป็นท่านลุงของพี่ฮวนเจ้าค่ะ ท่านลุงซาง คนนี้คือบิดาของข้าเจ้าค่ะ มีนามว่าหลัวหวังเหว่ยเจ้าค่ะ" พ่อหลัวเมื่อเห็นมีแขกมาบ้านก็เดินเข้ามาทักทาย "คารวะพี่สวี่ขอรับ เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เชิญนั่งพักก่อนขอรับ" "เดินทางมาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ต้องขออภัยด้วย" "ไม่กล้าๆ..บ้านหลัวของเรายินดีตอนรับขอรับ"พ่อหลัวผู้มีอัธยาศัยดีก็เต
ตลอดงานประมูล หมิงเอ๋อยืนคู่เจ้าของหออี้เฟินเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตนเองก็เป็นเจ้าของหอประมูล และเป็นผู้ที่ปรุงยาต่างๆออกมาประมูล สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อย ชิวไซซียิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นไปอีก เพราะนางไม่สามารถเทียบกับสตรีผู้นั้นได้ แถมคุณชายซงยังปล่อยให้นางผู้นั้นแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของหออี้เฟิน "ที่แท้ยาที่นำมาประมูลก็เป็นของท่านหมอน้อยนี้เอง นิน่าถึงมีสรรพคุณเหนือใคร"นายท่านฝูถามขึ้น "แล้วท่านกับคุณชายซง..?"นายท่านโจวคิดสงสัย เพราะทั้งสองดูใกล้ชินกันเกินกว่าปกติ "นางเป็นคู่หมั้นข้าเองขอรับ"ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูจากชุดและเครื่องประดับที่ถึงแม้จะน้อย แต่กลับดูล่ำค้ามาก ปิ่นหยกม่วงชิ้นนี้เป็นของหายาก เพราะเป็นหยกที่จะเกิดที่หุบเขาลึกลับทางใต้ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่มีอากาศน้อยแล้วค่อยๆหา ไม่ใช่ว่าขึ้นไปแล้วจะเจอเลย ต้องขุดหาอีกหาอย่างยากลำลาก ซึ่งต้องเป็นคนที่มีความชำนานถึงจะสามารถขุดได้ ไม่เช่นนั้นอาจเอาชีวิตไปทิ้งบนยอดเขา เนื้อหยกจะมีความวาวใสเปร่งประกายสีม่วงในตัวโดยไม่ต้องทำอะไรมาก แถมหยกชนิดนี้ยังสามารถเป็นที่ตรวจพิษได้อีกด้วย การเจอครั้งหนึ่งก็จะได้ขนาดไม่ใหญ่ม
สตรีในงานต่างส่งเสียงฮือฮาเมื่อได้เห็นภาพที่สะใภ้เซียะนำมาถวายแด่องค์ไทเฮา แม่แต่องค์ฮองเฮายังมองด้วยความตื่นเต้น"เอามาให้เราดูใกล้ๆสิ"ไทเฮาถึงกลับขยับตัวเพื่อให้เห็นภาพตรงหน้าชัดๆด้ายไหมที่เงางามพอนำมาปักเป็นภาพอุทยานที่มีทั้งดอกไม้และผีเสื้อบินตอม ทั้งการไล่สีและวางตำแหน่งช่างน่ามองมิใช้น้อย "
มีตัวอักษรปรากฏขึ้นพร้อมเสียง'ยินดีกับโฮสที่ยืนยันตัวตน ตอนนี้โฮสได้เป็นเจ้าของกระเป๋ามิติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว'พอสิ้นเสียง ตัวอักษรก็หายไป ถุงผ้าก็กลับเป็นถุงผ้าอย่างเดิม"มันมีตัวอักษรและมีเสียงด้วยอ่ะ"หมิงหลานเอ่ยขึ้น"เสียงอะไรหรือเจ้าค่ะ?""เจ้าไม่ได้ยินหรือ!"หมิงหลานถามน้องสาวด้วยความแปลกใจ"
การที่แม่ทัพไป๋มาพักที่บ้านหลัว ทำให้หมิงหลานรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น ไป๋เยี่ยนฟางอยู่คอยช่วยคู่หมั้นเลี้ยงน้องๆ แม่ทัพหนุ่มเหมือนได้มาเติมพลัง การเล่นกับสองฝาแฝด ทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีความคิดอยากมีลูกเป็นของตนเองมากขึ้น "หลานเอ๋อ""เจ้าค่ะ""เจ้าอยากแต่งงานหรือยัง?"แม่ทัพหนุ่มถามคู่หมั้นสาวในขนาดที
ที่จวนนายอำเภอ ผู้ช่วยนายอำเภอกลับมาถึงส่งเงินให้นายอำเภอเหยียนถิงจง ที่นั่งรอฟังข่าวกับฉางป๋ายโจ เจ้าของหอประมูลฉางฉัยที่เปิดใหม่ เขาพยายามสืบจนรู้ว่าหออี้เฟิงได้ยาหายากมาจากไหน เขาให้ลูกน้องไปติดต่อขอซื้อหลายครั้งนังเด็กนั้นก็ไม่คิดตกลงขาย เขาจึงต้องลงมือสั่งสอน "ท่านหมอน้อยนั้นก็จัดการได้ไม่ยาก












評論