Se connecterฝูหนิงเอ๋อเป็นอาสาสมัครองค์กรช่วยเหลือผู้ยากไร้ต้องมาถูกลูกหลงจากเหตุผู้ก่อการร้ายวางระเบิด แต่แทนที่เธอจะตายแล้วไปเข้าแถวรอดื่มน้ำแกงเมิ่ง วิญญาณกับไปเข้าร่างเด็กน้อยที่อยู่ในช่วงหนีสงคราม
Voir plusที่ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง ชาวบ้านกำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอตรวจสุขภาพกันอย่างเนืองแน่น โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครค่อยช่วยเหลือและจัดระเบียบแกผู้ลี้ภัยที่แต่ละคนสภาพน่าเวทนา บางคนเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเนื้อตัวมอมแมม เพราะประเทศอยู่ในช่วงสงคราม จึงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ด้วยเหตุนี้จึงมีองค์กรอาสาสมัครระหว่างประเทศเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยสงคราม ฝูหมิงเอ๋อก็เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่มาช่วยเหลือ เธอเคยเป็นแพทย์หญิงฝีมือดีที่โรงพยาบาลหลายแห่งต่างต้องการตัว แต่ด้วยคนในองค์กรเกิดความแก่งแย่งชิงดีกันไปมาทำให้หญิงสาวเกิดความเบื่อหนายจึงขอย้ายมาอยู่หน่วยงานอาสาสมัคร แต่พอมาเป็นอาสาสมัครเธอต้องต่อสู้กับพวกโจรที่ค่อยดักปล้นของที่อาสาสมัครเอามาช่วยชาวบ้าน ดีว่าเธอพอมีวีชาป้องกันตัวอยู่บ้างจากสมัยเป็นนักเรียนเคยเป็นนักกีฬ่าเทควันโคแข่งขันระดับประเทศ และพอรู้ว่าต้องเจอกับอะไรเธอเลยเข้าคลอสฝึกยิงปืนจึงพอจะต่อสู้กับพวกโจรได้บ้าง หลายครั้งที่ต้องปะทะกันเธอต้องจับปืนต่อสู้กับพวกก่อการร้าย ครั้งนี้เธอถูกส่งมาประเทศSที่กำลังเกิดสงครามกับผู้ก่อการร้ายในประเทศแล้วเกิดความสูญเสียต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ทีมของเธอจึงถูกส่งมาให้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ถึงแม้จะถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายประกาศกร้าวว่าห้ามใครเข้ามายุ่ง ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย แต่ทีมเธอถือเป็นหน่วยกล้าตาย มาช่วยครั้งนี้จึงมีทั้งอาหาร ยารักษาโครต่างๆและยังมีอาวุธไว้ป้องกันตัวพร้อมในเต๊นท์อาสา เวลาทำงานก็มีเวรยามค่อยเดินตรวจตราระวังภัยรอบๆ วันนี้ก็เช่นกัน ในขนาดที่กำลังจัดระเบียบให้ชาวบ้านเข้าแถวให้เรียบร้อยเพื่อรอการรักษา ฝูหมิงเอ๋อตรวจคนไข้ที่เข้ามารักษาก่อนจะรู้สึกว่าวันนี้คนไข้น้อยกว่าเมื่อวาน จึงถามชาวบ้าน "คนไปไหนกันหมด"แต่ชาวบ้านที่ฟังอังกฤษไม่เป็นก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย แล้วคิดว่าหมอถามอาการ จึงทำท่าอธิบายอาการให้หมอรู้ ฝูหมิงเอ๋อดูก็รู้ว่าชาวบ้านไม่เข้าใจ เลยเลิกถามแล้วหันมาดูอาการแทน จนเวลาผ่านไปครึ่งวันก็ถึงเวลาพัก แต่ด้วยคนไข้ยังเยอะเธอจึงยังรักษาต่อไม่ได้หยุดพัก และได้เกิดเสียงโหวกเหวกโวยวายขึ้นด้านนอก ฝูหมิงเอ๋อที่กำลังจะจ่ายยาคนไข้ก็นึกสงสัยว่าเสียงเอะอะอะไร "ระวัง...หลบเร็ว"เสียงดังมาจากด้านนอก แต่อยู่ๆก็มีรถบรรทุกพุ่งเข้ามาในเต๊นท์ ฝูหมิงเอ๋อตกใจกระโดดหลบรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาจนตนเอง แต่ไม่ทันที่จะตั้งสติได้ก็เกิดเสียงระเบิด "ตู๊มมมมม" แล้วทุกอย่างก็สงบลง หญิงสาวรู้สึกมึนงงไปหมด เธอลืมตาก็เห็นแต่ความว่างเปล่าไม่มีอะไร พอมองดีๆก็เห็นเต๊นท์อาสาจึงเดินเข้าไปดูเผื่อจะเจอเจ้าหน้าที่อาสาคนอื่น เธอเดินมาเปิดเต๊นท์ก็เห็นภายในมีของวางไว้เต็ม ทั้งอาหาร ข้าวของที่เตรียมมาแจกจ่ายแกชาวบ้าน ของวางเป็นระเบียบ เตียงผ่าตัดพร้อมเครื่องมือต่างๆก็วางไว้พร้อมใช้งาน เธอมองไปรอบๆนอกจากตนเองก็ไม่มีใคร เธอพยายามเดินหารอบๆก็ไร้ผู้คน ลองเดินสำรวจด้านนอกก็เช่นกันไร้สิ่งมีชีวิต เธอเห็นมีอ่างหินความสูงพอประมาณจึงเดินไปดูใกล้ๆ ในอ่างหินขนาดเท่าอ่างล้างหน้ามีน้ำอยู่เต็มอ่างหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะกวักมาดื่มแล้วล้างหน้าเพื่อให้สดชื่นสมองได้โล่ง พอดื่มน้ำแล้วก็รู้สึกสมองโล่งขึ้นและเหมือนร่างกายจะสดชื่นขึ้นด้วย มันเกิดอะไรขึ้น ความจำสุดท้ายที่หญิงสาวจำได้คือรถบรรทุกพุ่งชนใส่เต๊นท์แล้วก็เกิดการระเบิด แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเหลือเธอเดียว ระหว่างที่หญิงสาวกำลังพยายามจับต้นชนปลายเรื่องราวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเรียก "หมิงเอ๋อ..ตื่นสิลูก อย่าเงียบไปแบบนี้แม่ใจไม่ดี" ใครเรียกเธอ...เสียงนี้เธอไม่คุ้น ญาติพี่น้องเธอไม่มีแล้วแม่มาจากไหน แต่อยู่ๆหญิงสาวก็เหมือนถูกดูดไปจางตรงที่ตัวเองยืนอยู่ เธอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของคนที่ไม่คุ้นเคย หน้าตาซีดเซียวแต่ละคนริมฝีปากแห้งแตก สภาพยิ่งกว่าผู้อพยพที่เธอเห็นอีก ไหนจะเสื้อผ้าที่แปลกตา "หมิงเอ๋อ..เจ้าตื่นแล้ว แม่ใจหายหมด" หมิงเอ๋อยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่อยู่ๆความทรงจำต่างๆก็ไหลเข้ามาในหัวจนหญิงสาวต้องหลับตา "สงสัยน้องยังไม่หายดีนะท่านแม่ ให้นางนอนพักอีกหน่อยแล้วกัน เช่นไรเราก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว"เสียงอีกเสียงพูดขึ้น แล้วทุกอย่างก็เงียบลง หญิงสาวค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราว ร่างนี้มีชื่อว่าหลัวหมิงเอ๋อที่มีชื่อเดียวกับเธอ เป็นบุตรสาวคนที่สามของบ้านหลัวที่มีบิดาชื่อหลัวหวังเหว่ยอายุ32เป็นอดีตทหารที่ไปรบแล้วบาดเจ็บกลับมา ทุกวันนี้เวลาเดินจะเดินกะเผลกเพราะขาที่เคยหักและผิดรูป มีภรรยาชื่อว่าหลัวจางลี่อายุ31แล้วมีบุตสาวสามคนบุตรชายคนสุดท้องอีกหนึ่งคน คนโตชื่อหลัวหนิงเหม่ยอายุ12หนาว คนรองชื่อหลัวหมิงหลานอายุ10หนาวแล้วนางคือหญิงสาวเองมีนามว่าหลัวหมิงเอ๋ออายุ7หนาว และน้องคนสุดท้องหลัวหลีซานอายุยังไม่ถึงเดือน ตอนนี้ครอบครัวกำลังอพยพหนีภัยสงครามจากหมู่บ้านฝูเหยาเมืองเจอเจียง และระหว่างทางก็เกิดการปล้นชิง ครอบครัวของนางจึงวิ่งหนีมาแอบซ้อนตัวอยู่ในโพรงที่ติดหน้าผา แต่ในขนาดที่ทุกคนกำลังหลบซ้อนตัวหมิงเอ๋อกลับถูกตะขาบกัดแล้วเกิดิาการแพ้อย่างรุนแรงจนสิ้นใจ แล้วหมิงเอ๋อในอีกภพก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน เมื่อเรียบเรียงเรื่องราวได้แล้วหมิงเอ๋อก็ลืมตาแล้วมองรอบๆ เด็กหญิงเห็นบิดาของร่างนี้นั้งค่อยระวังภัยที่ปากโพลงส่วนมารดาที่อุ้มน้องชายคนเล็กและพี่สาวทั้งสองของร่างนี้ก็คอยหลบอยู่เงียบๆ เด็กหญิงมองการแต่งตัวของทุกคน สภาพเสื้อผ้ามอมแมม แต่นางจำได้ว่ามารดาเย็บช่องเล็กๆแล้วนำตั๋วเงินที่เป็นค่าชดเชยที่บิดาบาดเจ็บและเงินในครอบครัวทั้งหมด แต่ก็เป็นตั๋วเงินใบละห้าสิบตำลึงแปดใบ มารดาเอาตั๋วเงินเย็นติดกับชุดแล้วนำเหรียญอีแปะเย็บเป็นช่องเล็กๆแล้วนำเหรียญใส่ช่องเล็กๆรอบเอวทุกคนเพื่อไม่ให้เกิดเสียง นางบอกวิธีนี้เป็นการเก็บเงินได้ปลอดภัย ตอนที่หนีนั้นมีชาวบ้านรวม10ครัวเรือน แต่ตอนนี้แตกกระจายหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้เพราะต่างก็หนีเอาชีวิตรอด ในขนาดที่หมิงเอ๋อกำลังมองทุกคน แต่อยู่ๆก็เกิดเสียงจากภายนอก "หาให้ทั่ว ข้าเห็นมีคนวิ่งมาทางนี้ มีผู้หญิงกับเด็ก ข้าอยากกินเนื้อเด็กย่าง พวกเจ้าหาให้เจอ" เสียงข้างนอกใกล้เข้ามา พ่อหลัวถอยหลังเอาตัวบังทุกคนไว้ ส่วนคนที่เหลือก็กอดกันเหมือนปกปัองซึ่งกันและกัน ทารกน้อยที่หลัวจ่างลี่ใช้ผ้าผูกไว้กับอกก็เหมือนจะรับรู้ถึงอันตราย จึงส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว หมิงเอ๋อคิด ที่นี้มันไม่ปลอดภัย นางอยากมีที่ๆปลอดภัยมากกว่านี้ แต่ที่ไหนละ นางคิดไปคิดมาอยู่ๆนางก็หายเข้าไปในเต๊นท์ขององค์กร แล้วที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือนางพาทุกคนเข้ามาด้วย เพราะมารดากอดน้องชายและนางพร้อมทุกคนทำให้ตอนนางหายตัวจึงพาทุกคนเข้ามาด้วย "เมื่อกี่ข้ามั่นใจว่าได้ยินเสียงเด็กร้อง แล้วทำไมถึงไม่มี พวกเจ้าลองค้นให้ทั่ว ข้าไม่เชื่อว่าจะหาพวกมันไม่เจอ"กลุ่มโจรที่ได้ยินเสียงทารกร้องก็มั่นใจว่ามาถูกทาง แต่พอมาถึงโพรงกลับไม่เจอใคร เป็นไปได้เช่นไรกัน ส่วนครอบครัวหลัวกำลังยืนงงว่าพวกตนมาอยู่ที่ไหนกัน "ที่นี้ที่ไหนกัน"หลัวหมิงหลานตกใจที่อยู่ๆภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไป เด็กหญิงมองแล้วเลยคิดว่าไหนๆก็ตามเข้ามาแหละคงต้องบอก แต่จะบอกยังไงละ นางเคยอ่านพวกนิยายออนไลน์จำพวกทะลุมิติ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ "ที่นี้เป็นมิติของข้าเองเจ้าคะ"เมื่อเด็กหญิงตอบทุกคนก็หันมามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "หมิงเอ๋อ เจ้ามีมิติได้ไง" หลัวหนิงเหม่ยพี่สาวคนโตถามด้วยความแปลกใจ "ใช้..ลูกมีเจ้ามิตินี้ได้เช่นไรกัน"หลัวจางลี่ที่กำลังปลอบบุตรชายคนเล็กที่ร้องไห้งอแงไม่หยุดก็หันมาถามบุตรสาว นางเลี้ยงลูกทุกคนมาทำไมจะไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นเช่นไร ถ้าบุตรสาวนางมีมิตินางต้องรู้ "แบบว่า..เมื่อครู่ที่ลูกเงียบไปเพราะถูกตะขาบกัดใช้มั้ยเจ้าคะ ระหว่างที่ลูกสลบไป ก็ได้มีท่านเทพหนวดขาว มาช่วยเหลือแล้วพาลูกมาที่แห่งนี้เจ้าคะ ท่านเทพบอกว่าให้ที่นี้เป็นที่หลบภัยสำหรับครอบครัวของเรา ในนี้มีทั้งอาหาร และของใช้เจ้าคะ " "เช่นนั้นหรือ"พ่อหลัวฟังที่บุตรสาวคนเล็กพูดก็พยักหน้า ก่อนจะเห็นมีอ่างน้ำจึงบอกภรรยาและลูกๆ "ตรงนั้นมีอ่างด้วย เดี๋ยวพ่อไปดูว่ามีน้ำให้เราพอดื่มดับกระหายได้หรือไม่"พอเดินไปดูเห็นมีน้ำก็เรียกทุกคนไปดื่ม เพราะวิ่งหนีไม่ได้หยุด ต่างรู้สึกกระหายน้ำกัน พอทุกคนดื่มแล้วต่างก็รู้สึกสดชื่นไม่มีความอ่อนเพลียให้เห็น "น้ำนี้แปลงเสียจริง ดื่มแล้วรู้สึกว่าความเหนื่อยล่าหายไป แถมยังสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก พ่อรู้สึกเย็นว้าบขาข้างที่หัก" "จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ"หลัวหนิงเหม่ยถามบิดา เพราะนางก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ส่วนแม่หลัวจากที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเพราะเพิ่งคลอดบุตรไม่นานก็ต้องรีบหนีทำให้สุขภาพนางมิสู้แข็งแรง "ท่านแม่ ตรงโน้นมีเหมือนเป็นลำธารเจ้าคะ เราอาจไปล้างเนื้อล้างตัวกันได้"หลัวหมิงหลานมองรอบๆก็เห็นมีลำธารจึงร้องบอกทุกคน ทุกคนจึงเดินไปล้างเนื้อล้างตัว หลัวจางลี่เห็นบุตรชายมอมแมมจึงจับบุตรชายเช็ดตัวหมิงเอ๋อเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปที่เต๊นท์เพื่อหาครีมอาบน้ำแล้วแชมพูสระผมเอามาให้ทุกคน สภาพแต่ละคนต้องบอกว่าเกินคำว่ามอมแมมได้เลย "อะไรหรือหมิงเอ๋อ?"หมิงหลานถามน้องสาว "สิ่งนี้จะช่วยชำระร่างกายให้สะอาดเจ้าคะ ใช้แบบนี้นะเจ้าคะ"แล้วเด็กสาวก็บอกวิธีการใช้ให้ทุกคน หลัวหวังเหว่ยจึงให้ภรรยาและบุตรสาวอาบก่อนส่วนตัวเองหลบไปในเต๊นท์เพื่อให้บุตรสาวไม่เขินอาย เมื่อทุกคนอาบน้ำสระผมเสร็จก็เดินกลับไปที่เต๊นท์เพื่อให้บิดาไปอาบต่อ หมิงเอ๋อนำถุงนอนมาให้ทุกคน ถุงนอนรุ่นนี้เป็นแบบนอนในอากาศหนาวถึง-4องศาได้แม่ทัพเซียะมาถึงในเวลาใกล้เคียง แม่ทัพหนุ่มมาพร้อมนายทหารคนสนิท "มาแย้วจ้า"หนูน้อยทักทายแม่ทัพหนุ่มแม่ทัพเซียะอดไม่ไหวต้องเข้าไปอุ้มหนูน้อยมานั่งตักพร้อมส่งน้ำตาลปั้นให้หนูน้อยด้วยความเอ็นดู เพราะคิดถึงบุตรสาวตัวน้อยที่อยู่ในเมืองหลวงหมี่ฮวาเมื่อได้น้ำตาลปั้นก็ดีใจ"กินข้าวก่อนนะลูก ค่อยกินน้ำตาลปั้น "พรานมัวพูดกับบุตรสาว หนูน้อยฟังคำบิดา ยื่นน้ำตาลปั้นให้พี่เลี้ยงก่อนจะหันไปบอกกับพี่ชายตัวใหญ่"หมี่กินไข้จุ๋นได้มั้ยเจ้ากะ""ได้สิ หมีหมี่อยากกินอะไร พี่ชายคนนี้จะสั่งให้เจ้ากิน ดีหรือไม่""ดีเจ้ากะ"หนูน้อยพยักหน้าเป็นไก่จิก "เห็นแล้วคิดถึงอวิ๋นเอ๋อ สงสัยข้าต้องหาเวลากลับไปอุ้มนางบ้างเสียแล้วขอรับ"แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างอารมณ์ดี"มีลูกสาวก็ดีไปอีกแบบนะ นางช่างออดอ้อน "พรานมัวผู้รักบุตรสาวย่อมอารมณ์ดีเมื่อมีคนชมบุตรสาวตัวน้อยเสี่ยวเอ้อเข้ามารับรายการอาหาร แม่ทัพเซียะสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ เพราะสั่งเผื่อคนติดตามด้วย ผ่านไปไม่นานเสี่ยวเอ้อก็ยกอาหารเข้ามาพร้อมเม๋าจุยชวนที่เดินเข้ามาด้วยการแต่งตัวเปิดเผยเนื้อหนังและกิริยาเย้ายวน นางจงใจเดินเข้าไปใกล้มัวจือผิง พร้อมส่งสายตาหวานให้พ่อค้าหนุ่
เมื่อสาวใช้ตรวจอาการแล้วจึงสั่งจ่ายยารักษาให้ผู้ช่วยนายอำเภอและผู้ช่วยนายท่านฉางคนละชุด "ยาต้มกิน3เวลาหลังอาหารพร้อมยาทาตุ่มหนอง ไม่เกิน7วันอาการจะดีขึ้น รักษาเสร็จแล้วเจ้าค่ะเชิญพวกท่านกลับได้"ชูเฉียวพูดจบก็เตรียมจะเดินกลับเข้าบ้านหลัว คุณหนูรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องทนไม่ไหวแล้วมาหานาง นางจึงให้สาวใช้เป็นคนรับมือแทน นางขี้เกียจจะเสวนาด้วย"เดี๋ยว..ทำไมเจ้าถึงเป็นคนรักษา ไม่ใช่ท่านหมอน้อย!"ผู้ช่วยนายอำเภอถามออกมาอย่างไม่พอใจ"ท่านหมอน้อยกำลังไปทำคลอดให้คนไข้ ข้าน้อยจึงเป็นคนมารักษาให้เจ้าค่ะ แต่ถ้าพวกท่านจะรอท่านหมอน้อยให้รักษาก็ได้นะเจ้าค่ะ แต่ไม่รู้ว่าท่านหมอน้อยจะกลับมาตอนไหนเจ้าค่ะ"ชูเฉียวตอบนิ่งๆไม่แสดงสีหน้าอะไรที่สุดนายอำเภอก็ทนไม่ไหวจึงต้องยอมรับยาที่ผู้ช่วยของท่านหมอน้อย ก่อนจะให้ลูกน้องรีบพากลับจวนเพื่อจะให้ลูกน้องไปต้มยาให้กินเรื่องที่หมิงเอ๋อไปทำคลอดนั้นคือเรื่องจริง เพราะอินฮวาเจ็บท้องคลอด นางจึงไปทำคลอดให้อาสะใภ้ท้องสองอินฮวาคลอดง่ายกว่าคนแรก เวลาผ่านไปแค่หนึ่งชัวยามนางก็คลอดบุตรสาวคนที่สองออกมาอย่างปลอดภัย พรานมัวที่อุ้มบุตรสาวรออยู่นอกห้องก็ดีใจที่ภรรยาคลอดอย่างปลอด
ผ่านไปครึ่งวัน เจ้าหมาจิ้งจองก็กลับมาพร้อมหมาป่าตัวใหญ่2ตัวตัวเล็กอีก3ตัวหมิงเอ๋อเมื่อเห็นหมาป่าตัวใหญ่ก็นึกถูกใจ"เจ้าเก่งมาก ม่ะ ข้าให้รางวัล"เด็กสาวให้น้ำในมิติแกเจ้าจิ้งจอกสาวสีขาวลายน้ำตาลตรงหางที่ตอนนี้โตเต็มวัย ฝูงหมาป่าที่ตามเจ้าจิ้งจอกก็ได้กลิ่นหอมก็เดินเข้ามาใกล้ทำจมูกดมไปมาซงซุยฮวนมองการกระทำของฝูงหมาป่าอย่างเงียบๆชายหนุ่มสงสัยเรื่องยาชนิดนี้ของเด็กสาวมานานแล้ว ยาแบบใดกันที่สามารถทำให้สัตว์ดุร้ายเชื่องได้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยคิดที่จะถาม เรื่องนี้ทำให้หมิงเอ๋อพอใจเป็นอย่างมาก เพราะชายหนุ่มไม่คิดเซ้าซี้ถามเรื่องที่นางไม่อยากตอบเด็กสาวหยิบชามออกมาแล้วเทน้ำในมิติให้ฝูงหมาป่า พวกมันมองมนุษย์ทั้ง2อย่างไม่ไว้ใจ แต่พอเด็กสาวยื่นชามน้ำให้พวกมันพร้อมแฮมกระป๋องที่เปิดวางไว้ข้างๆกัน ลูกหมาป่าเมื่อได้กลิ่นหอมๆของแฮมกระป๋องก็เดินเข้ามากิน ส่วนหมาป่าตัวใหญ่ก็กินน้ำในชามเมื่อฝูงหมาป่าได้กินน้ำที่เด็กสาวให้ผ่านไปเพียงครู่หมาป่าทั้ง5ตัวก็กระดิกหางในเด็กสาว "ไหนๆก็เข้ามาในป่าลึกแล้ว ข้ามองหาสมุนไพรด้วยดีกว่า เสี่ยวเฟิงหาสมุนไพรให้ข้าที"เด็กสาวพูดจบก็เดินมองรอบ เจ้าเสี่ยวเฟิงก็ทำจมูกฟุดฟ
ที่จวนนายอำเภอ ผู้ช่วยนายอำเภอกลับมาถึงส่งเงินให้นายอำเภอเหยียนถิงจง ที่นั่งรอฟังข่าวกับฉางป๋ายโจ เจ้าของหอประมูลฉางฉัยที่เปิดใหม่ เขาพยายามสืบจนรู้ว่าหออี้เฟิงได้ยาหายากมาจากไหน เขาให้ลูกน้องไปติดต่อขอซื้อหลายครั้งนังเด็กนั้นก็ไม่คิดตกลงขาย เขาจึงต้องลงมือสั่งสอน "ท่านหมอน้อยนั้นก็จัดการได้ไม่ยากเท่าไร "นายอำเภอพูดแล้วก็แบ่งเงินหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงให้อีกฝ่ายตามความเคยชิน นายท่านฉางถือเป็นผู้ที่ส่งเสริมนายอำเภอเหยียนเพราะเป็นญาติกันเพื่อแลกกับการที่นายอำเภออำนวยความสะดวกเรื่องต่างๆให้อีกฝ่าย ทั้งเรื่องที่จับคนหน้าตาสวยๆไปประมูลที่หอประมูล ตอนแรกนายอำเภอเหยียนจะได้ตำแหน่งที่กุ้ยหลินตามที่ได้ติดสินบนไว้ แต่เพราะนายอำเภอคนเก่ายังมิยอมเกษียณ เขาจึงถูกส่งมาที่เจอเจียงเพราะนายอำเภอที่นี้เกิดป่วยและเสียชีวิตลง นายท่านฉางคิดว่าถ้าหอประมูลย้ายมาที่เจอเจียงอาจจะทำอะไรสะดวกกว่าเพราะมีนายอำเภอเป็นคนของตน แต่ก็ติดที่เมืองใกล้เคียงมีหอประมูลอยู่แล้ว และเป็นหอประมูลที่ล้มยากเสียด้วย เพราะหลายครั้งที่เขาให้คนไปก่อเรื่องที่นั้น แต่ทุกครั้งก็ถูกคนของหออี้เฟิงจัดการกลับมา "ดูนางก็จัดการไม่ยากเท่าไ


















commentaires