Mag-log inฝูหนิงเอ๋อเป็นอาสาสมัครองค์กรช่วยเหลือผู้ยากไร้ต้องมาถูกลูกหลงจากเหตุผู้ก่อการร้ายวางระเบิด แต่แทนที่เธอจะตายแล้วไปเข้าแถวรอดื่มน้ำแกงเมิ่ง วิญญาณกับไปเข้าร่างเด็กน้อยที่อยู่ในช่วงหนีสงคราม
view moreที่ศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง ชาวบ้านกำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอตรวจสุขภาพกันอย่างเนืองแน่น โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครค่อยช่วยเหลือและจัดระเบียบแกผู้ลี้ภัยที่แต่ละคนสภาพน่าเวทนา บางคนเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเนื้อตัวมอมแมม เพราะประเทศอยู่ในช่วงสงคราม จึงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
ด้วยเหตุนี้จึงมีองค์กรอาสาสมัครระหว่างประเทศเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจากภัยสงคราม ฝูหมิงเอ๋อก็เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่มาช่วยเหลือ เธอเคยเป็นแพทย์หญิงฝีมือดีที่โรงพยาบาลหลายแห่งต่างต้องการตัว แต่ด้วยคนในองค์กรเกิดความแก่งแย่งชิงดีกันไปมาทำให้หญิงสาวเกิดความเบื่อหนายจึงขอย้ายมาอยู่หน่วยงานอาสาสมัคร แต่พอมาเป็นอาสาสมัครเธอต้องต่อสู้กับพวกโจรที่ค่อยดักปล้นของที่อาสาสมัครเอามาช่วยชาวบ้าน ดีว่าเธอพอมีวีชาป้องกันตัวอยู่บ้างจากสมัยเป็นนักเรียนเคยเป็นนักกีฬ่าเทควันโคแข่งขันระดับประเทศ และพอรู้ว่าต้องเจอกับอะไรเธอเลยเข้าคลอสฝึกยิงปืนจึงพอจะต่อสู้กับพวกโจรได้บ้าง หลายครั้งที่ต้องปะทะกันเธอต้องจับปืนต่อสู้กับพวกก่อการร้าย ครั้งนี้เธอถูกส่งมาประเทศSที่กำลังเกิดสงครามกับผู้ก่อการร้ายในประเทศแล้วเกิดความสูญเสียต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ทีมของเธอจึงถูกส่งมาให้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ถึงแม้จะถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายประกาศกร้าวว่าห้ามใครเข้ามายุ่ง ไม่เช่นนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย แต่ทีมเธอถือเป็นหน่วยกล้าตาย มาช่วยครั้งนี้จึงมีทั้งอาหาร ยารักษาโครต่างๆและยังมีอาวุธไว้ป้องกันตัวพร้อมในเต๊นท์อาสา เวลาทำงานก็มีเวรยามค่อยเดินตรวจตราระวังภัยรอบๆ วันนี้ก็เช่นกัน ในขนาดที่กำลังจัดระเบียบให้ชาวบ้านเข้าแถวให้เรียบร้อยเพื่อรอการรักษา ฝูหมิงเอ๋อตรวจคนไข้ที่เข้ามารักษาก่อนจะรู้สึกว่าวันนี้คนไข้น้อยกว่าเมื่อวาน จึงถามชาวบ้าน "คนไปไหนกันหมด"แต่ชาวบ้านที่ฟังอังกฤษไม่เป็นก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย แล้วคิดว่าหมอถามอาการ จึงทำท่าอธิบายอาการให้หมอรู้ ฝูหมิงเอ๋อดูก็รู้ว่าชาวบ้านไม่เข้าใจ เลยเลิกถามแล้วหันมาดูอาการแทน จนเวลาผ่านไปครึ่งวันก็ถึงเวลาพัก แต่ด้วยคนไข้ยังเยอะเธอจึงยังรักษาต่อไม่ได้หยุดพัก และได้เกิดเสียงโหวกเหวกโวยวายขึ้นด้านนอก ฝูหมิงเอ๋อที่กำลังจะจ่ายยาคนไข้ก็นึกสงสัยว่าเสียงเอะอะอะไร "ระวัง...หลบเร็ว"เสียงดังมาจากด้านนอก แต่อยู่ๆก็มีรถบรรทุกพุ่งเข้ามาในเต๊นท์ ฝูหมิงเอ๋อตกใจกระโดดหลบรถบรรทุกที่พุ่งเข้ามาจนตนเอง แต่ไม่ทันที่จะตั้งสติได้ก็เกิดเสียงระเบิด "ตู๊มมมมม" แล้วทุกอย่างก็สงบลง หญิงสาวรู้สึกมึนงงไปหมด เธอลืมตาก็เห็นแต่ความว่างเปล่าไม่มีอะไร พอมองดีๆก็เห็นเต๊นท์อาสาจึงเดินเข้าไปดูเผื่อจะเจอเจ้าหน้าที่อาสาคนอื่น เธอเดินมาเปิดเต๊นท์ก็เห็นภายในมีของวางไว้เต็ม ทั้งอาหาร ข้าวของที่เตรียมมาแจกจ่ายแกชาวบ้าน ของวางเป็นระเบียบ เตียงผ่าตัดพร้อมเครื่องมือต่างๆก็วางไว้พร้อมใช้งาน เธอมองไปรอบๆนอกจากตนเองก็ไม่มีใคร เธอพยายามเดินหารอบๆก็ไร้ผู้คน ลองเดินสำรวจด้านนอกก็เช่นกันไร้สิ่งมีชีวิต เธอเห็นมีอ่างหินความสูงพอประมาณจึงเดินไปดูใกล้ๆ ในอ่างหินขนาดเท่าอ่างล้างหน้ามีน้ำอยู่เต็มอ่างหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะกวักมาดื่มแล้วล้างหน้าเพื่อให้สดชื่นสมองได้โล่ง พอดื่มน้ำแล้วก็รู้สึกสมองโล่งขึ้นและเหมือนร่างกายจะสดชื่นขึ้นด้วย มันเกิดอะไรขึ้น ความจำสุดท้ายที่หญิงสาวจำได้คือรถบรรทุกพุ่งชนใส่เต๊นท์แล้วก็เกิดการระเบิด แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเหลือเธอเดียว ระหว่างที่หญิงสาวกำลังพยายามจับต้นชนปลายเรื่องราวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเรียก "หมิงเอ๋อ..ตื่นสิลูก อย่าเงียบไปแบบนี้แม่ใจไม่ดี" ใครเรียกเธอ...เสียงนี้เธอไม่คุ้น ญาติพี่น้องเธอไม่มีแล้วแม่มาจากไหน แต่อยู่ๆหญิงสาวก็เหมือนถูกดูดไปจางตรงที่ตัวเองยืนอยู่ เธอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าของคนที่ไม่คุ้นเคย หน้าตาซีดเซียวแต่ละคนริมฝีปากแห้งแตก สภาพยิ่งกว่าผู้อพยพที่เธอเห็นอีก ไหนจะเสื้อผ้าที่แปลกตา "หมิงเอ๋อ..เจ้าตื่นแล้ว แม่ใจหายหมด" หมิงเอ๋อยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่อยู่ๆความทรงจำต่างๆก็ไหลเข้ามาในหัวจนหญิงสาวต้องหลับตา "สงสัยน้องยังไม่หายดีนะท่านแม่ ให้นางนอนพักอีกหน่อยแล้วกัน เช่นไรเราก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว"เสียงอีกเสียงพูดขึ้น แล้วทุกอย่างก็เงียบลง หญิงสาวค่อยๆเรียบเรียงเรื่องราว ร่างนี้มีชื่อว่าหลัวหมิงเอ๋อที่มีชื่อเดียวกับเธอ เป็นบุตรสาวคนที่สามของบ้านหลัวที่มีบิดาชื่อหลัวหวังเหว่ยอายุ32เป็นอดีตทหารที่ไปรบแล้วบาดเจ็บกลับมา ทุกวันนี้เวลาเดินจะเดินกะเผลกเพราะขาที่เคยหักและผิดรูป มีภรรยาชื่อว่าหลัวจางลี่อายุ31แล้วมีบุตสาวสามคนบุตรชายคนสุดท้องอีกหนึ่งคน คนโตชื่อหลัวหนิงเหม่ยอายุ12หนาว คนรองชื่อหลัวหมิงหลานอายุ10หนาวแล้วนางคือหญิงสาวเองมีนามว่าหลัวหมิงเอ๋ออายุ7หนาว และน้องคนสุดท้องหลัวหลีซานอายุยังไม่ถึงเดือน ตอนนี้ครอบครัวกำลังอพยพหนีภัยสงครามจากหมู่บ้านฝูเหยาเมืองเจอเจียง และระหว่างทางก็เกิดการปล้นชิง ครอบครัวของนางจึงวิ่งหนีมาแอบซ้อนตัวอยู่ในโพรงที่ติดหน้าผา แต่ในขนาดที่ทุกคนกำลังหลบซ้อนตัวหมิงเอ๋อกลับถูกตะขาบกัดแล้วเกิดิาการแพ้อย่างรุนแรงจนสิ้นใจ แล้วหมิงเอ๋อในอีกภพก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน เมื่อเรียบเรียงเรื่องราวได้แล้วหมิงเอ๋อก็ลืมตาแล้วมองรอบๆ เด็กหญิงเห็นบิดาของร่างนี้นั้งค่อยระวังภัยที่ปากโพลงส่วนมารดาที่อุ้มน้องชายคนเล็กและพี่สาวทั้งสองของร่างนี้ก็คอยหลบอยู่เงียบๆ เด็กหญิงมองการแต่งตัวของทุกคน สภาพเสื้อผ้ามอมแมม แต่นางจำได้ว่ามารดาเย็บช่องเล็กๆแล้วนำตั๋วเงินที่เป็นค่าชดเชยที่บิดาบาดเจ็บและเงินในครอบครัวทั้งหมด แต่ก็เป็นตั๋วเงินใบละห้าสิบตำลึงแปดใบ มารดาเอาตั๋วเงินเย็นติดกับชุดแล้วนำเหรียญอีแปะเย็บเป็นช่องเล็กๆแล้วนำเหรียญใส่ช่องเล็กๆรอบเอวทุกคนเพื่อไม่ให้เกิดเสียง นางบอกวิธีนี้เป็นการเก็บเงินได้ปลอดภัย ตอนที่หนีนั้นมีชาวบ้านรวม10ครัวเรือน แต่ตอนนี้แตกกระจายหายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้เพราะต่างก็หนีเอาชีวิตรอด ในขนาดที่หมิงเอ๋อกำลังมองทุกคน แต่อยู่ๆก็เกิดเสียงจากภายนอก "หาให้ทั่ว ข้าเห็นมีคนวิ่งมาทางนี้ มีผู้หญิงกับเด็ก ข้าอยากกินเนื้อเด็กย่าง พวกเจ้าหาให้เจอ" เสียงข้างนอกใกล้เข้ามา พ่อหลัวถอยหลังเอาตัวบังทุกคนไว้ ส่วนคนที่เหลือก็กอดกันเหมือนปกปัองซึ่งกันและกัน ทารกน้อยที่หลัวจ่างลี่ใช้ผ้าผูกไว้กับอกก็เหมือนจะรับรู้ถึงอันตราย จึงส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว หมิงเอ๋อคิด ที่นี้มันไม่ปลอดภัย นางอยากมีที่ๆปลอดภัยมากกว่านี้ แต่ที่ไหนละ นางคิดไปคิดมาอยู่ๆนางก็หายเข้าไปในเต๊นท์ขององค์กร แล้วที่เหลือเชื่อกว่านั้นคือนางพาทุกคนเข้ามาด้วย เพราะมารดากอดน้องชายและนางพร้อมทุกคนทำให้ตอนนางหายตัวจึงพาทุกคนเข้ามาด้วย "เมื่อกี่ข้ามั่นใจว่าได้ยินเสียงเด็กร้อง แล้วทำไมถึงไม่มี พวกเจ้าลองค้นให้ทั่ว ข้าไม่เชื่อว่าจะหาพวกมันไม่เจอ"กลุ่มโจรที่ได้ยินเสียงทารกร้องก็มั่นใจว่ามาถูกทาง แต่พอมาถึงโพรงกลับไม่เจอใคร เป็นไปได้เช่นไรกัน ส่วนครอบครัวหลัวกำลังยืนงงว่าพวกตนมาอยู่ที่ไหนกัน "ที่นี้ที่ไหนกัน"หลัวหมิงหลานตกใจที่อยู่ๆภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไป เด็กหญิงมองแล้วเลยคิดว่าไหนๆก็ตามเข้ามาแหละคงต้องบอก แต่จะบอกยังไงละ นางเคยอ่านพวกนิยายออนไลน์จำพวกทะลุมิติ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ "ที่นี้เป็นมิติของข้าเองเจ้าคะ"เมื่อเด็กหญิงตอบทุกคนก็หันมามองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "หมิงเอ๋อ เจ้ามีมิติได้ไง" หลัวหนิงเหม่ยพี่สาวคนโตถามด้วยความแปลกใจ "ใช้..ลูกมีเจ้ามิตินี้ได้เช่นไรกัน"หลัวจางลี่ที่กำลังปลอบบุตรชายคนเล็กที่ร้องไห้งอแงไม่หยุดก็หันมาถามบุตรสาว นางเลี้ยงลูกทุกคนมาทำไมจะไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นเช่นไร ถ้าบุตรสาวนางมีมิตินางต้องรู้ "แบบว่า..เมื่อครู่ที่ลูกเงียบไปเพราะถูกตะขาบกัดใช้มั้ยเจ้าคะ ระหว่างที่ลูกสลบไป ก็ได้มีท่านเทพหนวดขาว มาช่วยเหลือแล้วพาลูกมาที่แห่งนี้เจ้าคะ ท่านเทพบอกว่าให้ที่นี้เป็นที่หลบภัยสำหรับครอบครัวของเรา ในนี้มีทั้งอาหาร และของใช้เจ้าคะ " "เช่นนั้นหรือ"พ่อหลัวฟังที่บุตรสาวคนเล็กพูดก็พยักหน้า ก่อนจะเห็นมีอ่างน้ำจึงบอกภรรยาและลูกๆ "ตรงนั้นมีอ่างด้วย เดี๋ยวพ่อไปดูว่ามีน้ำให้เราพอดื่มดับกระหายได้หรือไม่"พอเดินไปดูเห็นมีน้ำก็เรียกทุกคนไปดื่ม เพราะวิ่งหนีไม่ได้หยุด ต่างรู้สึกกระหายน้ำกัน พอทุกคนดื่มแล้วต่างก็รู้สึกสดชื่นไม่มีความอ่อนเพลียให้เห็น "น้ำนี้แปลงเสียจริง ดื่มแล้วรู้สึกว่าความเหนื่อยล่าหายไป แถมยังสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก พ่อรู้สึกเย็นว้าบขาข้างที่หัก" "จริงหรือเจ้าคะท่านพ่อ"หลัวหนิงเหม่ยถามบิดา เพราะนางก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ส่วนแม่หลัวจากที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเพราะเพิ่งคลอดบุตรไม่นานก็ต้องรีบหนีทำให้สุขภาพนางมิสู้แข็งแรง "ท่านแม่ ตรงโน้นมีเหมือนเป็นลำธารเจ้าคะ เราอาจไปล้างเนื้อล้างตัวกันได้"หลัวหมิงหลานมองรอบๆก็เห็นมีลำธารจึงร้องบอกทุกคน ทุกคนจึงเดินไปล้างเนื้อล้างตัว หลัวจางลี่เห็นบุตรชายมอมแมมจึงจับบุตรชายเช็ดตัวหมิงเอ๋อเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปที่เต๊นท์เพื่อหาครีมอาบน้ำแล้วแชมพูสระผมเอามาให้ทุกคน สภาพแต่ละคนต้องบอกว่าเกินคำว่ามอมแมมได้เลย "อะไรหรือหมิงเอ๋อ?"หมิงหลานถามน้องสาว "สิ่งนี้จะช่วยชำระร่างกายให้สะอาดเจ้าคะ ใช้แบบนี้นะเจ้าคะ"แล้วเด็กสาวก็บอกวิธีการใช้ให้ทุกคน หลัวหวังเหว่ยจึงให้ภรรยาและบุตรสาวอาบก่อนส่วนตัวเองหลบไปในเต๊นท์เพื่อให้บุตรสาวไม่เขินอาย เมื่อทุกคนอาบน้ำสระผมเสร็จก็เดินกลับไปที่เต๊นท์เพื่อให้บิดาไปอาบต่อ หมิงเอ๋อนำถุงนอนมาให้ทุกคน ถุงนอนรุ่นนี้เป็นแบบนอนในอากาศหนาวถึง-4องศาได้ไป๋ฮูหยินกับบุตรสาวคนเล็กมาถึงชายแดนในอีก20วันข้างหน้าไป๋ยี้หลิงเดินออกมาจากรถม้าพร้อมมองพี่สะใภ้ที่อายุอ่อนกว่าตนปีหนึ่ง "พี่สะใภ้..ไม่เจอกันไม่กี่ปี ข้ารู้สึกว่าท่านงามขึ้นหรือไม่นะ"นางจำได้ว่าเคยเห็นพี่สะใภ้เมื่อตอนที่นางไปช่วยตั้งโรงทาน ตอนนั้นนางยังเป็นแค่ดรุณีน้อยอยู่เลย ดูตอนนี้สิ เป็นฮูหยินไป๋แถมกำลังจะมีหลานมาให้สกุลไป๋อีกด้วย"น้องสามีก็งามขึ้นมากเช่นกันเจ้าค่ะ""ต้องแบบนี้สิเจ้าค่ะพี่สะใภ้ อิอิ""คารวะท่านแม่สามีเจ้าค่ะ"หมิงหลานเห็นแม่สามีเดินลงมาจากรถม้าก็ย่อตัวคารวะ"ไม่ต้องๆ..เจ้ากำลังท้อง เร็ว..ช่วยประคองฮูหยินให้ลุกขึ้น"ไป๋ฮูหยินรีบเอ่ยให้สาวใช้ช่วยประคองลูกสะใภ้ ไป๋ยี้หลิงรีบเข้าช่วยอีกคน "เชิญท่านทั้งสองเข้ามาด้านในก่อนเจ้าค่ะ ด้านนอกลมหนาวแรงมากเจ้าค่ะ"หมิงหลานเดินอุ้ยอ้ายเคียงข้างแม่สามีเข้าไปในจวนพ่อแม่หลัวพร้อมลูกๆเมื่อเห็นบ้านดองเดินเข้ามาในเรือนรับรองก็ลุกขึ้น คารวะ"คารวะฮูหยินไป๋ขอรับ..เจ้าค่ะ""พวกท่านก็มาหาหลานเอ๋อหรือ?""เจ้าค่ะ..เห็นนางบ่นว่าอยากกินอาหารท้องถิ่นของเจอเจียง พวกเราเลยถือโอกาสมาอยู่เป็นเพื่อนนางช่วงใกล้คลอดเจ้าค่ะ""ดีๆ..ดูสิ ท้องใหญ่มาก
หลังจากเกิดเรื่องเผาค้ายฝ่ายทหารคองโก สถานการณ์ชายแดนก็กลับมาสงบเหมือนเดิม ไม่มีการส่งสารชี้แจงใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนม้าที่ต้อนมาจากคองโก พ่อหลัวกับมัวจือผิงเอาไปคนละตัว ส่วนซงซุยฮวนนั้นมีม้ารู้ใจอยู่แล้วจึงไม่คิดอยากได้ หมิงเอ๋อที่เห่อเจ้าม้าตัวใหม่แบบสุดๆก็ตัดหญ้าในมิติมาให้มันกินแถมเผื่อแผ่ไปถึงเจ้าม้าของตัวของบิดาและท่านอาเมื่อจบเรื่อง พ่อหลัวก็คิดเดินทางกลับเจอเจียงไปรับภรรยามาเยี่ยมบุตรสาวที่ชายแดน "เดี๋ยวพ่อคงต้องกลับแล้วละ..เพราะต้องไปรับแม่กับน้องๆของเจ้ามาที่นี้""เจ้าค่ะ..ลูกคิดถึงท่านแม่กับน้องๆมากเลยเจ้าค่ะ"หมิงหลานเอ่ยอย่างดีใจ"เจ้าอยากกินอะไรบอกมา เดี๋ยวตอนมาพ่อจะขนมาให้เจ้าทุกอย่างเลย"พ่อหลัวผู้ตามใจลูกเมีย เมื่อรู้ว่าบุตรสาวแพ้ท้องอยากกินอาหารของเจอเจียงก็คิดจะขนมาให้บุตรสาวได้หายอยาก"ท่านพ่อดีที่สุดเจ้าค่ะ""พี่ฮวนไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนข้าหลอกเจ้าค่ะ ข้ารู้ว่าท่านมีงาน เดี๋ยวข้าจะให้ยาท่านไปสักเยอะหน่อย เพื่อจะได้นำไปประมูลได้หลายเดือน ท่านมาอยู่เป็นเพื่อนข้าจะเสียงานสะเปล่าๆเจ้าค่ะ"หมิงเอ๋อบอกคู่หมั้นหนุ่ม ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้า "ไว้ข้ามารับเจ้ากลับ"
สองวันเต็มๆที่หมิงเอ๋อเข้ามาในมิติ นางพาเจ้าเสี่ยวสุยเข้ามาด้วย มันก็วิ่งไปลงลำธารน้อยพร้อมจับปลากินอย่างสบายอารมณ์นางต้องนำพิษถึง4ชนิดมาผสมกันเพื่อให้ได้พิษที่ร้ายแรงขึ้น เมื่อปรุงยาเสร็จนางก็อุ้มเสี่ยวสุยออกจากมิติ"น้องสามออกมาแล้ว "หมิงหลานวางมือจากการเย็บถุงเท้าเพื่อลุกไปเตรียมของว่างให้น้องสาว"พี่รองไม่ต้องลุกเจ้าค่ะ เดี๋ยวหน้ามืด "คนท้องจึงนั่งลงตามคำสั่งน้องสาว"เจ้าหิวมั้ย?พี่ให้ในครัวทำบะหมี่ให้เจ้าดีมั้ย?""ดีเจ้าค่ะ..ข้ากำลังหิวเลย พี่รองได้กินยาบำรุงที่ข้าให้ไว้มั้ยเจ้าค่ะ"พอรู้ว่าพี่สาวท้อง นางก็จ่ายยาธาตุเหล็กให้เพื่อบำรุงทั้งพี่สาวและหลานในครรภ์"พี่กินตามที่เจ้าบอกทุกวันแหละ เจ้าวางใจได้"พูดพร้อมกับยกงานขึ้นมาทำต่อ"นี้พี่รองเย็บให้ทหารทั้งกองทัพเลยหรือเจ้าค่ะ"นางเห็นสาวๆในจวนนั่งเย็บกันทุกคน"ใช่แล้วละ..ปีหนึ่งเราจะแจกเครื่องแต่งกายให้ทุกคนหนึ่งครั้ง ทหารจะต้องใส่เสื้อผ้านั้นไปตลอดปี ถ้าขาดหรือชำรุดก็ต้องซ่อมกันเอง พี่เลยเย็บให้แน่นหนาขึ้น จะได้ใส่ได้นานขึ้น""พี่รองนี้สมเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพเสียจริง""ว่าไปแล้วก็อยากกินเต้าหู้เหม็นสะแล้ว"คนท้องนึกอยากกินอาหารกินเ
"ความจำข้ากลับมาเหมือนเดิมแล้วเจ้าค่ะ ""เดี๋ยวเย็นนี้พี่ทำเนื้อแพะตุ๋นให้กิน "เมื่อรุ้ว่าน้องสาวหายดีก็ดีใจคิดจะฉลองกันสองคนพี่น้อง"ตอนนี้ท่านเป็นคนเขตชายแดนเต็มตัวแลัวนะเจ้าค่ะ""อิอิ...ที่นี้มีอะไรให้ทำเยอะแยไปหมด พี่นี้วันๆทำนั้นทำนี้ไม่รู้เบื่อเลย"หมิงหลานพูดไปพร้อมใบหน้าที่ยิ้มสดใสจนผู้เป็นน้องสาวสัมผัสได้เสี่ยวฝูกับเสี่ยวเหม่าวิ่งออกมาจากเรือนนอนเมื่อได้กลิ่นของหมิงเอ๋อ"อ๊าว..."พวกมันส่งเสียงทักทาย"พวกเจ้าทำไมถึงเพิ่งออกมาหาข้ากัน...ลืมข้าแล้วใช่มั้ย"หญิงสาวเอ่ยแซวเจ้าสองแมวป่า แต่พวกมันกลับให้ความสนใจเจ้าเสี่ยวสุย ทั้งสองเดินมาดมกลิ่นเจ้าตัวประหลาด เสี่ยวสุยก็ยืนให้แมวป่าทั้งสองดม"เอี๊ยกก"มันส่งเสียงทักเจ้าสองผัวเมีย "นี้เสี่ยวสุย..เป็นลูกน้องของข้าเอง พวกเจ้าใจดีกับมันหน่อยนะ" หมิงเอ๋อแนะนำเจ้าเสี่ยวสุยให้เจ้าของถิ่น ทั้งสองตัวเมื่อได้ยินว่าเจ้าตัวนี้เป็นของหญิงสาวที่ให้ของอร่อยมันกินประจำก็เอาตัวมาถูเพื่อแสดงความเป็นมิตร ก่อนจะชวนสหายใหม่ไปวิ่งเล่นในสวน"นี้..พวกเจ้าได้สหายใหม่ก็ลืมข้าเลยนะ"หมิงเอ๋อร้องถามสัตว์เลี้ยงของพี่สาว"ไปๆ..ดูเจ้าสิ มอมแมมไปหมด เดี๋ยวข้าให้บ่
รถม้าของซงซุยฮวนเดินทางมาถึงเมืองกุ้ยหลินก็แวะพักค้างแรม เมื่อได้พักโรงเตี้ยม สองสาวใช้ก็รีบให้เสี่ยวเอ้อนำน้ำมาเพื่อจับคุณหนูอาบน้ำอย่างจริงจัง เพราะก่อนหน้านั้นได้แค่เช็ดตัวกับล้างผมเท่านั้น วันนี้จึงได้โอกาสจับคุณหนูแช่น้ำอุ่นขัดผิวชุดใหญ่ส่วนความจำนั้น ด้วยซงซุยฮวนให้หมิงเอ๋อดื่มน้ำในมิติของ
คืนนั้นทุกคนนอนในมิติ หมิงเอ๋อกับสาวใช้นอนในรถม้า ส่วนซงซุยฮวนนั้นนอนตรงเตียงพับอยู่ข้างรถม้ากับเสี่ยวเฟิง เสี่ยวสุยนอนในอ้อมกอดหมิงเอ๋อพอตื่นนอนหมิงเอ๋อก็ออกไปดูสถานการณ์ นางออกมาถึงกับยืนค้าง ต้นไม้ล้มเกลื่อนไปหมด แต่ถนนยังพอให้เดินทางได้ นางจึงกลับเข้าไปในมิติ"เมื่อคืนสงสัยจะพายุหนักมาก กิ่ง
กลับมาถึงท่าเรือ เซียะฟงก็ให้เหล่าโจรพันธนาการด้วยโซ่แล้วเดินประจานกลางเมืองหนึ่งรอบ"เอาพวกมันไปเดินประจานที่ตลาดหนึ่งรอบเพื่อให้ชาวเมืองได้รับรู้ว่าเราปราบโจรสลัดได้แล้ว""ขอรับ"การที่นำเหล่าโจรไปเดินในตลาด ชาวบ้านถึงได้รู้ว่าแม่ทัพเซียะฟงไปทลายเกาะโจรสลัดมา ปิงเยียที่อยู่หัวแถวก็เดินอย่างอ่อนแ
คำพูดของเด็กสาวยิ่งสร้างความกระหายในตัวนางมากขึ้นไปอีกอินฝางเห็นคุณหนูอยู่ในอันตรายจึงรีบเข้ามาช่วยเหลือ นางเข้าจู่โจมคนที่ยื่นอยู่ด้านหน้า เฉียงคุนเมื่อเห็นมีหญิงสาวเข้ามาโจมตีตนก็เพียงเอี้ยวตัวหลบแล้วออกหมันใส่นางตรงช่วงท้องจนนางกระเด็นออกไปกระแทกร้านแผงลอยร้านหนึ่งจนก้มลงไปพร้อมกระอักเลือดคำให












Rebyu