홈 / รักโบราณ / หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม / บทที่10 สงครามที่ใกล้เข้ามา

공유

บทที่10 สงครามที่ใกล้เข้ามา

last update 게시일: 2026-02-12 19:47:25

เมื่อแม่ทัพไป๋มาถึง อ๋องเจินก็สั่งให้เตรียมกำลังปกป้องประตูเมือง แล้วเปิดประตูให้พวกลี้ภัยเข้ามาหลบในเมือง

"ตรงผาหินขาดนั้นเป็นยุทธศาสตร์ที่ดี สามารถเป็นป้อมปราการได้ นำทหารไปตั้งกองกำลังตรงนั้น เตรียมอาวุธให้พร้อม"อ๋องเจินสั่งการทันที่

ชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างก็แตกตื่นตกใจ เพราะไม่เคยคิดว่าสงครามจะมาถึงตนเอง

ส่วนพวกลี้ภัยก็รีบเข้าไปหลบในเมือง ทหารจัดให้กลุ่มผู้ลี้ภัยอยู่ทางทิศเหนือ เหลาผู้ลี้ภัยก็รู้สึกวิตก จะหนีก็หนีไม่ได้ เพราะถนนถูกตัดขาด ถึงแม้จะใกล้ใช้งานได้ก็เถอะ

"ทำไมถึงซวยแบบนี้กันนะ"ป้าหลีพูดอย่างร้อนใจ ตอนนี้หนีไปไหนไม่ได้แล้วด้วย

"ครั้งนี้เราคงยากจะรอดแล้วเป็นแน"ป้าอู๋โอดครวญขึ้น

"แล้วถนนก็ยังขาดอยุ่ด้วย แบบนี้ถ้าทหารเหลียงบุกมาประตูเมือง เราจะรอดมั้ยนะ"แม่เฒ่าจือร้อนใจเป็นอย่างมาก อุส่าหนีมาจึงขนาดนี้แล้วแท้ๆ

ชาวลี้ภัยต่างลงความเห็นว่าจะเดินทางไปต่อแล้วช่วยกันขนดินกันเอง ทุกคนจึ้งออกจากเมืองกุ้ยหลินแล้วเดินทางไปต่อ

พอถึงจุดที่ดินถล่มก็ต่างช่วยกันขนดินออก สี่วันผ่านไปถนนก็สามารถใช้การได้ ทั้งหมดจึงเร่งเดินทางไปต่อโดยที่แวะหยุดพักกันน้อยมาก

แล้วที่สุดทหารเหลียงบุกมาถึงผาหินขาด เมื่ออ๋องเจินได้รับรายงานพระองค์ก็ไปคุมกองทัพด้วยตนเอง

ทางเมืองหลวง ตอนนี้ในท้องพระโรงกำลังเกิดการโต้เถียงกัน เพราะเหลาขุนนางกำลังรวมตัวถวายดีกาให้ฮองเต้ประหารองค์หญิงเว่ยหลู

"ตอนนี้เราเสียไปแล้ว11เมืองเกินครึ่งของแคว้นฮันแล้ว อีก2เมืองก็จะมาถึงเมืองหลวงแล้ว ขอฝาบาทจงมีคำสั่งให้ประหารองค์หญิงเว่ยหลีด้วยพะยะคะ ไม่เช่นนั้นคงยากจะรักษาแคว้นไว้ได้พะยะคะ"ขุนนางโจคุกเข่าพูดขึ้น

"มีรับสั่งด้วยพะยะคะ"เหลาขุนนางเกินครึ่งต่างรวมใจกันคุกเข่าขอร้อง

ฮองเต้อู๋หลงฟังก็หนักใจ ไม่ใช่พระองค์ไม่อยากทำ แต่องค์ไทเฮาถึงกับประกาศว่าถ้าสังหารเว่ยหลูพระนางจะออกบวชตัดแม่ตัดลูก

ฝาบาทก็ยากจะขัดใจพระมารดา แต่บ้านเมืองก็สำคัญ

ครั้งนี้คงต้องขัดใจพระมารดาเสียแล้ว

"ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วหรือ?"

"ทางแคว้นเหลียงประกาศชัดเจนพะยะคะ "ขุนนางโจเอ่ยขึ้น

ฮองเต้จึงต้องตัดใจมีรับสั่งออกไป

"มีคำสั่งออกไป องค์หญิงพูดจาลบหลู่เบื้องสูง มีโทษคือประหารแล้วนำศีรษะไปเป็นบรรณาการให้แคว้นเหลียง"

พอมีคำสั่งออกไปองค์หญิงเว่ยหลูจึงวิ่งไปให้ไทเฮาช่วย

"ไทเฮาช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ"

"อะไรกันเจ้า..ตะโกนสะเสียงดังเชียว"ไทเฮาที่กำลังถูกเหล่านางกำนัลนวดไหล่ก็ตกใจ

"เสด็จลุงมีรับสั่งให้ประหารหม่อมฉันแล้วเพคะ ไทเฮาช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ"

"อะไรกัน..เราประกาศออกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าถ้ากล้าสังหารเจ้า เราจะตัดขาดแม่ลูก"

และจี้กงกงเดินมาพร้อมทหารอีกกว่า8นายมาที่ตำหนักไทเฮา

"ใครกล้าแตะหลูเอ๋อ เราจะสั่งลงโทษผู้นั้น"ไทเฮาประกาศกร้าว

"ขอไทเฮาโปรดเข้าใจ ตอนนี้แคว้นเหลียงตีแตกไปแล้ว11เมือง อีก2เมืองก็จะมาถึงเมืองหลวงแล้ว ถ้าไทเฮายังยืนยันจะปกป้ององค์หญิงเว่ยหลู เห็นทีเราจะรักษาแคว้นฮันไว้ไม่ได้พะยะคะ"จี้กงกงทูลไทเฮาตามตรง

"อะไรกัน..แตกไปแล้ว11เมือง พวกทหารทำไมถึงอ่อนแอแบบนี้ ไม่ได้เรื่อง"

"เข้าไปจับองค์หญิงเว่ยหลูไว้"จี้กงกงสั่งการ

"บังอาจ..ใครกล้า"ไทเฮาเอ่ยเสียงดัง

"ขอไทเฮาโปรดเข้าใจ"

"หลูเอ๋อเป็นหลานที่เราเลี้ยงแต่เล็ก ตีสุนัขยังต้องดูเจ้าของ หรือพวกเจ้าไม่เห็นเราอยู่ในสายตา"

"หามิได้พะยะคะ แต่พวกกระหม่อมเห็นบ้านเมืองเป็นสำคัญ ถ้าไทเฮายังยืนยันจะปกป้ององค์หญิงเว่ยหลูเช่นนี้ องค์ฮองเต้อาจจะลำบากพระทัยได้พะยะคะ"

"ไม่รู้ละ แต่เราจะไม่ยอมให้พวกเจ้าจับหลูเอ๋อแนนอน"แต่ก็มีเสียงประกาศมาจากด้านนอกตำหนัก

"คำสั่งฮองเต้ ตรัสแล้วไม่คืนคำ แถมครั้งนี้องค์หญิงเว่ยหลูก่อความผิดเอง เจ้าจะไม่แต่งให้อ๋องชินก็ไม่ว่า แต่นี้เจ้ากลับไปพูดจาลบหลู่เขาอีก"ฮองเต้อู๋หลงเดินเข้ามา

"ฮองเต้มาก็ดี ยกเลิกคำสั่งเสีย "

"จับองค์หญิงเว่ยหลู พวกเจ้าดูแลไทเฮาด้วย"แทนที่จะมีคำสั่งยกเลิก แต่ฮองเต้อู๋หลงกลับมีคำสั่งให้จับองค์หญิงแทน แถมยังสั่งให้นางกำนัลกันไทเฮาออกห่างอีกด้วย

เหล่าทหารต่างเข้าไปจับตัวองค์หญิงเว่ยหลู

"ไทเฮา..ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ ไทเฮา.."เสียงองค์หญิงเว่ยหลูร้องขอให้ไทเฮาช่วยไปตลอดทาง

"ฮองเต้ทำไมถึงได้ทำร้ายจิตใจแม่ขนาดนี้"ไทเฮาตีอกตนเองแล้วร้องออกมา แต่ฝาบาทก็ไม่ใจอ่อนแถมยังเอ่ยให้สติพระมารดา

"เสด็จแม่ต้องเห็นบ้านเมืองมาก่อนความสัมพันธ์ตนเองนะพะยะคะ ครั้งนี้ถ้าเสด็จแม่ยังยืนยันคำเดิม ลูกคงต้องเสียแคว้นฮันให้แคว้นอื่นเป็นแน เสด็จแม่ก็อาจไม่มีวังให้อยู่อย่างสุขสบายแบบทุกวันนี้พะยะคะ"

ไทเฮาจึงเงียบลงแต่ก็ยังไม่พอพระทัย ที่สุดพระนางก็ต้องตัดใจเรื่ององค์หญิงเว่ยหลูอย่าไม่อาจขัดอะไรได้

ที่ผาหินขาด อ๋องเจินได้คุมทัพด้วยตนเอง

เหล่าทหารแคว้นเหลียงไม่สามารถตีฐานนี้แตก จนทหารได้นำกล่องที่ใส่ศีรษะขององค์หญิงเว่ยหลูมาถึงฐาน

"ท่านอ๋อง มีทหารได้นำศีรษะขององค์หญิงเว่ยหลูมาแล้วพะยะคะ"

"ประกาศออกไป ว่าเราเตรียมสิ่งที่แค้วนเหลียงต้องการได้แล้ว"

แล้วก็มีคำสั่งให้หยุดโจมตี ทหารแคว้นเหลียงให้ทหารนำศีรษะองค์หญิงไปให้ฮองเต้แคว้นเหลียง

ผ่านไปหนึ่งเดือน ทหารแคว้นก็กลับมาพร้อมคำสั่งหยุดรบ แต่ยังไม่มีการถอยทัพ

ที่สุดแคว้นฮันต้องส่งทูตไปเจรจา จนได้ข้อต่อรองมาว่าให้ทางแคว้นฮันส่งองค์หญิงจีชูไปอภิเษกกับอ๋องชิน

"ท่านอ๋องได้ข่าวมาว่าองค์หญิงจีชู ธิดาของท่านอ๋องเจินที่นิสัยอ่อนหวานเข้าใจคน พระองค์อยากให้องค์หญิงไปช่วยรักษาแผลใจให้ท่านอ๋อง เช่นไรทางเราก็อยากสารสัมพันธ์ไมตรีกับแคว้นฮัน ถ้าตกลงทางแคว้นเหลียงจะยกทัพกลับไปถึงชายแดนเช่นเดิม"

ทูตแคว้นเหลียงพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่สร้างความหนักใจให้ทูตแคว้นฮัน

เมื่อกลับมารายงานฮองเต้ที่เมืองหลวง ทางฮองเต้ก็ตกลงทันที พระองค์ไม่คิดอะไรมาก ขอแค่ได้เมืองต่างๆกลับมา พระองค์แค่หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบเก่าเท่านั้นเอง

ทางอ๋องเจินเมื่อได้รับราชโองการก็ถึงกับเข่าทรุด แต่เพื่อบ้านเมือง จำต้องตัดใจ

"ชูเอ๋อ...ลูกไม่โกรธพ่อนะ"อ๋องเจินเดินเข้ามาหาธิดาที่นั้งอยู่ข้างพระมารดาแต่ไม่มีน้ำตา

"ลูกเข้าใจเสด็จพ่อเพคะ ถ้าการเสียสละของลูกจะทำให้บ้านเมืองสงบ ลูกก็เต็มใจเพคะ"นางเป็นถึงองค์หญิง ต้องทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง นางเตรียมใจไว้แล้ว

"แต่ว่าชูเอ๋อไปครั้งนี้จะได้กลับมาเมื่อไรก็ไม่รู้นะเพคะ"พระชายาร้องไห้จนตาแดง แต่ดูธิดาของตนสิ นั้งนิ่งด้วยใบหน้าสงบ ถึงจะเห็นว่าสายตามีความวิตก แต่ก็ยังคงนั้งนิ่งสมเป็นสายเลือดเชื่อพระวงษ์

องค์ชายน้อยเฟยหลงได้แต่ทำหน้านิ่งไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับเจ็บปวดที่ไม่อาจช่วยเหลือพี่สาวได้

ย้อนไปที่ขบวนลี้ภัยก็เร่งเดินทางแต่ก็เดินทางได้ช้าเพราะมีกลุ่มที่เดินเท้า ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว

เมื่อถึงเวลาพักขา ทุกคนก็ต่างหาที่ร่มเพื่อพัก ส่วนครอบครัวไหนที่มีสัตว์ก็เดินหาน้ำให้พวกมันกิน

"ไม่รู้ว่าทหารเหลียงมาถึงกุ้ยหลินหรือยัง?"ป้าหลีพูดกับบุตรชาย

"คงยังมาไม่ถึงขอรับ เพราะขบวนเราเคลื่อนที่ได้ช้า ถ้าทหารเหลียงบุกมาเราต้องได้ยินเสียงบ้างขอรับ"บุตรชายบอกกับมารดา

"ขอให้เมืองกุ้ยหลินสกัดไว้ได้เถอะ ยังไงก็ให้เราถึงเมืองหลวงก่อน "

"เราจะเลยเมืองหลวงไปอีกใช่มั้ยขอรับ?"

"จากที่ฟังหัวหน้าชุนบอก เราจะไปทางตะวันตกเช่นเดิม จนกว่าสงครามจะหยุด พวกเราก็ต้องเดินทางหนีไปเลื่อยๆเช่นนี้ "ป้าหลีบอกบุตรชาย ครอบครัวนางเคยหยุดและหมายจะรอสงครามจบค่อยกลับบ้าน แต่สงครามก็ตามมาถึงจนต้องหนีอีก ครอบครัวนางจึงต้องเดินทางไม่หยุด

ส่วนบ้านหลัว ระหว่างพักพ่อหลัวก็เดินออกไปกับบุตรชายหัวหน้าชุนและพรานมัวเพื่อลองหาสัตว์มาฝากครอบครััว

พ่อหลัวมีธนูที่ซื้อมาจากเมืองกุ้ยหลิน เพราะคิดว่าอาจลองล่าสัตว์เพื่อฝึกกำลังตามที่บุตรสาวแนะนำ

"พวกท่านได้ยินเสียงอะไรมั้ยขอรับ?"พรานมัวเอ่ยถามทั้งสอง

"เราหาที่หลบก่อน "พ่อหลัวจึงให้ทั้งสองหาที่หลบก่อนจะมองหาแหล่งเสียง จนทั้งสองเห็นหมูป่าตัวใหญ่หนักราว300ชัง

พ่อหลัวเห็นแล้วก็หยิบธนูมาเล็ง

หมูป่าไม่รู้ชะตากรรมตนเอง มันเดินดมกลิ่นไปทั้วเหมือนได้กลิ่นคน

พ่อหลัวกับพรานมัวเมื่อได้จังหวะก็ยิงใส่เจ้าหมูป่าโชคร้าย

ธนูพุ่งไปโดนคอของหมูป่าจนมันส่งเสียงร้องโหยหวน

พ่อหลัวกับพรานมัวยิงธนูไปอีกสองดอกจนมันล้มลงพรานมัวจึงเดินไปใช้มีดปาดคอจนมันสิ้นใจ

แล้วทั้งสามก็ช่วยกันแบกหมูป่าไปที่พัก

เมื่อมาถึงที่พัก ชาวบ้านต่างส่งเสียงฮือฮา

พ่อหลัวปรึกษากับหัวหน้าชุนก็ได้ความเห็นว่าแบ่งเนื้อให้ชาวบ้านทุกครอบครัว เพราะครอบครัวหลัวไม่ขาดแคลนเสบียงอยู่แล้ว เขาแค่ไปหาที่ฝึกมือเท่านั้น

ชาวบ้านพอรู้ว่าจะมีการแจกเนื้อหมูก็ต่างดีใจ

พรานมัวรับหน้าที่แล่เนื้อและชิ้นส่วนทางๆแล้วแต่ครอบครัวไหนจะได้อะไรไป

การที่พ่อหลัวล่าหมูป่ามาแจกให้แกชาวบ้าน ทำให้สาวๆหลายคนคิดสนใจในตัวเขา เพราะไหนจะรูปร่างที่ดูดี แถมรถม้ายังดูใหญ่แข็งแรง จึงมีสาวๆหลายคนคิดอยากเป็นเมียอีกคนของเขา ส่วนโจผิงผิงก็ยิงริษยาแม่หลัว

พ่อหลัวไม่คิดสนใจว่าใครจะสนใจตน เขารู้สึกว่ามีสาวๆคอยมองมาทางตน เขาก็หาได้สนใจไม่ แต่เขาก็ไม่พยายามไปไหนคนเดียว

เรื่องนี้หมิงเอ๋อก็เหมือนจะสังเกดเห็น แต่นางยังไม่คิดบอกมารดา เพราะเห็นว่าบิดาระวังตัวตลอด

โจผิงผิงจึงพยายามจะเข้ามาตีสนิทกับครอบครัวหลัว โดยทำทีมาช่วยเลี้ยงสองฝาแฝด

แต่เหมือนฝาแฝดจะรู้ พอหญิงสาวทำท่าจะอุ้มก็แหกปากร้องไม่ยอมให้นางอุ้ม

จนหญิงสาวต้องล่าถอยกลับไปอย่างเจ็บใจ

พอโจผิงผิงกลับไป สองทารกก็เงียบเสียงลงเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น

"พวกเจ้าจะรู้ความมากเกินไปแล้วนะ"หมิงเอ๋อเอ่ยแซวน้องๆ

"ข้าคิดไปเองมั้ยว่าช่วงนี้มีคนสนใจครอบครัวเรามากขึ้น"หนิงเหว่ยถามขึ้น

"เขาไม่ได้สนใจเรา แต่สนใจท่านพ่อเจ้าคะ"หมิงหลานพูดขึ้น

"พี่รองรู้ได้เช่นไรเจ้าคะ"หมิงเอ๋อถามอย่างสงสัย พี่รองของนางวันๆเลี้ยงแต่น้องจะรู้เรื่องได้เช่นไรกัน

"ก็พี่เห็นเวลาท่านพ่อทำอะไรก็จะมีสาวๆมาคอยเดินอยู่ใกล้ๆยังไงละ"หมิงหลานตอบพร้อมหันไปทางข้างขบวน

แม่หลัวหันไปมองทางสามี ก็เห็นเขากำลังคุยกับสตรี

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่154 งานแต่งที่รอคอย [จบ]

    อินฮวาทอผ้าผืนพิเศษให้หมิงเอ๋อโดยเฉพาะ นางใช้ใยบัวที่นางให้สามีเข้าไปขุดในมิติเพื่อเลี้ยงบัวจันทราโดยเฉพาะ บัวชนิดนี้นางเพิ่งได้มาเมื่อไม่นานจากหมิงเอ๋อ เพราะนางได้มาจากคู่หมั้น ไม่คิดว่าปลูกแค่4เดือนก็สามารถนำใยบัวมาปั่นเป็นด้ายได้แล้ว นางลองเอามาทอก็ได้ผ้าที่สวยแปลกตาแถมยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวอีกด้วยผืนแรกนางส่งไปประมูล แต่ผืนนี้นางจะตัดเป็นชุดเจ้าสาวให้หลานสาว นางช่วยเหลือครอบครัวมัวไว้มากจริงๆ ส่วนหนิงเหม่ยพอรู้ข่าวก็ส่งจดหมายมายินดีด้วย แต่ว่าตัวคงมาไม่ได้เพราะติดที่มีบุตรสาวต้องดูแล ไหนจะแม่ทัพเซียะไม่อาจทิ้งหน้าที่ได้ นางได้แต่ส่งหมอนคู่ยวนยางคู่กัน ใจจริงนางจะไปด้วยตนเองกับลูกๆ แต่สามีไม่ให้พวกนางแม่ลูกเดินทางเพราะห่วงความปลอดภัย เขาไปเขียนจดหมายกล่าวขอโทษพ่อตาไปแล้วด้านหมิงหลานก็เจอปัญหาไม่ต่างกัน แล้วไหนจะบุตรทั้ง4ที่อายุได้เกือบ5เดือนกำลังเริ่มคล่ำได้แล้ว ถ้าตอนงานแต่งคงกำลังคลานแน จึงงดมาร่วมแสดงความยินดี แต่ก็ส่งจิ้งจอกลีลาบนเขาหิมะมาให้คู่หนึ่ง เพราะคิดว่าน้องสาวต้องชอบแน เพราะหน้าตามันดูเบื่อโลกสุดๆ ตลกมากแต่พอของขวัญส่งมาถึงจริงๆ คนที่กริ้ดกลับเป็นหลีซานกับเหวยเห

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่153 มกล้เป็นเจ้าสาส

    เช้าของอีกวัน แม่หลัวก็เตรียมมื้อเช้าไว้รับรองแขกเช่นเดิมมีทั้งโจ๊กข้าวโพด ที่นำข้าวโพดมาบดมาต้มจนเป็นเนื้อข้น พร้อมแผ่นแป้งทอด มียำผักดองใส่ไก่ฉีกไว้กินคู่กับแผ่นแป้งเหลืองกรอบตอนที่สวี่กวนซางมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นมื้อเช้าที่หน้าตาน่ากิน พร้อมเห็นสองลูกศิษย์นั่งตักโจ๊กข้าวโพดกินพร้อมกัดแผ่นแป้งที่มีใส้อยู่ข้างใน ทั้งสองกินจนแก้มยุ้ย พอเห้นอาจารณ์ของตนเองก็เอ่ยชวน"ท่านอาจารณ์กินโจ๊กขอรับ""โจ๊กท่านแม่อาหย่อยที่สุดเจ้าค่ะ"สองฝาแฝดอวดฝีมือมารดา"เช่นนั้นอาจารณ์ต้องขอชิมเสียหน่อยแล้ว"เห็นสองหนูน้อยกินแล้วก็ทำให้ท้องเขาร้องเหมือนกัน ที่สุดชายหนวดยาวก็กินโจ๊กข้าวโพดไปถึงสองถ้วยสวี่กวนซางอยู่สอนวิชาบนเขาเหลียนซาน ขั้นต้นเขาให้เด็กๆฝึกความพร้อมของร่างกาย แต่สิ่งที่ชายหนวดยาวสอนก่อนเขาจะกลับขึ้นเขาคือ การเขียนอักขระบังตา "พวกเจ้าจงฝึกร่ายคาถานี้ เพื่อซ่อนของวิเศษที่อาจารณ์ให้พวกเจ้า ถึงกับคนทั่วไปจะไม่มีปัญหา แต่กับคนที่ฝึกยุทธ มันอาจนำปัญหามาให้พวกเจ้า เพราะฉะนั้น จงฝึก อาจารณ์มาครั้งหน้าพวกเจ้าต้องร่ายคาถานี้ได้""ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ""เจ้าตัวเล็กทั้งสองยังไม่ต้องฝึกมากก็ได้ แค่ท่องค

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่152 ถึงเวลาแต่งงาน

    เมื่อเสร็จพิธีรับลูกศิษย์ หมิงเอ๋อก็ชวนท่านลุงเข้าบ้าน "พรุ่งนี้เช้ามาหาข้าที่นี้ ข้าจะแจกป้ายประจำตัวให้"ในยามมีครบหรือเปล่าต้องไปรื่อดูก่อน "ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ"หนูน้อยทั้ง9พนักหน้าเป็นไก่จิกก่อนจะกลับไปสนใจสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของสหาย ก่อนจะชวนกันกลับไปเล่นกันต่อ หมิงเอ๋อพาท่านลุงเข้าไปในบ้าน นางเห็นบิดากำลังเดินไปที่โรงเครื่องเรือนกับหม่าฉิวเวิน ที่ตอนนี้สามารถฝึกทำเครื่องเรือนได้หลายชิ้นแล้ว เพราะพ่อหลัวให้โอกาสคนงานได้แสดงฝีมือเต็มที่ ถ้ามีจุดไหนที่ไม่เรียบร้อยเขาจะช่วยแนะนำให้ "ท่านพ่อ..ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยเรียกบิดา "บุตรสาวของพ่อกลับมาแล้ว"เมื่อเห็นบุตรสาวก็ทักทายพร้อมมองไปที่ข้างกายบุตรสาว พอบุตรสาวเห็นก็หันมาแนะนำ "ท่านนี้เป็นท่านลุงสวี่กวนซางเป็นท่านลุงของพี่ฮวนเจ้าค่ะ ท่านลุงซาง คนนี้คือบิดาของข้าเจ้าค่ะ มีนามว่าหลัวหวังเหว่ยเจ้าค่ะ" พ่อหลัวเมื่อเห็นมีแขกมาบ้านก็เดินเข้ามาทักทาย "คารวะพี่สวี่ขอรับ เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เชิญนั่งพักก่อนขอรับ" "เดินทางมาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ต้องขออภัยด้วย" "ไม่กล้าๆ..บ้านหลัวของเรายินดีตอนรับขอรับ"พ่อหลัวผู้มีอัธยาศัยดีก็เต

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่151 มาหาลูกศิษย์

    ตลอดงานประมูล หมิงเอ๋อยืนคู่เจ้าของหออี้เฟินเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตนเองก็เป็นเจ้าของหอประมูล และเป็นผู้ที่ปรุงยาต่างๆออกมาประมูล สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อย ชิวไซซียิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นไปอีก เพราะนางไม่สามารถเทียบกับสตรีผู้นั้นได้ แถมคุณชายซงยังปล่อยให้นางผู้นั้นแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของหออี้เฟิน "ที่แท้ยาที่นำมาประมูลก็เป็นของท่านหมอน้อยนี้เอง นิน่าถึงมีสรรพคุณเหนือใคร"นายท่านฝูถามขึ้น "แล้วท่านกับคุณชายซง..?"นายท่านโจวคิดสงสัย เพราะทั้งสองดูใกล้ชินกันเกินกว่าปกติ "นางเป็นคู่หมั้นข้าเองขอรับ"ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูจากชุดและเครื่องประดับที่ถึงแม้จะน้อย แต่กลับดูล่ำค้ามาก ปิ่นหยกม่วงชิ้นนี้เป็นของหายาก เพราะเป็นหยกที่จะเกิดที่หุบเขาลึกลับทางใต้ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่มีอากาศน้อยแล้วค่อยๆหา ไม่ใช่ว่าขึ้นไปแล้วจะเจอเลย ต้องขุดหาอีกหาอย่างยากลำลาก ซึ่งต้องเป็นคนที่มีความชำนานถึงจะสามารถขุดได้ ไม่เช่นนั้นอาจเอาชีวิตไปทิ้งบนยอดเขา เนื้อหยกจะมีความวาวใสเปร่งประกายสีม่วงในตัวโดยไม่ต้องทำอะไรมาก แถมหยกชนิดนี้ยังสามารถเป็นที่ตรวจพิษได้อีกด้วย การเจอครั้งหนึ่งก็จะได้ขนาดไม่ใหญ่ม

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่150 ใครกล้า

    หลังจากนำสัตว์เลี้ยงไปส่งให้เหลียนฮวาแล้ว ซงซุยฮวนก็กลับจวนซงไปหามารดากับผู้เป็นลุง "กว่าจะได้เจอตัวเจ้าหลานชายนะ ไม่รู้ข้าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยกหอประมูลให้เจ้าดูแล ตั้งแต่เจ้าไปดูแลก็ไม่ค่อยได้กลับจวนสกุลซงเลย" หลานชายคารวะผู้เป็นลุงก่อนจะก่อนจะนำชุดหมากล้อมชุดใหม่ที่สวี่กวนซางฝากมาให้ ส่วนเสี่ยวเฟิงก็วิ่งไปโดดขึ้นตักซงอี้เฟิน หมากล้อมชุดนี้เวลาเล่นจะช่วยทำให้จิตสงบ เล่นไปจะจะค่อยๆเพิ่มพลังภายใน และทำให้ร่างกายแข็งแรง "ท่านลุงซางฝากมาให้ท่านลุงขอรับ"พอรู้ว่าสหายฝากมาก็ดีใจ "แล้วเขาไม่มีอะไรมาฝากแม่เลยหรือ?"ซงอี้เฟินรีบถาม พี่ชายนางจะมีของฝากเพียงคนเดียวได้ยังไงกัน ซงซุยฮวนยิ้มบางๆเมื่อเห็นมารดากับท่านลุงมองหน้าอย่างไม่ยอมกัน "ท่านลุงบอก ว่าที่ลูกสะใภ้ท่านแม่ให้ของดีมาเยอะแล้ว แต่ท่านลุงก็ฝากดอกกล้วยไม้หมื่นลี่มาให้ท่านได้ดูเล่นขอรับ" "สหายผู้นี้ช่างพูดจาเข้าหู ตอนท่านลุงมาหาลูก เจ้าต้องดูแลท่านเป็นอย่างดีนะ พี่ซางนะชอบกินของอร่อยเป็นที่สุด ใช่มั้ยพี่ใหญ่" "ใช่แล้ว..เพราะตอนอยู่บนเขาต้องฝึกตนถือศิล พอลงมาจากเขาจึงสรรหาของอร่อยกิน " "แล้วนี้แค่เอาของมาให้พวกแม่หรือมีอะไรมั้ยลู

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่149 พังพอนขาวของเหลียนฮวา

    ซงซุยฮวนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะคิดว่าตนเองพูดไปชัดเจนแล้ว แต่คุณหนูชิวผู้นั้นก็ยังคงมาหาเขาไม่เลิก เช่นวันนี้ที่นางถือวิสาสะมาที่หอประมูลเพื่อนำของกินมาให้เขา "คุณชายซง วันนี้ข้าทำน้ำแกงบำรุงสุขภาพมาฝากท่านเจ้าค่ะ" หญิงสาวให้สาวใช้นำเถาใส่น้ำแกงมาวางไว้ที่โต๊ะ ชายหนุ่มไม่คิดตอบอะไร เขายังคงนั่งทำงานต่ออย่างเงียบๆไม่คิดสนใจสตรีในห้อง ชิวไซซีเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบก็ไม่คิดอะไร ยังคงนั่งเฝ้าชายหนุ่มจนเย็น นางทำเช่นนี้อยู่เป็นเดือนก็ยังคงได้รับความเฉยเมย เจ้าของหออี้เฟิงก็ไม่ได้คิดสนใจ นางอยากมานั่งก็นั่งไป คืนนี้มีการจัดการประมูล ครั้งนี้เขามีเขากว้างอี้เทียนที่มีความเชื่อว่าใครมีครอบครองจะนำความโชคดีและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ ไหนจะผ้าของสกุลมัวที่จะนำมาประมูลตลอด ผ้าที่นำมาประมูลจะไม่มีขายในร้านผ้าสกุลมัว เพราะถือเป็นผ้าแบบพิเศษ และด้วยเหลียนฮวางอแงอยากได้สัตว์เลี้ยงแบบหมิงเอ๋อ มัวจือผิงจึงเดินทางมาหาซงซุยฮวนเพื่อถามว่าเขาไปซื้อเจ้าเสี่ยวสุยมาจากไหน "คุณชาย นายท่านมัวมาขอพอขอรับ"ลูกน้องรีบเข้ามารายงานเจ้านาย เพราะรู้ว่านายท่านมัวสนิทกับคุณชาย เจ้าของหอประมูลไม่พูดอะไร

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่8 รักษาโรคได้ตั้ง10,000

    "พี่สาวทั้งสองเจ้าคะ ข้าขอสอบถามอะไรหน่อยได้มั้ยเจ้าคะ?"นางพยายามใช้น้ำเสียงเด็กน้อยให้ดูน่ารัก"ได้สิจ้ะหนูน้อย"ฮูหยินผู้นั้นที่ถูกใจเด็กน้อยปากหวาน"เมื่อครู่ข้าได้ยินพวกท่านพูดถึงท่านอ๋องนะเจ้าคะ เลยอยากถามว่าบ้านเขาอยู่ไหนหรือเจ้าคะ?""วังเมฆานะหรือ!""ใช้เจ้าคะ คือว่าบิดาข้าพอมีวิชาการแพทย์อยู

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่109 หาเรืองกับเด็ก

    สตรีในงานต่างส่งเสียงฮือฮาเมื่อได้เห็นภาพที่สะใภ้เซียะนำมาถวายแด่องค์ไทเฮา แม่แต่องค์ฮองเฮายังมองด้วยความตื่นเต้น"เอามาให้เราดูใกล้ๆสิ"ไทเฮาถึงกลับขยับตัวเพื่อให้เห็นภาพตรงหน้าชัดๆด้ายไหมที่เงางามพอนำมาปักเป็นภาพอุทยานที่มีทั้งดอกไม้และผีเสื้อบินตอม ทั้งการไล่สีและวางตำแหน่งช่างน่ามองมิใช้น้อย "

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่103 คิดจัจับคนบ้านหลัวนั้นไม่ง่าย

    การที่แม่ทัพไป๋มาพักที่บ้านหลัว ทำให้หมิงหลานรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น ไป๋เยี่ยนฟางอยู่คอยช่วยคู่หมั้นเลี้ยงน้องๆ แม่ทัพหนุ่มเหมือนได้มาเติมพลัง การเล่นกับสองฝาแฝด ทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีความคิดอยากมีลูกเป็นของตนเองมากขึ้น "หลานเอ๋อ""เจ้าค่ะ""เจ้าอยากแต่งงานหรือยัง?"แม่ทัพหนุ่มถามคู่หมั้นสาวในขนาดที

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่9 เดินทางต่อไม่ได้

    "กระหม่อมตามไปจนเจอว่าสองพ่อลูกนั้นอยู่ในขบวนลี้ภัยพะยะคะ"ทหารของวังเมฆาสะกดรอยตามสองพ่อลูกตามคำสั่งของท่านอ๋อง "พวกหนีจากสงครามหรือ!?""พะยะคะ กระหม่อมสอบถามคนในขบวนแล้ว คนบ้านหลัวมีกัน7ชีวิตมีบุรุษแค่หลัวหวังเหว่ยกับบุตรชายอายุ2เดือนหลัวหลีซาน นอกนั้นเป็นสตรีหมดพะยะคะ""ดูก็เป็นแค่ชาวบ้านปกติ แต

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status