LOGIN
ตอนที่หนึ่ง
ภัทรเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่โสดสนิทเหมือนทั้งชีวิตทุ่มเทให้แค่เรื่องทำอาหารเท่านั้น ภัทรมีอาชีพคือว่างงานเพราะร่างกายไม่แข็งแรงมากนักเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตไปกับการผลาญเงินสมบัติที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายทิ้งไว้ให้เท่านั้น
ด้วยรู้ดีว่าตนเองก็น่าจะมีอายุไม่ยืนเช่นกันเหมือนเป็นกรรมพันธุ์ที่ทุกคนป่วยเป็นโรคหัวใจกันหมด จนไม่อยากเหลือเงินไว้ให้ใครเอาไปใช้เล่น แต่ก็เขียนพินัยกรรมแยกไว้แล้วว่าถ้าหากตนตายไปให้มอบทรัพย์สินทั้งหมดแก่โรงพยาบาลตามชนบทไปเท่าที่จะแบ่งได้ โดยแยกเป็นส่วนที่ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และเงินช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้
ส่วนเวลาว่างก็ใช้ไปกับการตระเวนกินของอร่อยและตระเวนหาวัตถุดิบสดใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร แต่ก็ไม่มีอะไรที่รู้สึกอร่อยจนรู้สึกดีดได้ จะมีที่อร่อยถูกใจจนเวลากินต้องโยกตัวไปมาก็มีข้าวเหนียวใหม่นึ่งหอมๆ นุ่มๆ และหมูปิ้งสองสูตรที่อร่อยละมุนลิ้นจนหยุดกินไม่ได้ เป็นเจ้าเก่าเจ้าเดิมที่กินมาหลายปีจนสนิทกันเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
"อ้าว ภัทรมาแล้วเหรอ เหมือนเดิมไหมวันนี้"
"วันนี้ขอข้าวเหนียวยี่สิบ หมูปิ้งโบราณสิบ หมูปิ้งนมสดสักห้าก็พอครับลุงนพ"
"ฮ่าๆๆ เอ็งก็กินเก่งจนลุงจำได้ วันนี้เดี๋ยวลุงแถมปิ้งตับไก่ให้สักไม้แล้วกันนะ"
นั่งรอไม่นานความอร่อยก็มาวางอยู่ตรงหน้า เพราะดั้นด้นมากินร้านนี้บ่อยมาก แม้จะอยู่ห่างจากบ้านพักคนละฝั่งของเมืองหลวงก็ไม่เป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย ภัทรกินอาหารทั้งหมดด้วยรอยยิ้มเล่นทำให้คนเดินผ่านไปมาต้องเดินเข้ามาสั่งกลับบ้านกันด้วย ที่สำคัญคือร้านลุงนพมีน้ำจิ้มแจ่วให้จิ้มด้วยนะเผื่ออยากได้รสชาติแซ่บจัดจ้านเพิ่ม แจ่วบองก็มีขายในราคาเพียงถุงละห้าบาทสิบบาทเหมาะกับกินหนึ่งมื้อ เรียกได้ว่าเป็นร้านเพื่อความอิ่มท้องอย่างแท้จริง
"หมูปิ้งที่ร้านลุงอร่อยจนผมไปกินที่อื่นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ทั้งที่เขาก็อร่อยดีนะลุง"
"จะเหมือนได้ไงเล่า สูตรโบราณนี่ข้าก็หมักใส่กะทิให้หอมมัน สูตรนมสดก็ใช้นมสดแท้และใส่เนยลงไปด้วยนิดหน่อย กว่าจะได้สูตรนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะลองผิดลองถูกอยู่นาน แต่พอได้ที่ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าต้องปิ้งหมูจนหัวฟูนี่แหละ"
"แต่แบบลุงนพก็ดีนะครับชีวิตดูมีความสุขกว่าผมเยอะเลย ถึงจะทำอาหารเป็นแต่ก็ยังขาดแรงบันดาลใจ ถึงจะตระเวนกินอาหารมากมายมันก็เหมือนว่าผมยังไม่เจอที่ทางของตัวเองอะไรแบบนั้นนะครับ อย่างลุงยังเจอว่าทำหมูปิ้งเก่งน้ำจิ้มอร่อยลุงก็มีแนวทางทำร้านของลุง ส่วนของผมนี่สิ เหมือนชีวิตไร้จุดมุ่งหมายมากแค่กินให้อร่อยไปวันๆ ดูไร้สาระยังไงไม่รู้"
"เอาน่า สักวันเอ็งอาจจะเจอที่ทางของตัวเอง ได้เจอสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขหรือไม่ก็อาจจะได้เจอคนที่ทำให้ชีวิตมีความสุข อย่าเพิ่งเบื่อการใช้ชีวิตเลยยังมีอะไรอีกมากที่รอให้ได้ไปเจอและเรียนรู้ ถ้าวันนี้มันน่าเบื่อนักวันพรุ่งนี้ก็ลองหนีไปเที่ยวทะเลเล่นน้ำให้สบายใจนั่งดูคลื่นมองหาดทรายให้ร้อนเล่น หรือไม่ก็ไปหาปีนภูเขาสักที่พอให้ได้ออกกำลังและอยู่กับธรรมชาติ ได้เจออากาศสดชื่นกับความเขียวชอุ่มอาจจะทำให้พลังชีวิตที่รู้สึกหดหายเพิ่มขึ้นก็ได้นะ"
"ขอบคุณครับลุงนพ นี่ครับค่าข้าวเหนียวหมูปิ้งขอบคุณสำหรับปิ้งตับไก่มากครับอร่อยมาก ไม่ได้กินหลายวันพอกินก็อร่อยมากเหมือนเดิมเลยครับ ที่สำคัญขอบคุณนะครับที่ช่วยพูดแนะนำผม เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะไปเที่ยวที่สวยๆ สักที่แล้วกันนะครับ"
ภัทรเดินกลับบ้านด้วยความอิ่มท้องแล้วอิ่มใจ บางครั้งชีวิตก็ไม่มีอะไรมากก็แค่กินให้อิ่มนอนให้หลับเท่านั้นอย่าไปคิดอะไรให้ปวดหัวนักเลย แต่ใครจะนึกฝันว่าการที่ตะลอนไปเรื่อยของหนุ่มโสดวัยเพียงยี่สิบแปดปีจะถูกตอบแทนมาด้วยการเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
หลังจากเดินไปซื้อหมูปิ้งสูตรโบราณและสูตรหมักนมสดเจ้าโปรดที่อร่อยจนกินได้ครั้งละสิบไม้ยี่สิบไม้ก็ทำมาแล้ว แต่พอจะเดินกลับบ้านเท่านั้นแหละทุกอย่างก็พลันดับวูบพร้อมหัวใจที่บีบรัดจนเจ็บหน้าอกไปหมด ก่อนจะรู้สึกเจ็บร้าวไปหมดตั้งแต่ไหล่ซ้ายแขนซ้ายและหน้าอกข้างซ้ายจนสุดท้ายรู้สึกชาและเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็น
"ดีนะที่ไม่ได้ตายในร้านของลุงนพไม่อย่างนั้นคงรู้สึกผิดไปทั้งชีวิต จะได้เจอกันแล้วนะครับทุกคน ภัทรจะได้ไม่ต้องเหงาคนเดียวอีกแล้ว"
จุดที่ภัทรทรุดลงคือบริเวณริมทางข้างห้างหรูที่ติดกับคอนโดที่พักอาศัยของตน ในช่วงเวลาที่คนพลุกพล่านภัทรกลับจากไปพร้อมรอยยิ้ม สภาพศพที่นอนตายด้วยรอยยิ้มเหมือนคนที่กำลังมีความสุขทำเอากู้ภัยถึงกับหลอนและสงสารในเวลาเดียวกัน
และเพราะบริเวณที่ภัทรเสียชีวิตเป็นห้างดัง ทั้งสภาพศพที่ยิ้มหวานอย่างมีความสุขก่อนตายจึงเป็นข่าวในความสนใจของผู้คนไม่น้อย และยิ่งเป็นที่สนใจมากขึ้นไปอีกเมื่อทรัพย์สมบัติของเจ้าตัวมีมากมายมหาศาลและถูกทำพินัยกรรมไว้เรียบร้อย ไม่มีญาติฝ่ายไหนที่ได้สมบัติของภัทรไปสักคน เพราะไม่มีทายาทสายตรง
การบริจาคของภัทรนั้นช่วยทำให้โรงพยาบาลชุมชนมีอุปกรณ์มากขึ้น บางแห่งถึงกับมีงบประมาณสร้างอาคารเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ การตายของภัทรจึงกลายเป็นข่าวดัง เพราะผู้คนล้วนแล้วแต่ร่วมใจกันมางานศพขอภัทร เพื่อส่งภัทรเป็นครั้งสุดท้าย คนหนุ่มที่จากไปอย่างสงบและมีความสุขคนนั้นได้ต่อชีวิตให้คนอีกหลายร้อยหลายพันคนด้วยทรัพย์สมบัติที่เหลืออยู่ ทำให้ผู้คนล้วนรักและร่วมใจกันส่งให้ภัทรไปสู่ภพภูมิที่ดี
"ด้วยความดีของเจ้าและคำสรรเสริญบูชาจากผู้คนที่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้า เราที่เป็นเทพไม่อาจเลี่ยงได้ที่ต้องตอบแทนเจ้าด้วยรางวัลจากสิ่งนี้ ดังนั้นเราจะพาเจ้าไปยังที่ที่เจ้าจะได้พบกับความสุขและสิ่งที่หายไป"
"ท่านยมทูตเหรอครับ แล้วผมจะได้เจอกับอะไร จะได้ไปเกิดใหม่ในที่ที่ดีกว่านี้ไหมครับ ผมจะได้เจอกับครอบครัวของผมไหม?"
"ข้าต้องขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่าครอบครัวเดิมของเจ้านั้น แต่ละคนได้แยกย้ายไปเกิดใหม่ในที่ของตนกันหมดแล้ว แต่สำหรับเจ้าการเกิดใหม่ครั้งนี้คือการสวมร่างเปลี่ยนวิญญาณของคนอื่นอีกที เด็กคนนั้นน่าสงสารไม่ต่างจากเจ้า เพราะเขาสูญเสียครอบครัวไปจึงได้ตรอมใจตาย และข้าจะส่งเจ้าไปเพื่อสู้รบตบมือกับเหล่าคนชั่วช้าเหล่านั้น เพื่อช่วยเหลือให้ดวงวิญญาณของเด็กคนนี้ได้ไปเกิดใหม่ได้ เจ้าจะยินยอมหรือไม่?"
ภัทรมองเด็กน้อยที่แววตาไร้ความสุข เด็กคนนั้นเหม่อลอยและมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายปลายทาง แม้จะเป็นวิญญาณแล้วก็ตามแต่กลับคล้ายว่าดวงจิตนั้นเจ็บปวดมากจนเกือบแตกสลาย หากไม่ช่วยไว้คงน่าสงสารมากเป็นแน่ และตนก็ไม่ใช่คนที่อดทนใจแข็งต่อเด็กที่น่าสงสารตรงหน้าได้ ดูจากรูปร่างหน้าตาคงเพิ่งยี่สิบด้วยซ้ำ ยังไม่ใช่ผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อยจึงตัดสินใจที่จะช่วย
"หากเป็นการช่วยเหลือเด็กคนนี้ผมยินดีที่จะช่วยครับ แต่ถ้าหากจากคนที่อ่อนแอมากๆ แล้วกลายเป็นแข็งแกร่งขึ้นมา มันอาจจะดูแปลกสำหรับคนอื่น อย่างน้อยท่านควรมอบตัวช่วยให้กับผมด้วยนะครับ"
"แน่นอนว่าข้าจะมอบตัวช่วยที่ดีที่สุดไปให้ด้วยแต่ในรูปแบบเดิมเป็นหนึ่งในของที่เด็กคนนี้มีอยู่มาแต่เดิมเพื่อกันความสงสัยของผู้คน การแก้แค้นเอาคืนนี้อาจลำบากในเริ่มต้นแต่รับรองว่าเจ้าจะมีแต่โชคดีและโชคลาภ ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป"
ภัทรเลิกสนใจยมทูตแล้วหันไปคุยกับร่างวิญญาณของเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักที่น่าสงสารด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้
"น้องชื่ออะไรบอกพี่ได้ไหม?"
"ผมชื่อ ลูเซียน เดอ กาลัสครับ ตอนนี้ผมกำลังจะโดนพวกญาติจอมละโมบพวกนั้นมายึดบ้านของครอบครัวโดยอ้างว่าจะช่วยดูแลผมจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ แต่ผมรู้ดีพวกเขาไม่หวังดีเพราะคนที่ทำให้พ่อแม่ตายก็คือพวกเขานั่นแหละ ผมมีทรัพย์สินที่เป็นของตัวเองอยู่บ้างเพราะยังเป็นผู้เยาว์จึงมีแต่เงินกับพวกเอไอที่เป็นของผมโดยคนอื่นแย่งชิงไปไม่ได้ แต่ถ้าพวกบ้านหรือข้าวของในบ้านคนพวกนั้นคงยึดไปหมด"
"พี่ชื่อภัทร และต่อจากนี้พี่จะใช้ชีวิตแทนน้องเอง ทั้งยังจะช่วยเอาคืนคนพวกนั้นและจะไม่ยอมให้พวกเขายึดของที่เป็นของน้องไปได้แม้แต่ชิ้นเดียว น้องจะอยู่รอดูก่อนหรือจะจากไปก็ได้แต่ไม่ต้องเจ็บปวดกับเรื่องนี้แล้วนะ เพราะพี่จะจัดการคนชั่วพวกนั้นด้วยวิธีของพี่เอง ถึงจะช้าไปหน่อยแต่รับรองว่าได้ผลแน่"
"ฮ่าๆ ผมดีใจจังที่มีคนมาช่วยแก้แค้นให้ อย่างน้อยผมจะได้ไปสู่โลกใหม่ได้ขอบคุณมากนะครับพี่ และผมขอมอบทรัพย์สินทุกอย่างที่ผมมีในชื่อของผมและทรัพย์สินบางอย่างที่พ่อแม่ซื้อไว้ให้ก่อนจะถูกฆ่าตายก็ด้วย ใช้มันให้ดีนะครับ ใช้ชีวิตแทนผมด้วย"
"ได้เลยพี่จะใช้ชีวิตอย่างดีเพื่อลูซเองนะ และจะเล่นงานคนพวกนั้นให้ได้เลย ขอให้ลูซมีความสุขกับโลกใบใหม่และเจอกับครอบครัวอันเป็นที่รักและให้ลูซเป็นที่รักของทุกคนด้วยนะ ที่สำคัญของให้ไม่มีชีวิตที่ลำบากและสูญเสียอย่างในชาตินี้"
"ขอบคุณครับพี่ภัทร"
ภัทรยืนมองร่างโปร่งใสที่เริ่มจางลงแล้วกลายเป็นลูกไฟที่ลอยไปสู่ท้องฟ้าอันพร่างพราวไปด้วยดวงดาวหลายล้านดวง
"ขอบใจมากที่ช่วยเด็กคนนั้น และได้แต่หวังว่านายจะใช้ชีวิตได้อย่างดีในร่างกายอันสมบูรณ์แข็งแรงและอายุยืนยาวนะ"
"ขอบคุณที่ให้โอกาสกับผมนะครับ สัญญาว่าจะใช้ชีวิตอย่างดีและแก้แค้นให้กับลูเซียนอย่างสนุกสนานเลย อย่าลืมตัวช่วยต่างๆ ของผมนะครับ"
"จงหลับตาแล้วอีกไม่นานนายจะตื่นมาเจอกับพวกญาติที่ทำตัวเหมือนปรสิตพวกนั้น ฉันจะมอบกำไลเก็บของที่เก็บได้ทุกอย่างโดยคงสภาพไว้ได้แต่มนุษย์เข้าไปไม่ได้หรอกนะ และทุกอย่างที่นายจำเป็นต้องใช้ขอเพียงนึกถึงมันจะมีอยู่ในนั้น"
"แล้วผมยกเอาบ้านทั้งหลังของลูเซียนเก็บเข้าไปได้ไหมครับ? ข้าวของทุกอย่างเลยแม้แต่รั้วบ้านก็ด้วย"
"ฮ่ะๆๆ นับว่าข้าเลือกคนมาถูก และใช่อย่างที่เจ้าคิด เจ้าเก็บมันได้ทั้งหมดเลย"
"ขอบคุณสำหรับของขวัญที่ดีขนาดนี้นะครับ รับรองว่าจะนำไปใช้อย่างดีเลย"
ภัทรค่อยๆ หลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปในห้วงอวกาศตามที่ยมทูตแนะนำ ก่อนที่วิญญาณจะเข้าสู่ร่างของลูเซียน เดอ กาลัส อย่างสมบูรณ์พร้อมความทรงจำมากมายที่ถาโถมเข้ามาจนทำเอาภัทรหน้าเบ้เพราะเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นบอกได้คำเดียวว่า
"อยากโดดถีบปากคนมากขอบอก ไอ้พวกปรสิตทั้งหลายเอ๊ย!"
ตอนที่เจ็ดสิบห้า (ตอนจบ)ลูซได้แต่ปลงตกเมื่อลูกชายคนสุดท้องดันชอบกลิ่นของเจ้าต้นที่อยู่ตรงหน้า แถมยังทำหน้าอ้อนสุดชีวิตเพื่อจะได้ลิ้มรสมันสักครั้ง แล้วคนเป็นป๊ะป๋ากับหม่ามี้จะทำอะไรได้นอกจากต้องตามใจเจ้าตัวน้อยไปก่อน ส่วนบรรดาคนอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าจะวิ่งหนีไปไหมถ้าหากลูซปอกเปลือกมันขึ้นมา ว่าแต่เรายังมีโทนี่กับโจดินอยู่ด้วยนี่หน่า ใช้เจ้าพี่เลี้ยงทั้งสองทำให้ก็แล้วกัน"ฮ่ะๆๆๆ มีอยู่คนเดียวที่หอมสินะ ต้นนี้เรียกว่าต้นทุเรียนครับ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งผลของมันมีเปลือกแข็งและมีลักษณะเป็นหนาม แต่หากแกะออกมาจะพบเนื้อผลไม้ที่มีสีเหลืองสวย เพียงแต่หม่ามี้ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยไม่เคยคิดที่จะปลูกเลย ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ว่ามันจะมีโผล่ออกมาเป็นดงแบบนี้""พี่ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยครับ กลิ่นมันเหมือนกำมะถันเลย หนูแน่ใจนะครับว่ามันกินได้""กินได้จริงๆ ครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนชอบไม่ชอบด้วย อย่างหนูก็ไม่กินเนื้อทุเรียนแบบที่สุกแล้ว แต่จะกินแบบที่เอาเนื้อของผลที่ยังไม่สุกไปทอดจนกรอบมากกว่า อันนั้นนะกินทั้งวันก็ยังได้แต่ถ้าลูกสุกที่มีกลิ่นแบบนี้หนูไม่ชอบเลยสักกะนิดเดียว""พี่นิวว่ามันเหม็นแต่ก็เหมือนจะหอมแต่ก็กลิ่นแ
ตอนที่เจ็ดสิบสี่ร้านหมูปิ้งอวกาศถูกผู้คนทั้งจักรวรรดิให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเมนูที่ทานง่ายอิ่มนานราคาไม่แพง และที่สำคัญคือเจ้าของร้านและพนักงานในร้านที่เรียกได้ว่าทำเอาคนที่มีเวลาต้องหาทางมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง"หมูปิ้งอร่อยๆ ครับผม หมูปิ้งไม้ละสามเหรียญ ข้าวเหนียวห่อละห้าเหรียญเท่านั้น ถ้ารับข้าวเหนียวสองและหมูปิ้งสิบไม้ แถมฟรีรอยยิ้มกระชากใจจากน้องเรนน์และน้องมินเป็นของแถมนะครับ ถ้าซื้อเกินร้อยเหรียญจะได้รับการส่งจุ๊บจากเจ้าจิ๋วทั้งหลายด้วยนะครับผม""ปิ้งหย่อย" อเรสช่วยพี่ชายขายของด้วยการนั่งแทะหมูปิ้งโชว์ลูกค้าจนกระทั่งเหลือแต่ไม้ก็เริ่มทำหน้านิ่วแล้วยืนมือไปหยิบหมูปิ้งอันใหม่มาแทะต่อ"หย่อยมั่กๆ ยับกังเยย" ไซอัสที่พยายามขายของให้ได้เยอะที่สุดก็ถึงกับกินให้ดูเพื่อรับประกันความอร่อย"อุกหนุงเยอะๆ นะงับ" ลูมินที่อิ่มแล้วจึงทำหน้าที่อวดไม้ปิ้งหมูพร้อมแจกยิ้มหวานด้วยแก้มยุ้ยที่เปื้อนไปด้วยซอสที่หมักหมูปิ้ง"ฉื้อแย้วหยอกปุกงับ" น้องเรนน์ทำหน้าที่ยิ้มหวานและเก็บเงินจากคุณลูกค้า โดยมีกระปุกออมสินรูปหมูที่ใช้ทำหน้าที่เป็นเครื่องสแกนจ่ายเงินสำหรับลูกค้าภาพของเด็กจิ๋วทั้งสี่แล
ตอนที่เจ็ดสิบสามหลังจากประกาศเรื่องร้านออกมาแล้วน้องนิวก็เดินไปหาป๊ะป๋ากับหม่ามี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มแฉ่งออกมาอยากภูมิใจว่าทำหน้าที่สำเร็จ ก่อนจะเป็นคาร์ลและลูซที่เอ่ยปากขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน รวมถึงทุกคนที่ดูถ่ายทอดสดผ่านช่องของน้องนิว ตามด้วยลูซที่พูดกล่าวถึงความภาคภูมิใจในลูกชายตัวน้อยทั้งห้าคนที่ร่วมกันออกแบบร้านนี้ออกมา"เอาละครับ ผมว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมจะเปิดงานฉลองวันเกิดของอเรส ไซอัส ลูมินและน้องเรนน์แล้ว ได้เวลาให้เด็กจิ๋วเป่าเค้กกันแล้วครับ"ว่าจบไฟในงานก็หรี่ลงทำเอาสี่จิ๋วขยับตัวเบียดกันมากขึ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะหม่ามี้บอกแล้วว่าให้รอทุกคนร้องเพลงจบก่อนถึงเป่าเทียนได้ ต่างคนต่างตั้งใจฟังเสียงร้องเพลงวันเกิดของทุกคนด้วยใจจดจ่อ จนเมื่อเพลงจบสี่จิ๋วก็ร่วมกันเป่าเค้กก้อนอ้วนพร้อมกันจนเปลวเทียนดับลง"สุขสันต์วันเกิดนะครับจิ๋วจิ๋ว พี่นิวรักจิ๋วจิ๋วทุกคนเลย""ขอให้เป็นเด็กดีของหม่ามี้ตลอดไปเลยนะครับเด็กๆ""หนึ่งขวบแล้วนะเจ้าตัวแสบ ต่อจากนี้ก็แกล้งป๊ะป๋าให้น้อยลงนะครับ"แต่คำอวยพรไหนเลยจะเข้าหัว เจ้าจิ๋วทั้งสี่เมื่อเป่าเทียนเสร็จก็สามัคคีกันเอามืออ้วนป้อมหยิบเค้กเข
ตอนที่เจ็ดสิบสองคาร์ลที่ไม่ได้ละเอียดอ่อนอะไรทั้งยังมีนิสัยขี้แกล้ง เผลอตัวเอ่ยแซวเจ้าจิ๋วทั้งสี่ที่เพิ่งจะหยุดร้องไปได้ไม่นานออกมาอย่างมันเขี้ยว แต่พอเจ้าจิ๋วทั้งสี่ได้ยินเท่านั้นแหละ สายตาพิฆาตทั้งสี่คู่ก็ถูกส่งมาหาป๊ะป๋าในทันทีพร้อมเสียงพ่นน้ำลายอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำเอาลูซถึงกับหัวเราะจนเจ็บท้องเพราะป๊ะป๋าคนดีไม่ว่ากับลูกคนไหนก็บ่นป๊ะป๋ากันหมด"บู้ว!!!!""โอ๋ๆ ไม่บ่นป๊ะป๋ากันแล้วเน๊อะ เดี๋ยวหม่ามี้จะรีบชงนมขวดให้นะครับเด็กๆ พี่นิวอยากช่วยหม่ามี้ไหมครับ""ได้เลยครับ น้องนิวจะช่วยหม่ามี้ชงนมขวดให้น้องเอง พี่นิวเก่งมากรับรองว่าชงอร่อยแน่นอนใช่ไหมจิ๋วจิ๋ว""แอ๊!!!!"เจ้าจิ๋วทั้งสี่ส่งเสียงขานรับพี่ชายทันทีก่อนจะถูกอุ้มกลับไปนอนในยานเด็กที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง รวมถึงการเป็นเปลนอนแบบในตอนนี้ที่กำลังมีเจ้าจิ๋วทั้งสี่นอนดีดขาสั้นป้อมไปมาเพื่อรอนมขวด ยานบินเด็กรุ่นเก่านอกจากลอยจากพื้นได้แล้วยังโยกไปมากล่อมเด็กได้อีกด้วย แต่รุ่นปรับปรุงที่คาร์ลได้มาใหม่นั้นจะเชื่อมต่อกับเอไอของเจ้าจิ๋วทั้งสี่และทำหน้าที่ประหนึ่งพี่เลี้ยงและคุณหมอไปในตัวรวมทั้งมีฟังก์ชันอารักขาความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่เชื่
ตอนที่เจ็ดสิบเอ็ดหลังจากหลงลืมไปนานว่าอยากมีร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็นของตัวเอง ในที่สุดลูซก็ได้เริ่มต้นโครงการร้านขายหมูปิ้งบริเวณหน้าบ้านของตัวเอง โดยแบ่งพื้นที่ริมประตูบ้านบริเวณด้านขวาทำการสร้างร้านขายหมูปิ้งที่มีรูปร่างเป็นหมูสีชมพูถือหมูปิ้งและข้าวเหนียวในมืออย่างละข้างชูขึ้นฟ้า พร้อมกับชื่อร้านตัวใหญ่ว่า "หมูปิ้งอวกาศ"การเริ่มสร้างร้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ยากคือจัดการกับพนักงานตัวน้อยของร้านที่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากออกความเห็นอยากช่วยไปเสียหมด แต่ดูเหมือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่จะลืมไปว่าตนเองนั้นเพิ่งจะอายุได้เพียงหกเดือนเท่านั้น ส่วนน้องนิวที่อยากให้น้องชายทั้งสี่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างร้านของหม่ามี้ก็พยายามหาทุกทางที่น้องชายตัวจิ๋ววัยหัดคลานจะมีส่วนร่วมได้ด้วยจนกระทั่งแผนการดึงดูดลูกค้าของผู้เป็นพี่ชายถูกนำเสนอกับป๊ะป๋าหม่ามี้ว่านอกจากจะขายข้าวเหนียวและหมูปิ้งแล้วนั้น บ้านเราจะขายความน่ารักของเจ้าจิ๋วทั้งสี่ไปด้วย ไม่ว่าจะเอามานั่งเรียกลูกค้า แจกยิ้มหวานให้ลูกค้า หรือแม้แต่ช่วยพิสูจน์ความอร่อยก็พร้อมรับหน้าที่ ซึ่งเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก้ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด เพราะพอพี่ชายเสนอ
ตอนที่เจ็ดสิบเมื่ออายุได้เจ็ดเดือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก็เริ่มปฏิบัติการคลานไปทั่วบ้านด้วยความเร็วสูง ชนิดที่หุ่นยนต์ทำความสะอาดไม่ต้องทำงานกันเลยทีเดียว เพราะพอคลานเป็นก็คลานไม่หยุดคลานจนแม้แต่โทนี่กับโจดินยังตามจับไม่ทัน หนักสุดคือหัดสอนกันให้คลานลงจากที่นอนได้ด้วย โดยมีไซอัสแล้วน้องเรนน์เป็นตัวเริ่มด้วยการโยนหมอนโยนผ้าห่มลงจากเตียงแล้วก็คุยกันเองด้วยภาษาทารกที่ผู้ใหญ่ไม่มีทางเข้าใจได้"อัสโยนหมอนกะห่มลงไปเลย เดี๋ยวเรนจะหย่อนก้นลงเอา""ได้เลย อัสเอาผ้าห่มลงด้วยจะได้นุ่ม เรสกะมินทำตามเร็วจะได้ไปหาหม่ามี้กัน"ถือว่าเป็นโชคดีที่ลูซวางแผนการสร้างบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวมาตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นคงต้องปวดหัวเพิ่มกับบันไดบ้านแน่นอน เพราะสี่จิ๋วนั้นทั้งดื้อทั้งซนเล่นได้ทั้งวัน ขนาดหุ่นยนต์ที่ว่าแน่อย่างโจดินก็ยังมีช่วงเวลาที่ต้องขอเวลานอกเพราะแยกร่างไม่ทัน"เรสโยนหมอนลงแล้ว มินค่อยๆ เอาก้นกะขาลงมาก่อน""มินกลัวแต่มินจะเชื่อทุกคนก็ได้"ว่าแล้วเจ้าสี่จิ๋วที่คุยรู้เรื่องกันเองสี่คนก็เริ่มปฏิบัติการหย่อนก้นลงจากที่นอนอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่นอนที่ลูซและน้องนิวจัดวางให้เจ้าแฝดทั้งหลายไม่ได้สูงจากพื้นมากน


![What is a divorce? [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




