Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2025-02-23 11:55:43

สองพี่น้องเดินออกจากบ้านและไม่ลืมที่จะปิดประตูรั้วให้เรียบร้อย หยางเสียนเด็กน้อยวัย 6 ขวบเป็นเด็กร่าเริงและรู้ความ ถึงแม้ว่าครอบครัวจะยากจน อาหารการกินไม่พอ แต่เด็กน้อยเองไม่เคยงอแงเลยสักครั้ง กลับกัน ท่าทางของเจ้าหนูน้อยมีความเป็นผู้ใหญ่เกินวัยอยู่มาก อาจจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่สอนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยก็เป็นได้

ทั้งสองคนเดินลัดเลาะตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนผ่านมาเท่าไหร่ เพราะลำธารสายนี้ไม่นับว่าใหญ่มาก ไม่เหมือนกับลำธารที่อยู่ทางฝั่งบ้านของท่านปู่ท่านย่า อีกทั้งบ้านของพวกเขาอยู่ถึงท้ายหมู่บ้านจึงทำให้ไม่ค่อยมีคนผ่านไป หยางเสี้ยวพาน้องชายเดินมุ่งหน้าไปทางลำธาร ระหว่างทางก็สอดส่ายสายตามองหาเผื่อว่าจะพบเจออะไรที่สามารถเอากลับไปกินได้ แต่เดินมาจนเกือบถึงลำธารแล้วก็ยังหาของที่กินได้ไม่พบเลยสักอย่าง ตอนนี้ได้แต่ภาวนาว่าเมื่อถึงลำธารแล้วยังจะพอมีอะไรให้กินได้บ้าง

“พี่ใหญ่ ข้าคิดถึงท่านพ่อขอรับ หลายวันมานี่ท่านแม่เองก็มีสีหน้าทุกข์ใจ ยิ่งยามที่ท่านป่วยไข้นอนไม่ได้สติอยู่สองวัน ข้าเห็นท่านแม่แอบร้องไห้ในห้องครัวด้วยขอรับ”

“เป็นพี่ใหญ่ที่ไม่ดีเอง พี่ใหญ่อ่อนแอ ทำให้เจ้ากับท่านแม่ต้องเป็นห่วง พี่ใหญ่ขอโทษเจ้า ต่อไปนี้พี่ใหญ่สัญญาว่าจะไม่ล้มป่วยอีกแล้ว พี่ใหญ่จะหาของกินอร่อย ๆ ให้เจ้ากับท่านแม่ ท่านพ่อได้กิน”

“ดียิ่งขอรับ ข้าเองก็จะช่วยพี่ใหญ่ด้วยนะขอรับ”

“ตกลง รีบไปกันเถอะ จะได้รีบกลับ พี่ไม่รู้ว่าในลำธารจะมีปลาอยู่หรือไม่”

“ปลาหรือขอรับ ถ้าเป็นปลาย่อมต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะจับปลาได้ยังไง ปลาว่ายน้ำเร็วมาก ที่สำคัญนะพี่ใหญ่ ปลาในลำธารหลังบ้านของเราส่วนมากจะเป็นปลาที่ก้างเยอะมาก และก็มีกลิ่นคาวแรงด้วย หายากที่จะมีปลาตัวใหญ่และก้างน้อย ไม่เหมือนกับลำธารสายใหญ่ที่อยู่อีกฟากของหมู่บ้านที่นั่น น้ำลึกและมีปลาตัวใหญ่อยู่”

“พี่รู้ ชาวบ้านเลยไม่นิยมมาจับปลากันแถวบ้านเรา แต่ว่านะ พี่คิดว่าพี่มีวิธีจัดการกับปลาพวกนั้น เอาไว้พี่จะทำให้เจ้ากิน รับรองได้เลยเจ้าจะต้องชอบ”

“ตกลง ข้าจะรอกินนะขอรับ แต่ว่านั่นต้องหมายถึงเราต้องจับปลาให้ได้เสียก่อน”

“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว”

สองพี่น้องเดินจับมือกันไปด้วยความสุข ถึงแม้ว่าครอบครัวจะยากจนข้นแค้นไปบ้างแต่ยังมีความสุขที่เรียบง่าย ความรักความผูกพันและความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจของคนภายในครอบครัว นับเป็นพื้นฐานสำคัญของสถาบันครอบครัว หยางเสี้ยวค่อนข้างพอใจครอบครัวเล็ก ๆ ที่ได้รับมาใหม่นี้มาก ถึงแม้ว่าจะยังไม่เคยเจอบิดาผู้ให้กำเนิดของร่างเดิมก็ตามที แต่ในความทรงจำของร่างเดิมนั้น หยางเทียนเป็นคนดี ขยัน ซื่อสัตย์ และรักครอบครัวมาก

“พี่ใหญ่ถึงแล้ว น้ำใสจังเลย แต่ท่านแม่สั่งเอาไว้ห้ามลงเล่นน้ำถ้าหากไม่มีท่านพ่อมาด้วย เมื่อไหร่ท่านพ่อจะกลับมานะ ครั้งนี้ท่านลุงใหญ่ก็ไปด้วย ไม่รู้ว่าท่านพ่อกับท่านลุงจะล่าสัตว์ได้บ้างหรือเปล่านะ”

“ต้องได้อยู่แล้วสิ ท่านพ่อท่านลุงไปด้วยกันต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว จะว่าไปเขาอู๋หลงของพวกเราก็มีสัตว์ป่าอยู่มากมาย ทำไมชาวบ้านถึงไม่ขึ้นเขาอู๋หลงไปล่ากัน จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลออกจากบ้านไปหลายวัน” หยางเสี้ยวพูดออกมาด้วยความไม่เข้าใจ

“ก็ไม่ใช่เพราะลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านบอกว่ามีเสืออยู่ในเขาอู๋หลงไม่ใช่หรือไง ทำให้ชาวบ้านกลัวจนไม่กล้าขึ้นเขาไปล่าสัตว์ ทำได้แค่หาผักป่าที่เชิงเขาเท่านั้น” หยางเสียนพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ เหตุใดพี่ไม่เห็นจำได้เลยล่ะ”

“มีสิ พี่ใหญ่ลืมไปแล้วน่ะสิ แต่ข้าว่านะ ลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านอาจจะโกหกก็ได้ เพราะทุกครั้งข้าไม่เคยได้ยินท่านพ่อว่าลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านรวมกลุ่มกับชาวบ้านไปล่าสัตว์สักที แต่เขากลับมีสัตว์ป่าไปขายในตำบลตลอดเลยนะพี่ใหญ่”

“ก็อาจจะเป็นได้ เรื่องนี้เอาไว้ค่อยว่ากันเถอะ ตอนนี้เดินดูรอบ ๆ แถวนี้ก่อนเผื่อว่าจะมีอะไรที่พอให้เอากลับไปได้บ้าง”

หยางเสี้ยวเดินเลาะไปตามริมลำธาร ในลำธารมีผักบุ้งที่กำลังชูยอดอวบอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากผักบุ้งแล้วยังมีบัวบก ผักกูด ผักเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สามารถกินได้ แต่ทว่าในมิติแห่งนี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าผักเหล่านี้กินได้ มิเช่นนั้นก็คงไม่เหลืออยู่มากมายถึงเพียงนี้ ในลำธารยังมีกุ้งฝอย ปลาตัวเล็ก ๆ ที่ลักษณะคล้ายกับปลาซิวแต่ลำตัวจะขาวใสและมีขนาดยาวกว่าเล็กน้อย หยางเสี้ยวมองเห็นปลาตะเพียนตัวใหญ่เท่าสองฝ่ามือของผู้ใหญ่ว่ายผ่านไปอยู่หลายตัว

จากความรู้ที่รับการบอกเล่ามาจากเพื่อนร่วมชั้นถึงวิธีการขุดหลุมกับดักเอาไว้สำหรับจับปลาในนิยายทะลุมิติที่เพื่อนร่วมชั้นได้อ่านและถ่ายทอดให้เขาฟังอย่างละเอียดถี่ยิบ หยางเสี้ยวไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้ผลกับเหตุการณ์จริงตรงหน้าหรือไม่ เขาทำได้เพียงต้องลองทำดูเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีความเป็นไปได้

“น้องชาย พี่ใหญ่คิดวิธีหนึ่งได้ล่ะ พวกเราจะขุดหลุมกับดักเอาไว้สำหรับดักปลากัน”

“ตกลงพี่ใหญ่ข้าจะช่วยท่านขุดเอง”

ไม่รอช้าหยางเสี้ยวลงมือขุดหลุมด้านข้างลำธารทันที หลังจากขุดหลุมขนาดความกว้าง ประมาณ 1 หมี่(1) ลึก 2 หมี่ จากนั้นเขาก็ขุดทางน้ำจากลำธารมายังหลุมที่ขุดเอาไว้และทางน้ำเล็ก ๆ เขาได้นำเอาดินโคลนในลำธารทาเอาไว้อีกด้วย จากนั้นก็ชวนน้องชายไปเดินหากิ่งไม้เพื่อวางปิดปากหลุม หลังจากเอากิ่งไม้วางเอาไว้เรียบร้อยดีแล้วขั้นตอนต่อไปก็นำใบไม้วางทับบนกิ่งไม้อีกทีเป็นอันเสร็จ

“พี่ใหญ่ วิธีนี้จะได้ผลจริง ๆ ใช่หรือไม่ขอรับ”

“พี่เองก็ไม่รู้ เราได้แต่ต้องรอดูแล้วล่ะ”

หลังจากจัดการหลุมกับดักเสร็จเรียบร้อยแล้ว หยางเสี้ยวเดินไปเก็บผักบุ้งเพื่อที่จะนำไปทำอาหาร เมื่อหยางเสียนเห็นพี่ใหญ่ของตัวเองเด็ดยอดหญ้าน้ำขึ้นมาก็ถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะหญ้าน้ำเขาไม่เคยเห็นใครเก็บไปกินเลยสักครั้ง

“พี่ใหญ่ เก็บยอดหญ้าน้ำไปทำไมหรือขอรับ มันกินไม่ได้สักหน่อย หรือว่าพี่ใหญ่ลืมไปแล้วขอรับ”

“กินได้สิ ตอนนั้นพี่ใหญ่เคยเห็นคนต่างหมู่บ้านกิน เขาบอกว่ามันอร่อยมาก พี่ยังคิดว่าทำไมพวกเราไม่ลองเก็บไปลองกินดูล่ะ”

“คนต่างหมู่บ้านที่ไหนขอรับ"

“พี่ใหญ่เองก็ไม่รู้ พี่ใหญ่เคยเห็นตอนที่เข้าไปขายสัตว์ป่ากับท่านพ่อน่ะ ตอนนั้นน้องชายเพิ่งสองขวบเอง เรื่องมันก็นานมากแล้วจนพี่เองก็ลืมไป พอวันนี้มาเห็นเจ้านี่ยอดอวบพี่ถึงได้นึกได้น่ะ คนผู้นั้นเรียกยอดหญ้าน้ำว่าผักบุ้ง เพียงแต่เป็นชนิดที่เกิดและเติบโตในน้ำเท่านั้น ต่างจากผักบุ้งที่เราปลูกอยู่เล็กน้อย พี่ใหญ่รับรองว่ามันไม่มีพิษแน่นอน” นับว่าเป็นการโกหกครั้งแรกของหยางเสี้ยวเลยทีเดียว

“ถ้าพี่ใหญ่บอกว่ากินได้ก็ต้องกินได้ ข้าเชื่อพี่ใหญ่ขอรับ”

หลังจากช่วยกันเด็ดผักบุ้งได้พอสมควรแล้ว หยางเสี้ยวจูงมือน้องชายเดินเลียบลำธารไปจนถึงแนวป่าไผ่ ไม่รู้ว่าจะมีหน่อไม้หลงเหลือให้ขุดเอากลับไปกินบ้างหรือไม่ คงต้องได้แต่วัดดวงแล้ว

“เอ๋พี่ใหญ่ ท่านพาข้ามาทำไมที่ป่าไผ่ขอรับ”

“มาหาหน่อไม้น่ะสิ เจ้าช่วยพี่หาดูว่าตรงไหนมีหน่อไม้อยู่บ้าง เจ้าใช้ไม้อันนี้เขี่ยใบไผ่ออกหาดูว่ามีตรงไหนที่ดินมีรอยแตกเหมือนมีอะไรดันขึ้นมาจากข้างล่างแบบนี้ หากเจอแล้วเรียกพี่ใหญ่ พี่ใหญ่จะเป็นคนขุดหน่อไม้ใต้ดินขึ้นมาเอง”

“พี่ใหญ่ ปกติหน่อไม้ก็ไม่มีคนกินเพราะมันทั้งขมและไม่อร่อย แล้วพี่ใหญ่จะลำบากหาหน่อไม้ใต้ดินทำไมขอรับ พี่ใหญ่ดูด้านนั้นสิ หน่อไม้เยอะเลย”

“โอ้ จริงด้วย ตอนนี้ขุดกลับไปก่อนเดี๋ยวพี่ค่อยคิดหาวิธีทำให้มันหายขม หลังจากขุดหน่อไม้แล้วพวกเราค่อยกลับไปดูหลุมดักปลาดีหรือไม่”

“ดีขอรับ”

หลังจากที่ขุดหน่อไม้ที่ทั้งอวบอ้วนและมีขนาดใหญ่ได้ 4 หน่อ หยางเสี้ยวพาน้องชายเดินกลับมาเพื่อดูว่ามีปลาตกลงไปในหลุมที่เขาขุดเอาไว้หรือไม่ อีกอย่างพวกเขาสองพี่น้องออกจากบ้านมานานแล้ว กลัวว่ามารดาที่กลับมาจะหาพวกเขาไม่พบและเป็นห่วงเอาได้ เขาจึงไม่รั้งขุดหน่อไม้ต่อ เดินกลับมาจนถึงหลุมดักปลา หยางเสี้ยวยกกิ่งไม้ใบไม้ออกจากปากหลุมก็พบว่าในหลุมมีปลาตะเพียนขนาดใหญ่อยู่ 4 ตัว

“พี่ใหญ่ ปลาล่ะ ในหลุมมีปลาตัวใหญ่ตั้งสี่ตัว แล้วจะเอามันขึ้นมาได้ยังไง”

“เอาผักกับหน่อไม้ที่เราขุดมาออกจากตะกร้า แล้วส่งตะกร้ามาให้พี่ใหญ่เราจะใช้ตะกร้าตักมันขึ้นมา”

“ขอรับ”

หลังจากตักปลาขึ้นมาจนครบสี่ตัวแล้ว หยางเสี้ยวก็เอากิ่งไม้ใบไม้มาปิดปากหลุมเหมือนเดิม ตั้งใจเอาไว้ว่าพรุ่งนี้จะกลับมาดูใหม่ จากการพิสูจน์ทฤษฎีที่ได้ฟังมาจากเพื่อนร่วมเรียน หยางเสี้ยวนึกชื่นชมนักเขียนเจ้าของผลงานที่ได้มีการเขียนบรรยายเอาไว้ในนิยายอย่างละเอียด จนทำให้เขาสามารถสร้างหลุมดักปลานี้ได้สำเร็จ

จัดการกับหลุมดักปลาให้กับมาเป็นเหมือนเดิมเสร็จก็เอาผักและหน่อไม้ใส่เข้าไปในตะกร้า หยางเสี้ยวยกตะกร้าขึ้นสะพายหลัง จับจูงมือน้องชายกลับบ้านไปทันที บนใบหน้าผอมแห้งของหยางเสียนมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา ในแววตายังมีความยินดีและตื่นเต้น อีกทั้งหยางเสี้ยวมองเห็นถึงความดีใจของน้องชาย อย่างน้อย ๆ ตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ อย่างน้อยวันนี้ก็หาอาหารได้พอกินไปมื้อหนึ่งแล้ว พรุ่งนี้เขาคงต้องตามท่านแม่ขึ้นไปขุดผักป่า ไม่แน่ว่าบนภูเขาอู๋หลงอีกด้านอาจจะมีของที่สามารถนำมากินได้
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 311

    “อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 310

    หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 309

    “พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 308

    เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 307

    “ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 306

    หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status