เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร

เมื่อฉันต้องเป็นดวงใจของเหล่าสัตว์อสูร

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-22
Oleh:  SixFourTwoBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
137Bab
836Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ลู่หลิน นักอนุรักษ์สาวที่ถูกดึงข้ามมิติมาพร้อมกับระบบ 642 ต้องแบกรับหน้าที่เพียงหนึ่งเดียวในทวีปสัตว์อสูร ภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จมาพร้อมกับความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผนึกนับพันปีเพื่อรอคอยให้เธอมาพบกับเขา

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ภายในห้องแล็บอนุรักษ์วัตถุโบราณของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่เงียบสนิท

มีเพียงเสียงแปรงขนอ่อนที่ค่อย ๆ ปัดผ่านผิวเซรามิกเก่าแก่เท่านั้น

ไป๋ลู่หลินนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่สวยจดจ่ออยู่กับแจกันโบราณยุคราชวงศ์ที่ล่มสลาย

มือเล็กขยับอย่างระมัดระวังราวกับกำลังสัมผัสสิ่งล้ำค่า

ในสายตาของคนทั่วไป แจกันใบนี้เป็นเพียงวัตถุเก่าเก็บที่มีฝุ่นเกาะตามกาลเวลา

แต่ในสายตาของลู่หลิน มันแตกต่างออกไป

เธอมองเห็นเขม่าสีเทาจาง ๆ เกาะติดอยู่ตามรอยแตกร้าวบนผิวเซรามิก ราวกับคราบสกปรกบางอย่างที่ฝังลึกอยู่ภายในตัววัตถุ

มันไม่ใช่ฝุ่นธรรมดา แต่มันคือร่องรอยพลังงานที่หลงเหลือมาจากเจ้าของเดิม

ลู่หลินมีสัมผัสพิเศษติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เธอไม่ได้เห็นผีเป็นรูปร่าง แต่สามารถมองเห็นคราบพลังงานที่ติดอยู่กับสิ่งของได้

ของบางชิ้นสะอาดบริสุทธิ์จนแทบเปล่งประกาย ขณะที่บางชิ้นกลับเต็มไปด้วยหมอกสีดำหม่นชวนให้อึดอัด

และส่วนใหญ่... สิ่งของที่มีคราบสีดำหนาแน่น มักนำพาเรื่องเลวร้ายมาให้เจ้าของเสมอ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอเคยสัมผัสแหวนโบราณวงหนึ่ง แล้วเห็นภาพเลือดสีแดงฉานกระจายเต็มห้องจัดแสดง

สามวันหลังจากนั้น เกิดเหตุโคมไฟตกใส่นักท่องเที่ยวจนบาดเจ็บหนักตรงจุดเดียวกับที่เธอเห็นภาพพอดี

นับจากวันนั้น ลู่หลินก็ยิ่งระมัดระวังกับสิ่งสกปรกที่คนอื่นมองไม่เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่เพราะเหตุนี้เอง เธอจึงกลายเป็นคนประหลาดในสายตาคนรอบตัว

“เธอยังขัดอีกเหรอ มันสะอาดแล้วนะ”

เสียงของเพื่อนร่วมงานดังขึ้นจากอีกมุมห้อง

ลู่หลินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ

“อื้อ... เหลืออีกนิดเดียวเอง”

อีกฝ่ายมองเธอเหมือนอยากพูดอะไรต่อ แต่สุดท้ายก็เพียงถอนหายใจแล้วเดินออกไป

ลู่หลินก้มหน้ากลับมาทำงานเงียบ ๆ ตามเดิม

เธอชินแล้วกับสายตาแบบนั้น หลายคนแอบเรียกเธอลับหลังว่า พวกย้ำคิดย้ำทำ บ้างก็ว่าประสาทบ้าง

เพราะเธอมักขัดทำความสะอาดวัตถุเดิมซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่มันดูสะอาดสำหรับคนทั่วไปแล้ว

แต่ไม่มีใครรู้เลย... ว่าถ้าหากเธอยังมองเห็นคราบสีดำพวกนั้น เธอก็ไม่อาจปล่อยผ่านมันไปได้จริง ๆ

หลังเลิกงาน ลู่หลินเดินทางกลับคอนโดด้วยรถประจำทางเหมือนทุกวัน

ฝนตั้งเค้ามาตั้งแต่ช่วงเย็น ท้องฟ้ามืดครึ้มจนผู้คนต่างรีบกลับบ้านกัน

ระหว่างทางเธอแวะร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ หน้าสถานีรถเมล์ เธอเลือกซื้อเค้กปอนด์ชิ้นเล็กกลับไปด้วยหนึ่งกล่อง

“สุขสันต์วันเกิดนะคะ”

พนักงานพูดยิ้ม ๆ หลังเห็นวันเกิดจากแต้มสมาชิก

ลู่หลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบบางเบา

“ขอบคุณค่ะ”

และนั่นก็เป็นคำอวยพรวันเกิดเพียงคำเดียวที่เธอได้รับในวันนี้

20:00 น. ภายในคอนโดชั้นยี่สิบสอง บรรยากาศเงียบงันเหมือนทุกคืน

หลังจากเธออาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนตัวโปรด ลู่หลินก็นำเค้กก้อนเล็กมาวางบนโต๊ะหน้าโซฟา

ภายนอกหน้าต่าง ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ เสียงฟ้าร้องดังครืนจนกระจกสั่นเบา ๆ

ลู่หลินนั่งอยู่เพียงลำพังท่ามกลางห้องกว้าง

วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบสองปีของเธอ ชีวิตหลังเรียนจบของเธอไม่ต่างจากวงกลมเดิม ๆ

ทำงาน กลับบ้าน ใช้ชีวิตคนเดียว เรียบง่าย... และเงียบเหงาเสียจนบางครั้งก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงตัวเธอคนเดียว

ลู่หลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง หน้าจอยังคงว่างเปล่า ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีสายโทรเข้า แม้แต่แจ้งเตือนจากกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนก็ไม่มี

เธอหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนจะปักเทียนเล่มเล็กลงบนเค้ก

แสงเทียนสั่นไหวท่ามกลางความเงียบ

“สุขสันต์วันเกิดนะตัวเรา...”

เธอพึมพำเบา ๆ

“ปีนี้ก็ขอให้มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นบ้างเถอะ... แค่เรื่องเดียวก็ยังดี”

ทันใดนั้นเอง…

เปรี้ยง!!!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวจนห้องทั้งห้องสะเทือน

ลู่หลินสะดุ้งสุดตัว แสงไฟในห้องดับวูบลงทันที

“ว้าย!”

เธอลนลานคว้ามือถือขึ้นมา แต่ยังไม่ทันเปิดไฟฉาย เสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เปรี้ยง!!!

คราวนี้แสงสีขาวสว่างจ้าพลันวาบเข้ามาทางระเบียงราวกับสายฟ้าฟาดลงตรงหน้า

ลู่หลินเบิกตากว้าง ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปด้วยแสงสีขาวโพลน

ร่างกายของเธอเหมือนถูกกระชากผ่านอุโมงค์มืดมิดไร้จุดสิ้นสุด

หนักอึ้ง… และ หนาวเย็น… แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง

...

เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง

สัมผัสแรกคือความนุ่มของพื้นหญ้าใต้ฝ่ามือ และกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของดอกไม้ป่าที่ลอยเข้ามาในอากาศ

ลู่หลินค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นด้วยอาการมึนงง

ภาพตรงหน้าไม่ใช่เพดานห้องคอนโดอีกต่อไป แต่เป็นท้องฟ้าสีครามสดใสที่มีหมู่เมฆสีขาวลอยเอื่อยเหนือยอดไม้สูงเสียดฟ้า

สายลมอุ่นพัดผ่านใบหน้าเบา ๆ เสียงนกร้องดังมาจากที่ไกล ๆ

“ที่นี่... ที่ไหน?”

ลู่หลินเบิกตากว้างพลางมองไปรอบตัว

ป่าขนาดมหึมารายล้อมเธอเอาไว้ ต้นไม้แต่ละต้นสูงใหญ่จนแทบมองไม่เห็นปลายยอด ราวกับป่าดึกดำบรรพ์ที่ไม่มีทางมีอยู่ในโลกปัจจุบันอย่างแน่นอน

หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นทีละนิด

“เดี๋ยวนะ... ฉันไม่ได้อยู่ที่คอนโดเหรอ?”

ทันใดนั้นเอง

ติ๊ง!

[“ยืนยันโฮสต์ ไป๋ลู่หลิน… เริ่มการถ่ายโอนข้อมูล”]

ลู่หลินสะดุ้งสุดตัว รีบหันมองรอบด้านทันที

“ใครพูดน่ะ!”

แต่รอบตัวเธอกลับว่างเปล่า

[“ถ่ายโอนข้อมูลสำเร็จ… ระบบ 642 ยินดีต้อนรับโฮสต์”]

“ระบบเหรอ...?”

เธอทวนคำอย่างงุนงง แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงบางอย่างก็พลันดังแหวกอากาศลงมาจากด้านบน

ฟึ่บ!

โครม!!!

ร่างขนาดใหญ่ตกลงมากระแทกพื้นไม่ไกลจากจุดที่เธอยืนอยู่ ฝุ่นดินฟุ้งกระจายทันที

ลู่หลินสะดุ้งเฮือก รีบคว้าท่อนไม้ใกล้ตัวขึ้นมากอดไว้แน่น หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกจากอก

“อย่าเข้ามานะ! ฉัน... ฉันมีอาวุธนะ!”

เธอมองไปที่ร่างนั้นอย่างระแวง แต่ร่างนั้นกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย

หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ลู่หลินจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างระแวดระวัง

เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง เธอก็ชะงักไปทั้งตัว ผู้ชายคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่บนพื้น

เขามีเส้นผมสีทองสว่างราวกับทองคำแท้กระจายอยู่บนพื้นหญ้า ใบหน้าคมคายงดงามจนเกินจริง แม้จะซีดเซียวจากการเสียเลือด แต่กลับยังดูสูงส่งราวกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกมนุษย์

และสิ่งที่ทำให้เธอแทบลืมหายใจคือ ปีกสีเงินขนาดใหญ่ที่แผ่อยู่ด้านหลังของเขา

“หล่อจัง...”

คำพูดหลุดออกจากปากเธออย่างไม่รู้ตัว

ลู่หลินรีบส่ายหัวแรง ๆ เรียกสติกลับมา ก่อนจะคุกเข่าลงข้างกายเขาอย่างลนลาน

“มะ... ไม่ใช่สิ! เขาบาดเจ็บอยู่นะ!”

เธอเอื้อมมือไปแตะปลายจมูกของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง

“ยังหายใจอยู่นี่...”

เสียงถอนหายใจโล่งอกหลุดออกจากริมฝีปากทันที

แต่เมื่อเห็นเลือดจำนวนมากที่ไหลออกจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ สีหน้าของเธอก็ซีดลงอีกครั้ง

[“ยินดีด้วย! คุณได้เปิดใช้งานภารกิจแบบสุ่ม”]

[“โปรดช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ… เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น คุณจะได้รับรางวัลอันล้ำค่า”]

“เดี๋ยวก่อนนะ! ภารกิจอะไร...”

ลู่หลินยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเลือดอุ่น ๆ ของเขาซึมออกมาไม่หยุด

‘เอาเถอะ... จะภารกิจอะไรก็ช่าง แต่ตอนนี้ต้องช่วยคนก่อน!’

เธอรีบฉีกชายเสื้อของอีกฝ่ายออกด้วยมือสั่น ๆ พลางพึมพำขอโทษไม่หยุด จากนั้นจึงพยายามพันแผลห้ามเลือดให้เขาอย่างทุลักทุเล

“อดทนหน่อยนะคุณทูตสวรรค์...”

ลู่หลินพูดเสียงสั่น ทั้งที่ตัวเองก็แทบร้องไห้อยู่แล้ว

“ฉันจะช่วยคุณเองนะ”

เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก หลังจากที่เธอใช้ชายเสื้อคลุมสีดำของคนตรงหน้ามาพันแผลให้เขาจนดูหนาเตอะ

แม้มือจะยังสั่นไม่หาย แต่เธอก็ยิ้มออกมาอย่างซื่อ ๆ เมื่อเห็นว่าเลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว

สายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับหน้าอกที่เปิดกว้างของเขา

นอกเหนือจากมัดกล้ามที่เรียงตัวสวยสมบูรณ์แบบแล้ว

ตรงตำแหน่งหัวใจยังมีรอยสักจาง ๆ รูปวิหคสยายปีกที่ดูสง่างามพาดอยู่ และข้างรอยสักนั้นมีดาวดวงเล็ก ๆ สี่ดวงประดับเคียงกัน

“รอยสักเหรอ... มีดาวด้วย น่ารักจัง”

เธอพึมพำพลางใช้นิ้วจิ้มลงไปเบา ๆ อย่างลืมตัว

ทันใดนั้นเสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ติ๊ง!

[“การรักษาเบื้องต้นเสร็จสิ้น ภารกิจเสร็จสมบูรณ์… ของรางวัลถูกส่งมอบแล้ว โฮสต์โปรดรับของรางวัลด้วย!”]

ตุบ!

ถุงผ้าขนาดกลางที่ทำจากหนังสัตว์ตกลงมาใส่มือของเธอพอดี ลู่หลินรีบเปิดดูด้วยความตื่นเต้นปนสงสัย

“ของรางวัลเหรอ... มีอะไรอยู่ข้างในบ้างนะ”

ของรางวัลภายในถุงถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ มีเชื้อจุดไฟ กระบอกน้ำ และหนังสือปกหนังเก่า ๆ เล่มหนึ่ง

ลู่หลินหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านทันที

“คู่มือการใช้ชีวิตใน... ทวีปสัตว์อสูรเหรอ”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างขณะไล่อ่านเนื้อหาในหนังสือ โลกแห่งนี้คือดินแดนของเหล่าสัตว์อสูรที่วิวัฒนาการมาจากสัตว์ป่า จนสามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์และมีพลังเหนือธรรมชาติ

แต่เมื่ออ่านข้อความถัดมา ก็ทำให้เธอแทบสำลักลมหายใจตัวเอง

‘เนื่องจากจำนวนตัวเมียในทวีปมีน้อยมาก ตัวเมียส่วนใหญ่จึงได้รับการปกป้องและมักมีคู่ครองตัวผู้หลายคนเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์’

“หะ... หลายคนเหรอ?” ใบหน้าของเธอร้อนวูบขึ้นมาทันที

“นี่มันโลกอะไรกันเนี่ย...”

ลู่หลินรีบปิดหนังสือแล้วกอดมันไว้แน่นอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเผลอเหลือบมองสัตว์อสูรตรงหน้าอีกครั้ง

เส้นผมสีทองของเขาสะท้อนแสงแดดจนดูเหมือนทองคำจริง ๆ ยิ่งมองใกล้ ๆ ก็ยิ่งหล่อจนเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาด

“ไม่ได้ ๆ ลู่หลิน ตั้งสติหน่อยสิ!”

เธอตบแก้มตัวเองเบา ๆ แล้วรีบเก็บหนังสือลงถุงตามเดิม

ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการเอาชีวิตรอดต่างหาก

ลู่หลินหยิบกระบอกน้ำขึ้นมาดื่ม ก่อนจะเริ่มสำรวจพืชรอบ ๆ ตามข้อมูลในหนังสือ

“อย่างน้อยอากาศที่นี่ก็ดีกว่าโลกเดิมตั้งเยอะเลยนะ...”

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าสีสดใส ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

“แต่คืนนี้ฉันจะนอนที่ไหนล่ะ”

เธอหันกลับมามองคนเจ็บอีกครั้ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เพื่อจัดท่านอนให้เขาสบายขึ้น

ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วแตะลงบนรอยสักรูปวิหคและดาวทั้งสี่ดวงนั้น

วูบ!

แสงสีทองนวลพลันสว่างขึ้นจากรอยสักทันที

“กะ... เกิดอะไรขึ้น”

ลู่หลินสะดุ้งตกใจ แสงสีทองไหลไปตามเส้นเลือดบนร่างของเขา ก่อนจะรวมตัวกันตรงบาดแผลที่หัวไหล่ ใต้ผ้าพันแผลที่เธอทำไว้ บาดแผลเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว

แม้แต่ปีกสีเงินขนาดใหญ่ที่เคยหักพับอยู่ข้างกายก็เริ่มขยับ พร้อมเสียงกรอบแกรบคล้ายกระดูกกำลังเชื่อมเข้าหากัน

“นี่มัน... เวทมนตร์เหรอ”

เธอได้แต่มองตาค้าง

เมื่อแสงค่อย ๆ จางลง สัตว์อสูรตรงหน้าก็ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอ

ส่วนดาวทั้งสี่ดวงบนอกของเขากลับเปล่งประกายสีเงินชัดเจนกว่าเดิม

ติ๊ง!

[“ตรวจพบสภาวะพันธะชั่วคราวระหว่างโฮสต์และเป้าหมาย”]

[“คำเตือน โปรดระวังการสัมผัสโดยตรง หัวใจของสัตว์อสูรตัวผู้มักอ่อนไหวต่อสัมผัสของตัวเมียบริสุทธิ์”]

“พันธะอะไรนะ”

ลู่หลินเอียงคออย่างงุนงง

“ฉันแค่ช่วยทำแผลเองนะ เธออย่าพูดเหมือนนิยายรักประหลาด ๆ สิ”

[“โฮสต์โปรดจริงจังด้วย”]

คำตอบของระบบทำให้ลู่หลินถึงกับพูดไม่ออก

เธอพองแก้มเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน แล้วหันไปสนใจของกินแทน

“ในหนังสือบอกว่าผลไม้สีแดงกินได้... อ๊ะ! ตรงนั้นมีพอดีเลย”

เธอรีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปเก็บผลไม้ใกล้ ๆ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า...

เปลือกตาของสัตว์อสูรผมทองเริ่มขยับช้า ๆ แล้ว

ไม่นานท้องฟ้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม

ป่าที่เคยสดใสในยามกลางวันกลับเงียบสงัดลงจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้กับเสียงแมลงกลางคืนดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ

ลู่หลินกลับมานั่งลงข้างร่างของสัตว์อสูรอีกครั้ง ในอ้อมแขนเต็มไปด้วยผลไม้สีแดงสดที่เธอเพิ่งเก็บมา

เธอมองใบหน้าคมคายของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะหมดสติอยู่ แต่คิ้วเข้มกลับยังขมวดแน่นราวกับกำลังฝันร้าย

“หลับลึกจังเลยนะ...”

เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นปีกสีเงินขนาดใหญ่ที่เปื้อนฝุ่นกับคราบเลือดแห้ง ๆ

นิสัยรักสะอาดของเธอทำให้เธอทนมองไม่ไหว มือเล็ก ๆ จึงเอื้อมออกไปหมายจะปัดฝุ่นให้อย่างเบามือ

แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสขนนกสีเงิน

“หมับ!”

“ว้าย!”

ลู่หลินร้องสะดุ้งสุดเสียง เมื่อข้อมือถูกคว้าไว้แน่นจนผลไม้ในอ้อมแขนร่วงกระจัดกระจายเต็มพื้น

ดวงตาสีอำพันลืมขึ้นช้า ๆ ภายใต้ความมืดยามค่ำคืน

สายตาคมกริบจ้องมองนางอย่างเย็นเยียบ ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมฉีกกระชากทุกสิ่งตรงหน้า
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
137 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status