LOGINพราวฟ้าดาราสาวสวยที่กำลังโด่งดัง แต่เมื่อใกล้วันเกิดของเธอกลับมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับตัวเธออย่าง ต่อเนื่องจนผู้จัดการที่เป็นคนสนิทต้องพาเธอไปพึ่งสิ่ง ศักสิทธิ์ทั้งที่ตัวของเธอเองก็ไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลย แต่ทุกอย่างมันกลับไม่ดีขึ้น ยิ่งใกล้วันเกิดเธอมาก เท่าไหร่ทุกสิ่งทุกอย่างยิ่งแปลกและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอได้พบกับ ธนา กิจไพรศาล นักธุระกิจหนุ่มที่เบื้องหลังของเขาไม่ธรรมดา และเธอพึ่งค้นพบว่าเขาเป็นคนเดียวที่ช่วยเธอได้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอมันเป็นบ่วงกรรมที่ติดมาแต่ชาติปางก่อนและเขาเองก็เป็นคนที่ทำให้เธอติดอยู่ในบ่วงกรรมนี้เช่นกัน คนหนึ่งรอวันแก้แค้นข้ามภพ อีกคนไม่เคยจดจำแม้จะเกิดใหม่ ระหว่าง บ่วงกรรม ความแค้น ความรัก พราวฟ้าเอง ก็ไม่รู้ว่าเธอจะทำอย่างไร
View Moreท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนเสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำซัด
สาดจนใบไม้ใบหญ้ารอบๆเรือนไทยหมู่หลังงามสั่นไหว
เสียงฟ้าร้องเปรี้ยงปร่างสลับกับแสงแปลกปราบของสายฟ้าที่
ผ่าลงมาเป็นระยะ ลมพายุที่พัดอื้ออึงเหมือนกับเสียงหวีดร้องของ สิ่งที่ไม่มีตัวตน แต่ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงของธรรมชาติที่บ้าคลั่งนั้น มันกลับมีอีกเสียงหนึ่งที่แทรกซึมผ่านความเงียบสงัด ของเรือนไม้สักทองโบราณหลังนั้น
ตะโพนรัวกระชั้น...ปี่พาทย์โหยหวน...รันหน้าที่ก้องกังวาล
มันคือเสียงของดนตรีไทยดั้งเดิมที่ดังแว่วมาตามสายลม
ในตอนแรกเป็นเสียงที่อ่อนหวานชวนฟัง ที่ทำให้ทุกคนเพลิดเพลินและหลงใหล
แต่แล้วไม่นานมันกลับเป็นเสียงท่วงทำนองที่หนักอึ้ง บีบคั้น
ชวนให้คนที่ได้ฟังขนลุกขนชันถึงขีดสุด
แอ๊ดดดด!!!
ตึกๆๆตึกๆๆ
เสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่เดินออกจากข้างในบ้านดังขึ้น
ที่ระเบียงไม้กว้างหน้าห้องนอน ร่างบางระหงของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่กำลังเยื้องกลายร่ายรำไปตามจังหวะของดนตรีอันวังเวงนั้น
พร้อมกับลมพายุที่พัดโหมแรงมากยิ่งขึ้น
'พราวฟ้า' ดารานักแสดงสาวชื่อดังระดับแถวหน้าของเมืองไทย
ผู้ที่มีใบหน้าที่สวยสะกดตาจนเป็นที่โจษจันของคนที่เห็นและตกแฟนคลับทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้เพียงแค่พบเจอและเผลอสบตา
กับเธอ
ในตอนนี้เธอที่อยู่ในชุดนอนผ้าซาตินสีขาวตัวบางที่ปลิวไสวไปตามแรงลม มือเรียวทั้งสองข้างกำลังทำท่าจีบคว่ำจีบหงาย หักข้อ
กรีดกราย ด้วยท่วงท่าร่ายรำอันอ่อนช้อย และงดงามราวกับนาง
ละครหลวงในอดีต แต่สิ่งที่ผิดปกติก็คือ พราวฟ้าเธอกำลังหลับตาสนิท ใบหน้า
สวยเนียนซีดเผือด และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ลมหายใจของเธอเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เหมือนคนที่กำลังหลับลึกเธอไม่ได้ ออกมารำด้วยความตั้งใจของเธอเอง แต่เธอกำลังเดินละเมอ ออกมาร่ายรำท่ามกลางสายฝนอย่างไม่รู้ตัว
เปรี๊ยง!!!!
เสียงฟ้าผ่าลงมาดังสนั่นทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนและท้องฟ้าสว่างขึ้นครู่หนึ่ง
และในตอนที่แสงวาบผ่านความมืดมิดหากมองให้ดีก็จะเห็นได้ว่า
ที่ด้านหลังของดาราสาวมันกลับไม่ได้มีเพียงแค่ความว่างเปล่า
แต่มันคือกลุ่มควันสีดำสนิทกลุ่มหนึ่งที่ม้วนตัวอยู่กลางอากาศ และกระจายตัวออกเป็นรูปร่างคล้ายกับมือคู่หนึ่งที่ทั้งอัปลักษณ์และผอมแห้งจนเห็นกระดูกและยังมีเล็บที่แหลมคมยาวเฟื้อยสีดำ
ร่างๆนั้นเข้าประชิดที่แผ่นหลังของพราวฟ้า แขนที่ผอมแห้งกำลังทอดขนานไปกับแขนเรียวของเธอ มันกำลัง ‘บังคับ’ จับมือ จับแขน และร่างกายของเธอให้ร่ายรำไปตามถ้วงทำนองของดนตรีนั่น เหมือนว่ามันกำลังเชิดร่างกายของเธออยู่
สิ่งที่ซ้อนทับอยู่ที่ด้านหลังของพราวฟ้ามันดูนน่ากลัวอย่างยิ่ง
ทุกครั้งที่ร่างเรื่อนรางนั้นขยับ ร่างของพราวฟ้าก็จะถูกบังคับให้ขยัยร่ายรำไปตามสิ่งนั้นด้วยท่วงท่าที่หักโหมจนกระดูกของเธอลั่นกรอบแกรบอย่างกลัวว่าจะหัก แว่วเสียงกระซิบที่แหบพร่าและเครียดแค้นดังก้องสะท้อนในความมืด แข่งกับเสียงฟ้าร้อง
ภายนอกบ้าน
"ชาตินี้มึงเสวยสุขบนชื่อเสียงเงินทอง....ชาติก่อนมึงทำกูย่อยยับ
ถึงเวลาที่มึงจักต้องชดใช้ให้กูแล้ว...."
เสียงเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นและเลือนลางไปพร้อมกับเสียงของฟ้าร้อง
เฮือก!!!!!
พราวฟ้าสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงฟ้าร้องระเบิดลั่นเปรี๊ยงใหญ่แสงสว่างจากฟ้าผ่าส่องวาบเข้ามาในห้องนอน
พราวฟ้าลืมตาโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความมืด ก็พบว่าตัวเธอเองไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนอนที่หนานุ่มราคาหลักแสนของตัวเอง แต่กลับลงมานอนขดตัวอยู่บนพื้นไม้กระดานที่แข็งๆ ตรงระเบียงหน้าห้อง ที่สายฝนกำลังสาดซัดเข้ามาอย่างหนักจนร่างกายของเธอเริ่มเปียกปอนไปแล้วซีกหนึ่ง ความหนาวที่เย็นเยียบของลมและฝนพัดโบกเข้ามาจนตัวเธอเริ่มสั่นสะท้าน
"อึก!!.."
พราวฟ้าที่พยายามจะยันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่แล้วเพียงแค่เธอขยับ ร่างกายความเจ็บปวดที่มหาศาลก็วิ่วแล่นริ้วเข้ามาจู่โจมไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย มันไม่ใช่เป็นแค่การปวดเมื่อยที่ธรรมดา แต่มันเป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่ลึกเข้าไปถึงในกระดูก ราวกับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเธอถูกจับยืดและบิดงอกระชากอย่างรุนแรง จนร่างกายและแขนทั้งสองข้างของเธอต่างระบมจนแทบจะยกไม่ขึ้น เลยทีเดียวทั้งข้อมือและข้อเท้าต่างปวดแปลบเหมือนกับว่าเธอถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยโซ่ตรวนขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็น
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน....ทำไมมันถึงได้ปวดขนาดนี้กัน.."
พราวฟ้ากัดฟันครางออกมา น้ำตาของเธอซึมออกมาด้วยความเจ็บปวด
เธอยกมืออันสั่นเทาขึ้นลูบหน้า พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นใบหน้าของตัวเองในกระจกบานเลื่อนประตูระเบียง เสียงฟ้าเเบบเผยให้เห็นใบหน้าสวยแต่ทว่าซูบซีดและขอบตาที่ดำคร้ำของเธอ อีกแค่สองเดือน....เธอก็จะอายุครบยี่สิบห้าปีเต็ม...วัยที่ใครๆต่าง
ก็เตือนว่าเป็นช่วง 'เบญจเพส'
ที่ผ่านมาพราวฟ้าไม่เคยงมงายเรื่องพวกนี้เลย เธอคิดว่าชีวิตที่
เพียบพร้อม มีทั้งชื่อเสียงเงินของและความสำเร็จในวงการบันเทิง
คือสิ่งที่เธอสร้างมาด้วยตัวเอง แต่ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้
เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดและลี้ลับ เริ่มเกิดขึ้นกับเธอทีล่ะน้อย
ตั้งแต่ฝันร้ายซ้ำๆ เสียงดนตรีไทยที่ไม่มีที่มา และอาการตื่นขึ้นมาพร้อมกับความระบมเจ็บปวดที่เจียนตายในทุกๆเช้าของวันโกน
พราวฟ้าค่อยๆพยุงร่างกายของตัวเองที่บอบช้ำให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอมองออกไปด้านนอกท่ามกลางความมืดที่
อากาสกำลังแปลปลวนตรงสวนหย่อมหน้าเรื
อนไทยโบราณที่ครอบครัวของเธอพึ่งซื้อต่อมา ความรู้สึกที่เย็นยะเยือกสายหนึ่งแล่นผ่านหลังคอของเธอไป พร้อมกับความรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจแต่ว่าความรู้สึกของเธอกลับบอกเธอว่า...
มี ‘บางสิ่ง’ ที่มันกำลังจ้องมองเธออยู่จากในเงามืดนั้น และมันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ข่มขู่ให้เธอกลัวเท่านั้น แต่มันยังต้องการที่จะลากตัวของเธอลงไปในนรกพร้อมกับความโกนธแค้นและอาฆาตที่เธอไม่เคยจดจำได้เลย!
หลังจากพายุรักริมชายหาดสงบลง คเชนทร์อุ้มนลินที่แทบหมดแรงกลับเข้ามาภายในห้องนอนกว้างของบ้านพักตากอากาศ กลิ่นไอทะเลเปียกชื้นยังคงเกาะกุมผิวกาย ทว่าเพลิงเสน่หาในนัยน์ตาคู่คมกลับยังไม่ดับลงแม้แต่น้อย ชายหนุ่มวางร่างบางลงยืนเบาๆ หน้ากระจกเงาบานใหญ่ทรงสูงที่ตั้งอยู่ปลายเตียง แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงส่องสะท้อนเรือนร่างเปลือยเปล่าเปียกปอนของคนทั้งสองอย่างชัดเจน นลินมองภาพตัวเองในกระจกด้วยสายตาพร่าปรือ เธอกำลังถูกคเชนทร์โอบกอดจากด้านหลัง แผงอกกว้างเบียดแนบแผ่นหลังเนียนนุ่มจนแทบไร้ช่องว่าง “คุณคเชนทร์... พอแล้วค่ะ นลินเหนื่อยจะแย่อยู่แล้วนะ” นลินประท้วงเสียงสั่นพร่า มือเรียวยกขึ้นจับแขนแกร่งที่คล้องเอวเธอไว้แน่น “เหนื่อยจริงหรือครับ...” คเชนทร์เอ่ยกระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งสูงอีกครั้ง “แต่ร่างกายของคุณมันบอกตรงกันข้ามเลยนะ นลิน” สายตาของนลินในกระจกมองเห็นมือหนาของเขาที่กำลังเลื่อนต่ำลงไปบีบเฟ้นสะโพกงอนงามอย่างหนักหน่วง ก่อนจะแหวกผ่านความฉ่ำชื้นเข้าสัมผัสจุดอ่อนไหวกลางกายเบาๆ จนเธอสะท้านเกร็ง “อื้อ... คุณคเชนทร์... อย่าแกล้งสิคะ” “มองกระจกสิ นลิน... มองดูว่า
ความเย็นฉ่ำของสายน้ำทะเลที่กระทบผิวกาย ไม่อาจบรรเทาเพลิงปรารถนาที่พุ่งสูงขึ้นอีกครั้งได้เลย... คเชนทร์โอบอุ้มร่างเปลือยเปล่าที่เปียกปอนของนลินขึ้นจากผิวน้ำ สายตาคู่คมที่ส่องประกายวาววับท่ามกลางแสงจันทร์ฉายแววความหิวกระหายและดุดันยิ่งกว่าเดิม ชายหนุ่มไม่คิดจะพาเธอ กลับไปที่ผ้านวมริมหาด หากแต่ประคองร่างบางไปยันชิดติดกับ ‘โขดหินใหญ่’ ริมชายหาดที่ถูกคลื่นซัดซ่าอยู่ตลอดเวลา แผ่นหลังเนียนนุ่มของนลินแนบสนิทไปกับความเย็นเยือกและขรุขระของโขดหิน ความขัดแย้งระหว่างความเย็นของหินและสายน้ำ กับความร้อนระอุจากฝ่ามือหนาที่บีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักหน่วง ปลุกสัญชาตญาณความกระสันซ่านในตัวเธอให้ตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจควบคุม “คุณคเชนทร์... อ๊ะ... ตรงนี้มัน...” นลินส่งเสียงร้องครวญครางพร่า ละอองน้ำทะเลที่กระเซ็นใส่ใบหน้าและลำคอทำให้นัยน์ตาหวานเชื่อมฉ่ำปรือยิ่งขึ้น “ตรงไหนก็เหมือนกัน... ในเมื่อตัวคุณมันร้อนจนแทบจะเผาผมให้วายวาตอยู่แล้ว” คเชนทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำดุดัน ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจแม้แต่วินาทีเดียว เขาจับขาเรียวสวยข้างหนึ่งของนลินยกขึ้นสูง อ้ากว้างแนบไปกับโขดหิน เผยให้เห็นกุหลาบง
หลังจากผ่านพ้นฝันร้ายและตราบาปในเรือนไทยโบราณ คเชนทร์ตัดสินใจพานลินปลีกวิเวกมาพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศส่วนตัวริมชายหาดอันเงียบสงบ เสียงคลื่นซัดซ่ากระทบฝั่งปะทะสายลมทะเลเหน็บหนาวนิดๆ ในยามค่ำคืน บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความโรแมนติกและความเป็นส่วนตัวขั้นสุด ท้องฟ้ามืดมิดไร้เมฆหมอกอาถรรพ์ มีเพียงแสงดวงจันทร์ส่องสว่างสะท้อนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ลมทะเลพัดพาเอากลิ่นเค็มเกลือผสมกลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้ราตรี ชายหาดส่วนตัวเบื้องหน้าเงียบสงบ ไร้ผู้คนรบกวน มีเพียงเขากับเธอและคลื่นลมที่เป็นพยานให้กับสายสัมพันธ์ครั้งใหม่ นลินยืนอยู่ริมชายหาด น้ำทะเลเย็นฉ่ำซัดสาดล้างปลายเท้าเปลือยเปล่า เธอสวมชุดเดรสยาวผ้าพลิ้วสีขาวบางเบา สายเดี่ยวเส้นเล็กแทบจะทิ้งตัวหลุดจากไหล่ ผ้าซาตินเนื้อนุ่มถูกลมทะเลพัดแนบไปกับส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างอันเย้ายวน ทันใดนั้น แขนแกร่งอันอบอุ่นของคเชนทร์ก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมลงมาครึ่งอก เผยแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นที่บัดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ เขาวางคางไว้บนไหล่มน กระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูที่ทำให้นลินสะท้านไปทั้งสรรพางค์กา
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าตรู่ลอดผ่านรอยแยกของม่านเนื้อบางกระทบลงบนเตียงไม้สักโบราณ กลิ่นไอฝนที่จางหายไปจากเมื่อคืนถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดอกส้มป่อยและไออบอุ่นของเรือนร่างสองร่างที่ยังคงตระกองกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา นลินค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกเมื่อยล้าและระบมไปทั่วช่วงล่างตอกย้ำถึงพายุอารมณ์อันเร่าร้อนที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เธอขยับกายเล็กน้อย แต่กลับพบว่าตนเองถูกพันธนาการไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งและแผงอกกว้างอันอบอุ่นของคเชนทร์ ชายหนุ่มยังคงหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ใบหน้าคมคายในยามหลับใหลไร้ซึ่งความเครียดขึ้ง ดูอ่อนโยนทว่าทรงเสน่ห์จนหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ นลินยื่นมือเรียวไปสัมผัสสันกรามเด่นชัดเบาๆ ลูบไล้ผ่านริมฝีปากหยักได้รูปที่เคยจุมพิตเธออย่างหิวกระหาย ความรู้สึกรักและผูกพันที่ฟื้นคืนกลับมาทำให้เธอเผยรอยยิ้มหวานออกมาโดยไม่รู้ตัว ทว่า... ในวินาทีที่นิ้วมือของเธอแตะลงบนริมฝีปากหนา คเชนทร์กลับคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้อย่างรวดเร็ว นัยน์ตาคู่คมลืมขึ้นสบตาเธอทันที ไม่มีร่องรอยของคนที่เพิ่งตื่นนอน มีเพียงประกายตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และตื่นตัวอย่












reviews