Share

หย่า…มารักฉันเลย
หย่า…มารักฉันเลย
Penulis: เบลล่า

บทที่ 1

Penulis: เบลล่า
ฉันได้รับวิดีโอลามกมา

“คุณชอบแบบนี้ไหม?”

ผู้ชายที่กำลังพูดอยู่ในวิดีโอนี้คือมาร์ค สามีของฉันเอง ฉันไม่ได้เจอหน้าเขามาหลายเดือนแล้ว เขาเปลือยกายล่อนจ้อน เสื้อและกางเกงวางเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น เขาพยายามดันมังกรยักษ์เข้าไปในร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งที่มองไม่เห็นหน้า หน้าอกอันอวบอิ่มและกลมกลึงกระเด้งกระดอนอย่างแรง ฉันได้ยินเสียงกระแทกกระทั้นในวิดีโอนั้นอย่างชัดเจน ผสมกับเสียงครวญครางและคำรามอันเร่าร้อน

“นั่นแหละ แบบนั้นแหละ กระแทกมาแรง ๆ เลยที่รัก" ผู้หญิงคนนั้นโต้ตอบด้วยร้องครางอย่างมีความสุข

“ยั่วสวาทจริง ๆ เลยนะ!” มาร์คลุกขึ้นยืนแล้วพลิกตัวเธอให้คว่ำลง พร้อมตบก้นเธอและพูดว่า "แอ่นก้นขึ้นมา!”

ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะอย่างแผ่วเบา พลิกตัวคว่ำลง ส่ายก้นไปมา แล้วนอนคุกเข่าอยู่บนเตียง

ฉันรู้สึกเหมือนมีคนเทน้ำในกระติกน้ำแข็งราดมาบนหัว การที่สามีนอกใจก็แย่พออยู่แล้ว แต่ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือผู้หญิงคนนั้นคือเบลล่า ผู้เป็นน้องสาวของฉันเอง

ฉันปล่อยให้วิดีโอเล่นต่อไป โดยดูและฟังพวกเขาสองคนบรรเลงเพลงรักกัน ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่ฉันได้ยินเสียงครวญครางของพวกเขา ฉันก็รู้สึกเหมือนโดนทิ่มแทงลงบนหัวใจ

การนอกใจยังคงดำเนินต่อไป หลังจากตบก้นกันอีกสองสามครั้ง เขาก็จับก้นของเธอเอาไว้ แล้วสอดใส่มังกรยักษ์ของเขาเข้าไปตรงหว่างขา แล้วเริ่มกระแทกสุดแรง

หลังจากดันเข้าดันออกอยู่สองสามรอบ มาร์คกับเบลล่าก็ร้องครวญครางออกมาเมื่อถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน พวกเขาล้มตัวลงบนเตียง พร้อมกับจูบและลูบไล้ใบหน้าของกันและกัน

“คุณทำแบบนี้กับพี่สาวของฉันด้วยหรือเปล่า?” เสียงยั่วสวาทของเบลล่าดังขึ้น

“อย่าไปพูดถึงเธอเลย" เสียงที่ฟังดูไม่แยแสของมาร์คดังก้องขึ้น "ผมไม่เคยจูบเธอด้วยซ้ำไป เธอเทียบอะไรกับคุณไม่ได้เลย"

“ฉันรู้ว่าคุณรักฉันคนเดียว!” เบลล่ายิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วเอามือเกี่ยวคอเขาเข้ามาจูบแล้วพูดว่า "อีกสักรอบแล้วกันนะคะ!”

เมื่อเห็นพวกเขาสองคนม้วนตัวเข้ามานัวเนียกันอีกครั้ง ฉันก็รู้สึกคลื่นไส้และไม่สามารถทนดูได้อีกต่อไป ฉันกดปุ่มหยุดชั่วคราวเพราะความโกรธเกรี้ยว แล้วกลืนน้ำลายลงคอได้อย่างยากลำบาก

ฉันรู้ดีว่าต้องเป็นเบลล่าแน่ ๆ ที่ส่งวิดีโอม้วนนี้มาให้ เธอต้องการจะบอกฉันว่ามาร์คยังอยู่ในกำมือเธอ และฉันก็ไร้พลังจะทำอะไรในเรื่องนี้ได้ นอกเหนือจากทะเบียนสมรสและคำนำหน้าชื่อแล้ว ฉันกับมาร์คก็ดูไม่เหมือนเป็นคู่สามีภรรยากันเลย เบลล่าช่างรู้วิธีตวัดมีดได้ดีจริง ๆ

เมื่อสามปีก่อน ในวันที่โชคชะตาเล่นตลกจนฉันไม่เคยคิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของจุดเปลี่ยนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างได้จัดเตรียมเอาไว้สำหรับการเฉลิมฉลองการแต่งงานของเบลล่าและมาร์ค เหลือเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่งานแต่งงานจะเริ่มขึ้น จู่ ๆ เบลล่าก็หายตัวไป (หรืออาจเพียงไปไหนสักที ที่เราหาเธอไม่เจอ)

พ่อแม่ของฉันใช้ความพยายามอย่างมากที่จะล้มล้างความอับอาย และรักษาหน้าต่อหน้าแขกเหรื่อหรือใครก็ตาม ที่พวกท่านพยายามปกป้องเอาไว้ในวันนั้น โดยหันมามองฉันแล้วบอกให้ฉันสวมชุดแต่งงานของน้องสาว เพื่อเข้าไปอยู่ตรงแท่นพิธีแทนเบลล่า

ฉันไม่มีสิทธิ์จะโต้แย้งหรือเลือกที่จะปฏิเสธอะไรออกไปได้ ฉันจำต้องเป็นหุ่นเชิดเพื่อทำหน้าที่เป็นเจ้าสาวในงานแต่งงานของเบลล่าที่หายตัวไป โดยไม่ได้รับคำอวยพรหรือความปรารถนาดีที่ให้ฉันได้มีความสุขในอนาคต มีแต่คำสั่งสอนให้ฉัน "เป็นภรรยาที่ดี" เท่านั้น

ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้

ฉันถูกทิ้งให้ยืนตัวชาอยู่ตรงนั้นในชุดแต่งงานที่ยืมของคนอื่นมา เพื่อแลกคำสาบานกับผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันแทบไม่รู้จัก ฉันรู้สึกราวกับว่าความฝันและแรงบันดาลใจถูกบดบังด้วยความจริงอันโหดร้าย จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ราวกับว่าฉันโดนพรากชีวิตตัวเองไปในพริบตา และแทบจะจำไม่ได้เลยว่าความสุขเป็นเช่นไรหลังจากวันนั้น ฉันถูกคุมขังจากหนทางรอดที่เป็นไปได้ทั้งหมด

ฉันบอกหรือยังว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นเริ่มขึ้นมาได้อย่างไร?

ไม่สิ ฉันคิดว่าวันที่เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ นั้นคือวันที่ย้อนไปตอนที่ฉันอายุสามขวบ โชคร้ายหรืออย่างไร ฉันหายตัวไป เป็นเวลานานถึงสิบแปดปีที่ฉันเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ห่างไกลจากบ้านและครอบครัว เมื่อฉันเติบโตขึ้นจากเด็กตัวเล็ก ๆ จนเป็นวัยรุ่น และล่วงเลยถึงวัยผู้ใหญ่ช่วงต้น ๆ ฉันก็ยังค้นหาว่าตนเองมาจากที่ใด และเมื่อความฝันที่รอคอยมานานในการกลับไปอยู่กับครอบครัวกลายเป็นความจริง ก็ไม่มีอะไรเหมือนกับที่ฉันคิดเอาไว้เลย

ไม่ใช่การกลับมาพบกันอย่างชื่นมื่น ไม่มีน้ำตาแห่งความดีใจ

สิ่งที่ฉันได้พบเจอนั้นมีแต่สิ่งที่เรียกได้ว่าความไม่แยแส

ราวกับว่าฉันเป็นคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ดูเหมือนพ่อแม่ของฉันจะทำใจได้แล้วหลังจากต้องพลัดพรากจากฉันไปหลายปี พวกท่านทุ่มเทความรักให้กับเบลล่าเพียงคนเดียว จนแทบจะไม่มีเหลือให้ฉันเลย

จริง ๆ แล้วฉันก็พอเดาได้ว่าไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว เพราะถ้ายังคงเหลืออยู่ ฉันก็น่าจะได้รับความเห็นอกเห็นใจมากพอที่จะรู้ข่าวว่าเบลล่าจะกลับมาจากต่างประเทศ และได้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของสามีฉันได้ยังไงก็ไม่รู้

โทรศัพท์สั่นเตือนขึ้นมาทันที มีสายวิดีโอคอลเข้ามาจากเบลล่า ตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะรับสายหรอก แต่สุดท้ายก็ปัดหน้าจอเป็นสีเขียว แล้วใบหน้าของเบลล่าก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เธอนั่งอยู่ในห้องเดียวกับที่เห็นในวิดีโอนั้น โดยมีผ้าขนหนูพันกายอยู่

“ไง หวังว่าอยู่ตรงนั้น คงสุขสบายดีนะ" เบลล่าพูดพร้อมกับยิ้มเยาะ

เธอเลื่อนโทรศัพท์ไปรอบ ๆ เพื่อให้มองเห็นพื้นที่ภายในห้องได้มากขึ้น และตรงพื้นหลังนั้นฉันเห็นภาพของมาร์คกำลังเดินเข้าไปในห้องน้ำเพียงครู่หนึ่ง

“ลองเดาดูซิว่าใครจะต้องอยู่แบบบัวแห้งแล้งน้ำไปจนแก่ตาย? ไม่ใช่ฉันหรอกนะ!” เธอหัวเราะอย่างสะใจ

ฉันกัดฟันอยู่เงียบ ๆ รู้สึกหงุดหงิดกับคำดูถูกนั้น

“เขาไม่คู่ควรกับเธอหรอก" เธอพูดต่อ "เขาคู่ควรกับสิ่งที่ดีกว่า และฉันก็ดันเป็นคนที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขาด้วยสิ ตัวเอง"

ไม่มีทางที่ฉันจะทนฟังอะไรแบบนั้นอีกต่อไป ฉันวางสายอย่างโกรธเกรี้ยว แล้วโยนโทรศัพท์ลงไปบนเตียง จากนั้นก็เอามือปิดหน้า

ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันจะไม่นั่งนิ่ง ๆ ให้เขาลากไปบนพื้นเหมือนเป็นผ้าขี้ริ้วผืนหนึ่งอีกต่อไป

ตอนที่มาร์คกลับมาถึงบ้านนั้นก็เป็นเวลาค่ำมืดแล้ว ฉันนั่งลงบนพื้นกระเบื้องเย็น ๆ ในห้องนั่งเล่น เอามือเกยคางเอาไว้ และเกือบจะเคลิ้มหลับไป เมื่อได้เสียงกลอนประตูลั่น กลิ่นน้ำหอมอันคุ้นเคยก็โชยตามเขาเข้ามาข้างใน ซึ่งฉันสาบานได้เลยว่าฉันได้กลิ่นเบลล่าบนตัวเขาด้วย

ฉันลืมตาขึ้นและเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ใบหน้าของเขามีความแข็งกร้าวราวกับก้อนอิฐ ซึ่งเขามักเป็นอย่างนี้เสมอเวลาที่ฉันอยู่ใกล้ ๆ ทำให้คิดว่าเขาจะยิ้มปากถึงหูขนาดไหนเวลาที่อยู่กับเบลล่า

หลังจากแต่งงานกันฉันก็ทำทุกอย่างตามที่พ่อแม่สั่ง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลในเรื่องอาหารการกิน การใช้ชีวิตประจำวันของเขา และเรื่องอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วนตลอดสามปีที่ผ่านมา มันเริ่มเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของฉันไปแล้ว มาร์คก็ยอมรับในเรื่องนี้อย่างไม่มีข้อแม้อะไร แต่มาร์คก็ไม่เคยชายตาแลฉันเลยสักวันเดียว

มาร์คปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องของเขา เขาปฏิบัติต่อฉันเหมือนฉันเป็นคนไร้ตัวตน และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันพูดออกมา

“ฉันต้องการหย่า"

เขาหันมามองฉันด้วยสีหน้าที่ดูไม่เชื่อ

“คุณพูดอะไรของคุณ?”

“ฉันไม่อยากได้ตำแหน่งภรรยาอีกต่อไปแล้ว" ฉันตอบกลับไปอย่างไม่อ้อมค้อม

ในวันนั้นเมื่อสามปีก่อนฉันยืนอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีขาว ส่วนเขาก็อยู่ในชุดทักซิโด้ มีผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่ด้านหลังเรา และมีบาทหลวงยืนอยู่ตรงหน้าเราด้วยสายตาสงบนิ่ง มาร์คสกัดกั้นความโกรธเอาไว้เมื่อเห็นว่าผู้ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้านั้นไม่ใช่เบลล่า แต่เป็นฉัน

ฉันจำได้ว่าหน้าอกบีบรัดอยู่หลังสร้อยคอเพชรที่ฉันสวมอยู่ การจ้องมองของเขาทำให้ฉันรู้สึกโง่เขลาและทำอะไรไม่ถูกในชุดนั้น พ่อแม่ของฉันยิ้มแย้มราวกับว่าพวกท่านไม่ได้ผลักฉันออกไปโดยที่ฉันไม่เต็มใจ และกลุ่มคนก็โห่ร้องแสดงความยินดีโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ตอนนี้คุณสามารถจุมพิตเจ้าสาวได้แล้ว" บาทหลวงประกาศ

มาร์คเอนตัวเข้ามาใกล้ฉัน แต่ไม่ใช่เพื่อที่จะจุมพิต เขาแค่ไถหน้าของเขาผ่านแก้มของฉัน แล้วกระซิบข้างหูฉันว่า "สิ่งเดียวที่คุณจะได้ไปก็คือตำแหน่งภรรยาผมเท่านั้น"

และตำแหน่งนั้นนั่นเองที่ฉันกำลังจะคืนให้เขาไป ฉันไม่ต้องการมันอีกต่อไป ฉันไม่ควรรับมันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันควรจะปลดปล่อยตัวเองที่อุตส่าห์อดทนอดกลั้นมามากเกินความจำเป็น ฉันแบกรับอะไรที่เกินไปกว่านี้ไม่ไหวแล้ว

“ฉันต้องการหย่า มาร์ค" ฉันพูดซ้ำเผื่อเขาไม่ได้ยินที่ฉันพูดในครั้งแรก ถึงแม้ว่าฉันจะรู้ว่าเขาได้ยินอย่างชัดเจนก็ตาม

เขาจ้องมองฉันด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะตอบอย่างเย็นชาว่า "นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเป็นคนตัดสินใจเอง! ผมกำลังยุ่งอยู่นะ อย่ามารบกวนเวลาของผมด้วยเรื่องน่าเบื่อแบบนี้อีก หรืออย่ามาพยายามเรียกร้องความสนใจจากผมด้วย!”

ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับเขาที่คิดว่าฉันพยายามจะเรียกร้องความสนใจ ฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากเขาในตลอดสามปีที่ผ่านมา และเมื่อฉันเอ่ยถึงการหย่าร้างขึ้นมาเขาก็จำมันได้

สิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำก็คือการโต้เถียงหรือทะเลาะกับเขา

“ฉันจะให้ทนายความส่งเอกสารหย่าให้คุณเอง" ฉันพูดออกไปอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้

หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย แล้วเดินเข้าประตูตรงหน้าไป พร้อมทั้งกระแทกประตูอย่างแรง ฉันจ้องมองลูกบิดประตูอย่างเหม่อลอย ก่อนจะดึงแหวนแต่งงานออกจากนิ้วแล้ววางไว้บนโต๊ะ อย่าถามเลยว่าทำไมฉันถึงใส่แหวนนั้นตั้งแต่แรก

ฉันคว้ากระเป๋าเดินทางขึ้นมา ซึ่งจัดกระเป๋าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และมุ่งหน้าออกจากบ้านไป สายลมที่พัดพาอยู่ด้านนอกนั้นทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างหลังจากนั้น ราวกับฉันได้ยกภูเขาออกจากอกได้เป็นครั้งแรกหลังจากต้องแบกเอาไว้มานาน ความรู้สึกที่มีสายลมอ่อน ๆ ในยามค่ำคืนมาพัดผ่านเส้นผมนั้น ช่างให้ความรู้สึกที่ดีจริง ๆ

ฉันหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า และปัดนิ้วผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เอาโทรศัพท์แนบหูฟังเสียงโทรออก

“ฉันกำลังจะหย่า มารับฉันหน่อยสิ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 438

    มุมมองของนักเขียนอาน่าถอนหายใจเสียงดังขณะเดินเข้าไปในห้องพักของเดนนิสและนั่งลงข้าง ๆ เขา เธอหยิบหนังสือออกมาและเริ่มอ่านเป็นครั้งคราว เธอจะเปิดโทรศัพท์เพื่อดูจัสตินนอนหลับหรือเล่นรอบบ้านในขณะที่พี่เลี้ยงยุ่งอยู่ หรือแค่ซุกตัวบนโซฟาตัวหนึ่งเพื่ออ่านหนังสือ โดยคอยจับตาดูจัสตินตอนนี้มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของอาน่าไปแล้วในวันที่เธอพักค้างคืนที่โรงพยาบาล เธอจะออกจากที่นั่นแต่เช้าเพื่อไปดูแลจัสตินและกลับมา ขณะที่เธอนั่งอยู่ข้างๆ เขา นิ้วอุ่นๆ ของเธอประสานกับนิ้วเย็นๆ ที่ยังคงนิ่งของเขา เธอจะอ่านหนังสือเดนนิสยังคงอยู่ในอาการโคม่า และในแต่ละวัน อาน่ารู้สึกว่าความกลัวกำลังเพิ่มขึ้น... กลัวว่าเขาอาจจะยังคงอยู่ในอาการโคม่าจนถึงแก่ชีวิต ทั้งหมดเป็นเพราะเธอคนเดียวเธอต้องการให้เขาลืมตาขึ้นมามองเธอด้วยความรักที่เขามีให้เธอเสมอ เธอต้องการบอกเขาว่าเธอรักเขามากแค่ไหนและรู้สึกขอบคุณที่มีเขาในชีวิตของเธอ แต่ที่สำคัญที่สุด เธอต้องการขอโทษเขาเธอเห็นแก่ตัวมาก คิดว่าความเจ็บปวดของพวกเขาไม่ยิ่งใหญ่เท่าของเธอ... พวกเขาทุกคนรักเอมี่อย่างสุดซึ้ง และพวกเขาทุกคนเจ็บปวดกับการจากไปของเธอจากชีวิตนี้ ห

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 437

    มุมมองของนักเขียนชารอนถูกตัดสินว่าไม่มีความผิดฐานมีส่วนร่วมโดยตรงในการเสียชีวิตของเอมี่ แต่มีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิด เธอโชคดีพอที่จะได้รับการลดหย่อนโทษ จำคุกในระยะเวลาอันสั้น ทนายของเธอทำให้แน่ใจว่ามันจะเป็นเช่นนั้น และทั้งหมดนี้เป็นเพราะพ่อของเธอแม้ว่าพ่อของเธอจะผิดหวังกับทุกสิ่งที่เธอทำ แต่เธอก็เป็นลูกสาวของเขา ทายาทที่น่าเกรงขามเพียงคนเดียวของเขา ไม่มีทางที่เขาจะทอดทิ้งเธอได้ขณะที่เธอรับโทษจำคุก นับถอยหลังสู่วันที่เธอจะได้ออกไปจากที่นั่นในที่สุด เธอได้รับเอกสารหย่าร้างส่งมาให้เธอเธอคิดว่าเช้าวันนั้นหนาวเกินไปสำหรับฤดูกาล ห้องขังเล็กๆ ของเธอรู้สึกเล็กกะทันหัน มันรู้สึกเหมือนมันจะปิดล้อมเธอ และเธอเอามือสอดเข้าไปในช่องประตูเพื่อหายใจเมื่อหนึ่งในผู้คุมมาพาเธอไปเธอนั่งลง ได้รับปากกา และต่อหน้าเธอ บนโต๊ะเหล็ก มีจดหมายหย่าร้างวางอยู่ เหตุผลหลักที่เธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและการกระทำสกปรกเหล่านี้ทั้งหมดคือเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ไอเดนทิ้งเธอ มันน่าเศร้าจริงๆ ที่เธอทำงานอย่างหนักเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ แต่กลับถูกโยนใส่อย่างแรงที่ใบหน้าของเธอในตอนท้ายดวงตาปวดหนึบด้วยน้ำตาขณะที่เธ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 436

    "หยุด!" เสียงของเธอสั่นเครือขณะที่เธอตะโกนบอกคนขับแท็กซี่แค่นั้นก็เพียงพอให้อาน่าหันกลับมา"ฉันทำอะไรลงไป?" ลมหายใจของเธอสั่นเทาขณะที่เธอเปิดประตูและรีบออกจากแท็กซี่ มือของเธอสั่นเทาขณะที่เธอสะดุดลงบนทางเท้า"เดนนิส!" เธอตะโกนขณะที่เข่าของเธอล้มลงบนพื้นคอนกรีตแข็ง "ได้โปรด อย่า" เธอพูดกระซิบ สายตาของเธอจ้องมองไปที่รถที่พังยับเยิน "เดนนิส ต้องรอดให้ได้นะ"เธอคลานไปที่รถ มองเข้าไปข้างในเพื่อดูเขา แต่ข้างในนั้นมืดมิดและเสียงสะอื้นของเธอก็ดังขึ้น "ทำไมฉันถึงออกมา? ทำไมฉันไม่รอเขา?"เธอเช็ดน้ำตา "ฉันสัญญา" เธอสะอื้น "ฉันจะไม่ไปหาเอมี่อีกแล้ว ฉันสัญญา เดนนิส ได้โปรดออกมา" เธอร้องไห้ขณะที่เธอจำได้เลือนรางว่าเขาบอกเธอว่าเอมี่ได้รับความยุติธรรมแล้ว และไม่จำเป็นต้องไปหาเธออีกต่อไปนี่เป็นความผิดของเธอทั้งหมด เธอควรจะฟังเขา เธอควรจะรอเขาก่อนที่เธอจะออกไป"อาน่า!" ไอเดนตะโกนขณะที่เขารีบออกจากรถ เขารู้สึกโล่งใจที่เห็นอาน่า เขาหารถแท็กซี่หลังจากที่เดนนิสขับออกไปสักพัก และตามเขาไป เมื่อเขาสังเกตเห็นฝูงชนและเห็นว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เขาก็กลัวว่าจะเป็นอาน่า"ให้ตายสิ!" เขาพึมพำขณะหยุดอยู่ต่อ

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 435

    มุมมองของนักเขียนหลังจากที่ไอเดนได้ยินคำพูดเหล่านั้น เขาไม่ลังเลเลยก่อนที่จะเดินออกจากห้องพิจารณาคดีหัวใจของชารอนแตกสลายเมื่อมองดูไอเดนเดินออกไปอย่างโกรธจัด เขาเกลียดชังเธอมากจนทนดูการพิจารณาคดีของเธอไม่ได้เลยหรือ? น้ำตาไหลลงมาบนใบหน้าของเธอ และเธอรีบเช็ดมันออกก่อนที่พ่อของเธอจะเห็นพ่อของเธอบอกเธอไปก่อนหน้านี้ว่า "พอได้แล้ว ชารอน อย่าร้องไห้เพราะผู้ชายอย่างเขาเลย" แต่นั่นหลังจากที่เขาตำหนิเธอสำหรับทุกสิ่งที่เธอทำ"มีการตัดสินแล้วหรือยัง คุณไอเดน? คุณจะประกันตัวภรรยาของคุณไหม?"คำถามทั้งหมดของพวกเขาไม่ได้เข้าหูไอเดนแม้แต่น้อย เขาไม่ได้สนใจสิ่งใดเลยขณะที่เขาเร่งรีบไปที่รถของเขาและขับออกจากบริเวณศาลระหว่างทางไปโรงพยาบาล เขาโทรหาทีมรักษาความปลอดภัยของเขาที่ตามเขามาทันทีที่เขาขับรถออกไป "อาน่าสตาเซียเพิ่งหนีออกจากโรงพยาบาลบ้า ตามหาเธอ" เขาออกคำสั่ง "ผมจะส่งรูปของเธอให้คุณตอนนี้""ครับ"เขาตัดสาย ขณะที่เขาขับรถ เขาหารูปอาน่าที่ชัดเจนและส่งให้ทีมรักษาความปลอดภัยที่เริ่มตามหาเธอทันทีจากนั้นไอเดนพยายามโทรหาเดนนิส แต่เขาก็ยังไม่รับสายเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เขาพบเดนนิสอยู่ข้างนอก เขา

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 434

    ไอเดนเมื่อเวลาผ่านไป คดีของเอมี่ได้รับความสนใจจากสื่อมากมาย ช่องข่าวทุกช่องมีรูปเด็กผู้หญิงน่าสงสารคนนั้นขณะที่พวกเขาพูดถึงการตายที่ไม่ยุติธรรมของเธอ และทุกคนที่รับผิดชอบต้องถูกลงโทษตามนั้นท่ามกลางทุกสิ่งทุกอย่าง จุดสนใจก็เปลี่ยนจากเอมี่มาเป็นชารอนและผม อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือเกี่ยวกับชีวิตแต่งงานของเราและการตั้งครรภ์ปลอมของเธอผมเริ่มได้รับโทรศัพท์จากหมายเลขที่ไม่รู้จักหลายหมายเลข โทรมาถามคำถามไร้สาระทั้งหมดเพื่อต้องการข้อมูลโดยตรงจากแหล่งข่าว ผมต้องเปลี่ยนซิมการ์ดในโทรศัพท์ของผมเป็นซิมที่ผู้ช่วยของผมใช้ หากมีข้อมูลใดๆ เขาก็แค่ส่งต่อมา ผมเบื่อที่จะรับมือกับสายเรียกเข้าที่ไม่หยุดหย่อนเหล่านั้นเมื่อชารอนอาการดีขึ้นและเธอต้องถูกส่งตัวกลับไปที่สถานีตำรวจ พวกเขามาถึงสถานีพร้อมกับกลุ่มนักข่าวที่ทางเข้าตำรวจคุ้มกันเธอขณะพาเธอเข้าไปข้างใน แต่นั่นไม่ได้หยุดนักข่าวจากการตะโกนถามคำถามของพวกเขา"คุณเสแสร้งว่าท้องจริง ๆ เหรอ คุณนายไอเดน?""คุณชารอน คุณยังเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอยู่ไหม?""สามีของคุณอยู่ที่ไหน? เขายังรักคุณอยู่ไหม?""จะมีการหย่าร้างไหม?""คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสีย

  • หย่า…มารักฉันเลย   บทที่ 433

    เดนนิสอาน่าถูกส่งตัวไปยังศูนย์บำบัดวิกฤตสุขภาพจิต และผมใช้เวลาส่วนใหญ่ของผมที่นั่น แม้ว่าผมจะพยายามแบ่งเวลาอย่างเท่าเทียมกันระหว่างงาน จัสติน และเอมี่ แต่ผมก็พบว่าตัวเองใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นี่งานเป็นไปด้วยดีอย่างยิ่ง ตอนนี้ผมทำเงินได้มากกว่าที่เคยทำก่อนที่ผมจะถูกหลอก แต่ผมไม่มีความสุข คนที่ผมรักที่สุดอยู่ในบ้านพักผู้ป่วยทางจิต ทุกวันที่ผมไปที่นั่น ผมหวังว่าอาการของเธอจะเริ่มดีขึ้นในไม่ช้า ครึ่งหนึ่งของเวลา เธอดูปกติดี แค่นั่งอยู่คนเดียวด้วยสีหน้าที่เป็นกลาง เธอจะไม่พูดคุยกับใครเป็นเวลาหลายชั่วโมง อีกครึ่งหนึ่งใช้ไปกับการร้องไห้และขอร้องให้ผมพาพวกเราไปหาเอมี่แพทย์บอกว่าเธอดีขึ้น แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้นสำหรับผมจัสตินทำได้ดีมาก เขาดูเหมือนจะไม่โศกเศร้าอย่างที่ไอเดนแนะนำ มีบางครั้งที่เขาจะร้องไห้และไม่มีอะไรทำให้เขาหยุดได้จนกว่าเขาจะหลับไป แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นหายาก และผมคิดว่าเขาแค่คิดถึงแม่ของเขาผมทำให้แน่ใจว่าผมมีเวลาให้เขาเสมอ เหมือนกับที่ผมมีเวลาให้อาน่า ไม่ว่างานจะยุ่งแค่ไหน ผมไม่ต้องการปล่อยเขาไว้กับพี่เลี้ยงทั้งหมด แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ดี แต่ผมต้องการให้ไอเดนเติ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status