Share

บทที่ 13

Penulis: ลมใต้รู้ใจ
กู้อวี่หนิงรีบห้ามแม่ฝู่ไว้ว่า “แม่คะ ยังไงคุณซูก็เคยเป็นอดีตภรรยาของเฉินซี แบบนี้ก็ดูไม่ค่อยดีนะคะ ไหน ๆ บ้านเราก็มีห้องว่างอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ให้คุณซูพักอยู่ที่นี่เถอะ”

พูดจบ รปภ.ก็เหลือบมองซูย่างที่แต่งตัวธรรมดา ๆ ด้วยสายตาเหยียดหยามอยู่บ้าง

อดีตภรรยาแบบนี้ เกรงว่าจะเกาะตระกูลใหญ่ไม่ยอมไปง่าย ๆ

ซูย่างไม่สนใจสีหน้าของคนอื่น เพียงแต่ปฏิเสธไปว่า “ไม่จำเป็นหรอก”

เธอลากกระเป๋าออกไป ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มลงกะทันหัน ฝนหนักก็เริ่มโปรยลงมา

เวลาโชคร้าย แค่ดื่มน้ำก็ยังติดคอได้

ซูย่างมองดูแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่แค่สองเปอร์เซ็นต์ แล้วอดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้

รอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่มีที่ให้หลบฝนเลยสักแห่ง ร่างของเธอเปียกโชกไปทั้งตัว ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาดูอับจนสิ้นท่ามากยิ่งขึ้น

ทันใดนั้น รถคาเยนคันหนึ่งก็จอดลงข้างเธอ ชายหนุ่มกางร่มสีดำเดินเข้ามาหา ท่ามกลางสายฝนที่โปรยหนักแต่กลับไม่อาจสาดเข้ามาใต้ร่มได้ หรงอวี้ยิ้มบาง ๆ อย่างสงบนิ่ง มองเธอที่เปียกปอนแล้วเอ่ยว่า “คุณซู ช่างบังเอิญจริง ๆ”

ฝนเทกระหน่ำ หากมีชายหนุ่มรูปงามเดินกางร่มเข้ามาอย่างสง่างามแบบนี้ คงไม่มีใครที่ไม่หวั่นไหว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 214

    หรงอวี้ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เขาก็ยังพยักหน้ารับ เพราะตัวเขาเองก็เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้บ้างในบางครั้ง"เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งรู้สึกแบบนั้นค่ะ การได้มาเดินเคียงข้างคุณริมทะเล ได้ดูดาวด้วยกัน มีลมทะเลพัดปะทะใบหน้า ฉันรู้สึกเหมือนเรื่องพวกนี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย" แววตาของซูย่างแฝงความสงสัยลำพังคำว่าเดจาวูคงไม่เพียงพอจะบรรยายความรู้สึกของเธอเมื่อสักครู่ เพราะปรากฏการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่ภาพ แต่ยังรวมถึงความรู้สึกทางใจ เธอถึงขั้นสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออันอบอุ่นในความทรงจำ และกลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้สนซีดาร์ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบกายอีกด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายวนเวียนอยู่ในอก ราวกับคนที่กำลังหิวโหยได้สัมผัสหมั่นโถวลูกหนึ่ง เป็นความรู้สึกกึ่งหิวกึ่งอิ่ม ความว่างเปล่าในใจพลันถูกเติมเต็มเธอป้องปากหัวเราะ "อาจเป็นเพราะคนข้างตัวคือคุณละมั้งคะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เดินริมทะเลกับคุณ ก็เลยเกิดภาพซ้อนทับขึ้นมา"หรงอวี้อ้าปากจะพูดอยู่หลายหนแต่ก็ไร้สุ้มเสียง เขาไม่รู้เลยว่าควรตอบกลับไปอย่างไรซูย่างจูงมือเขาออกเดินนำไปข้างหน้า ส่วนเขาก็ทำได้เพียงกุมมือ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 213

    ในที่สุด ซูย่างก็ค่อย ๆ เลื่อนจานที่หลินลู่ซีย่างเอาไว้กลับไปหาเจ้าตัวด้วยความระมัดระวัง "ลู่ซี เธอลองชิมดูก่อนสิ""มีอะไรเหรอ?" เธอหยิบเห็ดหอมขึ้นมากัดไปคำหนึ่ง พลันใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีตับหมูทันที "แหวะ ๆ ๆ ! ไม่อร่อยเลยอะ!"จ้าวเสี่ยวชีมองเธอด้วยความลำพองใจ "งั้นลองชิมของผมดูสิ"หลินลู่ซีตวัดสายตามองค้อนใส่เขา "ป้าหวังต้องบอกสูตรผิดแน่ ๆ ฉันไม่ยอมรับเด็ดขาด แล้วก็จะไม่กินของนายด้วย!"เธอสะบัดหน้าหนี แต่กลิ่นหอมของกระเทียมสับกลับลอยมาเตะจมูกหรงอินนั่งอยู่ด้านข้าง กำลังเคี้ยวเห็ดหอมตุ้ย ๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย ขณะดวงตาก็เป็นประกายวิบวับในใจของหลินลู่ซีอดรำพึงไม่ได้ มันจะอร่อยอะไรขนาดนั้น!เธอเคยทานอาหารฝีมือจ้าวเสี่ยวชีมาก่อน ซึ่งรสชาติก็อร่อยจริงนั่นแหละ แต่ถ้าเธอยอมกินตอนนี้ ก็เท่ากับยอมแพ้น่ะสิ?แต่ว่ามันก็หอมซะเหลือเกิน ต่อมน้ำลายทำงานหนักจนแทบทนไม่ไหวแล้วงั้นก็ไม่ทนมันแล้วเว้ย!เธอคว้าเห็ดหอมไม้นั้นขึ้นมา กัดเข้าไปหนึ่งคำอร่อยเหาะ! ให้ตายสิ จ้าวเสี่ยวชีชนะจนได้จ้าวเสี่ยวชียิ้มกริ่มอย่างได้ใจ "ผมบอกแล้วไง""ไม่ต้องมาทำเป็นได้ใจเลย นายเป็นเชฟนะ ถ้าทำไม่อร่อยสิแปลก"

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 212

    หรงอวี้ชะงักงัน เขาไม่เคยมีท่าทีจริงจังขนาดนี้มาก่อน "ย่างย่าง ผมไม่ได้รู้สึกอะไร คุณก็รู้ว่าผมไม่แคร์""ที่ฉันไม่สบายใจไม่ใช่เพราะกู้อวี่หนิงหรอกค่ะ แต่โลกใบนี้ใจร้ายกับผู้หญิงเหลือเกิน ในงานแต่งเมื่อวาน เวลาทุกคนเห็นหน้าฉันก็เอาแต่พูดว่าฉันเป็นอดีตภรรยาของฝู่เฉินซี การที่ฉันมาร่วมงานแต่งของเขา แปลว่าจะต้องมีเจตนาร้ายและตั้งใจมาพังงานแน่ ๆ แต่ทุกคนกลับลืมไปเลยว่าเจ้าของงานแต่งนั่นก็คือฝู่เฉินซี ไม่มีใครมองว่าเขาเป็นอดีตสามีของซูย่างเลยสักคน ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน แค่อาศัยภาพจำฝังหัวก็สาดโคลนใส่ฉันกันได้แล้ว"หรงอวี้รวบตัวซูย่างเข้ามากอด "ย่างย่าง ผมจะปกป้องคุณเอง""ฉันรู้ค่ะ" แววตาของซูย่างอ่อนโยนลงไม่น้อยหรงอวี้เป็นคนเดียวที่บอกว่าจะปกป้องเธอ และเขาก็ทำอย่างที่พูดมาโดยตลอดจริง ๆ"พี่คะ! พี่ซูย่าง! รีบมาทำกับข้าวกันเถอะ หนูหิวแล้ว!""อุ๊ย! หนูมาผิดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย?"หรงอินยืนตะลึงอยู่กับที่ กำลังจะหันหลังกลับเตรียมเดินหนี ก็ถูกซูย่างเรียกไว้เสียก่อน"อินอิน เธอมาได้จังหวะพอดีเลย ฉันหิวแล้วละ" เธอหน้าแดงระเรื่อพลางโอบไหล่หรงอินเดินออกไปจากตรงนั้นพนักงานเข้าไปจัดการอาหารทะเล

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 211

    ซูย่างเดินเก็บของทะเลนานาชนิด ทั้งปลาดาว ปู รวมถึงยังเก็บหอยสังข์ได้อีกด้วยหรงอวี้หิ้วถังด้วยมือข้างเดียวเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าซูย่าง ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา "แบมือสิ""อะไรคะ?" ซูย่างมองเขาด้วยความสงสัย"ยื่นมือมาครับ" หรงอวี้ย้ำอีกครั้งซูย่างจึงยื่นมือออกไปอย่างเชื่องช้า และเตรียมพร้อมจะชักกลับได้ทุกเมื่อเห็นเพียงหรงอวี้กำหมัดวางลงบนฝ่ามือเธอ หญิงสาวสัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่างที่เย็นเฉียบร่วงหล่นลงมากลางฝ่ามือเปลือกหอยชิ้นหนึ่ง"ผมเก็บมาให้"ซูย่างก้มมองเปลือกหอยในมือ มันเป็นเปลือกหอยสีชมพูที่มีลวดลายคล้ายระลอกคลื่น"สวยจังเลย" เธอเก็บเปลือกหอยใส่ในกระเป๋าเสื้อห่างออกไปไม่ไกล หรงอินกำลังทอดสายตามองมา เห็นหรงอวี้และซูย่างอยู่ด้วยกันแต่ไกลทั้งสองยืนเคียงคู่กันริมทะเล ดวงตะวันยามเย็นค่อย ๆ ลาลับ สาดแสงสีส้มแดงทาบทาลงบนร่างของคนทั้งคู่ เธอพลันนึกถึงคำบรรยายอันงดงามในนิยายที่เคยอ่าน ภาพของพี่ชายและพี่ซูย่างในเวลานี้ช่างเหมือนกับฉากในนิยายเหล่านั้นไม่มีผิด"อินอิน ดูอะไรอยู่เหรอ?" หลินลู่ซีวางมือบนไหล่เธอ พลางมองตามไปยังทิศทางเดียวกัน"ดูพี่หนูกับพี่ซูย่างเขาน่ะค่ะ หน

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 210

    "ย่างย่าง!""สวัสดีครับคุณซู"เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกหรงอินลากไปยัดใส่ที่นั่งข้างคนขับของหรงอวี้ ส่วนเจ้าตัวก็เบียดขึ้นรถจ้าวเสี่ยวชีไปขณะรถยนต์แล่นไปบนถนนสายหลัก รถของจ้าวเสี่ยวชีก็เร่งเครื่องแซงขึ้นไปในพริบตา หรงอินลดกระจกลงพลางโบกไม้โบกมือให้ซูย่าง "พี่ซูย่าง! พวกเราไม่อยู่เป็นก้างขวางคอแล้วนะคะ!"หลินลู่ซีตะโกนตามมาเช่นกัน "แล้วฉันก็เพิ่งรู้เรื่องนี้เนี่ยนะ! เธอปิดบังฉันได้ยังไง! ฉันไม่ยกโทษให้เธอแน่!"ซูย่างทำหน้าไม่ถูก หลินลู่ซีส่งข้อความมาต่อว่าเธอหลายสิบข้อความแล้ว"ซูย่าง เธอเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อน!""เธอคบกับคุณชายสามหรงแล้วไม่บอกฉัน! เธอตายแน่!""ฉันราศีพิจิกนะ! เจ้าคิดเจ้าแค้นที่สุด ฉันจะจำไปจนตาย!""คราวก่อนบาดเจ็บไม่ยอมบอก คราวนี้ก็ยังไม่บอกอีก ฉันจะเลิกคบกับเธอหนึ่งวัน!"...เมื่อมาถึงสะพานยกระดับ ลมทะเลที่อบอุ่นแต่เย็นสบายก็โชยพัดมาพร้อมด้วยกลิ่นอายของความเค็มซูย่างเบิกตาโต ขณะเห็นโฉมหน้าของรีสอร์ตที่ว่านั่น มันคือเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ทางเข้าออกมีเพียงสะพานยกระดับแห่งนี้เท่านั้น"หนาวไหม?" หรงอวี้กดเลื่อนกระจกฝั่งซูย่างขึ้นซูย่างส่ายหน้า ก่อนกดเลื่อน

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 209

    ฝู่เฉินซีและกู้อวี่หนิงต่างถลึงตามองฝู่หยาฮุ่ย ที่แท้เธอก็เป็นคนบอกนี่เอง"ย่างย่าง ผมจองโต๊ะที่ภัตตาคารหมิงเจินไว้แล้ว อาหารที่นี่เห็นแล้วรู้สึกกินไม่ค่อยลง พวกเราไปกันเถอะ"เขายื่นมือส่งให้ซูย่าง และซูย่างก็ยื่นมือไปจับมือเขาไว้"ไปไม่ได้! เรื่องนี้ยังคุยกันไม่เคลียร์เลยนะ!" ฝู่หยาฮุ่ยแผดเสียงร้องลั่นเมื่อเห็นหรงอวี้ทำท่าจะผละจากไป เธอก็วิ่งถลันออกมาทันทีหรงอวี้และซูย่างมองเด็กสาวด้วยสายตาหมดความอดทน "เวลานี้เธอควรจะนอนอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชไม่ใช่หรือไง?"แววตาของฝู่หยาฮุ่ยลุกโชนด้วยไฟโทสะ แต่ก็ยังคงฝืนยิ้มออกมา"คุณชายสามหรง วันนี้เป็นงานแต่งของพี่ชายกับพี่สะใภ้ฉัน คุณไม่คิดจะอยู่ร่วมรับประทานอาหารสักหน่อยเหรอคะ"เธอแสร้งทำทีเป็นขัดเขิน เกี่ยวปอยผมข้างแก้มไปทัดไว้หลังใบหู เผยให้เห็นใบหูอันงดงาม ประกายของต่างหูส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่มคุณชายสาม มัวแต่ไปขลุกอยู่กับนังแพศยานั่นจะมีอะไรดี?ฝู่หยาฮุ่ยยืนรอการตอบรับอย่างเงียบงัน ขอเพียงได้ใกล้ชิดเขา เธอก็มั่นใจว่าจะทำให้หรงอวี้หลงใหลเธอได้แน่!แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ หรงอวี้กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอด้วยซ้ำ"เกะกะซะจริง"ฝู่หย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status