Masukกู้อวี่หนิงได้ยินมารดาพูดเช่นนั้นก็ดวงตาแดงเรื่อ “แม่คะ อย่าพูดแบบนั้นเลย เฉินซีไม่มีทางทิ้งหนูแน่ เขาต้องช่วยหนูออกไปได้อยู่แล้วค่ะ”ต่อให้ฝู่เฉินซีไม่ช่วย แม่ฝู่ก็ไม่มีทางทอดทิ้งเธอแน่ กู้อวี่หนิงขยับมือลูบหน้าท้อง แม้จะทำไปเพื่อเด็กในท้องก็ยังดีแต่แล้วความสงบสุขทั้งหมดก็ถูกทำลายลงในยามค่ำคืน แม่ฝู่เพิ่งจะส่งน้ำซุปมาให้ ซดไปได้ไม่กี่คำ ตำรวจก็เข้ามาคุมตัวกู้อวี่หนิง“พวกคุณจะทำอะไรน่ะ!” แม่ฝู่คว้าแขนของกู้อวี่หนิงไว้พลางแผดเสียงตะโกนก้องกู้อวี่หนิงเองก็นึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้ เธอถูกพาตัวไปขึ้นรถตำรวจ แม่ฝู่ยืนอยู่หน้าโรงพยาบาลด้วยความเดือดดาล ก่อนโทรศัพท์หาฝู่เฉินซี แล้วก็โทรศัพท์หาคุณปู่ฝู่เป็นลำดับต่อมามหาวิทยาลัยเอ ซูย่างเพิ่งเก็บข้าวของเสร็จเตรียมตัวเลิกงาน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบหรงอวี้ที่หน้าประตู เธอตั้งใจจะหลบหน้า แต่กลับได้ยินเสียงของหลินลู่ซีดังขึ้นว่า“ย่างย่าง! อย่าเพิ่งไปสิ เดี๋ยวเราไปเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟด้วยกันเถอะ!”งานเทศกาลโคมไฟเหรอ?ซูย่างพลันนึกขึ้นได้ว่าในบอร์ดของมหาวิทยาลัยก็เริ่มคุยเรื่องนี้กันอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว งานเทศกาลโ
ต่อให้ชายชราไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ก็ไม่อาจขัดขวางให้มีคนมากมายนำคลิปเสียงมาส่งมอบอยู่ดีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เวินจ่านก็ยิ่งเดือดดาล “คุณปู่คะ! ผู้เฒ่าหยางปากพร่ำบอกว่าเห็นคุณปู่เป็นพี่น้องแท้ ๆ แต่เขาก็ทำกับพวกเราแบบนี้ได้ลงคอ! แถมตัวเขาเองก็แสดงละครเก่งเหลือเกิน ตอนอยู่ในงานแทบจะยกป้ายสู้ราคาที่ดินมันซะทุกแปลง ดูไม่ออกเลยว่ามีแผน ตอนแรกหนูยังหลงนึกสงสารที่เขาประมูลอะไรไม่ได้สักอย่าง คนอะไรร้ายกาจจริง ๆ”คุณปู่เวินทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง น้ำเสียงราบเรียบ “นึกว่าไอ้เฒ่านั่นมันจะเห็นแกเป็นหลานสาวจริง ๆ หรือไง? พวกเราเป็นนักธุรกิจ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องก็อย่าได้หลงเชื่อใจคนอื่นง่าย ๆ เด็ดขาด นี่แกคงเอาคำเตือนของปู่โยนทิ้งไปหมดแล้วสินะ”เวินจ่านรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับผิด ด้วยรู้ตัวดีว่าครั้งนี้ตนเองวู่วามเกินไปคุณปู่เวินมองดูแผนงานตรงหน้า น้ำเสียงเย็นเยียบ “แผนงานฉบับนี้เอากลับไปทำมาใหม่ ทิวทัศน์ของเกาะป้านเยว่ว่าไปก็ไม่เลว ถึงไม่ได้อยู่บนเส้นทางเดินเรือสายใหม่ แต่ตอนนี้เมืองหนานเฉิงกำลังสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถ้าวางแผนใช้งานเกาะป้านเยว่ให้ด
เธอค่อนข้างสงสัย ทำไมจู่ ๆ ซ่งเจ๋อถึงพูดเรื่องจักรวาลคู่ขนานขึ้นมาล่ะ?คนส่วนใหญ่ล้วนมองว่าปัญหาความทรงจำสับสนที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการแทรกแซงของโลกคู่ขนาน แต่คำอธิบายนี้มันก็ดูเป็นนิยายวิทยาศาสตร์มากเกินไปจริง ๆหากวิเคราะห์จากมุมมองทางจิตวิทยา สาเหตุที่เกิดภาวะความทรงจำสับสน ก็มาจากความเคลือบแคลงสงสัยในตัวเองทั้งนั้นแต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่เช่นกัน เช่น การได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือการถูกสะกดจิตซูย่างครุ่นคิดอยู่นาน ตัวเธอไม่เคยได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงอะไร แต่เคยถูกสะกดจิตหรือเปล่า เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันเสียงของซ่งเจ๋อดังขึ้นอีกครั้ง “โลกคู่ขนานในความเป็นจริงนั้นเราทำออกมาได้ยาก แต่คุณสามารถจินตนาการให้มันเป็นโลกคู่ขนานในสมองได้ ทุกแขนงของเวลาคือโลกคู่ขนานเส้นทางหนึ่ง เมื่อได้รับความกระทบกระเทือน แต่ละแขนงที่คุณเคยประสบพบเจออาจเกิดการพัวพันกัน นี่แหละคือความทรงจำสับสน”เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ “ถึงอย่างนั้นก็เป็นไปได้เหมือนกันว่าจะไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจ แต่เป็นการหลงลืมไปในระดับจิตใต้สำนึกมากกว่า”ซูย่างเข้าใจความหมายของซ่งเจ๋อ
หรงอินมองอีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้งใจ “พี่เวิน พวกเราทำแบบนี้ได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ทำได้สิ”“พี่เวินคะ งั้นเดี๋ยวหนูขอออกไปข้างนอกสักแป๊บได้ไหม? หนูสัญญาว่าจะรีบกลับมา พี่ก็รู้นี่นาว่าช่วงนี้คุณปู่ไม่ยอมให้หนูออกจากบ้าน หนูจะเฉาตายอยู่แล้วเนี่ย” หรงอินพูดด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจเวินจ่านพยักหน้า “ก็ได้ แต่อย่าลืมนะว่าต้องรีบกลับมาให้เร็วหน่อย”“ได้ค่ะ! ขอบคุณนะคะพี่เวิน”ครึ่งชั่วโมงให้หลัง หรงอินก็มาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเอ ประจวบเหมาะกับที่ทางฝั่งของซูย่างตอนนี้ก็ไม่มีคนไข้พอดีเธอโผเข้ากอดซูย่างทันที “พี่ซูย่าง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน หนูคิดถึงพี่จังเลย พี่คิดถึงหนูบ้างไหม?”“อินอิน พี่ต้องคิดถึงเธออยู่แล้ว แต่พี่ไม่ได้ยินข่าวคราวเธอเลยนะ”หรงอินเบะปากพูดว่า “คุณปู่ขังหนูไว้แต่ในบ้าน หนูติดต่อพี่ไม่ได้เลยน่ะ”ซูย่างรีบให้เธอนั่งลงคุยกัน ก่อนถามด้วยความห่วงใย “แล้วช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง? ยังฝันร้ายอยู่หรือเปล่า?”หรงอินส่ายหน้า “ช่วงนี้ไม่ได้ฝันร้ายแล้วค่ะ แต่ชอบฝันอะไรแปลก ๆ นิดหน่อย”“ฝันแบบไหนเหรอ?”“หนูชอบฝันว่าได้ไปเที่ยวสวนสนุกกับพี
สีหน้าของเธอมีความเคร่งเครียดเพิ่มยิ่งขึ้นแต่ไม่ว่าเธอจะคาดคั้นอย่างไรหรือใช้วิธีการไหน หรงอวี้ก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรอีก สองหมัดของเขากำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลนขณะซูย่างเอาแต่เฝ้าถามกรอกหูเขาแทบเป็นแทบตาย วนเวียนอยู่กับหัวข้อเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายภายใต้ท่าทีอันแสนสับสนว้าวุ่นของคนทั้งสอง หรงอวี้ก็เบิกตาโพลง นัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย“ไม่มีอะไรทั้งนั้น!” เขาคำรามเสียงต่ำซูย่างกลับมาสงบเยือกเย็นอีกครั้ง แม้จะไม่อาจเค้นถามถึงจุดจบของเรื่องราว แต่เธอก็ยังล่วงรู้อยู่ดีบางที เธอกับหรงอวี้อาจรู้จักกันมาตั้งแต่หลายปีก่อน รู้จักก่อนฝู่เฉินซีเสียด้วยซ้ำ แล้วเธอหลงลืมเรื่องราวทั้งหมดนี้ไปได้ยังไงกันนะ?“หรงอวี้ เมื่อก่อนเราเคยรู้จักกันใช่ไหม?” ซูย่างจ้องมองด้วยความพิศวงหรงอวี้รู้ตัวว่าตนเองคงไม่ได้เผลอหลุดพูดเบาะแสสำคัญอะไรออกไป จึงไม่ได้ตอบคำถามเธอ เพียงแค่ส่ายหน้า“หรงอวี้ ทำไมคุณถึงไม่กล้าตอบฉันล่ะ?” เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้ ซูย่างก็ไม่รู้แล้วว่าจะเค้นถามต่อไปอย่างไรบางทีสิ่งที่เธอจินตนาการไว้อาจเป็นความจริงทั้งหมด เพียงแต่หรงอวี้ไม่อยากให้เธอรู้ก็เ
แววตาของเธอหม่นหมองลง ไม่รู้เลยว่าเป็นเพราะเวินจ่านใช่หรือไม่“ย่างย่าง ผมยังไม่หาย ในเมื่อคุณยังไม่ให้อภัย แล้วผมจะหายได้ยังไง?” เขายิ้มขื่น“กลับมาเร็วขนาดนี้มีปัญหาอะไรมาปรึกษาอีกล่ะคะ? หรือว่าอกหัก?” ซูย่างมองดูปลายนิ้วตัวเองหรงอวี้พิงพนักเก้าอี้ด้วยความผ่อนคลาย “อกหักครับ แบบว่าคนที่ผมชอบ ตอนนี้เขาไม่อยากสนใจผมแล้ว ผมควรทำยังไงดี?”ซูย่างกะพริบตาปริบ ๆ “เรื่องที่ดินต้องขอบคุณคุณมากนะคะ ว่าแต่เวินจ่านโกรธคุณหรือเปล่า?”หรงอวี้ส่ายหน้า “ต่อให้โกรธ เธอก็ไม่แสดงออกหรอก”หลังเขาพบกับเวินจ่านครั้งแรกที่สนามบิน ตอนนั้นก็ยังไม่เคยรู้สึกอึดอัดถึงขนาดนี้ แต่ตอนนี้แม้จะสามารถนั่งพูดคุยเรื่องบริษัทกันได้ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนมีกำแพงมาขวางกั้นเวลาที่ต้องพบเจอเวินจ่าน ในหัวของหรงอวี้ก็จะนึกถึงแต่ทุกสิ่งที่เธอเคยทำเอาไว้กับซูย่างเท่านั้นพักนี้เขามักฝันเห็นภาพอันน่าสยดสยองอยู่บ่อยครั้ง เช่น ฝันเห็นซูย่างนอนจมกองเลือดอยู่ในโรงงานร้าง เขาพยายามเข้าไปอุ้มเธอด้วยความลนลาน แต่กลับถูกกำแพงอันเย็นเยียบขวางกั้นไว้อย่างไร้ความปรานีตามด้วยได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงร้องไห้คร่ำครวญของหญิงสาว
จากมหาวิทยาลัยเอถึงบ้านไม่ได้ไกลนัก แต่เป็นครั้งแรกที่ซูย่างรู้สึกว่า เส้นทางกลับบ้านช่างเหนื่อยล้าเหลือเกินพอกลับถึงบ้าน เธอก็ไม่มีอารมณ์จะทำอาหารเย็นแล้ว จึงหยิบเบียร์กระป๋องจากตู้เย็นออกมา แล้วทรุดตัวลงนั่งขดอยู่บนโซฟารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อยอธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเธอรู้ดีอย่างชั
คุณตำรวจควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานบาร์ก็กลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยเรื่องนี้มีพยานอยู่ไม่น้อย แถมยังมีคนถ่ายวิดีโอไว้ด้วย ซูย่างกับหลินลู่ซีจึงแค่ถูกพาไปให้ปากคำ ทำบันทึกคำให้การ แล้วก็เจรจาชดใช้ค่าเสียหายให้เจ้าของบาร์เล็กน้อย ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมาพอทั้งสองออกมาจากสถานีตำรวจก็เห็นรถข
ซูย่างปรับอารมณ์ตัวเองให้สงบลงเล็กน้อย แล้วจึงเตรียมตัวออกไปทันทีแต่พอเดินมาถึงหน้าประตู ก็เจอหรงอินที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีโกรธจัดพอดี“พี่ย่างย่าง!” หรงอินเห็นเธอก็ยังมีแววไม่พอใจอยู่บนใบหน้า “พี่เห็นเว็บบอร์ดแล้วใช่ไหม? เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ว่าต้องเป็นฝู่หยาฮุ่ยคนนั้นแน่ ๆ ที่อยู่เบื้องหลังเรื
“อินอินซุกซนมาตลอด ไม่ได้สร้างความลำบากให้คุณซูใช่ไหม” หรงอวี้ที่สัมผัสได้ถึงความอึดอัดของบรรยากาศก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนเพื่อทำลายความเงียบซูย่างยังไม่ทันได้เอ่ยปาก กล่องของขวัญกำมะหยี่สีแดงก็ถูกวางลงตรงหน้าเธอโลโก้ตัวอักษรสีทองของ Cartier ที่ประทับอยู่บนกล่องทำให้ซูย่างชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเอ่







