Se connecter# บริษัทอัสวิน
ทางด้านประธานหนุ่มที่เพิ่งจะออกมาจากห้องประชุมไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงทั้งสองคนที่เป็นประเด็นกันอยู่ในตอนนี้ เขาเดินไปยังห้องทำงานตามปกติ แต่ก็ได้พบเห็นสุดาแฟนสาวมารอเซอร์ไพรส์อยู่ในห้อง "เซอร์ไพรส์ค่ะ" สุดาพุ่งเข้ามาสวมกอดเขาอย่างไม่อายว่าตรงนี้จะมีเลขาอยู่ด้วย เธอแสดงความรักอย่างเต็มที่ แตกต่างจากภรรยาที่อยู่บ้านไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย ไม่ว่าสามีจะเหนื่อยหรือทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่เคยเข้ามากอดมาอ้อน เอาแต่ก้มหน้าไม่สู้สายตาราวกับคนทำผิดตลอดเวลา พูดแล้วก็หงุดหงิด เธอคงจะเห็นเขาสำคัญแค่ตอนอยากได้เงินเพียงเท่านั้น "คิดอะไรอยู่คะ?" สุดาเอ่ยถามแฟนหนุ่มที่อยู่ๆก็เหม่อลอยราวกับคิดอะไรอยู่ แล้วเธอก็ถามไปหลายครั้งเขาก็เอาแต่เงียบจมอยู่กับความคิดของตัวเอง หรือว่าเขากำลังคิดถึงภรรยาที่รออยู่บ้าน สุดานึกถึงคำพูดที่แม่ของเธอบอกไว้ ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่บ้านเดียวกันนอนเตียงเดียวกันทุกคืนทุกวันมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่พวกเขาจะไม่รู้สึกอะไรกัน ถ้าลูกมัวแต่ช้าอยู่ไม่ทำอะไรสักอย่าง สองคนนั้นคงได้มีลูกกันเต็มบ้านพอดี " พี่คุยเรื่องหย่ากับภรรยาหรือยังคะ พรุ่งนี้ดาต้องไปงานเลี้ยงกับคุณแม่ ดาไม่รู้จะตอบเพื่อนของคุณแม่ว่ายังไงค่ะ" " พี่ยังไม่ได้คุยเลย ช่วงนี้พี่งานยุ่งมากๆ" "ดาเข้าใจพี่ค่ะ " สุดาบอกเสียงนอยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก่อนหน้านี้ได้หายไปทันที "เดี๋ยววันนี้พี่จะคุยให้ก็แล้วกันนะ" เขาทนเห็นแฟนสาวผิดหวังอีกไม่ได้แล้ว เธอรอเขามานานเหลือเกิน ถึงเวลาที่เขาต้องทำเพื่อเธอบ้าง "คุยกันดีๆนะคะ ดาไม่อยากเป็นต้นเหตุให้พี่มีปัญหากับภรรยา" สุดาแสร้งทำมารยาหญิงออดอ้อนแฟนหนุ่มที่เริ่มมีอาการเปลี่ยนไป เขาไม่ได้ใส่ใจเธอเหมือนก่อนหน้านี้ พูดเรื่องหย่าแต่ละทีก็ไม่ได้ชันเจนมีคำตอบเหมือนตอนที่เขายังไม่ได้แต่งงานกับพลอยไพลิน ความมั่นใจของสุดารลดน้อยลงทุกวัน เธอไม่แน่ใจว่าอัศวินยังรักเธอเพียงคนเดียวเหมือนเดิมไหม จะมั่นใจก็ต่อเมื่อเขาเซ็นใบหย่ากับภรรยาเท่านั้น "ไม่มีปัญหาอะไรหรอก พี่กับพลอยไพลินตั้งใจจะหย่ากันอยู่แล้ว" อัศวินไม่ได้ตอบเอาใจแฟนสาว เขาตั้งใจจะหย่ากับเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม แล้วตอนนี้ก็ล่วงเลยมานานพอสมควรแล้ว # เวลา 19:00 เมื่ออัสวินกลับมาถึงบ้าน พลอยไพลินก็รีบวางงานตรงหน้าแล้วเดินมาหาสามีทันที เธอช่วยเขาถือกระเป๋าและถอดสูตรให้สามีอย่างเช่นทุกวัน ทำทุกอย่างตามหน้าที่ของภรรยาที่ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง ทั้งงานบ้านและเรื่องบนเตียง " พี่จะแช่น้ำอุ่นไหมคะ พลอยจะเตรียม...." ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคสามีก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่เรียบไร้ความรู้สึกใดๆ " ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ตามมาที่ห้องทำงาน " ร่างสูงเดินตรงไปยังห้องทำงานโดยไม่สนใจภรรยาที่มองตามด้วยความสงสัย เธอไม่รู้หรอกว่าสามีจะคุยเรื่องอะไร แต่ก็เตรียมใจที่จะพร้อมรับกับทุกเรื่องที่จะเกิดขึ้น หลังจากเอาสูตรของสามีไปเก็บแล้วก็เดินไปที่ห้องทำงานที่อยู่มุมสุดของทางเดิน พื้นที่บริเวณที่เงียบสนิทเหมาะกับการทำงาน แต่เจ้าของห้องกลับไม่มีสมาธิทำงาน ในหัวคิดหาคำพูดที่จะคุยกับภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และกำลังจะเป็นอดีตภรรยาของเขาในไม่ช้า แอดด~ เสียงเปิดประตูดังขึ้นมาก่อนที่จะปรากฏร่างบางในชุดเดรสสีหวานที่เธอชอบใส่เป็นประจำ เป็นชุดพี่เขาเห็นบ่อยมากเพราะเธอไม่ค่อยซื้อเสื้อผ้าใหม่ เธอไม่ได้ประหยัดหรอกนะ แต่เธอเก็บเงินไว้มห้พ่อแม่ของเธอ เขาคิดแบบนั้นมาตลอด "พี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับพลอยเหรอคะ?" พลอยไพลินเป็นฝ่ายที่ต้องเอ่ยถามเพราะสามีเอาแต่นั่งนิ่งและกำลังมองเธอด้วยสายตาที่ผิดแปลกไปจากเดิม เธอไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่เรื่องที่เขาจะพูดคงจะเป็นเรื่องที่ตึงเครียดมากแน่นอน "ฉันต้องการจะหย่า" ประโยคนิ่งเรียบของสามีทำเอาร่างบางชาวาบไปทั้งตัว แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ก็เจ็บปวดอยู่ดีที่ได้ยินประโยคนี้ "ได้ค่ะ พลอยจะหย่าให้พี่ค่ะ" เธอไม่สามารถฝืนยิ้มออกไปได้เลย ดวงตาของเธอสั่นไหวแทบกลั้นน้ำตาไม่ได้ จนต้องก้มหน้าหลบสายตาคม "แน่ใจนะ?" " ค่ะ พี่บอกมาได้เลยว่าวันไหน " คำพูดของพลอยไพลินสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเสียใจ แต่ยังพยายามฝืนยิ้มออกไปให้สามีสบายใจ " ก็ดี เดี๋ยวฉันจะนัดวันอีกที" " ค่ะ งั้นพลอยขอตัวก่อนนะคะ" พลอยไพลินหันหลังออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ ไม่รอให้สามีอนุญาตเหมือนที่ผ่านมา เธอจำเป็นต้องออกไปให้เร็วเพราะฝืนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป คนที่เป็นฝ่ายขอหย่าภรรยาก็ได้แต่นั่งนิ่งจมอยู่กับความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่ฉันดีใจจนยิ้มไม่ออกเลยเหรอ อยู่ๆอัศวินยิ้มออกมา ก่อนที่จะหุบยิ้ม เมื่อเธอยอมหย่าง่ายเกินไป เขาอุตส่าห์เตรียมเงินไว้ให้เธอเผื่อว่าเธอจะร้องขอ ทำไมเธอถึงไม่พูดอะไรเลย ? หรือว่าเธออยากหย่าเหมือนกัน อยู่ๆก็รู้สึกไปพอใจในตัวภรรยาขึ้นมา แล้วรีบลุกขึ้นเดินตามเธอไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด เขาไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง พอเข้ามาในห้องก็เห็นร่างบางยืนทำบางอย่างอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ข้างๆมีกระเป๋าใบใหญ่ นี่เธอเตรียมเก็บของแล้วเหรอ " ยืนทำอะไร? " " ไม่มีอะไรคะ พลอยกำลังจะเตรียมเสื้อผ้าให้พี่" เธอเก็บกระเป๋าใบใหญ่เข้าใส่ตู้แล้วเอาเสื้อผ้าของเขาออกมา เธอยังคงทำทุกอย่างตามปกติโดยที่ไม่มองหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย " พลอยเตรียมน้ำให้พี่เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวพลอยจะลงไปเตรียมอาหารให้นะคะ" พูดจบเธอก็โดนก้มหน้าออกไปในทันที เป็นอาการที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน จนต้องเอ่ยประโยคนี้ออกไป "ฉันยังไม่หิว " เขายังไม่หิวจริงๆ และเธอก็ควรจะเข้าไปช่วยเขาอาบน้ำ ไม่ใช่เดินหนีแบบนี้ เขาไม่ชอบใบหน้าเฉยชาของเธอเลย ท่าทางที่เธอกำลังเป็นในตอนนี้ก็ไม่ชอบเหมือนกัน " ค่ะ ถ้าพี่หิวเมื่อไหร่ค่อยบอกพลอยนะคะ เดี๋ยวพลอยตั้งโต๊ะอาหารให้ค่ะ" เธอยังคงพยายามที่จะเดินหนีเขา แน่นอนว่าท่าทางของเธอนั้นทำให้เขาไม่พอใจจนต้องรีบอาบน้ำไม่มีอารมณ์ที่จะแช่น้ำอุ่นอย่างที่บอกเธองานวันเกิดที่เต็มไปด้วยความสุขดำเนินไปจนดึกดื่น แขกในงานและญาติพี่น้องทยอยกลับไปจนหมดเหลือแค่คนสนิท อัศวินอนุญาตให้ลูกสาวคนเล็กนอนค้างตามสัญญา แต่ต้องมีพี่สาวและพี่ชายอยู่ด้วย ทำให้บ้านหลังเล็กมีแขกเพิ่มสามคน "เอ๊ะ ! ทำไมหนูคุ้นๆกับสร้อยพี่พราว?"เซย์ญ่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยขณะที่่ช่วยกันจัดที่นอนเพิ่มให้กับไลลา ส่วนดีลเลอร์นั้นนอนห้องพี่ชายของพราวดาว สรุปว่าลูกสาวลูกชายของเจ้านายนอนบ้านของพราวดาวทั้งหมด เป็นความยุติธรรมที่พ่อแม่ขัดไม่ได้"หนูรู้สึกคุ้นมากเลยค่ะ แต่คิดไม่ออก""เอ่อ " พราวดาวถึงกับเสียอาการยกมือขึ้นจับที่สร้อยราวกับคนมีความผิด ใบหน้าสวยแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว " นึกออกแล้ว นี่มันสร้อยพี่ดีลใช่ไหมคะ?" " อ๋อใช่ คุณดีลไม่ได้เตรียมของขวัญมา เลยให้สร้อยเป็นของขวัญวันเกิดพี่ " " ให้สร้อยเลยเหรอคะ" เซย์ญ่าที่รู้ราคาและรู้ว่าสร้อยเส้นนี้คือเส้นโปรดของพี่ชายจึงได้แต่ทำหน้าสงสัย ส่วนพราวดาวนั้นก็ได้แต่ยิ้มแก้เขินและหาเรื่องอื่นชวนคุย เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยไปมากกว่านี้ เธอจะต้องเก็บความรู้สึกที่มีต่อดีลเลอร์เอาไว้ เพราะเธอกลับเขาไม่มีอะไรที่คู่ควรกันเลย ได้เป็นเพื่อนที่คอยอยู
# อาทิตย์ต่อมา งานวันเกิดถูกจัดขึ้นภายในบ้านหลังเล็กที่แสนอบอุ่น เป็นบ้านปูนชั้นมินิมอลสไตลทันสมัยตามที่เจ้านายสาวออกแบบให้ อีกทั้งยังเป็นบ้านที่เจ้านายให้เป็นโบนัสที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี กานดาซึ้งใจกับพระคุณของเจ้านายทั้งสองเป็นอย่างมาก ตอนแรกก็ไม่อยากจะรับแต่เจ้านายก็พูดจูงใจให้นึกถึงลูกๆที่กำลังโต ให้พวกเขาอยู่อย่างสุขสบายไม่น้อยหน้าใครเถอะ กานดาจึงยอมรับไว้ แต่ขอทำงานล่วงเวลาให้ในทุกๆวัน " นี่ค่ะของขวัญของเซย์ "ทุกคนส่งของขวัญที่เตรียมมาให้กับเจ้าของวันเกิด เว้นก็แต่คยกตัวสูงที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ด้วยท่าทางยิ่งเฉย " พี่ดีลไม่มีของขวัญให้พี่พราวเหรอคะ?" เซญ่าเป็นฝ่ายหันไปถามพี่ชายแทนพราวดาว เพราะรู้นิสัยของพราวดาวดีว่าเป็นคนขี้เกรงใจ ไม่กล้าถามแน่นอน " ลืมเอามา"" ลืมได้ยังไงคะ วันนี้วันสำคัญของพี่พราวนะคะ ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้"" ไม่เป็นไรหรอกน้องเซย์ คุณดีลก็แค่ลืม เอามาให้วันหลังก็ได้""คุณ? " คิ้วเข้มของคนที่โดนเรียกว่าคุณขมวดเข้าหากันเป็นปม ปกติเธอจะเรียกเข้าว่าดีลเฉยๆ เพราะรุ่นเดียวกัน เรียนห้องเดียวกัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอทำไมถึงเรียกเขาแบบนี้? " เมื่อกี้่พราวเรียกพี่ดีลว
"เดี๋ยวพลอยไปคุยกับกานดาเองนะคะ ถ้าพี่ไปจะเป็นการบังคับจนเกินไป "พลอยไพลินรู้ดีว่าพนักงานทุกคนเกรงใจอัศวิน ถ้าเขาไปบอกกับกานดาจะขอให้พราวดาวมาเรียนกับน้องและเรียนกับลูกๆของเจ้านายก็คงจะไม่กล้าปฏิเสธแน่ๆ ซึ่งเธอไม่อยากจะบีบบังคับจิตใจของพนักงานมากขนาดนั้น ไม่ใช้อำนาจเจ้านายทำให้พนักงานลำบากใจ"ดีเหมือนกันครับ พี่ก็ไม่รู้จะคุยยังไง " ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสักเท่าไหร่ที่จะให้พนักงานรับรู้ว่าเขาตามใจลูกจนเคยตัว อ้อนขออะไรมาพ่อก็จัดการให้หมด เดี๋ยวจะกลายเป็นประธานที่จัดการได้แค่งานบริหาร แต่จัดการลูกและครอบครัวตัวเองไม่ได้ คงจะเป็นคนที่ล้มเหลวในสายตาคนอื่นน่าดู พลอยไพลินเดินไปหากานดาที่กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะส่งงานต่อให้ผู้ช่วยที่เข้ากะต่อไป ร้านของพลอยไพลินเปิดทำงานยี่สิบชั่วโมง เป็นความคิดของอัศวินที่ไม่อยากให้พนักงานต้องไปหางานพิเศษเพิ่ม เปิดโอกาสให้คนขยันได้ทำงานอย่างเต็มที่ "ตอนนี้พราวดาวได้เรียนพิเศษที่ไหนไหม" "ตอนนี้ยังไม่ได้เรียนค่ะ " ที่ยังไม่ได้ให้เรียนเพราะรายจ่ายที่บ้านค่อยข้างเยอะ พราวดาวเองก็ค่อนข้างที่จะฉลาด แม่อย่างเธอเลยเลือกที่จะให้พี่ชายที่เริ่มจะติดเพื่อนเรี
# หลายปีต่อมาตั้งแต่วันนั้นวันที่พลอยไพลินตัดสินใจลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดและให้โอกาสพ่อของลูก ความสัมพันธ์ของเขาและเธอก็ดีขึ้นเป็นทวีคูณ ดีจนตอนนี้เขาและเธอมีลูกด้วยกันถึงสามคน จากที่เคยทำงานหนักส่งขนมเช้าเย็นก็มีหน้าที่แค่เช้าไปตรวจงาน ตอนนี้พลอยไพลินมีร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง มีกานดาเป็นผู้จัดการร้าน กานดาทำทุกอย่างแทนพลอยไพลินได้ทั้งหมดทำให้พลอยไพลินไว้ใจได้จนตัวเธอนั้นไม่ต้องเข้าร้านบ่อยก็ได้ ส่วนตัวพลอยไพลินนั้นมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยสามีอีกที ช่วยในทุกๆเรื่องที่ช่วยได้ ทั้งเรื่องงานและเรื่องผ่อนคลายอารมณ์ประธานตอนที่เครียดจากงาน หมับ! พอพูดถึงสามี เขาก็เดินเข้ามาสวมกอดเธอทันที แต่เป็นการกอดที่ทำเอาร่างบางขนลุกไปทั้งตัว ใบหน้าหล่อซุกไซร้ที่ซอกคอมือไม้ก็อยู่ไม่นิ่งลูบไล้บีบเค้นหน้าอกจนปวดหนึบ บ่งบอกว่าคนทำกำลังหมั่นเขี้ยวเมียมากๆ "วันนี้แต่งตัวสวยเกินไปแล้ว"ไม่ได้เป็นค่ะชมจนเกินไป แต่ภรรยาของเขานั้นสวยขึ้นจริงๆ คลอดลูกไม่ทันไรหุ่นก็กลับมาสวยเหมือนเดิม ทำเอาสามีอย่างเขาอยู่ไม่สุขเลย หวงเมียเด็กจนไม่อยากให้เธอออกไปพบเจอใคร "ชมแบบนี้อยากได้อะไรคะ" ใบหน้าสวยปรากฏรอยยิ้มที่รู้ท
"เล่ามาเถอะ เผื่อเราจะช่วยอะไรได้ "พลอยไพลินเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เธอดูออกว่าปรีชญาทีเรื่องกังวลใจ ถ้าจะให้เดาก็คงจะเป็นเรื่องของพราวฟ้า " ฉันไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับยัยพราว แต่รู้แค่ว่าเป็นเรื่องไม่ดีแน่นอน "ปรีชญาเริ่มเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้าให้ฟังพร้อมกับความน่าจะเป็นที่เธอนึกสงสัยให้กับพลอยไพลินฟังโดยมีอัศวินยืนฟังอยู่ด้วย เขาไม่ออกความเห็นหรือตัดสินอะไรกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ถ้าพลอยไพลินขอความช่วยเหลือเขาก็พร้อมจะช่วยเธออย่างเต็มที่ " บางทีเราอาจจะคิดมากไปเอง ยัยพราวอาจจะมีงานด่วนจริงๆก็ได้ "พลอยไพลินพยายามคิดไปในทางที่ดี ที่ผ่านมาพราวฟ้าก็มีงานอยู่ตลอด ถึงจะมีข่าวเสียหายเรื่องผู้ชายบ้าง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือ เธอรู้ดีว่าเพื่อนของเธอเป็นคนยังไง " ฉันก็อยากจะให้เป็นแบบนั้น ถ้าไม่ติดว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้ยินว่ายัยพราวมีปัญหากับลูกชายนักการเมือง " พราวฟ้าบอกว่าไม่อยากมาเจอบ่อยเพราะไม่อยากให้เพื่อนมีปัญหา ที่ผ่านมาใครที่สนิทและรู้จักกับพราวฟ้าเดือดร้อนแทบจะทุกคน "คงจะเป็นเหตุผลนี้สินะที่ยัยพราวไม่ค่อยมาเจอเรา ""แต่ฉันคิดว่ามีอะไรมากกว่านั้น… " ปรีชญาเองก็รู้จักเพื่อนสนิท
ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา แขกเหรื่อในงานทยอยกลับกันจนเกือบหมดแล้ว เหลือแค่คนสนิทอย่างปรเมศว์และผู้หญิงของเขาที่ยังต้องอยู่เพราะลูกชายหลับ เด็กน้อยสองคนวิ่งเล่นหยอกล้อกันจนหลับไปพร้อมกันในห้องรับแขก "นอนที่นี่ไหมลูก ตัวเล็กหลับปุ๋ยเชียว "อารีรัตน์หันไปถามพลอยไพลินกับลูกชาย ท่านอยากให้หลานชายนอนค้างที่นี้ ยังไม่อยากจะให้หลานกลับบ้าน ยิ่งเห็นหลานหลับยิ่งเอ็นดู "เมศว์ก็ด้วย นอนบ้านแม่สักคืนไหมลูก ""ว่าไง …ลองเปลี่ยนบรรยากาศก็ดีเหมือนนะ "คำพูดสองแง่สองง่ามของปรเมศว์ทำเอาอัศวินรีบหันไปมองเมียรักในทันที สายตาของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากนอนที่นี่เหมือนกัน " แล้วแต่คุณเลยค่ะ" แอนนาไม่มีสิทธิ์ที่จะขัดใจพ่อของลูกอยู่แล้ว เขาถามเพื่อกลั่นแกล้งให้เธออับอายมากกว่าอยากได้ความเห็นจากเธอ ถ้าเธอปฏิเสธเขาก็แค่เอาเงินฟาดหัว เพราะเขารู้ว่าเงินสำคัญกับชีวิตเธอมาก และที่ทนอยู่แบบนี้ก็เพราะเงิน " ผมนอนที่นี่ก็ได้ครับ " สายตาของปรเมศว์ดูร้ายกาจจนแอนนาไม่อยากมอง เธอเบือนหน้าไปทางอื่นแทน ทำให้คนรอบข้างรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของทั้งสองคน "ดีเลย แล้วลูกล่ะวิน "ถามลูกชายแต่สายตากลับมองอดีตลูกสะใภ้
#วันต่อมาหลังจากเลิกงานอัศวินก็กลับมาบ้านตามเวลาปกติ พลอยไพลินก็ยังคงทำหน้าที่จัดโต๊ะอาหารรอเขาเหมือนกับทุกวัน "พี่วินอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวพลอยทำเพิ่มให้" และเธอก็ถามคำถามเดิมๆเหมือนทุกวัน เขาฟังจนเบื่อ และตอนนี้เขาก็อยากจะฟังเรื่องอื่นมากกว่า "วันนี้ฉันกินมาแล้ว " เขาตอบแค่นั้นแต่
เช้าวันต่อมา... พลอยไพลินตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดในใจและรู้ว่าที่ข้างๆที่เป็นที่นอนประจำของอัศวินว่างเปล่า เขาคงจะไปหากับแฟนเก่าของเขา และปล่อยให้ตัวปลอมอย่างเธอนอนบนเตียงกว้างอย่างโดดเดี่ยวเช่นเคย พลอยไพลินรู้สึกเสียใจทุกครั้งที่สามีเมินเฉย ถึงจะเจ็บปวดสักแค่ไหนก็รู้ตัวดีว่าเธอไม่สามารถทำอะไ
# วันต่อมาแม้ว่าค่ำคืนที่ผ่านมาจะเร่าร้อนกับสามีจนร่างกายอ่อนเพลียไปหมด แต่พลอยไพลินก็ตื่นขึ้นแต่เช้าเพื่อทำอาหารเช้าให้กับสามี เธอตั้งใจทำอาหารอย่างเต็มที่และพยายามสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นในบ้าน เมื่อสามีลงมาที่โต๊ะอาหารเธอก็บริการตักข้าวให้สามีอย่าเอาใจ ทุกอย่างบนโต๊ะล้วนแต่เป็นของโปรดของเขาทั้งน
วันเวลาล่วงเลยไป...แต่อัศวินยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมที่ไม่มีพลอยไพลินอยู่ในสายตา เวลาส่วนมากของเขามักจะไปพบกับสุดาและใช้เวลาอยู่กับเธอ ส่วนพลอยไพลินต้องอยู่บ้านหลังใหญ่อย่างโดดเดี่ยว นับวันยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนที่ถูกละเลย รู้สึกไร้ตัวตนในสายตาของสามี ในขณะที่พลอยไพลินกำลังทำอาหารค่ำเพียงลำพัง โทรศัพ







