เข้าสู่ระบบวันเวลาล่วงเลยไป...แต่อัศวินยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมที่ไม่มีพลอยไพลินอยู่ในสายตา เวลาส่วนมากของเขามักจะไปพบกับสุดาและใช้เวลาอยู่กับเธอ ส่วนพลอยไพลินต้องอยู่บ้านหลังใหญ่อย่างโดดเดี่ยว นับวันยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนที่ถูกละเลย รู้สึกไร้ตัวตนในสายตาของสามี
ในขณะที่พลอยไพลินกำลังทำอาหารค่ำเพียงลำพัง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสายจากเพชรลดาคุณแม่ของเธออีกเช่นเคย "ค่ะแม่" (แม่ได้รับเงินแล้วนะ ฝากขอบคุณวินด้วย) " แม่ขอเงินพี่วินอีกแล้วหรอคะ? " ( ใช่ ครั้งก่อนมันไม่พอ ) "ค่ะ ขอให้ครั้งนี้ประสบความสำเร็จนะคะแม่" เพราะเธอไม่อยากรบกวนสามีอีกแล้ว แม่ของเธอคงได้เงินจากสามีไปจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่เขาก็ไม่เคยที่จะปฏิเสธ แน่นอนว่าเขานั้นรวยมาก เงินที่ให้แม่ของเธอไปเป็นแค่เศษเงินของเขา หลังจากวางสาย พลอยไพลินก็มานั่งคิดทบทวนเรื่องราวในชีวิตของตัวเอง เธอร่ำเรียนมาก็สูงพอสมควร ไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาอยู่แบบนี้ เธอได้แต่หวังว่าสักวันชีวิตของเธอจะต้องดีขึ้น ในขณะเดียวกันอัศวินก็กลับมาบ้านหลังจากที่หายไปอยู่กับแฟนสาวหลายวัน เขาเดินผ่านเธอไปโดยไม่มีการทักทายหรือถามถึงความเป็นอยู่ของเธอเลยสักคำ ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเมินเฉย แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เธอก็เจ็บปวดหัวใจแทบจะยืนไม่ไหว ได้แต่ภาวนาว่าสักวันคงจะอยู่ในสายตาของสามีบ้าง ความสัมพันธ์ของเธอกับสามีนั้นเป็นแค่เรื่องสมมุติไม่มีอะไรจริงเลย เป็นการแต่งงานที่ไม่ได้ยินดีทั้งสองฝ่าย เขาอคติกับเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอจนกระทั่งวันนี้ เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้จะไปจบลงที่ตรงไหน คงไม่พ้นการหย่าร้างแน่นอน เมื่อคิดถึงการหย่ากับสามีที่เป็นเสาหลักของครอบครัว พลอยไพลินก็เริ่มวางแผนชีวิตตัวเอง ในวันที่ไม่มีเขาแล้วเธอจะต้องยืนให้ได้ พลอยไพลินเริ่มออกหาสมัครงานโดยไม่ได้ปรึกษาสามี เพราะเขางานยุ่งมากเลยไม่ได้กลับบ้านมาหลายวัน พลอยไพลินเข้าสัมภาษณ์งานโดยไม่รู้ว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทของเพื่อนสามี หลังจากสัมภาษณ์งานเสร็จพลอยไพลินก็ไปห้างหรูเพื่อจะซื้อของสดกลับไปไว้ทำอาหารที่บ้านรอสามีเผื่อว่าเขาจะกลับมา ขณะที่เธอเดินผ่านร้านอาหารหรู สายตาของเธอก็มิงไปเห็นสามีกำลังนั่งทานข้าวกับแฟนสาวของเขา ทั้งสองคนดูมีความสุขและพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม ภาพนั้นทำให้พลอยไพลินรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก แต่ก็ฝืนยืนดูอยู่ที่นั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันหลังกลับและเดินจากไป เวลา 20:00 แม้จะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วแต่ภาพของอัศวินกับแฟนสาวก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวของพลอยไพลินจนนอนไม่หลับ หลายคืนแล้วที่เธอไม่ได้นอนเคียงข้างสามี ไม่ได้รับความอบอุ่นจากเขา เธอคิดถึงเขามากแต่ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องอะไร แอดดดด~ พลอยไพลินลุกขึ้นจากเตียงนอนทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นอัสวินก็ดีใจมากๆ " ทำไมยังไม่นอน?" " พลอยนอนไม่หลับค่ะ ที่วินทานอะไรมาหรือยังคะ?" พลอยไพลินเอ่ยถามสามีด้วยความเป็นห่วงและดีใจจนเนื้อเต้นที่เห็นสามีกลับมาบ้าน แต่สามีกลับไม่ได้ตอบในสิ่งที่เธอถาม "วันนี้ไปไหนมา?" อัศวินเอ่ยถามเสียงแข็งเมื่อรู้จากเพื่อนสนิทว่าภรรยาของเขาไปสมัครงานมา เขารู้แล้วว่าเธอไปไหนแต่อยากถามจากปากของเธอ หากเธอสารภาพออกมาด้วยตนเองเขาพอจะให้อภัยได้ แต่ก็ยังโกรธอยู่ดีที่เธอไปทำอะไรโดยที่ไม่บอกเขาก่อน เธอไม่ให้เกียรติสามีเลยแม้แต่น้อย " พลอยไปสมัครงานมาค่ะ" พลอยไพลินตอบอย่างไม่ปิดบัง เธอตั้งใจจะบอกเขาอยู่แล้ว แต่เขาไม่อยู่ให้เธอบอกก็แค่นั้น ดูเหมือนว่าคำตอบของเธอ จะทำให้สามีไม่พอใจ "ฉันเคยบอกไปแล้วใช่ไหม ถ้าอยากได้เงินก็มาเอากับฉัน ฉันไม่อนุญาตให้เธอทำงาน เดี๋ยวครอบครัวเธอจะหาว่าฉันไม่มีปัญญาเลี้ยงเมีย" พลอยไพลินมองสามีอย่างไม่เข้าใจ เขาควรจะดีใจไม่ใช่หรอที่เธอออกไปหางานทำ ไม่เป็นภาระให้กับเขา เพราะทุกครั้งที่เธอกับครอบครัวขอเงินเขา เขาก็ไม่พอใจหาว่าเธอตั้งใจจะขูดขีดเขาบ้าง หน้าเงินบ้าง แล้วทำไมตอนนี้ถึงแสดงท่าทางไม่พอใจที่เธอจะไปทำงานหาเงิน " จะทำอะไรก็ช่วยนึกถึงหน้าสามีบ้าง เธอเป็นถึงภรรยาของประธานบริษัทไปหาสมัครงานแบบนั้นได้ยังไง" พลอยไพลินถึงกับพูดไม่ออก เธอลืมในข้อนี้ไปเลย ลืมไปว่าสามีนั้นมีหน้ามีตาทางสังคม " พลอยขอโทษนะคะ พลอยคิดน้อยไป" " คราวหลังก็คิดให้มันมากๆด้วย" พูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำไป หลังจากที่อัศวินเดินไปพลอยไพลินก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ เธอทำให้สามีไม่พอใจอีกแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ถูกใจเขาไปเสียหมด จะมีก็แต่งอย่างเดียวที่เธอทำได้ดี คือเรื่องบนเตียงที่เขาดูจะพอใจที่สุดในตัวเธอ คิดได้อย่างนั้นก็รีบตามสามีเข้าไปในห้องน้ำทันที เธอช่วยสามีอาบน้ำและปรนเปรอเขาอย่างถึงใจ ตั้งแต่อยู่ในห้องน้ำจนกระทั่งมาถึงเตียงนอนก็ยังไม่หยุดเอาใจเขา เวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืนกลัวเธอจะได้พักร่างกาย เธอทำจนสามีอารมณ์ดีขึ้น เวลาต่อมา...ในห้องที่เงียบสงบพลอยไพลินนอนมองหน้าสามีที่หลับไปแล้วด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ตามร่างกายของเขายังคงสะอาดไร้ร่องรอยร่วมรักใดๆ ต่างจากร่างกายของเธอที่เขานั้นทิ้งรอยรักแรงช้ำไว้มากมาย เขามีสิทธิ์ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของของเธออย่างเต็มที่ ส่วนเธอนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของในตัวของสามีเลย เธอทำได้เพียงทำตามคำสั่งของสามีเพียงเท่านั้น ทำอะไรก็ได้ขอแค่ถูกใจของเขา ร่างบางค่อยๆขยับร่างกายเข้าไปแนบชิดและสวมกอดสามีที่กำลังหลับใหล พยายามตักตวงความสุขจากช่วงเวลาที่หายากนี้ แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความไม่เข้าใจ แต่ในขณะนี้เธอรู้สึกว่าความรักของเธอที่มีต่อเขามันมากล้นจนให้อภัยได้ทุกอย่างที่เขาทำกับเธอแอนนาเดินดูความเรียบร้อยของงานเลี้ยงตามหน้าที่ที่ได้รับความหมาย แต่นานๆที่เคยทำเรียบร้อยและผ่านไปด้วยดีตลอด เพราะเธอเป็นคนใส่ใจทุกรายละเอียดของงาน ขณะที่แอนนากำลังเดินไปเช็คไวน์ชั้นดีที่จัดเตรียมไว้เป็นของขวัญกับแขกคนสำคัญ ก็มีใครบางคนเข้ามาทักทาย " ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ?" ตึก! แค่ได้ยินเสียงแอนนาก็ตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง ถึงอย่างนั้นเธอก็สัมผัสได้ว่าคนด้านหลังกำลังเดินก้าวเข้ามาใกล้ "ไม่ได้ยินที่ถามเหรอครับ น้องแอนนา" คำถามยียวนกวนประสาทแบบนี้จะเป็นใครไปได้อีก เฮ้อ....แอนนาถอนหายใจก่อนจะหันไปมองคนตัวสูงและพยายามทำหน้าให้ปกติที่สุด ทำเหมือนว่าเขาเป็นแขกคนหนึ่งในงาน "สวัสดีค่ะ"แอนนามองปรเมศวร์ นักธุรกิจตรงไฟแรงตำแหน่งอดีตแฟนเก่าของเธอ เธอพยายามทักทายตามปกติ แล้วมองดูว่าตรงนี้มีใครอยู่บ้างตึกตักๆ หัวใจของแอนนาเต้นแรงมากเมื่อรู้ว่าตรงนี้มีแค่เธอกับเขา ไม่แปลกหรอกเพราะแขกในงานสนใจพริตตี้สาวสวยและรถคันใหม่ที่กำลังเปิดตัว แต่เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่เธอควรจะสนใจ เธอกลัวว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าจะเห็นความลับที่เธอเป็นบางมาตลอดมากกว่า ใช่แล้ว! ปรเมศวร์ไม่เคยรู้ว่ามีลูกชา
เวลา 16:00 น หญิงสาววิ่งวุ่นในงานเลี้ยงบริษัท แอนนาผู้ช่วยผู้จัดการที่ทำหน้าที่แทบจะทุกอย่าง เธอยอมทำหลายหน้าที่เพื่อที่จะได้เลื่อนขั้น แอนนามาทำงานได้ไม่ถึงปี แอนนาก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ผลงานของเธอเป็นที่ยอมรับ แต่อาจจะไม่เข้าตาของพนักงานบางคนที่ทำงานมานานกว่าเธอ "ได้เวลาไปรับลูกแล้วไม่ใช่หรอ?" มลฤดีผู้จัดการวัยสี่สิบสามบอกกับผู้ช่วยสาวที่วิ่งวุ่นจัดเตรียมงาน ทำเองคนเดียวทั้งหมด แทนที่จะใช้เพื่อนๆหรือไม่ก็ใช้ใช้เด็กฝึกงานในแผนก" งั้นแอนขอไปรับลูกก่อนนะคะ " ไม่ใช่ว่าเธอลืมลูกชาย แต่เธอเกรงใจเพื่อนร่วมงานที่จะต้องขอตัวไปรับลูกอยู่บ่อยๆ "น่าจะไปตั้งนานแล้ว ให้คนอื่นๆได้ทำบ้าง" ผู้จัดการเองก็พอจะเห็นผลงานของแอนนา มาดูมาตลอดว่าแอนนาทำเองทุกอย่าง คนอื่นๆแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย "ฝากด้วยนะคะพี่ ""ไม่ต้องเป็นห่วงน่า รีบไปรับหลานเถอะ "ท่าทางและคำพูดของผู้จัดการบ่งบอกว่าเอ็นดูสองแม่ลูกเป็นอย่างมาก ยื่นมือว่าผู้ช่วยสาวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ไม่เห็นใจ การเลี้ยงลูกคนเดียวมันไม่ง่ายเลยในยุคสมัยนี้ ค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างแพงมาก ๆ แอนนารีบขับรถประจำตำแหน่งออกไปทันที เธอไม่ได้มีเงินม
งานวันเกิดที่เต็มไปด้วยความสุขดำเนินไปจนดึกดื่น แขกในงานและญาติพี่น้องทยอยกลับไปจนหมดเหลือแค่คนสนิท อัศวินอนุญาตให้ลูกสาวคนเล็กนอนค้างตามสัญญา แต่ต้องมีพี่สาวและพี่ชายอยู่ด้วย ทำให้บ้านหลังเล็กมีแขกเพิ่มสามคน "เอ๊ะ ! ทำไมหนูคุ้นๆกับสร้อยพี่พราว?"เซย์ญ่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยขณะที่่ช่วยกันจัดที่นอนเพิ่มให้กับไลลา ส่วนดีลเลอร์นั้นนอนห้องพี่ชายของพราวดาว สรุปว่าลูกสาวลูกชายของเจ้านายนอนบ้านของพราวดาวทั้งหมด เป็นความยุติธรรมที่พ่อแม่ขัดไม่ได้"หนูรู้สึกคุ้นมากเลยค่ะ แต่คิดไม่ออก""เอ่อ " พราวดาวถึงกับเสียอาการยกมือขึ้นจับที่สร้อยราวกับคนมีความผิด ใบหน้าสวยแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว " นึกออกแล้ว นี่มันสร้อยพี่ดีลใช่ไหมคะ?" " อ๋อใช่ คุณดีลไม่ได้เตรียมของขวัญมา เลยให้สร้อยเป็นของขวัญวันเกิดพี่ " " ให้สร้อยเลยเหรอคะ" เซย์ญ่าที่รู้ราคาและรู้ว่าสร้อยเส้นนี้คือเส้นโปรดของพี่ชายจึงได้แต่ทำหน้าสงสัย ส่วนพราวดาวนั้นก็ได้แต่ยิ้มแก้เขินและหาเรื่องอื่นชวนคุย เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยไปมากกว่านี้ เธอจะต้องเก็บความรู้สึกที่มีต่อดีลเลอร์เอาไว้ เพราะเธอกลับเขาไม่มีอะไรที่คู่ควรกันเลย ได้เป็นเพื่อนที่คอยอยู
# อาทิตย์ต่อมา งานวันเกิดถูกจัดขึ้นภายในบ้านหลังเล็กที่แสนอบอุ่น เป็นบ้านปูนชั้นมินิมอลสไตลทันสมัยตามที่เจ้านายสาวออกแบบให้ อีกทั้งยังเป็นบ้านที่เจ้านายให้เป็นโบนัสที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี กานดาซึ้งใจกับพระคุณของเจ้านายทั้งสองเป็นอย่างมาก ตอนแรกก็ไม่อยากจะรับแต่เจ้านายก็พูดจูงใจให้นึกถึงลูกๆที่กำลังโต ให้พวกเขาอยู่อย่างสุขสบายไม่น้อยหน้าใครเถอะ กานดาจึงยอมรับไว้ แต่ขอทำงานล่วงเวลาให้ในทุกๆวัน " นี่ค่ะของขวัญของเซย์ "ทุกคนส่งของขวัญที่เตรียมมาให้กับเจ้าของวันเกิด เว้นก็แต่คยกตัวสูงที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ด้วยท่าทางยิ่งเฉย " พี่ดีลไม่มีของขวัญให้พี่พราวเหรอคะ?" เซญ่าเป็นฝ่ายหันไปถามพี่ชายแทนพราวดาว เพราะรู้นิสัยของพราวดาวดีว่าเป็นคนขี้เกรงใจ ไม่กล้าถามแน่นอน " ลืมเอามา"" ลืมได้ยังไงคะ วันนี้วันสำคัญของพี่พราวนะคะ ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้"" ไม่เป็นไรหรอกน้องเซย์ คุณดีลก็แค่ลืม เอามาให้วันหลังก็ได้""คุณ? " คิ้วเข้มของคนที่โดนเรียกว่าคุณขมวดเข้าหากันเป็นปม ปกติเธอจะเรียกเข้าว่าดีลเฉยๆ เพราะรุ่นเดียวกัน เรียนห้องเดียวกัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอทำไมถึงเรียกเขาแบบนี้? " เมื่อกี้่พราวเรียกพี่ดีลว
"เดี๋ยวพลอยไปคุยกับกานดาเองนะคะ ถ้าพี่ไปจะเป็นการบังคับจนเกินไป "พลอยไพลินรู้ดีว่าพนักงานทุกคนเกรงใจอัศวิน ถ้าเขาไปบอกกับกานดาจะขอให้พราวดาวมาเรียนกับน้องและเรียนกับลูกๆของเจ้านายก็คงจะไม่กล้าปฏิเสธแน่ๆ ซึ่งเธอไม่อยากจะบีบบังคับจิตใจของพนักงานมากขนาดนั้น ไม่ใช้อำนาจเจ้านายทำให้พนักงานลำบากใจ"ดีเหมือนกันครับ พี่ก็ไม่รู้จะคุยยังไง " ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสักเท่าไหร่ที่จะให้พนักงานรับรู้ว่าเขาตามใจลูกจนเคยตัว อ้อนขออะไรมาพ่อก็จัดการให้หมด เดี๋ยวจะกลายเป็นประธานที่จัดการได้แค่งานบริหาร แต่จัดการลูกและครอบครัวตัวเองไม่ได้ คงจะเป็นคนที่ล้มเหลวในสายตาคนอื่นน่าดู พลอยไพลินเดินไปหากานดาที่กำลังตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะส่งงานต่อให้ผู้ช่วยที่เข้ากะต่อไป ร้านของพลอยไพลินเปิดทำงานยี่สิบชั่วโมง เป็นความคิดของอัศวินที่ไม่อยากให้พนักงานต้องไปหางานพิเศษเพิ่ม เปิดโอกาสให้คนขยันได้ทำงานอย่างเต็มที่ "ตอนนี้พราวดาวได้เรียนพิเศษที่ไหนไหม" "ตอนนี้ยังไม่ได้เรียนค่ะ " ที่ยังไม่ได้ให้เรียนเพราะรายจ่ายที่บ้านค่อยข้างเยอะ พราวดาวเองก็ค่อนข้างที่จะฉลาด แม่อย่างเธอเลยเลือกที่จะให้พี่ชายที่เริ่มจะติดเพื่อนเรี
# หลายปีต่อมาตั้งแต่วันนั้นวันที่พลอยไพลินตัดสินใจลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดและให้โอกาสพ่อของลูก ความสัมพันธ์ของเขาและเธอก็ดีขึ้นเป็นทวีคูณ ดีจนตอนนี้เขาและเธอมีลูกด้วยกันถึงสามคน จากที่เคยทำงานหนักส่งขนมเช้าเย็นก็มีหน้าที่แค่เช้าไปตรวจงาน ตอนนี้พลอยไพลินมีร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง มีกานดาเป็นผู้จัดการร้าน กานดาทำทุกอย่างแทนพลอยไพลินได้ทั้งหมดทำให้พลอยไพลินไว้ใจได้จนตัวเธอนั้นไม่ต้องเข้าร้านบ่อยก็ได้ ส่วนตัวพลอยไพลินนั้นมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยสามีอีกที ช่วยในทุกๆเรื่องที่ช่วยได้ ทั้งเรื่องงานและเรื่องผ่อนคลายอารมณ์ประธานตอนที่เครียดจากงาน หมับ! พอพูดถึงสามี เขาก็เดินเข้ามาสวมกอดเธอทันที แต่เป็นการกอดที่ทำเอาร่างบางขนลุกไปทั้งตัว ใบหน้าหล่อซุกไซร้ที่ซอกคอมือไม้ก็อยู่ไม่นิ่งลูบไล้บีบเค้นหน้าอกจนปวดหนึบ บ่งบอกว่าคนทำกำลังหมั่นเขี้ยวเมียมากๆ "วันนี้แต่งตัวสวยเกินไปแล้ว"ไม่ได้เป็นค่ะชมจนเกินไป แต่ภรรยาของเขานั้นสวยขึ้นจริงๆ คลอดลูกไม่ทันไรหุ่นก็กลับมาสวยเหมือนเดิม ทำเอาสามีอย่างเขาอยู่ไม่สุขเลย หวงเมียเด็กจนไม่อยากให้เธอออกไปพบเจอใคร "ชมแบบนี้อยากได้อะไรคะ" ใบหน้าสวยปรากฏรอยยิ้มที่รู้ท
พลอยไพลินยืนนิ่งอยู่ในห้องครัว เธอไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อดี ควรเก็บเสื้อผ้าเก็บของใช้ของตัวเองเตรียมตัวไว้เลยไหม หรือรอไปเซ็นใบหย่าก่อนแล้วค่อยเก็บ หรือควรจะบอกพ่อกับแม่ก่อนดี หัวใจที่ว้าวุ่นทำให้พลอยไพลินคิดอะไรไม่ออกเลย แพลนชีวิตที่เคยวางไว้พังไปหมด "เฮ้อ..ทำไงดี?" พลอยไพลินถอนหายใจออกมาเมื่อท่
# บริษัทอัสวิน ทางด้านประธานหนุ่มที่เพิ่งจะออกมาจากห้องประชุมไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงทั้งสองคนที่เป็นประเด็นกันอยู่ในตอนนี้ เขาเดินไปยังห้องทำงานตามปกติ แต่ก็ได้พบเห็นสุดาแฟนสาวมารอเซอร์ไพรส์อยู่ในห้อง "เซอร์ไพรส์ค่ะ" สุดาพุ่งเข้ามาสวมกอดเขาอย่างไม่อายว่าตรงนี้จะมีเลขาอยู่ด้วย เธอแสดง
# วันต่อมาแม้ว่าค่ำคืนที่ผ่านมาจะเร่าร้อนกับสามีจนร่างกายอ่อนเพลียไปหมด แต่พลอยไพลินก็ตื่นขึ้นแต่เช้าเพื่อทำอาหารเช้าให้กับสามี เธอตั้งใจทำอาหารอย่างเต็มที่และพยายามสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นในบ้าน เมื่อสามีลงมาที่โต๊ะอาหารเธอก็บริการตักข้าวให้สามีอย่าเอาใจ ทุกอย่างบนโต๊ะล้วนแต่เป็นของโปรดของเขาทั้งน
#วันต่อมาหลังจากเลิกงานอัศวินก็กลับมาบ้านตามเวลาปกติ พลอยไพลินก็ยังคงทำหน้าที่จัดโต๊ะอาหารรอเขาเหมือนกับทุกวัน "พี่วินอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เดี๋ยวพลอยทำเพิ่มให้" และเธอก็ถามคำถามเดิมๆเหมือนทุกวัน เขาฟังจนเบื่อ และตอนนี้เขาก็อยากจะฟังเรื่องอื่นมากกว่า "วันนี้ฉันกินมาแล้ว " เขาตอบแค่นั้นแต่







