Se connecterบทที่ 2 เจินเจินอยากเป็นซุป’ตาร์
การเดินทางจากสนามบินมาจนถึงที่พักก็ไม่ได้ใช้เวลาบนท้องถนนนานเท่าไรนัก ที่สุดสองแม่ลูกก็เดินทางมาจนถึงคอนโดที่อลันเตรียมเอาไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยตลอดเส้นทางไม่ได้มีการพูดคุยอะไรมากมายนั่นเป็นเพราะว่าเจลกากำลังจมดิ่งเข้าไปในเรื่องที่เธอเพิ่งประสบพบเจอมา
จากกันไปก็นานถึงเจ็ดปีแล้วใครจะคิดว่าคราแรกที่กลับมาเหยียบประเทศบ้านเกิดอีกครั้งจะได้เจอกับเขาเป็นคนแรกเสียได้ ความบังเอิญนี่น่ากลัวเสียจริง
"คุณแม่ขาา คุณลุงคนนั้นเป็นใครเหรอคะ คุณลุงรู้จักกับคุณแม่เหรอคะ" เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่คนเป็นแม่นั้นกลับไม่รู้ว่าจะต้องตอบเจ้าตัวเล็กว่าอย่างไรดี
"ถือว่าเคยเป็นเพื่อนกันได้แหละมั้ง ทำไมเหรอคะ เจินเจินสนใจเขาเหรอ" เจลกาเลือกที่จะตอบออกไปเช่นนั้น และพยายามให้จบเร็วที่สุด เธอไม่ต้องการให้ลูกสาวรับรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอีก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามความรู้สึกของเด็กป่วน
"ตอนเรานั่งอยู่บนรถ เจินเจินเห็นคุณลุงอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ ทำไมถึงมีหน้าของคุณลุงอยู่ทุกที่เลยล่ะคะ" ที่เด็กน้อยพูดก็คงจะเป็นตามป้ายโฆษณาต่าง ๆ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กนี่ความจริงก็ไม่เห็นจะสนใจใครมากมายอะไรนัก แต่ทำไมยังฝังใจก็ผู้ชายคนนั้นอยู่เช่นนี้
"นั่นน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเขาเป็นซูเปอร์สตาร์ของที่นี่ไง" เธอจำใจต้องตอบเพื่อคลายความสงสัยของเจ้าตัวน้อย เพราะรู้ดีว่าถ้าเธอไม่ตอบแล้วละก็อีกคนก็จะถามเรื่องของผู้ชายคนนั้นไม่อยู่อยู่ดี
"ซูเปอร์สตาร์คืออะไรเหรอคะ ใหญ่มากมากไหม สวยมากหรือเปล่า" เด็กน้อยถามด้วยความไร้เดียงสา
"ซุปเปอร์สตาร์ก็คือศิลปินที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ไงคะลูก เป็นคนที่โดดเด่นเกินใคร...ไปที่ไหนก็ส่องแสงเจิดจ้า...จนคนรอบข้างรู้สึกว่าไม่ดีพอที่จะยืนเคียงข้างเขาเลย..." เจลกาจมดิ่งเข้าไปในความรู้สึกชั่วขณะนั้น...เมื่อตอนที่เธอยืนเคียงข้างคนคนนั้นแล้วรู้สึกตัวหดเล็กลงจนแทบมองไม่เห็น
"จริงเหรอคะ เจินเจินอยากเป็นซูเปอร์ตาร์เหมือนคุณลุงบ้างจังเลยค่ะ แต่เจินเจินจะยืนเคียงข้างแม่เจลเพราะว่าแม่เจลคือคนที่ดีที่สุดในโลกใบนี้เลย ดีพอกับเจินเจินแล้วค่ะ" หญิงสาวหันมามองคนเป็นลูกที่พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม เด็กน้อยช่างไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ต่อไปจะใช้ชีวิตกับวงการบันเทิงที่ไม่ได้มีแต่ด้านบันเทิงเท่านั้นได้อย่างไรกัน...
"คุณลุงที่ไหนเหรครับเจินเจิน เดี๋ยวนี้ถูกใจคนอื่นมากกว่าอาอลันแล้วเหรอ" ชายหนุ่มตัวสูงที่เดินลากกระเป๋าของสองแม่ลูกเข้ามาไว้ในห้องเอ่ยถามเจ้าเด็กน้อยที่เอาแต่พูดถึงคุณลุงที่ไหนไม่หยุด
"อลัน..." เจลกาที่มีบางอย่างในใจและมีเรื่องจะพูดกับเจ้าของชื่อเพียงแค่ตอนนี้คงไม่เหมาะจะพูดออกไปเพราะลูกสาวของเธอยังคงยืนอยู่ตรงนี้ด้วย หากเพียงแต่เธอกับอลันเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน...นานเท่า ๆ กับผู้ชายคนนั้นจึงเพียงแค่มองตาก็รู้แล้วว่าอีกคนต้องการจะพูดอะไร
ร่างเล็กบางเดินออกจากตรงนั้นเข้าไปสำรวจภายในห้องที่ไม่ได้กลับมานาน ส่วนอลันไม่ได้ติดใจอะไรมากนักจึงได้ช่วยกันหอบหิ้วเอาสัมภาระของหญิงสาวเข้าไปไว้ในห้องพร้อมกับหันไปเล่นกับเจ้าหลานสุดที่รักด้วยความคิดถึง เขารู้ดีว่าเมื่อถึงเวลาเดี๋ยวเจลกาก็หาเวลามาคุยเรื่องนี้กับเขาเอง กระทั่งเจ้าเด็กน้อยกินอิ่มหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนและเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด
"อลัน...วันนี้เจลเจอกับเขาแล้วล่ะ เจลจะทำยังไงดี" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความกังวลใจถ้าว่าคนที่กังวลใจมากกว่าก็คืออลันเพื่อนของเธอนั่นเอง
"ว่าแล้วเชียว นี่คือคุณลุงที่เจินเจินพูดถึงใช่ไหม แล้วมันสงสัยอะไรไหม? " อลันส่งคำถามที่เต็มไปด้วยความนิ่งแต่ก็กังวลใจในคราวเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะรู้มาก่อนอยู่แล้วว่าจะต้องมีวันนี้เข้าสักวัน เพียงแค่คิดไม่ถึงว่ามันจะเร็วถึงเพียงนี้
"เจอกันที่สนามบินไม่ได้สงสัยอะไรนะแต่คนที่สงสัยก็คือเจ้าเจินเจินเนี่ย เอาแต่ถามถึงเขาไม่หยุด" หรือนี่จะเป็นสิ่งที่เขาเรียกกันว่าความลับไม่มีในโลกจริง ๆ เพราะยิ่งพวกเขาพยายามปิดมากแค่ไหน โชคชะตากลับยิ่งอยากให้ความลับนี้มันแตกเร็วเท่านั้น
"ที่นี่น่ะมันแคบจะตายประเทศเล็ก ๆ อีกอย่างงานของมันกับเจินเจินวันหนึ่งก็ต้องโคจรมาเจอกันสักครั้งอยู่แล้ว เรามาค่อย ๆ แก้กันไปทีละขั้นก็แล้วกันนะเจล มีเราอยู่ทั้งคน เราจะช่วยเจลเอง" ชายหนุ่มวางมือบนไหล่ของหญิงสาวหวังให้เธอคลายความกังวลลงสักนิด
อลัน เป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีถึงภูมิหลังทางบ้านไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าเมืองหนาวแต่ปัจจุบันเขาเป็นถึงดาราคนดังมีชื่อเสียงแถวหน้า อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมวงของเมืองหนาวด้วยเช่นกัน ความจริงแล้วตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนพวกเขาก็ได้ชักชวนกันเข้ามาทำงานสายวงการบันเทิงนี้หลังจากที่จบการประกวดดาวเดือนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งสามคนก็ถือว่าสนิทกันมากทีเดียวกระทั่งเกิดเรื่องในตอนนั้น อลันและเจลกาจึงได้แอบติดต่อกันอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ให้เมืองหนาวได้รับรู้
"นั่นสิ วงการนี้แคบจะตายไป" ใช่แล้วความจริงเธอไม่ได้อยากพาลูกสาวกลับมาที่ประเทศนี้สักเท่าไหร่ แต่ด้วยงานของผู้เป็นลูกสาวที่ได้ทำสัญญาไปนั้นทำให้เธอจำใจต้องกลับมาที่นี่ ที่ที่มีความหลังมากมายเช่นนี้
ปัจจุบันเจลกาทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับลูกสาวตัวเอง เพราะว่าเจ้าตัวยังเด็กอยู่มากไม่ว่ายังไงคนที่จะดูแลยามที่เด็กน้อยทำงานให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีย่อมต้องเป็นผู้เป็นแม่อย่างเธออยู่แล้ว ที่ผ่านมาตอนอยู่จีนนั้นก็ถือว่างานมันดำเนินไปได้ด้วยดีทุกอย่าง เจินเจินประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อยเพียงนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการเลี้ยงดูที่ใส่ใจของเจลกาเช่นกัน
ทั้งที่คิดเอาไว้ว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกแต่แล้วหลังจากการเสร็จประชุมใหญ่ของต้นสังกัดทำให้เธอต้องพาลูกสาวกลับมารับโพรเจ็กต์ที่นี่ โดยให้เหตุผลว่าเพราะเป็นประเทศบ้านเกิดของเจ้าตัวถือว่าเป็นการขยายฐานแฟนคลับไปด้วยในตัว ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลที่ยอมรับได้ แต่ใครจะกล้าปฏิเสธออกไปกันล่ะว่าเธอไม่ได้อยากกลับมาที่นี่เลยเพราะกลัวว่าจะมีคนขุดเรื่องในอดีตของเธอจนส่งผลไปถึงลูกสาวสุดที่รักไปด้วย...
เมื่อปล่อยข่าวเรื่องการจัดคอนเสิร์ตอำลาวงการของเมืองหนาวออกไปแล้วนั้นก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ๆ ช่วงนั้นเขาทำงานหนักเป็นสองเท่าเพื่อจัดการงานเก่าที่คั่งค้างให้จบสิ้น อีกทั้งยังตั้งใจซ้อมคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายนี้เพื่อให้มันออกมาอย่างดีที่สุดโดยได้รับการสนับสนุนจากภรรยาและลูกของตัวเอง"ตื่นเต้นไหมเมืองหนาว" เสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยถามคนที่นั่งสั่นอยู่หลังเวทีด้วยความเป็นห่วง"มาก ๆ เลยขอกอดขอกำลังใจหน่อยได้ไหม" ว่าพร้อมกางแขนออกกว้างให้สองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองซึ่งทั้งเจลกาและเจินเจินก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด"อื้ออ ปะป๊ากอดแน่นไปแล้วค่ะ" เด็กน้อยเอ่ยบ่นเมื่อตัวเองรู้สึกอึดอัด"ก็ต้องกอดแน่น ๆ จะได้มีกำลังใจเยอะ ๆ ไงครับ" เมืองหนาวพูดพร้อมคลายกอดออกและส่งมือไปลูบที่หัวทุยของลูกสาว"ปะป๊าต้องสู้ ๆ นะคะ เจินเจินกับแม่เจลจะนั่งรอดูอยู่ข้างล่างเวทีนะคะ" เด็กน้อยพูดพร้อมทั้งเข้าไปโอบกอดปะป๊าตัวเองอีกครั้ง"ตั้งใจแสดงนะคะ เจลกับลูกเป็นกำลังใจให้"เจลกาพาลูกสาวไปนั่งรวมกับครอบครัวของสามีที่ด้านล่างของเวทีคอนเสิร์ต เมืองหนาวตั้งใจเลือกที่นั่งดี ๆ ให้กับทุกคนเพราะว่านี่ถือเป็นคอนเสิร์ตค
บทส่งท้ายผ่านเรื่องราวในวันนั้นมาก็เกือบจะสองอาทิตย์แล้วนับเป็นข่าวใหญ่ช็อกวงการเพราะว่ามีการเปิดเผยเรื่องราวที่น่าตกใจของคนในวงการบันเทิงออกมาไม่หยุดเจนิสดาราสาวสวยดาวค้างฟ้าอีกคนฝ่ายหญิงถูกจับกุมด้วยหลากหลายข้อหาหมดอนาคตไปอย่างน่าเสียดาย เรื่องนี้ทำให้คนออกมาพูดวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุดว่านักแสดงในวงการบันเทิงนั้นแท้จริงรู้หน้าไม่รู้ใจกันเลยสักคน ต่อไปจะรักจะชอบดาราคนไหนคงต้องเผื่อใจเอาไว้ในเรื่องของนิสัยจริง ๆ กันด้วยส่วนทางด้านเมืองหนาวก็มีคนมาเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเขานั้นมีลูกเมียตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนแล้วด้วยทั้งผู้หวังดีและไม่หวังดีต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปใหญ่ แต่ก็ยังมีคนในวงการออกมาปกป้องเขาอยู่มากมาย รวมไปจนถึงผู้ที่เคยทำงานร่วมกันกับเขาด้วยเรื่องนี้จึงเป็นกระแสใหม่ติดเทรนตลอดทั้งสัปดาห์ว่า #ศิลปินก็เป็นมนุษย์ แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีชีวิตส่วนตัวของตัวเองกันทั้งนั้น การที่ศิลปินทุกคนจะมีคนรักและครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ อยากให้ช่วยกันแยกแยะ- เมืองหนาวกำลังถ่ายทอดสด -"สวัสดีทุกคนนะครับ เชื่อว่าทุกคนคงกำลังรอฟังความจริงบางอย่างจากปากผมอยู่กันแน่นอน" วันน
"เมืองหนาว ชะ ช่วยด้วย ช่วยเจินเจินด้วย" เจลการีบขอความช่วยเหลือจากคนรัก ทว่าเพียงเท่านั้นกลับทำให้ชายชุดดำสี่คนที่จับตัวเธอกับลูกมานั้นวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทางเพราะกลัวความผิด"นี่! กลับมานะ พวกขี้ขลาดเอ๊ย!!" เจนิสตะโกนลั่นถึงคนที่เธอจ้างมา ทว่าตอนนี้เหลือเพียงแค่ตัวเธอคนเดียวเท่านั้นแล้ว"เจล เจินเจิน" แต่แล้วในตอนนั้นที่เมืองหนาวกับอลันกำลังจะเข้าไปช่วยคนที่ถูกมัดอยู่เจนิสก็คว้าเอาตัวของเด็กน้อยขึ้นมาพร้อมเอาปืนไปจ่อที่เธอเสียก่อน"หยุดนะ อย่าเข้ามานะ" ทุกคนถึงกับนิ่งทันทีเพราะกลัวว่าเจินเจินจะมีอันตราย"เจนิสคุณใจเย็น ๆ ก่อนนะมีอะไรเราค่อย ๆ คุยกันเถอะ" เป็นเสียงของเมืองหนาวและนั่นทำให้เจ้าของชื่อหันมาสนใจเขา"คุณมาได้ยังไงเมืองหนาว มาที่นี่ได้ยังไง!!" อีกคนถามเพียงเท่านั้นหญิงสาวที่บังเอิญติดมากับอลันและเมืองหนาวด้วยนั้นก็ร้อนรนรีบพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการเพื่อปัดความรับผิดชอบทันที"ฉะ ฉันพามาให้แล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันนะ ฉันแค่ต้องการเงินกับผลประโยชน์เท่านั้น เรื่องอื่นเป็นฝีมือของเจนิสทั้งหมด เป็นฝีมือมันคนเดียว ฉะ ฉันไปแล้วนะ ฉันไปแล้ว" เสียงเตยหอมทำให้เจนิสหันไปมอง ที่แท้
ตอนที่ 14 เจินเจินกลัววันที่ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะสำหรับการถ่ายทำงานกลางแจ้งเป็นที่สุด วันนี้สามคนพ่อแม่ลูกและเพิ่มอลันไปอีกหนึ่งเป็นสี่คนได้ออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดด้วยกันก็จะดูคึกคักมากเป็นพิเศษบรรยากาศการทำงานไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนักที่สุดก็หมดคิวที่จะถ่ายทำแล้วทั้งสี่คนตกลงกันว่าจะอยู่เที่ยวด้วยกันต่อ"เจินเจินกับเจลยังไม่ออกมาอีกเหรอ เข้าไปนานแล้วนะน่ะ" อลันถามเมืองหนาวที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือฆ่าเวลาอยู่ข้าง ๆ"นั่นสิ นานผิดปกติจริง ๆ อย่างนั้นเราไปตามกันเถอะ" ทั้งสองคนเดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัวอย่างที่ว่าโดยที่ไม่รู้เลยการกระทำของเขาทั้งสองอยู่ในการควบคุมทั้งหมดแล้ว"ไม่อยู่เหรอ เป็นไปได้ยังไง" เมืองหนาวออกมาจากห้องแต่งตัวและพูดกับอลันด้วยความรู้สึกเป็นห่วง เพราะว่าเขาโทรหาเจลกาแล้วแต่ก็ไม่มีคนรับสาย อีกทั้งไม่นานยังเปลี่ยนมาเป็นการปิดเครื่องเสียอีกดูก็รู้ว่ามันไม่ปกติ เธอไม่มีทางทำแบบนี้กับเขาแน่"นี่มันรองเท้าของเจินเจินที่ใส่มาเมื่อเช้านี่นา" อลันหยิบเจ้ารองเท้าที่มีเพียงข้างเดียวขึ้นมาให้เมืองหนาวดูกลับยิ่งทำให้เขาร้อนใจมากกว่าเดิม"มึงโทรแจ้งตำรวจเถอะ" เมืองหนาวพูดกับอลันทว่าก
เจลกาที่ถูกคนตัวสูงกว่าจับหัวผงกเข้าออกเธอรู้สึกเหมือนอยากอาเจียนออกมาเพราะแท่งเอ็นนั้นสวนไปลึกจนสุดคอหอยหลายต่อหลายครั้ง สุดท้ายเจลกาก็กลั้นใจตวัดลิ้นร้อนไล่เลียเล่นกับหัวบานที่อยู่ในโพรงปากของเธอ และนั่นก็เรียกเสียงครางของอีกคนได้อย่างดี"อื้มม จะแตกแล้ว ซี๊ดด แตกแล้ว อ่าาาา" ชายหนุ่มชักแท่งเอ็นของตัวเองออกมาจากปากของหญิงสาว ก่อนจะสาวแท่งเอ็นแรง ๆ เร็ว ๆ อีกหลายครั้ง จนมันกระตุกแรง ๆ และจะฉีดพ่นน้ำคาวสีขาวขุ่นไปบนใบหน้าของอีกคนจนเลอะไปทั้งตัว และภาพนั้นดูและอีโรติกเหลือเกิน...ฤทธิ์ยาที่เขาโดนในตอนที่กินน้ำจากแก้วที่เตยหอมผู้จัดการของเขาเอามาให้หวังให้เขายอมจำนนกับเจนิสได้เริ่มเบาลงแล้วเพราะว่าร่างกายของเมืองหนาวแข็งแรงเพราะว่าออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอดังนั้นเรื่องแค่นี้จึงทำให้เขาทรมานได้ไม่นานนักหากแต่ตอนนี้เป็นต้นไป สิ่งที่กระตุ้นเขาก็คงมีเพียงผู้หญิงตรงหน้า ผู้หญิงคนที่เขารักคนนี้เท่านั้น "หนาว...คือว่าเจล..." หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกำลังอ้อนวอนให้อีกคนทำเรื่องบางอย่างกับเธอด้วยความเขินอาย ทว่ากลับไม่รู้เลยเมืองหนาวเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเธอด้วยเหมือนกัน ไวกว่าคว
"...""แม่รู้ว่าเจลคิดมากเรื่องของสองคนนั้นมาตลอดนะ แต่แม่จะบอกตรง ๆ เลยว่าหนาวน่ะไม่เคยมีอะไรกับเจนิส และมันไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นเลยด้วย หลังจากที่เจลหายไปแล้วหนาวก็จะออกจากวงการอยู่หลายครั้งแต่อลันให้อยู่ต่อ""..." หญิงสาวฟังและในหัวมีแต่คำถามากมายเต็มไปหมด"แต่ที่เมืองหนาวยังอยู่ในวงการมาจนถึงทุกวันนี้เพราะว่ามันเป็นความฝันของเจล...หนาวน่ะทำความฝันนี้แทนเจลอยู่นะ" เจลกาดวงตาเบิกกว้างด้วยความสับสน เรื่องนี้แท้จริงมันยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่เธอยังไม่รู้อีกกันแน่"แม่รู้ว่าเจลอาจจะสงสัยแต่เจลเชื่อใจเมืองหนาวได้เต็มที่เลยนะ กับผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางเกินเลยเด็ดขาด เมืองหนาวน่ะรักเจลมากกว่าที่เจลคิดอีกนะลูก เขาทำทุกอย่างเพื่อเจลได้ทั้งหมดนั่นแหละ""แล้วเรื่องจูบ..." เจลกาที่กำลังสับสนเอ่ยขึ้นมาอย่างกับเหลือเชื่อแต่ก็ยังมีเรื่องให้ต้องสงสัยอยู่ดี"การที่เจลกาเห็นเมืองหนาวจูบกับเจนิสตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลัง เจลต้องรีบไปช่วยหนาวนะลูก" คนตัวเล็กก็เริ่มมีความคิดขึ้นมา เรื่องทั้งหมดมันอาจจะมีบางอย่างแอบแฝงแน่นอนว่าเธอเพิ่งฉุกคิดขึ้นมาได้เช่นกันว่าการท







