Home / โรแมนติก / หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1 / 3 พ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุด(1)

Share

3 พ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุด(1)

last update Last Updated: 2026-01-09 22:11:06

บทที่ 3 ช่วยปฏิเสธฉันให้ถึงที่สุดก็แล้วกัน

ตื้อดื่ออ

ในตอนที่อลันกำลังเตรียมตัวจะกลับบ้านของตัวเองหลังจากที่นั่งคุยกับเพื่อนเก่าอย่างเจลกามานานบอกว่าจะกลับก็ยังไม่ได้กลับเสียทีเพราะว่ามีเรื่องอะไรให้ต้องคุยกันมากมายเต็มไปหมด ในที่สุดเสียงสายเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นและเมื่อหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นคนที่เขาไม่รับไม่ได้

"เดี๋ยวเรารับสายก่อนนะ"

"อื้อ ตามสบายเลย" หญิงสาวพูดจบก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปที่ห้องครัวเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับแขก ทางด้านชายหนุ่มก็มองเจ้ามือถือนั้นพร้อมถอนหายใจเล็กน้อยแต่ก็กดรับสายไม่ปล่อยให้รอนาน

"ครับ"

"เห็นข่าวหรือยังอลัน" เสียงของผู้จัดการที่ดังกรอกหูคนรับสายฟังดูไม่ค่อยจะดีนักทำเอาอลันรับรู้ได้ในทันทีว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นมาแล้ว

"ข่าวอะไรเหรอครับพี่เขตต์" เขาถามผู้จัดการส่วนตัวของตนอย่างอยากจะรู้เรื่องราวไม่ค่อยสู้ดีที่แสดงออกผ่านน้ำเสียงจากปลายสาย

"ที่นายไปรับคนที่สนามบินน่ะ มีคนเห็นนะ" ว่าเช่นนั้นก็เงียบไงครู่หนึ่ง ความจริงแล้วเขาไม่ค่อยได้ถามเรื่องส่วนตัวกันเท่าไรเพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อนทำให้อลันเปลี่ยนผู้จัดการมาเป็นผู้ชายและทำงานร่วมกันในเรื่องงานและที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ส่วนเรื่องส่วนตัวเขตต์แทบไม่ยุ่งกับอลันเลยเพราะถือว่าศิลปินทุกคนโต ๆ กันหมดแล้วคงดูแลตัวเองได้ ยิ่งเป็นอลันก็ดูแลตัวเองได้อย่างดีมาตลอดไม่เคยมีข่าวหรือเรื่องการวางตัวไม่ดีเลยสักครั้งเขาจึงค่อนข้างวางใจในตัวศิลปินที่อยู่ในความดูแล กระทั่งเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้มันส่งผลกระทบต่องานเขาจึงได้เข้ามายุ่งเล็กน้อย

"อ๋อ โดนคนแอบถ่ายไว้เหรอครับ" เขาอยู่วงการมาก็สิบปีแล้วเรื่องแค่นี้เดาไม่อยากเลย

"อืม ข่าวเขียนว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของนายแล้วก็โยงไปข่าวเมื่อ 7 ปีก่อนน่ะ" เขาว่าเช่นนั้นก็ได้รับเป็นเสียงถอนหายใจกลับมาครั้งหนึ่ง

"เดี๋ยวผมจัดการเองครับพี่เขตต์ ไม่ต้องห่วงนะไม่กระทบงานหรอก" เขตต์ไว้วางใจคำของอลันมากเพราะว่าคนคนนี้พูดได้ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ ก็คงมีแผนการสำรองเอาไว้ในใจแล้วล่ะถึงได้ดูไม่เดือดร้อนหรือตื่นเต้นอะไรเช่นนี้ เมื่อวางใจแล้วไม่ได้ย้ำอะไรมากก็วางสายไป

"เกิดเรื่องอะไรไม่ดีหรือเปล่าอลัน" หญิงสาวเดินกลับมาจากห้องครัวพร้อมกับน้ำเปล่าอีกแก้วหนึ่ง ความจริงห้องไม่ไกลกันมากอะไรขนาดนั้นแค่อยู่ห่างไม่มากแม้ไม่ตั้งใจจะฟังแต่ก็ได้ยินเสียงที่อีกคนคุยกับปลายสายทั้งหมดอยู่ดี

"ไม่มีอะไรมากหรอก วันนี้เราไปรับเจลแล้วมีคนปล่อยรูปน่ะ ข่าวออกมาโยงไป เรื่องเมื่อ 7 ปีก่อนว่าเจินเจินน่าจะเป็นลูกของเรา" เล่าไปพร้อมทำท่าทางขำไปด้วยแต่คนฟังนั้นหน้าซีดเผือดแล้วเพราะว่ากลัวตัวเองจะทำให้เพื่อนเดือดร้อนเป็นครั้งที่สองตั้งแต่วันแรกที่กลับมาเช่นนี้

"เราจะทำยังไงกันดีล่ะ เราขอโทษนะอลันที่ทำให้เดือดร้อนอีกแล้ว อลันอยากให้เราช่วยอีกแบบไหนก็บอกมาได้เลยนะ" เจลกาพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวลไม่น้อย

"อื้อ จริงสิ เราถามหน่อยอะไรหน่อยสิ เจลไม่คิดจะกลับมารับงานแสดงอีกครั้งบ้างเหรอ ตอนนี้เรามีบทหนึ่งที่เหมาะกับเจลมาก ๆ เลยนะ อยากลองดูอีกสักครั้งไหม" หญิงสาวถอนหายใจยาวยืดเพราะว่าเรื่องนี้นั้นทำให้เธอถอดใจไปแล้ว เธอไม่คิดว่าตัวเองจะกลับไปรับงานแสดงแบบนั้นได้อีก

กับคนบางคนเกิดมาเพื่อที่จะเป็นดาวแม้ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างก็ยังสามารถเปล่งประกายด้วยตัวเองได้อยู่ดี แต่กับคนบางคนพยายามมากแค่ไหนทุ่มสุดตัวแล้วยังไงแสงก็ยังไม่ส่องมาถึงอยู่ดี แน่นอนว่าเธอเองก็เป็นคนประเภทอย่างหลังนั่นแหละ

"ไม่ล่ะ เราไม่อยากกลับไปทำอะไรแบบนั้นแล้วล่ะ ตอนนี้เราอยากดูแลเจินเจินให้ดีเท่านั้นแหละ"

"ถึงจะเสียดายความสามารถของเจลมาก ๆ แต่เราก็เคารพการตัดสินใจของเจลนะ" ในเมื่อข้อเสนอไม่เป็นผลอลันจึงได้ถอดใจและพูดแผนการที่สองเพื่อใช้แก้สถานการณ์ฉุกเฉินนี้ให้คนข้าง ๆ ได้รู้ต่อ

"..."

"ความจริงแล้วมีอีกวิธีหนึ่งนะ เราจะจัดแถลงข่าวน่ะยังไงเจินเจินก็เป็นนักแสดงจากจีนและกำลังมีโพรเจ็กต์ที่นี่อยู่แล้วเพิ่มอีกสักโปรเจคจะเป็นไรไป" เขาว่าแบบนั้นก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มขณะที่อีกคนยังไม่เข้าใจแผนการนี้

"ยังไงนะ"

"เราก็จะแถลงข่าวไปว่ายเรามีโพรเจ็กต์ร่วมกันกับเจินเจินเท่านั้นก็พอ"

"แบบนี้มันจะดีแน่เหรอ อีกอย่างเจินเจินกับอลันแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกันได้เลยนะ" นั่นเพราะว่าเจินเจินจะทำงานไปทางการแสดงมากกว่าส่วนอลันนั้นจะเน้นที่งานเพลง

"ครั้งก่อนเจินเจินยังร้องเพลงให้เราฟังอยู่เลย เราว่าหลานทำได้ดีเลยนะไม่คิดจะให้เจ้าก้อนน่ะลองทำด้านนี้ดูบ้างเหรอ" เจลกานิ่งอย่างใช้ความคิด นี่ก็นับเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ได้แย่เลย เพียงแค่ต้องถามเจ้าตัวดูก่อนว่าอยากทำมันหรือเปล่า เธอไม่อยากบังคับหรือว่าจับยัดความต้องการของตัวเองให้กับลูกสาวไปโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

"เราขอถามเจินเจินก่อนนะว่าอยากจะร้องเพลงหรือเปล่า"

"อยากค่ะ เจินเจินอยาก" ทว่ายังไม่ทันให้ผู้ใหญ่คุยกันรู้เรื่องเจ้าก้อนน้อยก็เดินออกมาจากห้องอีกฝั่งแล้วพูดความต้องการของตัวเองด้วยความตื่นเต้น

เมื่อทุกอย่างกำหนดมั่นเหมาะแล้วการแถลงข่าวไม่ได้ลงทุนมากมายอะไรเลยสักนิดเพราะว่าหลังจากที่อลันกลับที่พักของตัวเองไปแล้วก็ได้โพสต์ข้อความนัดหมายยอมรับว่าตัวเองเป็นคนในข่าวที่ทุกคนสงสัยจริง พร้อมกับบอกว่าจะแถลงข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นโดยการไลฟ์สดร่วมกับเด็กน้อยที่เป็นข่าวกับเขาในเวลาสามทุ่มของวันนั้น

-อลัน กำลังถ่ายทอดสดอยู่-

เพียงแค่ศิลปินหนุ่มขึ้นไลฟ์ไม่ถึงนาทีก็มีผู้เข้ามาร่วมชมแล้วกว่าหมื่นคน นอกจากแฟนคลับที่ต้องการจะฟังความจริงจากปากของศิลปินที่ตัวเองรักแล้ว ก็ยังมีทั้งนักข่าวและชาวบ้านหนึ่งชาวบ้านสองและสามที่อยากเข้ามาเผือกข่าวคาว (?) นี้ด้วยเช่นกัน ทุกคนต่างเข้ามามุงดูอยู่ที่ไลฟ์สดในครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"สวัสดีทุกคนนะครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงข่าวที่เกิดขึ้นแต่ว่าผมไม่ได้มาคนเดียวนะครับ ยังมีสาวน้อยอีกคนจะมาร่วมไลฟ์กับผมด้วย" เขาพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นมาก ๆ ทำให้ช่องแชตต่างไหลเป็นน้ำอ่านแทบไม่ทันเพราะต่างคนต่างคาดเดาไปต่าง ๆ นานา

"อื้มมม อยากรู้กันแล้วใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นรอแป๊บหนึ่งนะ ผมเชิญเขาเข้ามาเข้าไลฟ์ด้วยก่อน" รอเพียงไม่นานหน้าต่างที่สองของไลฟ์นี้ก็เปิดขึ้น ทว่าภาพที่ทุกคนเห็นนั้นกลับเป็นคางของเด็กน้อยตัวเล็กที่กำลังงงอยู่ว่าต้องทำยังไงต่อ

"คุณแม่เจลขาเจินเจินตั้งอันนี้ไม่ได้ค่ะ" เสียงน่ารัก ๆ ของเด็กน้อยพูดออกมาโดยที่ไม่ได้เห็นหน้าเต็ม ๆ หากแต่ชื่อที่เจ้าตัวใช้แทนตัวเองนั้นก็ทำให้บางคนเดาออกแล้วว่าเด็กคนนี้แท้จริงเป็นใครกันแน่

"หื้มม เจินเจินครับมาทักทายพี่ ๆ เขาก่อนเร็ว" อลันพูดออกไปเช่นนั้นก็เรียกความสนใจจากเจ้าเด็กน้อยได้อย่างดี เจ้าตัวจับมือถือจ่อที่หน้าตัวเองก่อนส่งยิ้มแฉ่งตกเจี่ยเจียอีกครั้งอย่างตั้งใจ

"สวัสดีค่ะเจี่ยเจียทุกคน นี่เจินเจินเองนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เจินเจินน่ารักไหมคะ" คำพูดคำจาฉะฉานน้ำเสียงน่ารักมั่นใจทำให้ช่องแชตที่เดิมก็ไหลเป็นน้ำอยู่แล้วกลับไหลหนักกว่าเดิมเพราะว่าทุกคนโดนเจ้าก้อนความน่ารักตกเข้าอย่างจังนั่นแหละ

ก่อนที่ทุกอย่างจะไหลไปมากกว่านี้แจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาอีกครั้งทำให้ผู้เข้าชมไลฟ์ครั้งนี้แตะแสนเพราะว่ามีบางคนเข้ามาร่วมดูด้วย

-เมืองหนาว กำลังรับชม-

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   5 เส้นทางสู่วงการ(1)

    ตอนที่ 5 เส้นทางสู่วงการ10 ปีก่อน...ในงานประกวดดาวเดือนรอบสุดท้ายทุกคนที่ได้รับหน้าที่ในการเป็นตัวแทนคณะเพื่อแข่งขันทั้งทักษะความสามารถและการตอบคำถามนั้น ต่างคนต่างแสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ ผลที่ออกมานั้นเป็นไปตามคาดหมาย เมืองหนาวได้เป็นเดือนของมหาวิทยาลัยโดยมีอลันเป็นรองเดือน ส่วนด้านดาวมหาวิทยาลัยนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเจลกานั่นแหละ "เรื่องนั้น...พวกนายคิดดีแล้วหรือยัง" หญิงสาวในชุดนักศึกษาตัวโคร่งตามสไตล์เด็กปีหนึ่งนั่งลงตรงลานกว้างที่มีนักศึกษาชายอีกสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว"แล้วเจลล่ะ จะตกลงไหม" เป็นอลันที่เอ่ยถามหญิงสาวกลับไปบ้าง"อืออ ฉันว่าจะตกลงน่ะ ฉันอยากเป็นดาราแหละ" เธอตอบด้วยรอยยิ้มพร้อมแสดงความตื่นเต้นออกทางสายตาหลังจากที่ทั้งสามลงจากเวทีประกวดดาวเดือนแล้วก็ได้รับการทาบทามจากแมวมองผู้หนึ่ง ในตอนนั้นยังไม่ทันได้พูดคุยกันอย่างดีเท่าไรแต่แมวมองคนนั้นก็ฝากช่องการทางติดต่อเอาไว้ให้แล้ว เมื่อทั้งสามกลับมาทบทวนอีกครั้งวันนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องให้คำตอบเขาแล้ว"ถ้าเจลเป็นเราก็เป็นด้วย" อลันว่า"ฉันก็ด้วย" ตามมาด้วยเมืองหนาวอีกคน"จริงนะ แบบนี้เราก็จะได้เป็นดาราด้วยกันแล้ว

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   เจินเจินอยากกลับบ้าน(3)

    "ฉันว่าเราเสียเวลามากแล้วนะคะ เราคุยเรื่องงานกันสักทีจะได้ไหม!" คนตัวเล็กทุบที่โต๊ะไปครั้งหนึ่งจนเสียงดังลั่น เธอพยายามข่มอารมณ์อย่างที่สุดแล้วจริง ๆ แต่กลับทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้เลยสักอย่าง เสียงที่ดังลั่นนั้นทำให้ผู้คนในร้านอาหารเริ่มมองมาที่พวกเขา ทว่าหญิงสาวกลับไม่ได้สนใจมันเลย"โอ๋ ๆ อย่าพึ่งหัวร้อนสิครับผมก็แค่อยากรู้ตามประสาคนคุ้นเคยกัน" ชายหนุ่มถือวิสาสะส่งมือหนาเข้าไปลูบไล้มือขาวของคนตัวเล็ก หวังปลอบประโลมที่มันเพิ่งบาดเจ็บจากการตีโต๊ะเมื่อครู่ และเพื่อคลายความหัวร้อนของเจ้าของมันด้วย อันที่จริงท่าทางแบบนี้ของเจลกาเขาก็ยังชื่นชอบมันนัก นึกย้อนกลับไปเมื่อก่อนเขาก็ชอบแกล้งให้อีกคนหัวร้อนแล้วค่อยกอดปลอบและตามใจเพื่อไถ่โทษทีหลังแบบนี้เหมือนกัน เพราะว่าเจลกาตอนโกรธนั้นน่ารักน้อยเสียเมื่อไร"ฉันไม่เคยเป็นคนคุ้นเคยกับคุณ รบกวนจำใหม่ด้วย" การปลอบประโลมนั้นไม่ได้ช่วยให้เจลกาอ่อนลงแต่อย่างใด เพราะดันไปเจอกับประโยคที่ฟังแล้วแสลงหูเข้าบทสนทนาระหว่างสองคนนั้นเป็นไปอย่างยียวนและกวนประสาทความจริงแล้วที่เมืองหนาวชวนมาทานข้าวนั้นไม่ได้มีเจตนาจะกินข้าวหรือหิวข้าวแต่อย่างใด เพียงแค่อยากอยู่ใก

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   เจินเจินอยากกลับบ้าน(2)

    ตลอดการคุยงานดูเหมือนทุกอย่างจะปกติแต่กลับมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ปกติเอาเสียเลย คนคนนั้นก็คือเมืองหนาวที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้จุดรวมสายตาของเขานั้นอยู่ที่หญิงสาวฝั่งตรงข้ามตลอดเวลา ไม่ว่าคนตัวเล็กจะขยับไปทางไหนจะทำท่าทางอะไร ล้วนอยู่ในสายตาของเมืองหนาวทั้งสิ้นความจริงแล้วเมืองหนาวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโพรเจกต์นี้เลยแม้แต่น้อย แต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่อาจปล่อยวางสองแม่ลูกได้จึงได้หาโอกาสให้ตัวเองเข้าใกล้ทั้งคู่แบบนี้ กระทั่งทุ่มเงินทุนและข้อเสนออันหอมหวานให้บริษัทต้นสังกัดของเจินเจินเพื่อให้ตัวเองมีส่วนร่วมกับโพรเจกต์นี้ ไม่เพียงเท่านั้นเขาขอความช่วยเหลือจากเมืองเหนือกับเมืองน่านพี่น้องของตนในเรื่องเงินทุนและได้รับเป็นเสียงด่าทอกลับมาก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองและสิ่งนี้สร้างความอึดอัดใจให้กับเจลกาเป็นอย่างมาก เธอรู้สึกถึงสายตาที่ไม่ประสงค์ดีจากชายหนุ่มแต่ทว่าเธอทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้เพียงแสร้งไม่เห็นไม่รู้สึกและหวังให้การคุยงานในครั้งนี้จบลงเร็ว ๆ"โพรเจกต์นี้น่าสนใจมากอยู่ทีเดียวครับ แต่ผมอาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณามากเสียหน่อย และจากการที่คุณเจลกามาสายนั้นผมจึง

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   4 เจินเจินอยากกลับบ้าน(1)

    บทที่ 4 เจินเจินอยากกลับบ้านสองแม่ลูกเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความวุ่นวายจากภาระหน้าที่ที่เจลกาต้องรับผิดชอบนั่นก็คือการแต่งตัวให้กับลูกสาวของเธอที่กำลังเข้าเรียนที่โรงเรียนที่อลันหาเอาไว้ให้ หากแต่ภาระหน้าที่ไม่ได้มีเพียงไปส่งลูกเท่านั้นก็เพราะวันนี้เธอยังต้องเป็นตัวแทนไปคุยงานให้ลูกสาวหลังจากครบกำหนดสองอาทิตย์ที่ได้หยุดด้วย "แม่เจลขาา ใกล้จะถึงโรงเรียนหรือยังคะเจินเจินอยากไปโรงเรียนอยากไปเล่นกับเพื่อนจะแย่อยู่แล้วค่ะ" คนฟังได้แต่นึกเอ็นดูในความปากดีของลูกสาวนัก ตอนแรกก็ทำเป็นพูดดีแบบนี้แต่ไม่รู้ว่าพอไปถึงหน้าโรงเรียนจริง ๆ แล้วจะร้องไห้อยากกลับบ้านหรือเปล่า"อย่าให้เห็นว่าร้องไห้อยากกลับบ้านนะ แม่จะบีบแก้มอ้วนให้บุ๋มเลย" คนเป็นแม่แสร้งขู่ ทว่ามันไม่ได้สร้างความสะทกสะท้านให้กับเจ้าเด็กน้อยเลยสักนิด ก็เพราะว่าเจ้าตัวรู้สึกตื่นเต้นมากเสียจนเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนตั้งตารอให้ถึงตอนเช้าเร็ว ๆ"เจินเจินไม่ร้องไห้แน่นอนเจินเจินสัญญา แม่เจลไม่ต้องเป็นห่วงเจินเจินนะเดี๋ยวไว้เราเจอกันตอนเย็นนะคะ" บอกลาแม่ไปด้วยอีกหนึ่งกรุบ ดูท่าแล้วคงจะได้รับการเป่าหูมาจากอลันเป็นแน่เพราะตั้งแต่เพื่อนของเธอบอกเรื่องโ

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   พ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุด(5)

    ชายหนุ่มจ้องมองการแสดงของเด็กน้อยแทบตลอดเวลา ท่าทางของเด็กคนนี้น่าเอ็นดูและมีความเป็นมืออาชีพมาก ๆ มากเกินอายุไปเยอะทีเดียวแสดงให้เห็นว่าเจลกาเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาอย่างใส่ใจ เพียงแต่ว่า...การเลี้ยงเด็กเพียงลำพังแบบนี้คงจะลำบากไม่น้อยตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมานั้นไม่รู้มีชีวิตกันมาอย่างไร เมื่อคิดมาจนถึงตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองกับเรื่องเมื่อตอนนั้น ถ้าหากว่าเขาไม่ขอหย่ากับเจลกาเธอก็คงไม่ต้องไปเจอกับผู้ชายคนนั้นแล้วมีลูกด้วยกัน สุดท้ายก็มาตายไปก่อนทิ้งสองแม่ลูกลำบากกันตามลำพัง คิดไปคิดมาก็ไม่พ้นเป็นความผิดของเขาเองแต่เพียงผู้เดียว...บรรยากาศการทำงานเป็นไปอย่างปกติที่สุดก็ถึงเวลาเลิกกองเสียที การถ่ายทำที่กินเวลาไปเกิน 18 ชั่วโมงทำให้เด็กน้อยพลังหมดจนตอนนี้เดินเองก็แทบไม่ไหว"นั่งรอก่อนเถอะเจล เดี๋ยวเราไปส่งรอไม่นานหรอก" อลันยังมีงานที่ต้องจัดการตรงนี้อีกหลายส่วนแต่ใจเขาก็ยังปล่อยให้เจลกาและเจินเจินกลับบ้านไปตามลำพังไม่ได้"อลันทำงานของตัวเองไปเถอะเรากลับเองได้ อีกอย่างเจินเจินก็หิวด้วยน่ะ" เมื่อเจลกายืนยันแน่วแน่แล้วอลันก็ไม่คิดจะรั้งเอาไว้นาน"อย่างนั้นก็ได้ ถ้าถึงคอนโดแล้วโทรมานะ" ร่ำลา

  • หย่ารักซุป’ตาร์เบอร์1   พ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุด(4)

    เสียงของผู้มาใหม่ทำให้คนที่กำลังสูบบุหรี่อยู่บนชั้นดาดฟ้านั้นแอบสะดุ้งเล็กน้อย ก็เพราะว่าเขากำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเองโดยไม่ทันได้สังเกตว่าแท้จริงตอนที่เดินขึ้นมาด้านบนมีคนแอบเดินตามเข้ามาด้วย"มึงตามกูมาทำไม" เขาถามทั้งที่มือยังคีบบุหรี่อยู่ไม่วาง"ก็มาดูมึงไง มีอะไรจะถามกูไหมล่ะ" ถึงจะเปิดโอกาสให้เขาถามหากแต่กลับไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน"เด็กคนนั้น...ไม่ใช่ลูกของมึงจริง ๆ เหรอ" ที่ถามแบบนี้ก็เพราะถึงแม้เจินเจินกับอลันจะดูสนิทกันมากขนาดไหนแต่กลับยิ่งมองออกว่ามันไม่ใช่อย่างที่เข้าเข้าใจ"กูก็อยากจะเป็นคนคนนั้นเหมือนกันนั่นแหละ...มึงก็รู้ว่ากูรักเจลมานานไม่แพ้มึง" คนฟังหยุดชะงักไปชั่วครู่ขณะที่คนพูดทิ้งตัวหันหลังอิงกับกำแพงและหันมามองเพื่อนของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่เจือไปด้วยความเสียดายเรื่องมันเกิดมานานมากจนพวกเขาเองก็เกือบจะหลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยมีเหตุการณ์นี้ด้วย"นั่นสินะ" เมืองหนาวรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ในตอนนั้นมันเป็นเขาเองที่ขอให้อลันหลีกทางให้ และก็ยังเป็นเขาเองอีกที่สุดท้ายทำผิดต่อเจลกาด้วยเช่นกัน"แต่มึงคิดจริง ๆ เหรอว่ากูจะหักหลังเพื่อนตัวเองได้" เมืองหนาวเริ่มได

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status