Share

หย่ารักทวงใจ
หย่ารักทวงใจ
Author: เหยียนอี่เฟย

บทที่ 1

Author: เหยียนอี่เฟย
ตอนท้องได้ยี่สิบห้าสัปดาห์ หรงซูจับได้ว่าสามีนอกใจที่โรงพยาบาล

ชายหนุ่มที่สวมเสื้อโค้ตสีดำหน้าตาหล่อเหลา กำลังปกป้องหญิงสาวบอบบางงดงามในอ้อมอก หญิงสาวสวมเสื้อกันหนาวขนจิ้งจอกสีขาว แก้มแดงระเรื่อ ใบหน้าดวงน้อยถูกห่อไว้ในผ้าพันคอขนแกะอ่อนนุ่ม ใบหน้างดงามราวตุ๊กตา

หรงซูกำผลตรวจครรภ์แน่น แน่นจนนิ้วมือขาวซีด เมื่อลมหนาวพัดผ่าน สิ่งที่หนาวกว่าร่างกายคือหัวใจที่ปวดหนึบ

เซิ่งถิงเชินมองเห็นเธอแต่ไกล สีหน้าเขาเรียบเฉย ไม่ละอายเลยสักนิดที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา เขาเปิดประตูให้หญิงสาวด้วยตัวเอง สีหน้าอ่อนโยน

ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่งเย็นชา ที่แท้ก็รู้จักปกป้องและอ่อนโยนเหมือนกัน

หญิงสาวเหมือนสังเกตเห็นหรงซู ท่าทางเธอชะงัก เริ่มจากมองหรงซูอย่างสงสัยแวบหนึ่งก่อน จากนั้นหันไปถามเซิ่งถิงเชิน “ทำไมคุณน้าคนนั้นมองพี่ตลอดเลย พี่เชิน พี่รู้จักเธอเหรอคะ?”

เสียงลมหนาวหวีดหวิวอยู่ข้างหู

หรงซูไม่รู้ว่าหญิงสาวพูดอะไรกับเซิ่งถิงเชิน

แต่เธอดูออกจากรูปปากหญิงสาวกับคำว่า ‘คุณน้า’

คุณน้าเหรอ?

น่าจะเป็นสรรพนามที่เรียกเธอ

ในใจหรงซูขมขื่น

ปีนี้เธออายุแค่ยี่สิบสี่ปี

แต่รูปร่างที่เดิมทีก็อวบท้วมบวกกับหน้าตาธรรมดา สวมเสื้อขนเป็ดสีดำกับหมวกไหมพรมสีดำ ร่างกายที่บวมและอ้วนเทอะทะเพราะใกล้คลอด รวมถึงสีหน้าอิดโรย ทำให้เธอดูเหมือนผู้หญิงแก่อายุสามสี่สิบปีจริง ๆ จะไปเทียบกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์สวยงามได้ยังไง

เซิ่งถิงเชินปกป้องดูแลหญิงสาวขึ้นรถ

หรงซูตัวแข็งทื่อยืนอยู่ที่เดิม มองดูด้านหลังรถที่ขับออกไป

เธอกับเซิ่งถิงเชินแต่งงานกันเพราะลูก การแต่งงานที่ถูกบีบบังคับ สำหรับอัจฉริยะอย่างเซิ่งถิงเชินถือเป็นจุดด่างพร้อยในชีวิตของเขา เด็กในท้องของเธอคือเครื่องมือที่เธอใช้ข่มขู่เขา

เขาเกลียดเธอมาก

ส่วนเธอแอบรักเขามาแปดปี แต่หรงซูรู้ดีว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเขาเลย ทำได้เพียงพยายามเรียนรู้ไม่หยุด ยกให้เขาเป็นเป้าหมายแห่งอุดมคติในชีวิตของตัวเอง และก้าวตามรอยเท้าของเขา

ในที่สุดเธอก็สมดังใจปรารถนา กลายเป็นผู้ช่วยของเขา สามารถยืนอยู่ข้างเขาในระยะใกล้

คืนนั้นไม่ได้ทำลายเพียงเซิ่งถิงเชิน แต่ฉีกกระชากความภูมิใจและศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอต่อหน้าเขาจนย่อยยับด้วย

เธอไม่มีวันลืมว่าหลังเกิดเรื่อง สายตารังเกียจที่เขาจ้องมองเธอก็เหมือนไปแตะต้องสิ่งที่น่าขยะแขยงเข้า

ดังนั้นมีเพียงหญิงสาวที่งดงามอย่างนั้นถึงจะคู่ควรกับเขา

หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลรินจากหางตา ต่อมาท้องน้อยปวดเกร็ง เธอรีบยื่นมือประคองท้องน้อย อีกมือหนึ่งก็ยันเสาหินเอาไว้

พยาบาลที่เดินผ่านเห็นเธอเข้า เลยรีบเข้ามาพยุง แล้วพาเธอไปที่ห้องตรวจ

เธอเพียงแค่อารมณ์แปรปรวนเลยส่งผลต่อลูกในท้อง

รอให้ผ่อนคลายลง

หรงซูก็ออกจากโรงพยาบาล พาร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้ากลับไปที่เฉียนสุ่ยวิลล์เพียงลำพัง

ที่นี่เป็นวิลล่าของเซิ่งถิงเชิน

คุณนายใหญ่เซิ่งจัดแม่บ้านที่มีประสบการณ์จากคฤหาสน์ใหญ่ตระกูลเซิ่งมาดูแลเธอ

ขณะนี้

แม่บ้านสองคนที่ดูแลเธอทำตัวเหมือนเจ้าของวิลล่า นั่งกินอาหารและพูดคุยหัวเราะกันอยู่ในห้องรับแขกที่เปิดฮีตเตอร์

แม่บ้านได้ยินเสียง

เลยหันไปมองตรงทางเข้า

พอเห็นหรงซูกลับมา

หนึ่งในแม่บ้านลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาพร้อมสอบถาม “ผลตรวจครรภ์เป็นยังไงบ้าง?”

ท่าทีเฉื่อยชาน้ำเสียงดูแคลน

บอกว่าเป็นแม่บ้านที่มาดูแลเธอ แต่กลับเหมือนเจ้าของบ้านที่มาจับตาดูเธอมากกว่า

หรงซูเพียงแค่มองดูแม่บ้านอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง ไม่ได้สนใจ เดินมุ่งหน้าไปทางบันได

แม่บ้านขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“ฉันกำลังถามเธอนะ?”

หรงซูยังคงไม่สนใจ

แม่บ้านมองดูแผ่นหลังของหรงซู แล้วด่าทอ “อ้วนอย่างกับหมู นึกว่าตัวเองเป็นคุณนายน้อยตระกูลเซิ่งจริง ๆ เหรอ วางท่าอยู่ได้”

หรงซูกลับไปที่ห้องแล้วนั่งลงบนเตียง ในใจว่างเปล่าและสับสน

ไม่ว่าจะเป็นเซิ่งถิงเชินหรือตระกูลเซิ่งก็ล้วนไม่ถูกใจลูกสะใภ้อย่างเธอ

การที่คุณนายใหญ่เซิ่งออกหน้าให้เธอจดทะเบียนกับเซิ่งถิงเชิน

เป็นเพราะคุณท่านเซิ่งป่วยหนัก พอดีเธอท้องแล้วมาหาถึงที่บ้าน เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ ถึงได้จัดการให้พวกเธอแต่งงานกัน เป็นเรื่องมงคลสองเด้ง

ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือการสะเดาะเคราะห์เห็นผล อาการป่วยของคุณท่านเซิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ

ท่าทีที่คุณนายใหญ่เซิ่งมีต่อเธอถึงได้เปลี่ยนไป

แต่คนอื่น ๆ ในตระกูลเซิ่งยังดูถูกเธอเหมือนเดิม

วันนี้เธอไปตรวจที่โรงพยาบาลก็เพื่อให้แน่ใจเรื่องเพศของลูกในท้อง ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิง

ทางคุณนายใหญ่เซิ่งน่าจะได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลแล้ว

ขณะนี้

เสียงมือถือสั่นดังขึ้นเป็นระยะ

หรงซูเรียกสติกลับมา

เอามือถือออกจากกระเป๋า เมื่อเห็นสายที่โทรมา เธออึ้งไปสักครู่ อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอเป็นคนโทรมา

พอรับสาย

“ศาสตราจารย์เจียง”

“มีโควตาหนึ่งสิทธิ์ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแสตมป์ฟอร์ด เธอจะลองดูไหม?”

เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงหวยซวี่ หรงซูอึ้งไปสักพัก

เจียงหวยซวี่เห็นเธอไม่ตอบรับ “ไม่จำเป็น...”

“ฉันไปค่ะ”

หรงซูได้สติ เลยรีบตอบรับอย่างหนักแน่นทันที

กลับเป็นเจียงหวยซวี่ที่เงียบไป

เพื่อให้มีสิทธิ์ยืนอยู่ข้างกายเซิ่งถิงเชิน หรงซูต้องพยายามมากขนาดไหน เขารู้ดีที่สุด

ตอนนี้ในที่สุดก็สมดังใจปรารถนา ได้แต่งงานมีลูก เธอจะยอมจากไปง่าย ๆ เหรอ

สิทธิ์ที่เหลือในมือเขาสิทธิ์นี้ เขาแค่อยากลองถามเธอดูเท่านั้นเอง

“ศาสตราจารย์เจียงคะ”

หรงซูเรียกเขา

เจียงหวยซวี่ตอบ “ถ้างั้นพรุ่งนี้สิบโมงเช้าเธอมาที่ห้องทำงานฉัน”

“ได้ค่ะ”

เจียงหวยซวี่ไม่พูดอะไรอีก แล้ววางสายไป

พอวางมือถือลง

หรงซูผ่อนลมหายใจยาว จู่ ๆ ก็รู้สึกว่างเปล่าเหมือนเมฆดำเปิดแล้วเห็นพระจันทร์ส่องสว่าง

เธอควรตื่นได้แล้ว

ผู้ชายที่ไม่รักเธอ ลูกที่คลอดออกมาก็ผูกมัดเขาไว้ไม่ได้ และไม่มีทางหันกลับมามองเธอให้มากขึ้น

ต่อมาเธอได้รับสายจากคุณนายใหญ่เซิ่ง บอกให้เธอกลับบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่ง อาจเป็นเพราะเรื่องของเด็กในท้องเธอ

ตอนนี้เธอมีสติแล้ว

เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำอย่างดี

เมื่อนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หรงซูมองดูตัวเองในกระจก ใบหน้ากลมบวมอืด ใต้ตาคล้ำ มีถุงใต้ตา เบ้าตาลึก สองแก้มเต็มไปด้วยรอยกระ

สภาพที่น่าเกลียดขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องรังเกียจหมดแหละมั้ง!

เธอที่เป็นแบบนี้จะมีสิทธิ์ยืนอยู่ข้างเซิ่งถิงเชินที่เป็นอัจฉริยะได้ยังไง

เธอแต่งหน้า เปลี่ยนไปสวมเสื้อขนเป็ดสีชมพู สวมหมวกกลมสีขาว โดยรวมดูแล้วสดใสขึ้นกว่าเดิมมาก

เดิมทีเธอคิดจะขับรถกลับไปที่บ้านใหญ่เอง

แต่พอเพิ่งออกมาก็ได้รับสายจากเซิ่งถิงเชิน น้ำเสียงเย็นชาของเขาดังขึ้น “ออกมา”

หรงซูตกใจ

น่าจะเป็นคุณนายใหญ่ให้เขากลับบ้านใหญ่

เธอตอบรับ “ค่ะ”

พอออกจากวิลล่า

รถโรลส์รอยซ์ของชายหนุ่มจอดอยู่ตรงทางเข้า ทว่าเมื่อสองชั่วโมงก่อน รถคันนี้กลับไปรับส่งผู้หญิงอื่น

เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ เดินเข้าไป แล้วเปิดประตูขึ้นรถ

พอขึ้นรถก็ได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจาง ๆ เป็นกลิ่นหอมหวานของหญิงสาว ภายในรถยังมีตุ๊กตาหมีสีชมพู แค่ดูก็รู้ว่าเป็นตุ๊กตาแบบที่หญิงสาวชอบกัน

พอเงยหน้า เธอสังเกตเห็นยางมัดผมที่อยู่บนข้อมือของชายหนุ่ม

นี่คือวิธีที่หญิงสาวแสดงความเป็นเจ้าของ

เซิ่งถิงเชินคงชอบผู้หญิงคนนั้นมากสินะ

หรงซูเก็บความขมขื่นไว้ในใจ นั่งลงบนรถ แล้วคาดเข็มขัด

คนขับขับรถออกไปอย่างเชื่องช้า

หรงซูมองดูนอกหน้าต่าง เงียบขรึมไม่พูดจา

หากเป็นเมื่อก่อน พอมีเวลาอยู่กับเขาตามลำพัง เธอจะกระชับความสัมพันธ์กับเขาอย่างหวงแหน ต่อให้ถูกเขารังเกียจ เธอก็จะหาเรื่องมาคุยกับเขาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

เพียงเพราะเธอเพ้อฝันอย่างไร้เดียงสาว่าพวกเธอเป็นสามีภรรยากันแล้ว มีลูกด้วยกันแล้ว ต่อไปยังมีเวลาที่ยาวนาน ขอเพียงเธอเป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบ เป็นแม่ที่ดี บางทีสักวันหนึ่ง เซิ่งถิงเชินอาจหันมามองเธอบ้าง

แต่สุดท้ายเธอก็แค่คนที่หลอกตัวเองเท่านั้น

ชายหนุ่มไม่สนใจอารมณ์ของเธอในตอนนี้ ยังคงเย็นชาไม่เคยเปลี่ยน ถามเธอว่า “ลูกเป็นเพศอะไร?”

หรงซูตอบ “ผู้หญิงค่ะ”

ได้ยินแบบนั้น

ดวงตาล้ำลึกบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลง เขาแค่พูดเสียงเรียบ “พอเด็กออกมา พวกเราจะหย่ากัน”

ได้ยินแบบนั้น

หรงซูกำมือแน่น

หัวใจเหมือนถูกมือหนึ่งกระชาก ลมหายใจเปลี่ยนเป็นติดขัด

เดิมทีการแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่มีทางยืนยาว แม้จะคาดเดาได้แต่แรก แต่วินาทีที่ได้ยินเขาพูดออกมาจากปากเอง ในใจก็ยังทรมานขนาดนี้

เธอกัดริมฝีปาก แล้วตอบรับ “ค่ะ”

เซิ่งถิงเชินหันมองเธอแวบหนึ่ง เหมือนรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่เธอตอบรับอย่างรวดเร็ว
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 252

    “เมื่อห้าปีก่อนไปโดยไม่เหลือเยื่อใย ตอนนี้จะกลับมาทำไม?”หรงซูเดินเข้าไป วางกระเป๋าในมือลง แล้วนั่งลงบนโซฟาเสิ่นอวี้หรงมองการกระทำของเธอ พลันขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ต่อมาได้ยินหรงซูบอกว่า “แน่นอนว่ามาหย่ากับลูกชายคุณนะสิคะ” เสิ่นอวี้หรงได้ยินคำพูดแบบนี้ของเธอ ตกตะลึงทันทียังไงก็นึกไม่ถึงว่าคำว่าหย่าจะออกมาจากปากของหรงซูเองเมื่อเห็นท่าทางแบบนี้ของเธอ เสิ่นอวี้หรงไม่พอใจมากเธอยิ้มเยาะ แล้วบอกว่า “หย่าเหรอ? ทำไม คิดจะมาแบ่งสมบัติถิงเชินสินะ?”หรงซูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ก็ใช่นะสิคะ ยังไงอย่างน้อยต้องแบ่งทรัพย์สินหนึ่งในสามของเขาไปให้ได้ค่ะ”สีหน้าเสิ่นอวี้หรงเย็นชาทันที “เธอช่างกล้าคิดนะ”“นี่เป็นข้อเรียกร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ทำไมจะไม่กล้าคะ”เสิ่นอวี้หรงจ้องเธอ ลมหายใจหนักหน่วงตามไปด้วย “งั้นเหรอ งั้นต้องดูว่าเธอมีปัญญาหรือเปล่า ในเมื่อเธอเลือกที่จะไม่ยอมรับเหมยเหม่ย งั้นก็อย่าให้เหมยเหม่ยรู้ว่าเธอเป็นใครไปตลอดชีวิต”“นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับลูกสาวของฉัน ไม่รบกวนคุณนายเซิ่งต้องเป็นห่วงค่ะ”เสิ่นอวี้หรงได้ยินแบบนั้น สีหน้าย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม“ถ้าคุณนายเซิ่งไม่มีธุระอื่น ฉั

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 251

    “ผู้หญิงไม่มีใจ หัวใจผมได้รับบาดเจ็บ”“จะให้ฉันแนะนำหัวหน้าหมอโรคหัวใจให้คุณไหมล่ะ”“...”“รอให้คุณหย่าเสร็จแล้ว ผมค่อยมาหาคุณนะ จะได้ฉลองให้คุณได้เต็มที่”หรงซูยิ้มแล้วบอก “ได้แน่นอนค่ะ”วันนี้เดวิดโทรมาหา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการงานและชีวิตเธออย่างเป็นห่วงหรงซูรู้ว่าตอนนี้เขากำลังเข้าร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูงแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ เธอสงสัยว่าในงานแบบนี้เขายังมีเวลาโทรหาเธออีกเหรอพลันได้ยินเขาพูดว่า “ตอนนี้เซิ่งถิงเชินกำลังคุยกับคุณหนูตระกูลฟิกซ์อย่างมีความสุข ผมว่าคุณหนูตระกูลฟิกซ์เหมือนจะชอบเขามากจริง ๆ”เขาเพิ่งจะพูดถึงเซิ่งถิงเชินหรงซูก็ขัดขึ้น “เขาจะคุยกับผู้หญิงอีกสักแปดคนสิบคนอย่างมีความสุขก็ไม่เกี่ยวกับฉันเลย ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องของเขา”เดวิดอึ้งไปสักครู่ แล้วหัวเราะพร้อมบอกว่า “งั้นก็ได้!”ความจริงสายนี้ของเขา ก็จงใจจะฟ้องเหมือนกันไอ้ถิงเชินมันฮอตเหลือเกินจริง ๆเพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเกิดความกังวลกะทันหัน กลัวเอเวอลินจะหลงรักเขาอีกแล้วไม่ยอมหย่ากับเขา เพราะยังไงการที่ผู้หญิงจะหลงรักผู้ชายแบบนี้ เป็นเรื่องที่ง่ายดายมากจริง ๆแต่เมื่อได้ยินเอเวอลินยืนยันหนักแน

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 250

    วันหยุดสุดสัปดาห์สองวันนี้หรงซูดูแลเหมยเหม่ยอยู่ที่เฉียนสุ่ยวิลล์ พาเธอไปเดินเล่นซื้อของ เซิ่งถิงเชินหาเวลาวิดีโอคอลหาเหมยเหม่ยทุกวัน สองพ่อลูกจะคุยกันพักใหญ่ถึงวันจันทร์หรงซูไปส่งเหมยเหม่ยที่โรงเรียนอนุบาลวันนี้เป็นวันเปิดเทอม ส่วนใหญ่พ่อแม่จะพาลูก ๆ มาด้วยกัน เพียงแต่บรรยากาศในโรงเรียนมีแต่เสียงร้องไห้ระงมของเด็ก ๆ“เสี่ยวซู!”หรงซูได้ยินเสียงคุ้นเคย หันกลับไปมองก็เห็นเจียงอวี่กับหยาหย่าเด็กน้อยสองคนเจอกันก็ทักทายกันบังเอิญว่า หยาหย่ากับเหมยเหม่ยอยู่ห้องเดียวกันหรงซูกับเจียงอวี่คุยกับคุณครูประจำชั้นครู่หนึ่ง และแอดช่องทางการติดต่อไว้จากนั้นก็บอกลาเด็ก ๆเด็กน้อยสองคนกลับเชื่อฟังมาก ไม่ร้องไห้งอแง จูงมือกันเดินตามคุณครูเข้าห้องเรียนไปพอออกมาจากโรงเรียนอนุบาลเจียงอวี่ถาม “เธอตั้งใจจะให้เหมยเหม่ยรู้ว่าเธอเป็นแม่ตอนไหน”จู่ ๆ ก็รู้สึกสงสารเหมยเหม่ย ทั้ง ๆ ที่แม่ก็อยู่ข้าง ๆ แท้ ๆ แต่กลับเรียกแม่ไม่ได้ ทำได้เพียงเรียกคุณน้าแน่นอนว่าเธอรู้ว่าในใจของเสี่ยวซูต้องรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ ยังไงซะใครจะไปอยากได้ยินลูกสาวของตัวเองเรียกตัวเองว่าคุณน้าล่ะหรงซูถอนหายใจ “รอให้หย่า

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 249

    นัยน์ตาสีดำขลับภายใต้เลนส์แว่นจ้องมองอย่างลึกซึ้ง ในที่สุดก็นำตั๋วไปวางไว้ด้านข้างหรงซูขับรถมาถึงอวิ๋นซานกรุ๊ปลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในโถงล็อบบีของบริษัทเซิ่งถิงเชินพาเหมยเหม่ยลงมาพอดีเมื่อเห็นหรงซู เหมยเหม่ยก็วิ่งเข้าไปหาเธออย่างดีใจ “คุณน้าเอเวอลิน”หรงซูรีบก้าวเดินเข้าไปหาเหมยเหม่ยเดินเข้าไปสวมกอดต้นขาของเธอ เงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมองเธอด้วยรอยยิ้มเบิกบาน หรงซูลูบหัวเล็ก ๆ ของเหมยเหม่ยจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเซิ่งถิงเชินที่เดินมา สายตาเย็นชาขึ้นทันที เซิ่งถิงเชินมองเธอ ย่อมเห็นการเปลี่ยนแปลงในแววตาของเธออย่างชัดเจน เขาส่งกระเป๋านักเรียนของเหมยเหม่ยให้เธอ หรงซูยื่นมือไปรับมา เขาเอ่ยว่า “ฉันต้องไปทำงานต่างเมืองประมาณหนึ่งสัปดาห์ วันจันทร์ตอนไปส่งเหมยเหม่ยที่โรงเรียน เธอคุยกับคุณครูให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”การรับส่งเหมยเหม่ยในช่วงเปิดเทอมสัปดาห์แรก และสถานการณ์ที่โรงเรียน ให้เธอเพิ่มช่องทางการติดต่อกับคุณครูไว้ เพื่อที่คุณครูจะได้พูดคุยกับเธอได้ตลอดเวลา“งั้นคุณก็ต้องบอกคุณครูล่วงหน้าไว้หน่อยนะ”“โทรคุยกับคุณครูเรียบร้อยแล้ว”“...”น้ำเสียงที่ทั้งสองคนพูดคุยกันไม่มีความรู้สึกใด ๆ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 248

    เซิ่งถิงเชินรออยู่ในห้องนั่งเล่นเมื่อเห็นหรงซูอุ้มเหมยเหม่ยกลับมา เขาก็ลุกขึ้นก้าวเดินเข้าไปหา ยื่นมือไปรับเหมยเหม่ยมาจากอ้อมอกของหรงซูตอนที่เหมยเหม่ยซบลงบนอกของคุณพ่อ จู่ ๆ เธอก็ตื่นขึ้นมา ปรือตามองหรงซู อยากจะยื่นมือไปดึงเธอ หรงซูรีบยื่นมือไปกุมมือเล็ก ๆ ของเหมยเหม่ยไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เหมยเหม่ยพักผ่อนให้สบายนะ น้ากลับบ้านก่อนนะจ๊ะ”เหมยเหม่ยรีบจับมือหรงซูไว้แน่น พลางพูดว่า “คุณน้าเอเวอลินอย่าไปนะคะ”หรงซูลูบแก้มเล็ก ๆ ของเธอ ปลอบโยนว่า “พรุ่งนี้น้าต้องไปทำงาน รอให้น้าหยุดก่อนแล้วค่อยมาอยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยดีไหมจ๊ะ?”ตอนที่เธอเข้าไปใกล้เหมยเหม่ยชายหนุ่มก็ได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเธอ ระหว่างที่หลุบตามอง ก็เห็นดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายอ่อนโยนภายใต้ขนตาที่ยาวงอนราวกับขนนกของหญิงสาวตอนกลางคืนเวลาเข้านอนเหมยเหม่ยจะติดคนเป็นพิเศษ กล่อมยากมากเธอไม่ยอมให้หรงซูไป ยื่นมือจะให้หรงซูอุ้ม ดวงตาแดงก่ำหรงซูจึงต้องอุ้มเหมยเหม่ยกลับมาอีกครั้งเซิ่งถิงเชินกล่าว “เธอพาเหมยเหม่ยขึ้นไปชั้นบนก่อนเถอะ”ตอนนี้เหมยเหม่ยกอดหรงซูไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือหรงซูจึงทำได้เพียงพาเธอขึ้น

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 247

    เจียงอวี่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง หรงซูหันไปมองเธอ “เสี่ยวอวี่คุยอะไรอยู่ ไปกันได้แล้ว”“อ้อ ได้สิ”เจียงอวี่รีบตอบข้อความพี่ชายตัวเอง “แค่นี้ก่อนนะคะ”เจียงหวยซวี่ “อืม”วันนี้มีคนมาร่วมงานกิจกรรมที่สถานที่จัดงานเยอะมากตอนที่พาเหมยเหม่ยและหยาหย่าออกไปข้างนอก ก็สวมหน้ากากจิ้งจอกในเกมให้พวกเธอ เพราะวันนี้จะต้องมีการถ่ายรูปเยอะมากแน่ ๆ ไม่อยากให้ใบหน้าของเด็ก ๆ ถูกอัปโหลดลงบนอินเทอร์เน็ตตลอดเวลามีบอดี้การ์ดคอยตามประกบอยู่เสมอวันนี้มีคนที่ได้รับเชิญมาคอสเพลย์ไม่น้อย ทว่าวินาทีที่หรงซูปรากฏตัว ก็ดึงดูดสายตาและกล้องถ่ายรูปของทุกคนไปแทบทั้งหมดการแต่งตัวของเจียงอวี่ค่อนข้างเรียบง่าย ตลอดเวลาเธอจึงเอาแต่ถือกล้องถ่ายรูปกดถ่ายไม่หยุดเหมยเหม่ยและหยาหย่ามาร่วมงานแบบนี้เป็นครั้งแรก และได้เจอคนเยอะขนาดนี้หยาหย่ายังดีหน่อย ก่อนหน้านี้เจียงอวี่เคยพาเธอไปเที่ยวมาแล้วทั่วโลกเหมยเหม่ยถูกปกป้องมาอย่างดีตลอด ไม่เคยเจองานแบบนี้มาก่อน การติดต่อกับโลกภายนอกมีน้อยมาก แต่เธอกลับไม่กลัวเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน ราวกับได้ค้นพบโลกใบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจพวกเธอสวมหน้ากากจิ้งจอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status