เข้าสู่ระบบวันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของหรงเอิน หลังร่วมงานประจำปีเสร็จ จะเป็นวันหยุดอย่างเป็นทางการของหรงเอินสายตาหรงซูมองหน้าจอมือถือ กล่าวว่า “ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน”เซิ่งถิงเชินตอบรับ กล่าวว่า “ไม่ว่ายังไงก็จัดการตามเวลาของเธอแล้วกัน”ตอนนี้ไม่ว่าอะไรเขาก็ทำตามความต้องการของเธอทั้งนั้นคืนนั้นงานเลี้ยงประจำปีของหรงเอินจัดขึ้นที่โรงแรมห้าดาว เรียนเชิญคู่ค้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของหรงเอินมาร่วมงานด้วยบริษัทของเผยอวี้ก็ได้รับเชิญ เขากับเริ่นกังมาสถานที่จัดงานด้วยกันนี่เป็นครั้งแรกที่หรงซูได้พบเริ่นกัง ความสูงของเขาเตี้ยกว่าเผยอวี้ช่วงหนึ่ง คาดว่าประมาณร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร เป็นคนรูปร่างสันทัด รูปลักษณ์ภายนอกไม่โดดเด่นเท่าเผยอวี้ แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางคนทั่วไปก็ถือว่าโดดเด่นบวกกับมูลค่าของเขาในตอนนี้ และเสน่ห์ที่ความร่ำรวยมอบให้ เพียงแต่เงินทองกลับทำให้ออร่าบนตัวเขา เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอบายมุขและกามารมณ์ เมื่อมายืนคู่กับเผยอวี้ กลายเป็นสองคนที่ต่างกันสุดขั้วหรงซูทักทายเผยอวี้ “พี่คะ พี่มาแล้วเหรอคะ”เผยอวี้พยักหน้าวินาทีที่เริ่นกังเห็นหรงซู แววตาเปลี่ยนไปทันทีทันใด ในแววตาค
หลังอาหารเย็นหรงซูกลับไปอาบน้ำที่ห้องเซิ่งถิงเชินกลับมาที่ห้อง ก็เห็นหญิงสาวนั่งอยู่ขอบเตียงกำลังทาน้ำมันบำรุงผิว กล้ามเนื้อแผ่นหลังของเธอโค้งเว้าสวยงามเหมือนสายน้ำ ทุกพื้นที่ผิวเป็นประกายแวววาวน่าหลงใหลทำให้สายตาของเซิ่งถิงเชินล้ำลึกขึ้นเขาก้าวไปข้างหน้า กล่าวว่า “ให้ฉันทาหลังให้ไหม?”หรงซูช้อนตามองเขาแวบหนึ่ง “ตอนนี้คุณยังมีอารมณ์สุนทรีย์อยู่อีกนะ”เซิ่งถิงเชินยิ้มแล้วกล่าว “ยินดีให้บริการ”สุดท้ายหรงซูก็เอาน้ำมันบำรุงผิวให้เขา พร้อมเตือน “อย่าล้ำเส้น”เซิ่งถิงเชินรับน้ำมันมาจากมือของหรงซู กล่าวว่า “กว่าเธอจะยอมกลับมาอยู่กับฉันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนนี้ฉันจะกล้าทำอะไรเธอได้ยังไง”“พูดเหมือนคุณรักฉันลึกซึ้งเหลือเกินนะ”เซิ่งถิงเชินทำเพียงยิ้มบาง ๆหรงซูนอนคว่ำบนเตียง แล้วดึงผ้าห่มมาที่เอวชายหนุ่มนั่งอยู่ขอบเตียง หยดน้ำมันลงบนฝ่ามือ ลูบจากหัวไหล่ของเธอไปถึงหลังคอแล้วเลื่อนลงไปบนแผ่นหลังที่ขาวเนียน มีรอยแผลเป็นสีชมพูยาวสิบเซนติเมตรโดดเด่นสะดุดตามือของเขาหยุดไปครู่หนึ่ง ถามว่า “แผลที่หลังเกิดจากอะไร?”หรงซูไม่อยากบอก จึงพูดว่า “ไม่มีอะไร”เธอไม่อยากบอกเซิ่งถิงเชิ
เซิ่งถิงเชินก็คือเสี้ยนหนามที่ปักอยู่ในใจเธอดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะกลับมาเกี่ยวข้องกับเซิ่งถิงเชินอีกครั้งเจียงหวยซวี่รู้ดี หากไม่ดึงหนามนั่นออกมา เธอจะไม่มีวันปล่อยวางได้หรงซูยิ้มเฝื่อน “อาจจะนะคะ แต่เมื่อเดินมาขนาดนี้แล้ว ฉันมีแต่ต้องเดินต่อไป”เจียงหวยซวี่ถอนหายใจอย่างไม่มีทางเลือก “วันไหนที่เธอเดินต่อไปไม่ไหว เธอก็ไม่ได้ตัวคนเดียวนะ”หรงซูยิ้ม “ฉันเชื่อว่าศาสตราจารย์ต้องช่วยฉันแน่นอนค่ะ”“อยู่แล้ว”คืนนั้นหรงซูไม่ได้ออกไปกินอาหารเย็นกับเซิ่งถิงเชินเธอกลับไปวิลล่าที่เฉียนสุ่ยวิลล์อาหารเย็นเตรียมเสร็จแล้วเซิ่งถิงเชินกลับถึงบ้านก่อนเธอครึ่งชั่วโมงทั้งสองนั่งอยู่ภายในห้องรับประทานอาหาร บรรยากาศระหว่างทั้งสองเย็นชาเป็นพิเศษ“วันนี้ได้ยินเรื่องบางอย่างมา” หรงซูเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อนเซิ่งถิงเชินมองเธอ แล้วเอ่ยถาม “เรื่องอะไร?”หรงซูกล่าว “อันชิงเยว่ฆ่าตัวตายจนต้องเข้าโรงพยาบาล คุณไม่ไปเยี่ยมเธอที่เมืองไห่เหรอ?” ฟังดูเหมือนคำบรรยายที่ราบเรียบไร้อารมณ์ เหมือนกำลังถามเขาว่าวันนี้กินข้าวหรือยังแต่เซิ่งถิงเชินจะฟังไม่ออกได้ยังไงว่าเธอตั้งใจหยั่งเชิง“ฉันเองก็ไม่ใช่หมอ ไ
หรงซูมีเรื่องจะมาปรึกษากับเจียงหวยซวี่เธอขึ้นไปชั้นบน และกำลังสอบถามเลขาของเจียงหวยซวี่อยู่ตอนนั้นเองประตูห้องทำงานก็เปิดออกหรงซูเงยหน้าขึ้นก็เห็นซูชิงจือเดินออกมาจากห้องทำงาน พอซูชิงจือเห็นเธอ ทันทีที่สายตาของเขาหยุดอยู่ที่เธอ อารมณ์ซับซ้อนที่ฉายอยู่ในแววตาคู่นั้น ทำให้หรงซูไม่อาจอ่านความคิดของเขาออกเธอเพียงรู้สึกว่าซูชิงจือทำตัวประหลาดอย่างบอกไม่ถูกซูชิงจือพยักหน้าส่งยิ้มบาง ๆ ให้หรงซู จากนั้นก็กล่าวลาเจียงหวยซวี่ก่อนจะก้าวยาว ๆ จากไปหรงซูยืนอยู่กับที่มองตามแผ่นหลังของซูชิงจือที่จากไป จากนั้นก็ละสายตากลับมา หันไปมองเจียงหวยซวี่“เข้ามาสิ!” เจียงหวยซวี่มองหรงซูพลางเอ่ยหรงซูเดินเข้าไปในห้องทำงาน พร้อมกับปิดประตูตามหลัง เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ทำไมจู่ ๆ ซูชิงจือถึงมาหาที่หรงเอินได้ล่ะคะ?”เจียงหวยซวี่ชงชาให้เธอหนึ่งถ้วยแล้ววางไว้ตรงหน้าเธอหรงซูนั่งลงบนโซฟาเจียงหวยซวี่อธิบายว่า “เขามาคุยกับฉันเรื่องโครงการลงทุนก่อสร้างของตระกูลอันในเมืองไห่ รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตน่ะ”หรงซูเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ฉันก็นึกว่าซูชิงจือมาหาคุณเพื่อคุยเรื่องความร่วมมือซะอีก”เจียงห
หลูเสวี่ยเผชิญหน้ากับสายตาพินิจพิจารณาของเซิ่งถิงเชินอย่างสงบนิ่งเซิ่งถิงเชินเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชาและเคร่งขรึม “ผมไม่ต้องการคำรับประกันใด ๆ สิ่งที่ผมต้องการเห็นคือความสามารถของคุณ”หลูเสวี่ยขานรับ “ความหมายของประธานเซิ่ง ฉันเข้าใจค่ะ”โจวมู่พาหลูเสวี่ยไปดำเนินการเรื่องเข้าทำงาน และเริ่มรับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนก่อนสิ้นปี ก่อนจะเริ่มช่วงทดลองงานสามเดือนหลังปีใหม่เหมยเหม่ยไม่อยู่บ้านทั่วทั้งวิลล่าจึงดูเงียบเหงาเป็นพิเศษระหว่างหรงซูกับเซิ่งถิงเชินไม่มีอะไรจะพูดกันนัก เซิ่งถิงเชินกลับเป็นฝ่ายชวนหรงซูคุยก่อน พูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารในแวดวงธุรกิจ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนี้กลับสงบนิ่งเป็นพิเศษทางบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่งได้จัดส่งพี่เลี้ยงสองคนมาให้ใหม่พี่เลี้ยงสองคนนี้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติต่อหรงซูด้วยความเคารพในฐานะคุณนายน้อยแห่งตระกูลเซิ่งเช้าวันนี้เซิ่งถิงเชินออกจากบ้านไปก่อนเวลาตอนที่หรงซูกำลังเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก ก็ได้รับโทรศัพท์จากเซิ่งถิงเชิน “ออกจากบ้านหรือยัง?”หรงซูเอ่ย “กำลังจะออกค่ะ”เซิ่งถิงเชินเอ่ย “ฉันลืมเอกสารไว้
เซิ่งถิงเชินสบเข้ากับสายตาพินิจพิจารณาของชายหนุ่ม เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ตอนนี้ฉันแค่อยากใช้ชีวิตอยู่กับเธอดี ๆ แล้วก็อยู่เคียงข้างเหมยเหม่ยจนเธอเติบโต ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เธอก็ยังมีนายที่เป็นพี่ชายอยู่ทั้งคน แล้วฉันจะไปทำอะไรได้อีกล่ะ”ซูชิงจือเก็บอารมณ์ ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเย็นชาเคร่งขรึม “ถ้าตอนนี้นายจริงใจจะดีที่สุด”ซูชิงจือเดินออกจากวิลล่าไปคืนนั้นเหมยเหม่ยกลับมาที่ห้องนอนใหญ่ จะนอนกับคุณพ่อคุณแม่เหมยเหม่ยกลิ้งเข้าไปในอ้อมอกของคุณพ่อ แล้วก็กลิ้งเข้าไปในอ้อมอกของคุณแม่ เดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาเต้นรำให้คุณพ่อคุณแม่ดูบนเตียง ซนอยู่พักใหญ่ถึงยอมนอนหลังจากเหมยเหม่ยหลับไปแล้วภายในห้องนอนตกอยู่ในความเงียบ ต่างคนต่างใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตจัดการเรื่องของตัวเอง“วันเกิดของเหมยเหม่ย เธอคิดว่าจะจัดให้ลูกยังไง?” ชายหนุ่มมองเธอแล้วจู่ ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นวันเกิดของเหมยเหม่ยในปีนี้ตรงกับวันที่หกของช่วงเทศกาลปีใหม่พอดีนี่เป็นวันเกิดปีแรกที่เธอได้อยู่ฉลองกับเหมยเหม่ย และเป็นปีใหม่แรกด้วยเช่นกัน เมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อครึ่งปีก่อน ก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน นึกไม่ถึงเลยจร







