LOGINหรงซูกับเหมยเหม่ยคุยกันสั้น ๆ ไม่กี่ประโยคจากนั้นก็วางสายวิดีโอคอลไปพอลงมาข้างล่างก็เจอเซิ่งถิงเจ๋อ“ถิงเจ๋อ ช่วงนี้งานเป็นยังไงบ้าง?”เซิ่งถิงเจ๋อเอ่ย “ปลายปีแล้วจะสบายได้ที่ไหนกันล่ะ ฉันก็ตั้งตารอให้ปีนี้รีบปิดจ๊อบแล้วหยุดพักผ่อนเร็ว ๆ เหมือนกัน เสี่ยวซูช่วงนี้เธอเป็นยังไงบ้างล่ะ?”หรงซูตอบ “แน่นอนว่าก็พอ ๆ กันนั่นแหละ ยุ่งจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ปีนี้ผลกำไรบริษัทนายน่าจะดีกว่าปีที่แล้วขึ้นไปอีกขั้นแล้วมั้ง!”โปรเจกต์ที่เซิ่งถิงเจ๋อทำในช่วงหลายปีมานี้ได้กำไรมากกว่าขาดทุน คนหนุ่มสาวตระกูลเซิ่งในรุ่นนี้ล้วนแต่เป็นคนมีหัวคิดจริง ๆเซิ่งถิงเจ๋อยิ้มพลางเอ่ย “ก็ไม่เลวเลยนะ น่าจะทะลุเป้าหมายไปได้สวย ๆ สักห้าสิบเท่าล่ะมั้ง”หรงซูเลิกคิ้ว เอ่ยหยอกล้อ “อายุน้อยแต่ประสบความสำเร็จจริง ๆ เลยนะเนี่ย!”“ถิงเจ๋อ” เสียงของเผยอวี้ดังมา“พี่เผยอวี้”ทั้งสองคนทักทายกันไม่กี่ประโยคเผยหลานหัวร้องเรียกให้ทั้งสามคนมากินอาหารเช้าหรงซูมาถึงบริษัทวันจันทร์ก็เป็นอีกวันที่ยุ่งเหยิง ช่วงเช้ามีการประชุมผู้บริหารระดับสูงตลอดทั้งเช้า ประเด็นหลักยังคงเป็นการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในโปรเจกต์ของทีซีสำหร
ฟังทั้งสองคนเถียงกันหรงซูก็รู้สึกมีความสุขเช่นกันตอนนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของหรงชิงเหวินก็ดังสั่นเตือนขึ้นมาเขาหยิบโทรศัพท์มือถือบนโซฟาขึ้นมาดู เผยหลานหัวที่ปรายตามองก็เห็นเช่นกัน จากนั้นก็ดึงหรงซูลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ย “ไม่สนใจพ่อของลูกแล้ว พวกเราพาเสี่ยวเป่าขึ้นข้างบนกันเถอะ”หรงซูยิ้มพลางรับคำ “ค่ะ”เธออุ้มเสี่ยวเป่ามา หอมแก้มเขา แล้วก็ขึ้นไปชั้นบนกับเผยหลานหัวส่วนใครเป็นคนโทรศัพท์มาหาพ่อนั้น เธอก็ไม่ได้สนใจจนกระทั่งพวกเธอขึ้นไปชั้นบนแล้วหรงชิงเหวินรับสายโทรศัพท์ เอ่ยว่า “ชิงจือ เลิกงานแล้วเหรอ?”ซูชิงจือเอ่ย “ยังอยู่ที่บริษัทครับ พักผ่อนนิดหน่อย พ่อกินข้าวหรือยังครับ?”หรงชิงเหวินเอ่ย “กินเรียบร้อยแล้วล่ะ ลูกกินมื้อค่ำหรือยัง?”“ยังเลยครับ”“งานจะยุ่งแค่ไหน ก็ยังต้องกินข้าวให้ตรงเวลาอยู่ดี ทำงานเหนื่อยจนเสียสุขภาพมันไม่คุ้มกันหรอกนะ ช่วงนี้อากาศหนาว ต้องรักษาความอบอุ่นให้ดีด้วยล่ะ”ซูชิงจือตอบรับอืมคำหนึ่ง “ผมทราบแล้วครับ มื้อค่ำให้ผู้ช่วยไปเอามาแล้ว รอให้ช่วงงานยุ่งนี้ผ่านไป วันปีใหม่ก็จะได้พักผ่อนดี ๆ สักทีครับ”“วันหยุดก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ วันปีใหม่ลูกจะ
ตั้งแต่เธอเกือบเกิดเรื่องในครั้งก่อน ก็ไม่ได้กลับบ้านเลย ถึงแม้จะไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นจริง ๆ แต่พอเผยหลานหัวคิดถึงเรื่องนี้ในใจก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ดีหรงซูยิ้ม “แม่พูดซะอย่างกับหนูไม่ได้กลับมาตั้งหลายปีอย่างนั้นแหละค่ะ”“เสี่ยวซูกลับมาแล้วเหรอ”เสียงของหรงชิงเหวินดังขึ้น“พ่อคะ”“ช่วงนี้ลูกคงเหนื่อยมากเลยสินะ!”หรงซูเอ่ย “ปลายปีแล้วน่ะค่ะ เหนื่อยหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ”เผยหลานหัวจับมือหรงซูเอาไว้ เอ่ยว่า “ความจริงเสี่ยวซูไม่ต้องทำตัวยุ่งขนาดนี้ก็ได้นะ ลดปริมาณงานลงบ้าง ลูกเป็นแบบนี้พ่อกับแม่เห็นแล้วก็ปวดใจ”หรงซูบอก “ถ้าอย่างนั้นพี่ของหนูก็เหนื่อยเหมือนกันนะคะ แม่ดูสิคะว่าเขาไม่ได้พักผ่อนดี ๆ มานานแค่ไหนแล้ว”เผยหลานหัวบอก “เขาเป็นผู้ชาย กำลังอยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่เหนื่อยได้ยังไงล่ะ ไม่อย่างนั้นจะไปหาเมียได้ยังไง”หรงซูยิ้มมีเพียงตอนที่กลับมาบ้านเท่านั้นเธอถึงจะรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายอย่างแท้จริงเธอเข้าไปหยอกล้อเสี่ยวเป่า แล้วเล่นเป็นเพื่อนเขาอยู่พักหนึ่งวันนี้เธอพักอยู่ที่บ้านตอนค่ำเผยอวี้กลับมาคนในครอบครัวกินมื้อค่ำด้วยกัน ข้างนอกอากาศหนาวเย็น แต่ภ
หรงซูแค่นหัวเราะเบา ๆ เอ่ยว่า “งั้นเหรอ!”จู่ ๆ เซิ่งถิงเชินก็เอียงตัวเข้ามาใกล้ มือข้างหนึ่งยันไว้ที่ตำแหน่งอีกฝั่งของหญิงสาว เงาจากร่างสูงใหญ่ร่วงหล่นลงมาบดบังร่างของเธอเอาไว้จนมิดระยะห่างที่ใกล้ชิด กลิ่นอายของชายหนุ่มวนเวียนอยู่ที่ปลายจมูก ทว่าในระหว่างที่สบตากัน ในแววตากลับไร้ซึ่งความลุ่มหลงใด ๆริมฝีปากบางของชายหนุ่มขยับเปิดออก น้ำเสียงทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ดึงดูดเอ่ยว่า “งั้นอยากลองดูไหมล่ะ?”หรงซูยื่นมือออกไปผลักชายหนุ่มออกโดยตรงร่างของเซิ่งถิงเชินเอนไปด้านหลังเล็กน้อย เขาก็ไม่โกรธ ยกมุมปากยิ้ม “งั้นไว้คราวหน้าค่อยลองก็ได้”ตอนนั้นเองแม่บ้านเดินลงมาบอกว่าเหมยเหม่ยตื่นแล้วหรงซูลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นไปชั้นบนเซิ่งถิงเชินกำลังจะตามขึ้นไป เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังสั่นเตือนขึ้นมา เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ดูสายเรียกเข้าแวบหนึ่ง แล้วกดรับสาย “ฮัลโหลครับ คุณย่า”ปลายสายมีเสียงของคุณนายใหญ่เซิ่งดังมา ถามว่า “ถิงเชิน แกกับหรงซูคืนดีกันแล้วเหรอ?”วันนี้เสิ่นอวี้หรงโกรธจนแทบคลั่งจริง ๆ เธอเคยถูกหยามหน้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่สำคัญคือเซิ่งถิงเชินดันนิ่งเฉยไม่รู้ร้อนร
หรงซูเอ่ย “ฉันพาเหมยเหม่ยกลับก็พอค่ะ”เซิ่งถิงเชินได้ยินดังนั้น ก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่าทียังคงอ่อนโยน เอ่ยว่า “งั้นก็ได้ ฉันจะให้คนเตรียมของขวัญไว้ให้”หรงซูไม่ได้ตอบรับ จู่ ๆ เธอก็พูดขึ้นว่า “ฉันไม่อยากเห็นหลิวลี่หัวกับอู๋ฟางที่นี่ค่ะ”เซิ่งถิงเชิน “ไม่อยากเห็น งั้นฉันจะให้พวกเธอกลับไปที่บ้านใหญ่ฝั่งนั้น แล้วจะจัดการหาแม่บ้านมาใหม่สองคน”“ฉันจะหาเอง”เซิ่งถิงเชินมองเธอ โค้งริมฝีปากยิ้มแล้วเอ่ย “งั้นก็ได้”พอหลิวลี่หัวกับอู๋ฟางได้ยินว่าคุณผู้ชายจะให้พวกเธอกลับไปที่บ้านใหญ่ ปฏิกิริยาแรกก็คือหรงซูต้องไปเป่าหูอะไรคุณผู้ชายแน่ ๆนึกไม่ถึงเลยว่าคุณผู้ชายจะยอมเชื่อฟังเธอไปซะทุกอย่างพวกเธอคอยดูแลคุณผู้ชายอยู่ที่นี่มาตั้งนานจนเคยชินแล้ว แม่บ้านคนอื่น ๆ ล้วนต้องเกรงใจพวกเธอถ้าตอนนี้ต้องกลับไปที่บ้านใหญ่ฝั่งนู้น เวลาผ่านไปตั้งหลายปีขนาดนี้ จะยังมีที่ทางให้พวกเธออยู่อีกเหรอแต่สำหรับคำอ้อนวอนของพวกเธอเซิ่งถิงเชินเพียงแค่เอ่ยว่า “ฉันจะบอกคุณย่าให้จัดการที่ทางให้พวกเธอเอง ตอนนี้ไปเก็บของซะ คนขับรถจะไปส่งพวกเธอ”นิสัยใจคอของคุณผู้ชายพวกเธอย่อมรู้ดีอยู่บ้าง ขืนดึงดันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามีแต่จะทำ
เนื้อแท้ของหรงซูเป็นคนแบบนี้มาตลอดเพียงแต่อาการป่วยหนักในตอนนั้น ทำให้เธอเก็บเนื้อเก็บตัวและรู้สึกต้อยต่ำเธอหันไปมองซูจิ่นซีอีกครั้ง “ฉันก็ไม่เคยเห็นใครส่งเสริมให้ลูกสาวตัวเองไปเป็นเมียน้อยเหมือนกัน แต่บางทีคุณนายอันก็คงจะเป็นคนแบบนี้ น่าเสียดายที่ลูกสาวของคุณยังห่างชั้นอยู่อีกเยอะ เกิดมาสวยซะเปล่าจริงๆ”“หรงซู เธอพูดพอหรือยัง” เสิ่นอวี้หรงตวาดด้วยความโกรธทว่าหรงซูกลับมองเสิ่นอวี้หรงอย่างสงบนิ่ง เอ่ยว่า “คุณนายเซิ่งทำให้ฉันได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ น่าเสียดายที่ตอนนี้ต่อให้คุณจะไม่พอใจยังไงก็ทำได้แค่ยอมรับ ลูกชายอกตัญญูขนาดนี้ ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่เลย ฉันเห็นใจคุณจริง ๆ ถ้าลูกชายฉันกล้าทำแบบนี้ละก็ ฉันจะตัดขาดกับเขาทันทีเลย”“เอาละ” เซิ่งถิงเชินเอ่ยปากหรงซูหันกลับไปมองเขาได้ยินเพียงเขาพูดว่า “พวกเรากลับกันก่อนเถอะ เหมยเหม่ยน่าจะตื่นแล้ว”หรงซูยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน หันกลับไปมองอันชิงเยว่ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะพูดทิ้งท้ายประโยคหนึ่งว่า “คุณนี่มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ”คิดว่าอาศัยแค่ความสวยของตัวเองก็จะไขว่คว้าได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้ผู้ชายยอมสยบได้หรงซูหั







