ログインทั้งคู่สบตากันมวลอากาศหยุดนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งเจียงหวยซวี่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดึงสายตากลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ หันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์และตอบกลับคำพูดของเธอเวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะสามทุ่มหรงซูพาเหมยเหม่ยขึ้นไปพักผ่อนบนชั้นบน“เดี๋ยวฉันส่งข้อมูลไปให้ เธอลองดูอีกทีนะ” เจียงหวยซวี่เอ่ยหรงซูตอบรับว่า “ได้ค่ะ”เหมยเหม่ยโบกมือลาพวกเขาเจียงอวี่เอ่ยเตือนว่า “พรุ่งนี้เช้าอย่าลืมพาเหมยเหม่ยมากินมื้อเช้าด้วยกันนะ”หรงซูพยักหน้ารับแล้วตอบว่า “ได้ ฉันรู้แล้ว”หรงซูพาเหมยเหม่ยกลับขึ้นมาข้างบนแม้จะไม่ค่อยได้มาพักที่นี่บ่อยนัก แต่ที่บ้านก็มีแม่บ้านมาทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นในบ้านจึงสะอาดมาก ไม่ต้องเก็บกวาดอะไรเพิ่มเติมตอนที่หรงซูเปิดน้ำอุ่นเตรียมไว้จะอาบน้ำให้เหมยเหม่ยก็ได้ยินเสียงดังมาจากห้องนั่งเล่นว่า “คุณพ่อ”หรงซูตกใจไปครู่หนึ่ง รีบเดินออกจากห้องน้ำเหมยเหม่ยเดินไปที่ประตูและเปิดประตูให้เซิ่งถิงเชินหรงซูยืนอึ้งอยู่ที่เดิมและมองดูเหมยเหม่ยจูงมือคุณพ่อเดินเข้ามาในมือของเซิ่งถิงเชินหิ้วถุงใบหนึ่งอยู่ ดูเหมือนว่าจะใส่ของของเหมยเหม่ยเอาไว้หรงซูเดินเข้าไปหา อดไม่ได้ท
“เหมยเหม่ย” หยาหย่าเดินเข้ามาหาหรงซูมองดูหยาหย่า ท่าทางดูดีขึ้นมากแล้วจริง ๆหยาหย่าเข้าไปจูงมือเหมยเหม่ย “เหมยเหม่ยมานี่สิ จะให้ดูรูปวาดของฉัน”เจียงอวี่พูดว่า “หยาหย่า รอกินข้าวมื้อเย็นเสร็จค่อยดูนะ”หยาหย่าร้องอ้อรับคำหนึ่งมื้อเย็นเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วพอรู้ว่าเหมยเหม่ยจะมา ก็เลยเตรียมกับข้าวที่เหมยเหม่ยชอบกินเอาไว้หลังกินมื้อเย็นเสร็จเหมยเหม่ยกับหยาหย่าก็เล่นกันอยู่ในห้องนั่งเล่นเหมยเหม่ยยังบอกหยาหย่าเรื่องการบ้านที่คุณครูสั่งในวันนี้ หยาหย่าเชื่อฟังคำพูดของเหมยเหม่ยมาก จึงหยิบสมุดแล้วเข้าไปในห้องเพื่อเริ่มทำการบ้านตอนที่เหมยเหม่ยอยู่กับเด็ก ๆ คนอื่น เห็นได้ชัดเลยว่าดูเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย คำพูดคำจาล้วนมีน้ำหนักเจียงอวี่ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ดีจริง ๆ วันข้างหน้าพอมีเหมยเหม่ยคอยคุมหยาหย่า ฉันก็วางใจ”หรงซูพูดว่า “เหมยเหม่ย หนูไปอยู่เป็นเพื่อนหยาหย่าทำการบ้านนะ”“ค่ะ”เด็กน้อยสองคนกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ปิดประตูแล้วทำธุระของตัวเองเจียงหวยซวี่อยู่คุยเล่นเป็นเพื่อนเจียงอวี่กับหรงซูครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นไปที่ห้องหนังสือ เพื่อจัดการงานเจียงอวี่กับหรงซูนั่งอยู่ใน
ตอนนั้นซ่งเหยียนที่กำลังเมามายได้ถามคำถามหนึ่งกับเธอว่า “เสี่ยวซู เธอตัดใจจากไอ้สารเลวเซิ่งถิงเชินนั่นได้เด็ดขาดแล้วจริง ๆ เหรอ?”ตัดใจได้เด็ดขาดแล้วเหรอ?คงจะยังไม่ได้ไม่ใช่เพราะว่ายังรักเขาอยู่หรอกนะแต่เป็นเพราะความเกลียดชังต่างหากหลังจากซ่งเหยียนคุยเรื่องงานกับเธอเสร็จก็ออกจากห้องทำงานไปหรงซูจัดการข้อมูลเอกสารต่อเหมยเหม่ยถือสมุดการบ้านของตัวเองเดินเข้ามา “คุณน้าเอเวอลินคะ หนูทำเสร็จแล้ว คุณน้าดูสิคะ”หรงซูรับสมุดการบ้านของเหมยเหม่ยมาตรวจดูหลัก ๆ เป็นโจทย์เลขกับการแปลความหมายบทกวีโบราณโจทย์เลขไม่มีปัญหาอะไรเลยหรงซูจึงอธิบายบทกวีโบราณให้เหมยเหม่ยฟังใหม่อีกครั้งเหมยเหม่ยตั้งใจฟังมาก จากนั้นก็รีบแก้ไขให้ถูกต้องทันทีหลังจากแก้ไขเสร็จพอรู้ว่าคุณน้าเอเวอลินต้องทำงาน เธอก็ถือแท็บเล็ตไปนั่งเล่นเกมอยู่บนโซฟาคนเดียวอย่างว่าง่ายราว ๆ หกโมงเย็นเธอจัดการงานเสร็จและเตรียมตัวเลิกงาน“เหมยเหม่ย พวกเราไปกันเถอะ ไปเยี่ยมหยาหย่ากัน”“ค่ะ”หรงซูเก็บกระเป๋านักเรียนใบเล็กของเธอให้เรียบร้อยและถือให้ พลางจูงมือเล็ก ๆ ของเธอเดินออกจากห้องทำงานลงลิฟต์ไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดินบี
หรงซูเงยหน้าขึ้นมองเขา เอ่ยถามว่า “เรื่องอะไรเหรอคะ?”เจียงหวยซวี่เอ่ยว่า “อย่าติดต่อกับเซิ่งถิงเชินมากเกินไปเพียงเพราะเรื่องของเหมยเหม่ย”เมื่อหรงซูได้ยินดังนั้น ก็เข้าใจความหมายในคำพูดของเจียงหวยซวี่ขึ้นมาทันที “ฉันเข้าใจค่ะ”ระหว่างเธอกับเซิ่งถิงเชินแทบจะไม่มีการไปมาหาสู่หรือติดต่ออะไรกันเลย แต่ก็สมควรระวังเอาไว้หน่อยจริง ๆ“เสี่ยวอวี่บอกว่าหลังเลิกงานจะไปเยี่ยมหยาหย่าเหรอ?”หรงซูตอบอืมรับคำหนึ่ง“ได้ วันนี้ฉันต้องออกไปทำธุระหน่อย ถึงเวลาแล้วจะกลับมารับเธอที่บริษัทนะ”หรงซูตอบว่า “ได้ค่ะ”หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จเจียงหวยซวี่กลับไปที่ห้องทำงาน แล้วต่อสายโทรศัพท์ออกไปสายหนึ่ง “คุณไปตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดการถูกเข้าซื้อกิจการของบริษัทเอ็นเอสมาหน่อย”ปลายสายตอบรับ “ครับ”ช่วงบ่ายคล้อยขณะที่หรงซูกับซ่งเหยียนกำลังคุยเรื่องงานกันอยู่ ก็รับสายโทรศัพท์จากเซิ่งถิงเชินส่วนเรื่องที่ไม่ได้บล็อกเบอร์โทรศัพท์นั้น หลัก ๆ เป็นเพราะพวกเขายังคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดต่อกันเพราะเรื่องของเหมยเหม่ยเธอรับสาย ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร ก็ได้ยินเสียงของเซิ่งถิงเชินดังลอยมา เอ่ยว่า “วันนี้เ
สุดท้ายหรงซูก็อยู่ต่อวันนี้เหมยเหม่ยแค่พูดสุนทรพจน์ในชั้นเรียน หลังจากนี้ถึงจะไปพูดสุนทรพจน์ต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนคาบเรียนแรกของช่วงเช้าเหมยเหม่ยเตรียมตัวขึ้นเวทีพร้อมแล้ว ทั่วทั้งร่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจหรงซูและเซิ่งถิงเชินนั่งอยู่ตรงที่นั่งแถวหลังสุดหรงซูถือโทรศัพท์มือถือเตรียมพร้อมที่จะเริ่มบันทึกวิดีโอเหมยเหม่ยเริ่มต้นการพูดสุนทรพจน์ความยาวยี่สิบนาทีของตัวเองเหมยเหม่ยออกเสียงภาษาอังกฤษได้มาตรฐานมาก ตอนที่พูดสุนทรพจน์ก็มีพลังอำนาจมาก แววตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่จนไม่เหมือนเด็กอายุห้าขวบเลยสักนิดเด็ก ๆ ในห้องพากันนั่งตัวตรงตั้งใจฟังเหมยเหม่ยพูดหน้าชั้น เห็นได้ชัดเลยว่าเหมยเหม่ยมีอิทธิพลในชั้นเรียนมากทีเดียวเหมยเหม่ยยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้านจริง ๆวันข้างหน้าเธอจะต้องมีอนาคตที่สดใสและงดงามมากอย่างแน่นอน เธออาจจะสืบทอดธุรกิจของเซิ่งถิงเชินได้ด้วยซ้ำหลังจากการพูดสุนทรพจน์จบลงเด็ก ๆ ด้านล่างเวทีก็ปรบมือให้ทันทีหรงซูวางโทรศัพท์มือถือลง แล้วปรบมือให้เหมยเหม่ยตลอดเวลาเซิ่งถิงเชินเฝ้ามองลูกสาวด้วยแววตาที่ปิดบังความภาคภูมิใจเอาไว้ไม่มิด ท่าทีของเขาดูจะดีใจยิ่งกว่าตอนเจรจ
ความสนใจของเหมยเหม่ยถูกดึงดูดไปได้สำเร็จ เธอพูดว่า “ไม่กลัวค่ะ เมื่อคืนหนูเตรียมตัวมาเรียบร้อยแล้ว”หรงซูยิ้มแล้วพูดว่า “เหมยเหม่ยเก่งจริง ๆ”เหมยเหม่ยยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็ก ๆ สีขาวเรียงตัวสวย “เหมยเหม่ยจะเป็นเด็กที่เก่งที่สุด คุณน้าเอเวอลินจะได้ยิ่งชอบหนูไงคะ”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ในใจของหรงซูพลันรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในสายตาเต็มไปด้วยท่าทีที่รู้ความและว่านอนสอนง่ายของเหมยเหม่ย “ต่อให้เหมยเหม่ยไม่ได้ทำอะไรเลย น้าก็ชอบเหมยเหม่ยที่สุดอยู่ดีจ้ะ”เหมยเหม่ยดีใจมากที่ได้ยินคำตอบเช่นนั้น “หนูก็ชอบคุณน้าเอเวอลินที่สุดเหมือนกันค่ะ”“วันนี้เหมยเหม่ยต้องขึ้นไปพูดเรื่องอะไรล่ะ?” เซิ่งถิงเชินถามขึ้นเหมยเหม่ยหันกลับไปมองคุณพ่อพี่เลี้ยงยกมื้อเช้ามาเสิร์ฟจู่ ๆ เหมยเหม่ยก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ขณะที่กำลังกินเกี๊ยวเธอก็พูดกับคุณพ่อว่า “คุณพ่อคะ คราวก่อนที่หนูบอกคุณพ่อว่าคุณน้าชิงเยว่รังแกคุณน้าเอเวอลิน คุณพ่อต้องทวงความเป็นธรรมให้คุณน้าเอเวอลินนะคะ”เมื่อได้ยินดังนั้นหรงซูก็ชะงักไปเล็กน้อยตอนนั้นที่บ้านตระกูลหรง เหมยเหม่ยได้ยินบทสนทนาของพวกเธอไม่น่าเชื่อว่าแกจะเอาเรื่องนี้ไป







