LOGINลูกหว้า หญิงสาวรูปร่างหน้าตาสะสวยเป็นคนที่ไม่ได้เรียบร้อยมากเท่าไหร่แต่ก็รู้จักกาลเทศะและการวางตัวเป็นอย่างดี หลังจากที่เรียนจบมัธยมปลายเธอเดินเข้าไปเรียนต่อในกรุงเทพและกลับมาทำงานเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ด้วยความที่มีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นก็ทำให้เป็นที่สนใจของทั้งลูกค้าและผู้ที่ผ่านไปผ่านมาไม่น้อย
เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านก็มีลักษณะนิสัยที่ทำอะไรตามใจตัวเองอยู่บ่อย ๆ จนบางทีผู้เป็นบิดามารดาก็นึกเป็นห่วงในจุดนี้หากแต่ใครจะรู้ว่าไอ้นิสัยที่เป็นดังข้อเสียนี้ของเธอกำลังสร้างปัญหาใหญ่และเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล...
ใบหน้าสวยหวานของคนเมาโน้มเข้าขาชายตรงหน้ายังไม่ช้าไม่เร็วสุดท้ายก็ประกบจูบเขาได้จนสำเร็จ คราแรกเพียงแตะค้างเอาไว้เช่นนั้นไม่มีการรุกล้ำใด ๆ หากแต่เป็นชายผู้ถูกกระทำหากแต่เป็นชายผู้ถูกกระทำต่างหากที่ทนความหอมหวานตรงหน้าไม่ไหว
ริมฝีปากบางขบเม้มอวัยวะเดียวกันของอีกคนจนหญิงสาวต้องเปิดปากออกพร้อมอำนวยความสะดวกให้เขาเข้าไปสำรวจภายในได้อย่างอิสระ
"อื้มมม" เสียงครางหวานในลำคอของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มยิ่งเตลิดไปกันใหญ่
มือใหญ่ผลักร่างเล็กบางของคนเมากระทั่งชิดกับผนังพร้อมหลบมุมเพื่อออกห่างจากสายตาของคนที่อยู่แถวนั้นกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็พากันเข้ามาอยู่ในห้องโดยสารรถยนต์คันหรูราคาหลักสิบล้านของเขาเป็นที่เรียบร้อย
การโรมรันที่ยาวนานพร้อมกับห้วงอารมณ์ที่ไม่สามารถหยุดการกระทำเอาไว้ได้เพียงเท่านี้จนกว่าจะถึงง่วงอารมณ์สุดท้ายในค่ำคืนที่สุดแสนหฤหรรษ์ที่มากับความสุขสมทางกายเป็นครั้งแรกของหญิงสาวเจ้าสังคมที่ครองตนเป็นโสดมาตลอดทั้งชีวิต
.
.
แสงแดดของเช้าวันใหม่ส่องลอดผ้าม่านสีอ่อนกระทบกับเปลือกตาของผู้ที่อยู่ด้านในห้องนอนของตัวเองจนไม่สามารถนิทราต่อไปได้
"อื้มม" แขนเรียวทั้งสองข้างชูขึ้นสูงพร้อมเหยียดยืดคลายความตึงจากเส้นเอ็นและร่างกายอันบอบช้ำจากกิจกรรมบางอย่างมาทั้งคืน
เปลือกตาสีมุกค่อย ๆ กะพริบถี่ขึ้นก่อนจะปรับแสงให้เข้ากับความเจิดจ้าจากนอกห้องและลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกมึนหัวราวกับมีใครเอาคีมเหล็กมาบีบอยู่ก็ไม่ปาน
"อ๊ะ! เจ็บ" เธอยันตัวเองลุกจากที่นอนก่อนจะรู้สึกถึงความปวดร้าวไปทั้งร่างอย่างไม่รู้สาเหตุ
เมื่ออุทานออกมาแล้วสายตาหวานก็มองไปยังเบื้องหน้าเห็นพื้นห้องที่มีเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทางก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี
"ไม่นะ หรือว่า..." ความทรงจำมากมายในหัวไหลย้อนกลับเข้ามาเกือบทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ที่เธอดื่มหนักจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้และเดินออกมาที่หน้างานก่อนจะชนเข้ากับใครสักคน และเป็นเธอเองที่กระทำล่วงเกินคนนั้นก่อนด้วยตัวเอง และสุดท้ายก็พาเขามาที่บ้าน
ใบหน้าสวยหันไปที่เตียงอีกฝั่งทันทีเพราะนึกมาถึงตรงนี้แล้วมันคงเป็นอื่นไปไม่ได้อีกแล้ว
"กรี๊ดดดดด!!"
หญิงสาวกรีดร้องดังลั่นเพราะว่ามีคนที่มานอนอยู่บนเตียงด้านข้างของเธออยู่จริง ๆ และจากสภาพของเขากับเธอแล้วคงไม่ต้องเดาเลยว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน
"โอ๊ย! เสียงดังอะไรแต่เช้าเนี่ย เงียบ ๆ หน่อยสิ" ชายที่ถูกรบกวนการนอนจำต้องตื่นขึ้นมากะทันหันเพราะว่าเสียงของหญิงสาวที่ร่วมเสพสุขกับเขาเมื่อคืนนั้นโวยวายขึ้นมาเหมือนผีเข้าจนไม่อาจข่มตานอนหลับต่อไปได้
"คุณเป็นใคร?" เสียงตื่นตระหนกถามคนด้านข้างด้วยความอยากรู้เพราะในความทรงจำของเธอไม่รู้จักคนคนนี้มาก่อนเลย
"นี่เธอจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เหรอ..."
แกร่ก!
ไม่ทันให้ทั้งสองได้คุยอะไรกันมากมายนักประตูบานหนาก็ถูกเปิดออกโดยชายกลางคนผู้เป็นเจ้าของบ้าน
"เกิดอะไรขึ้น!! นี่มัน!!"
เสียงร้องด้านของหญิงสาวทำให้เสียงร้องดังของหญิงสาวทำให้คนที่อยู่ในบ้านต่างตกใจและพากันวิ่งกรูเข้ามาดู
ชายวัยกลางคนที่เห็นภาพตรงหน้าไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่นักยังดีที่ผู้เป็นบุตรสาวมีผ้าห่มห่อหุ้มกายเอาไว้มิดจนถึงคอ เพียงแต่ชายแปลกหน้าผู้นั้นล่อนจ้อนไม่มีอะไรบนตัวเลยสักชิ้น
"พ่อ..." เสียงหวานอ่อนลงถนัดตาเมื่อเห็นผู้เป็นบิดาที่หน้าประตู
"อะไรอีกวะเนี่ย" ชายตัวสูงสบถอย่างหัวเสียนอกจากเขาต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้าทั้งที่เพิ่งหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมงแล้วยังดูเหมือนว่ามีเรื่องยุ่งยากให้ต้องจัดการอีกด้วย
"ไอ้หนุ่ม เอ็งเป็นใครมาอยู่ในห้องลูกสาวฉันได้ยังไง" เสียงแข็งขึงขังพร้อมเดินมาหาชายผู้นั้นอย่างเอาเรื่อง ส่วนผู้ถูกถามก็รีบหยิบกางเกงที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับร่างบอบบางของหญิงกลางคนเดินเข้ามาสมทบในห้อง
"หว้าลูก...นี่มันเรื่องอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นร้องเสียงดังทำไม" บัวผู้เป็นมารดาเข้าไม่เห็นสถานการณ์ตรงนี้พอจะเดาเรื่องทั้งหมดออกได้ เพียงแต่เสียงร้องกรี๊ดของลูกสาวมันทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเกรงว่าจะถูกข่มเหง เพียงแต่สามีของเธอท่าทางจะโกรธจัดจนไม่อาจควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้อีกต่อไป
"ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะร้องเสียงดังหาพระแสงอะไร ทำตัวเหมือนคนพรหมจรรย์ไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ามาอย่างนั้นแหละ" ชายหนุ่มใส่เสื้อผ้าจนเรียบร้อยลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเตรียมตัวที่จะเดินออกจากห้องไป หากแต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าบ้านใครก็ออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น
"เอ็งจะไปไหน คิดว่าก่อเรื่องแบบนี้ไว้แล้วจะกลับออกไปได้ง่าย ๆ อย่างงั้นเหรอ" ชายกลางคนมายืนประจันหน้าคนตัวสูงด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่อง เขาจะไม่ยอมให้ลูกสาวของเขาเสียเปรียบเช่นนี้
"แล้วลุงจะเอายังไง" ใช่ว่าเขาจะเกรงกลัวคนอายุมากกว่าเสียที่ไหน ชายหนุ่มตอบกลับกลับไปพร้อมด้วยอารมณ์ที่พอ ๆ กัน ในเมื่อไปไหนไม่ได้ก็ต้องตกลงกันให้รู้เรื่องจะเอาอย่างไรเอาเงินเท่าไหร่เขาก็พร้อมจะจ่ายให้ทั้งสิ้น
"เอ็งโทรเรียกผู้ปกครองของเอ็งมาคุยกันที่บ้านเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจแน่" คนฟังถึงกับควันออกหูไม่รู้ว่าชายกลางคนคนนี้เอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้กล้าที่จะพูดกับเขาราวกับเป็นเด็กไม่หย่านม
"ทำทำไมต้องเรียกผู้ปกครองอะไรของลุงด้วย ผมอายุ 24 แล้วไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครองมาเคลียร์ปัญหาหรอกนะครับ"
"ถ้าเอ็งไม่ตามคนที่บ้านมาคุยกัน งั้นก็ไปคุยกันที่โรงพักเถอะไอ้หนุ่ม" ผู้เป็นประมุขของบ้านเอ่ยคำขาดพร้อมเดินลงไปด้านล่างโดยไม่ลืมจะหยิบเอาปืนลูกซองที่อยู่ข้างบันไดติดมือลงมาด้วย
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย น่ารำคาญชะมัดเลย"
"แม่บัว..." เสียงหวานของหญิงสาวที่เอาแต่นั่งร้องไห้บนเตียงเอ่ยขึ้นแผ่วเบาเรียกผู้เป็นมารดาอย่างใจเสีย เธอไม่รู้ว่าควรต้องทำอย่างไรต่อไปและไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ รู้เพียงแค่ว่าเธออาจกำลังสร้างปัญหาให้ทุกคนอยู่
"รีบแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงมาคุยกันข้างล่างเถอะ ส่วนเธออย่าลืมโทรตามคนที่บ้านมาด้วยล่ะ" ประโยคแรกผู้เป็นมารดาเอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิ ส่วนประโยคหลังหันมาบอกกับชายหนุ่มที่กำลังหัวเสียกับตัวเองที่ไม่อาจหักห้ามใจจนพาตัวเองมาอยู่ในจุดนี้
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบกลับอะไรหญิงผู้มีอายุมากกว่าหากแต่เขาหันมามองหน้าของหญิงสาวตัวต้นเรื่องด้วยความไม่พอใจ
"อย่าได้คิดจะทำอะไรที่เป็นการเอาเปรียบฉันเด็ดขาดนะ ฉันจะไม่มีวันให้เธอสมหวัง จำเอาไว้"
บทส่งท้ายเวลาลาวอาทิตย์กว่ากว่าที่พ่อเลี้ยงเมืองน่านไม่ได้กลับไปนอนที่ไร่ของตัวเอง มีเพียงแค่กลับไปเอาเสื้อผ้าของเจ้าเด็กน้อยลูกชายสุดที่รักของเขามาก็เท่านั้น ทำเอาคนงานต่างพูดไปกันว่าเจ้านายของพวกเขาสิ้นลายแล้วจริงๆ"กลับมาแล้วครับบบ" เสียงคนพ่อพูดขึ้นนำมาก่อน"น้องเพิร์ธก็กลับมาแล้วครับบบบ" ตามมาด้วยเสียงคนลูกเจื้อยแจ้วตามหลัง"กลับมาแล้วพี่น่านก็มาช่วยว่าขอดเกล็ดปลาหน่อยค่ะ" ไม่ทันให้ชายหนุ่มได้นั่งพักแม้เสี้ยววินาที ภรรยาคนเก่งคนดีของเขาก็เริ่มใช้งานแบบดุดันไม่เกรงใจใครเสียแล้ว"ครับ ๆ แม่เลี้ยงลูกหว้า" แต่ดูเหมือนเมืองน่านจะชินกับมันเสียแล้วคนตัวสูงทำงานตามภรรยาสั่งเขาแทบจะทุกอย่างก่อนจะนั่งกินข้าวและเตรียมตัวเข้านอนเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เพียงแต่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้นอนกับลูกชายแล้วเพราะมีคนแย่งตัวไปนอนกอดแทบทุกคืน"ทำอะไรอยู่เหรอคะ" ร่างเล็กบางเดินเข้ามาในห้องนอนก่อนจะเห็นว่าคนเป็นสามีนั้นกำลังนั่งขีด ๆ เขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดอยู่"ตรวจบัญชีเงินเดือนคนงานอยู่น่ะ" คนฟังก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถึงแม้อีกคนจะมาอยู่ที่บ้านหลังนี้กับเธอแต่เขาก็ยังมีงานในไร่ต้องทำอยู่"พี่น่านไม่กลับไร่
"แล้วทำไมแล้วทำไมพี่ไม่บอกหว้าล่ะ อีกอย่างมือถือพี่ก็ปิดเครื่องด้วยหว้าติดต่อพี่ไปเป็นชั่วโมงชั่วโมง" "พี่รีบไปหน่อยก็เลยทำพี่รีบไปหน่อยก็เลยทำมือถือตกอยู่ที่บ้านน่ะ แบตหมดไปตอนไหนก็ไม่รู้เพิ่งจะมาชาร์จเมื่อเช้านี้เอง" ชายหนุ่มอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับเธอได้ฟัง หวังเพียงแค่ลูกว่าเข้าใจก็เท่านั้น"แล้วตอนนี้... คุณขวัญตาเป็นยังไงบ้างเหรอคะ" หญิงสาวถามถึงผู้หญิงคนนั้นด้วยความอยากรู้ วันนี้ก็นับเป็นวันที่เจ็ดแล้วอีกคนจะอยู่หรือจะไปแม้ว่าเธอจะเก็บของย้ายออกจากไร่เจ้าเมืองมาแล้วแต่เธอก็ยังอยากรู้ข่าวคราวอยู่ดี"ที่จริงเธอแกล้งน่ะ" หญิงสาวหันมามองหน้าชายหนุ่มที่พูดคำนี้ออกมายังไม่เข้าใจ"หมายความว่ายังไงเหรอคะ""ความจริงแล้วเธอไม่ได้ตกบันไดจริง ๆ หรอกเธอแค่อยากให้พี่ไปไม่ทันแล้วทำให้เราทะเลาะกันน่ะ" ก็ไม่ใช่ว่าเขาใส่ร้ายอีกคนแต่อย่างใดเพียงแค่พูดความจริงเท่านั้นเอง"พี่รู้ได้ยังไงคะไปปรักปรำคุณขวัญตาเธอหรือเปล่า" ลูกหว้าเอ่ยถามก็เรียกการถอนหายใจแรง ๆ จากคนข้าง ๆ มาครั้งหนึ่ง"ขวัญตาทำกับเราขนาดนี้แล้วนะลูกหว้า เธอยังจะแก้ตัวแทนเขาอีกเหรอ" หญิงสาวเงียบไม่พูดอะไรเพราะเธอก็คิดแบบนั้นอย
..หลังจากขับรถวนหาที่จอดหน้าตลาดอยู่พักหนึ่งสุดท้ายแล้วเมืองน่านก็ได้ที่พร้อมเดินลงมาตามหาผู้เป็นภรรยาที่หนีออกจากบ้านไปของตัวเอง"พ่อน่านครับ แม่ว่าอยู่ที่ไหนเหรอน้องเพิร์ธเริ่มจะคิดถึงแม่ว่าแล้ว" สายตาของหนึ่งชายหนึ่งเด็กสอดส่องไปตามทางเดินที่คิดว่าลูกหว้าจะอยู่แถวนั้น แต่ก็ยังคงไร้วี่แวว"เดี๋ยวเราลองเดินหาดูก่อนนะครับ" เมืองน่านเพิ่งจะรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นคนที่ใจแข็งพอสมควร ยามที่โกรธกันมือถือก็ปิดเครื่องหนีได้ผู้คนในตลาดวันนี้ไม่ได้มีมากมายอะไรนักในที่สุดเมืองน่านก็เห็นแผ่นหลังของคนที่เขากำลังตามหาอยู่"จริงเหรอ ฮ่า ๆ ๆ""มันไม่ได้เลยนะแบบนั้นน่ะ"แต่ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นนั้นมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากเหลือเกิน ก็เพราะว่าหญิงสาวผู้เป็นที่รักของเขายามที่อยู่อยู่กับผู้อื่นกลับหัวเราะดูท่าจะมีความสุขมากกว่าตอนอยู่กับเขาเสียอีกไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงเขาทำให้มีวูบหนึ่งที่รู้สึกว่าลูกหว้ากับแบงก์ชายคนนั้นดูเหมาะสมกันอย่างที่เพื่อนร่วมรุ่นของเธอบอกจริงๆรอยยิ้มที่เขารักษาเอาไว้ไม่ได้บางทีอาจต้องให้คนอื่นเป็นคนรักษาให้ เช่นนั้นแล้วเมืองน่านก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีหน้าจะไปหาลูกหว้
ตอนที่ 13 น้องเพิร์ธพาพ่อน่านมาง้อ ๆ แม่หว้าครับรถยนต์คันหรูแล่นด้วยความเร็วระดับหนึ่งเพื่อหวังจะกลับไปที่บ้านของตัวเองให้ไวที่สุด กระทั่งมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านพักคนงานก็รีบวิ่งลงมาทั้งอย่างนั้นก่อนจะเปิดประตูเพื่อหาหญิงสาวที่เขาพูดจาไม่ดีใส่เมื่อคืน"ทำไม..." จากตอนแรกที่มาด้วยรอยยิ้มมันกลับหายไปเมื่อพบกับความว่างเปล่าของบ้านพักหลังนี้"พ่อเลี้ยงมาหาใครเหรอครับ" คนงานคนหนึ่งเดินมาถามผู้เป็นเจ้านายที่ดูท่ารีบร้อนไปไหนก็ไม่รู้"แม่เลี้ยงล่ะ แม่เลี้ยงไปไหน" หันมาหาคนงานพร้อมถามด้วยความร้อนหล่นอย่างที่สุด ตอนนี้เขามีความคิดบางอย่างเล่นเข้ามาในหัวเพียงแต่กลัวเหลือเกินว่ามันจะเป็นความจริง"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเหมือนกันครับ เห็นเก็บข้าวเก็บของแล้วก็มีคนมารับออกไปตั้งแต่เช้าแล้วครับ" คนฟังแทบใจสลายลูกหว้าคงโกรธเขามากแน่ ๆ ถึงได้เก็บข้าวของแล้วออกไปจากที่นี่แบบนี้ไม่รอช้าคนตัวสูงรีบวิ่งเข้าไปหาลูกชายตัวเองที่น่าจะอยู่กับแม่นมเวียนและพาอีกคนขึ้นรถมาอย่างงง ๆ"เพราะถ้าพาน้องเพิร์ธไปไหนเหรอครับ พาน้องเพิร์ธไปเที่ยวเหรอ" เด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเอ่ยถามขึ้นขณะที่มองไปยังทางเบื้องหน้าด้วยความเ
"ไอ้พวกเหี้ย มึงกล้าทำอย่างนี้กับเมียกูหรอ!! อย่ายุ่งเลยพวกมึง" ชายหนุ่มหยิบท่อนไม้ขนาดพอดีมือหวังฟาดไอ้คนเมาทั้งสองให้มันสลบคามือ"พี่น่าน! พี่น่าน ไม่ ไม่ทำ อึก!" ถ้าว่าหญิงสาวที่ได้สติขึ้นมากลับมาห้ามเอาไว้ทันที่เธอมาห้ามไม่ใช่เพราะสงสารไอ้คนพวกนั้นเพียงแต่เป็นห่วงสามีของตัวเองไม่อยากให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตเสียมากกว่าคนตัวสูงหันมามองผู้หญิงของตัวเองก็ได้สติมานิดหน่อยเขาเห็นว่าร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยมือของไอ้สวะพวกนั้น อีกทั้งเสื้อผ้าก็ไม่เรียบร้อยจึงเลือกที่จะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นมาแล้วเดินไปที่รถตัวเองก่อนขับมันกลับมายังบ้านของพวกเขา"ผลของความเอาแต่ใจของตัวเองหรือยังลูกหว้า" ทันทีที่มาถึงชายหนุ่มก็พูดใส่อารมณ์กับอีกคนทันที"แล้วฉันตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้รึไงคะ" อีกคนก็ไม่คิดจะยอมเหมือนกันถึงจะพึ่งผ่านเหตุการณ์ที่มันน่ากลัวขนาดนั้นมาแต่เธอก็ไม่ควรมาเจอคำพูดแรง ๆ จากใครเช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ไล่เธอลงจากรถเพื่อไปเจอเหตุการณ์นั้นเอง"แล้วจะโทษว่าเป็นที่ฉันรึไงล่ะ ฉันบอกให้เธอรออยู่ที่ร้านฉันจะไปรับเธอเอง แต่นี่อะไรรีบไปที่งานเพราะว่าจะไปหาไอ้แบงก์อะไรนั่นน่ะเหรอ"ใบหน้าสวยหวานเลอะคราบ
ชายหนุ่มพาผู้เป็นภรรยามานั่งอยู่ในรถด้วยความหัวเสีย เขารีบไปหาเธอหลังจากจัดการปัญหาที่บ้านเรียบร้อยแล้วหากแต่กลับไปเห็นว่าลูกหว้ากำลังกอดอยู่กับชายอื่นโดยมีบรรดาเพื่อนที่ยุยงแถมยังบอกว่าลูกว่าเหมาะสมกับคนคนนั้นมากขนาดไหน ยิ่งเพิ่มไฟโทสะให้เขาเป็นอย่างมาก"ขอบคุณนะคะที่เข้ามาช่วยฉันรับหน้าคนพวกนั้น" ในที่สุดก็เป็นหญิงสาวที่พูดทำลายความเงียบขึ้นมาก่อนหากแต่นั่นเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้ไฟ"ถ้าเธอรู้ว่าไปที่นั่นแล้วต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ ฉันถามจริง ๆ นะว่าเธอจะไปทำไม หาเรื่องใส่ตัวเองชัด ๆ เลย" คนตัวสูงใช้สรรพนามที่แปลกไปพูดกับอีกคนจนเธอรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง"ฉัน...ขอโทษนะคะ" เมื่อไม่รู้จะพูดคำไหนออกมาก็มีเพียงแค่การขอโทษเท่านั้นที่จะพอทำให้อีกคนคลายความโมโหได้"พูดแค่นี้ก็น้ำตาคลออีกแล้วนะ เธอไม่รู้ตัวบ้างเหรอว่าที่เธอเป็นแบบนี้มันน่ารำคาญมากแค่ไหนน่ะ" เขาพูดออกไปเพราะรู้สึกว่าลูกหว้าภรรยาของเขาควรจะมีความเข้มแข็งมากกว่านี้ แบบนี้ไม่สมกับเป็นคนที่เขาหลงรักเลยแม้แต่น้อย"ฉันไม่ได้ตั้งใจ อึก! ฉันขอโทษค่ะ" หญิงสาวเริ่มร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้งเพราะถูกอีกคนดุ ทั้งทั้งที่เขาเป็นคนมาช้าแท้ ๆ แต่ค







