تسجيل الدخولลูกหว้า หญิงสาวรูปร่างหน้าตาสะสวยเป็นคนที่ไม่ได้เรียบร้อยมากเท่าไหร่แต่ก็รู้จักกาลเทศะและการวางตัวเป็นอย่างดี หลังจากที่เรียนจบมัธยมปลายเธอเดินเข้าไปเรียนต่อในกรุงเทพและกลับมาทำงานเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ด้วยความที่มีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นก็ทำให้เป็นที่สนใจของทั้งลูกค้าและผู้ที่ผ่านไปผ่านมาไม่น้อย
เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านก็มีลักษณะนิสัยที่ทำอะไรตามใจตัวเองอยู่บ่อย ๆ จนบางทีผู้เป็นบิดามารดาก็นึกเป็นห่วงในจุดนี้หากแต่ใครจะรู้ว่าไอ้นิสัยที่เป็นดังข้อเสียนี้ของเธอกำลังสร้างปัญหาใหญ่และเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล...
ใบหน้าสวยหวานของคนเมาโน้มเข้าขาชายตรงหน้ายังไม่ช้าไม่เร็วสุดท้ายก็ประกบจูบเขาได้จนสำเร็จ คราแรกเพียงแตะค้างเอาไว้เช่นนั้นไม่มีการรุกล้ำใด ๆ หากแต่เป็นชายผู้ถูกกระทำหากแต่เป็นชายผู้ถูกกระทำต่างหากที่ทนความหอมหวานตรงหน้าไม่ไหว
ริมฝีปากบางขบเม้มอวัยวะเดียวกันของอีกคนจนหญิงสาวต้องเปิดปากออกพร้อมอำนวยความสะดวกให้เขาเข้าไปสำรวจภายในได้อย่างอิสระ
"อื้มมม" เสียงครางหวานในลำคอของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มยิ่งเตลิดไปกันใหญ่
มือใหญ่ผลักร่างเล็กบางของคนเมากระทั่งชิดกับผนังพร้อมหลบมุมเพื่อออกห่างจากสายตาของคนที่อยู่แถวนั้นกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็พากันเข้ามาอยู่ในห้องโดยสารรถยนต์คันหรูราคาหลักสิบล้านของเขาเป็นที่เรียบร้อย
การโรมรันที่ยาวนานพร้อมกับห้วงอารมณ์ที่ไม่สามารถหยุดการกระทำเอาไว้ได้เพียงเท่านี้จนกว่าจะถึงง่วงอารมณ์สุดท้ายในค่ำคืนที่สุดแสนหฤหรรษ์ที่มากับความสุขสมทางกายเป็นครั้งแรกของหญิงสาวเจ้าสังคมที่ครองตนเป็นโสดมาตลอดทั้งชีวิต
.
.
แสงแดดของเช้าวันใหม่ส่องลอดผ้าม่านสีอ่อนกระทบกับเปลือกตาของผู้ที่อยู่ด้านในห้องนอนของตัวเองจนไม่สามารถนิทราต่อไปได้
"อื้มม" แขนเรียวทั้งสองข้างชูขึ้นสูงพร้อมเหยียดยืดคลายความตึงจากเส้นเอ็นและร่างกายอันบอบช้ำจากกิจกรรมบางอย่างมาทั้งคืน
เปลือกตาสีมุกค่อย ๆ กะพริบถี่ขึ้นก่อนจะปรับแสงให้เข้ากับความเจิดจ้าจากนอกห้องและลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกมึนหัวราวกับมีใครเอาคีมเหล็กมาบีบอยู่ก็ไม่ปาน
"อ๊ะ! เจ็บ" เธอยันตัวเองลุกจากที่นอนก่อนจะรู้สึกถึงความปวดร้าวไปทั้งร่างอย่างไม่รู้สาเหตุ
เมื่ออุทานออกมาแล้วสายตาหวานก็มองไปยังเบื้องหน้าเห็นพื้นห้องที่มีเสื้อผ้ากระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทางก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี
"ไม่นะ หรือว่า..." ความทรงจำมากมายในหัวไหลย้อนกลับเข้ามาเกือบทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ที่เธอดื่มหนักจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้และเดินออกมาที่หน้างานก่อนจะชนเข้ากับใครสักคน และเป็นเธอเองที่กระทำล่วงเกินคนนั้นก่อนด้วยตัวเอง และสุดท้ายก็พาเขามาที่บ้าน
ใบหน้าสวยหันไปที่เตียงอีกฝั่งทันทีเพราะนึกมาถึงตรงนี้แล้วมันคงเป็นอื่นไปไม่ได้อีกแล้ว
"กรี๊ดดดดด!!"
หญิงสาวกรีดร้องดังลั่นเพราะว่ามีคนที่มานอนอยู่บนเตียงด้านข้างของเธออยู่จริง ๆ และจากสภาพของเขากับเธอแล้วคงไม่ต้องเดาเลยว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน
"โอ๊ย! เสียงดังอะไรแต่เช้าเนี่ย เงียบ ๆ หน่อยสิ" ชายที่ถูกรบกวนการนอนจำต้องตื่นขึ้นมากะทันหันเพราะว่าเสียงของหญิงสาวที่ร่วมเสพสุขกับเขาเมื่อคืนนั้นโวยวายขึ้นมาเหมือนผีเข้าจนไม่อาจข่มตานอนหลับต่อไปได้
"คุณเป็นใคร?" เสียงตื่นตระหนกถามคนด้านข้างด้วยความอยากรู้เพราะในความทรงจำของเธอไม่รู้จักคนคนนี้มาก่อนเลย
"นี่เธอจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เหรอ..."
แกร่ก!
ไม่ทันให้ทั้งสองได้คุยอะไรกันมากมายนักประตูบานหนาก็ถูกเปิดออกโดยชายกลางคนผู้เป็นเจ้าของบ้าน
"เกิดอะไรขึ้น!! นี่มัน!!"
เสียงร้องด้านของหญิงสาวทำให้เสียงร้องดังของหญิงสาวทำให้คนที่อยู่ในบ้านต่างตกใจและพากันวิ่งกรูเข้ามาดู
ชายวัยกลางคนที่เห็นภาพตรงหน้าไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่นักยังดีที่ผู้เป็นบุตรสาวมีผ้าห่มห่อหุ้มกายเอาไว้มิดจนถึงคอ เพียงแต่ชายแปลกหน้าผู้นั้นล่อนจ้อนไม่มีอะไรบนตัวเลยสักชิ้น
"พ่อ..." เสียงหวานอ่อนลงถนัดตาเมื่อเห็นผู้เป็นบิดาที่หน้าประตู
"อะไรอีกวะเนี่ย" ชายตัวสูงสบถอย่างหัวเสียนอกจากเขาต้องตื่นนอนตั้งแต่เช้าทั้งที่เพิ่งหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมงแล้วยังดูเหมือนว่ามีเรื่องยุ่งยากให้ต้องจัดการอีกด้วย
"ไอ้หนุ่ม เอ็งเป็นใครมาอยู่ในห้องลูกสาวฉันได้ยังไง" เสียงแข็งขึงขังพร้อมเดินมาหาชายผู้นั้นอย่างเอาเรื่อง ส่วนผู้ถูกถามก็รีบหยิบกางเกงที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับร่างบอบบางของหญิงกลางคนเดินเข้ามาสมทบในห้อง
"หว้าลูก...นี่มันเรื่องอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นร้องเสียงดังทำไม" บัวผู้เป็นมารดาเข้าไม่เห็นสถานการณ์ตรงนี้พอจะเดาเรื่องทั้งหมดออกได้ เพียงแต่เสียงร้องกรี๊ดของลูกสาวมันทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเกรงว่าจะถูกข่มเหง เพียงแต่สามีของเธอท่าทางจะโกรธจัดจนไม่อาจควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้อีกต่อไป
"ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะร้องเสียงดังหาพระแสงอะไร ทำตัวเหมือนคนพรหมจรรย์ไม่เคยผ่านเรื่องอย่างว่ามาอย่างนั้นแหละ" ชายหนุ่มใส่เสื้อผ้าจนเรียบร้อยลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเตรียมตัวที่จะเดินออกจากห้องไป หากแต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าบ้านใครก็ออกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น
"เอ็งจะไปไหน คิดว่าก่อเรื่องแบบนี้ไว้แล้วจะกลับออกไปได้ง่าย ๆ อย่างงั้นเหรอ" ชายกลางคนมายืนประจันหน้าคนตัวสูงด้วยสีหน้าท่าทางเอาเรื่อง เขาจะไม่ยอมให้ลูกสาวของเขาเสียเปรียบเช่นนี้
"แล้วลุงจะเอายังไง" ใช่ว่าเขาจะเกรงกลัวคนอายุมากกว่าเสียที่ไหน ชายหนุ่มตอบกลับกลับไปพร้อมด้วยอารมณ์ที่พอ ๆ กัน ในเมื่อไปไหนไม่ได้ก็ต้องตกลงกันให้รู้เรื่องจะเอาอย่างไรเอาเงินเท่าไหร่เขาก็พร้อมจะจ่ายให้ทั้งสิ้น
"เอ็งโทรเรียกผู้ปกครองของเอ็งมาคุยกันที่บ้านเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจแน่" คนฟังถึงกับควันออกหูไม่รู้ว่าชายกลางคนคนนี้เอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้กล้าที่จะพูดกับเขาราวกับเป็นเด็กไม่หย่านม
"ทำทำไมต้องเรียกผู้ปกครองอะไรของลุงด้วย ผมอายุ 24 แล้วไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครองมาเคลียร์ปัญหาหรอกนะครับ"
"ถ้าเอ็งไม่ตามคนที่บ้านมาคุยกัน งั้นก็ไปคุยกันที่โรงพักเถอะไอ้หนุ่ม" ผู้เป็นประมุขของบ้านเอ่ยคำขาดพร้อมเดินลงไปด้านล่างโดยไม่ลืมจะหยิบเอาปืนลูกซองที่อยู่ข้างบันไดติดมือลงมาด้วย
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย น่ารำคาญชะมัดเลย"
"แม่บัว..." เสียงหวานของหญิงสาวที่เอาแต่นั่งร้องไห้บนเตียงเอ่ยขึ้นแผ่วเบาเรียกผู้เป็นมารดาอย่างใจเสีย เธอไม่รู้ว่าควรต้องทำอย่างไรต่อไปและไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ รู้เพียงแค่ว่าเธออาจกำลังสร้างปัญหาให้ทุกคนอยู่
"รีบแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงมาคุยกันข้างล่างเถอะ ส่วนเธออย่าลืมโทรตามคนที่บ้านมาด้วยล่ะ" ประโยคแรกผู้เป็นมารดาเอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิ ส่วนประโยคหลังหันมาบอกกับชายหนุ่มที่กำลังหัวเสียกับตัวเองที่ไม่อาจหักห้ามใจจนพาตัวเองมาอยู่ในจุดนี้
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบกลับอะไรหญิงผู้มีอายุมากกว่าหากแต่เขาหันมามองหน้าของหญิงสาวตัวต้นเรื่องด้วยความไม่พอใจ
"อย่าได้คิดจะทำอะไรที่เป็นการเอาเปรียบฉันเด็ดขาดนะ ฉันจะไม่มีวันให้เธอสมหวัง จำเอาไว้"
..หลังจากได้รับคำอนุญาตจากพ่อเลี้ยงเมืองน่านแล้วลูกหว้าก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขับรถยนต์ของตัวเองกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ทันที ต้องยอมรับว่าเธอคิดถึงพวกท่านมากถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างกันไม่ไกลขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้เจอกันเลยนับตั้งแต่วันแต่งงานรถยนต์ที่เมืองน่านให้ยืมมาขับแล่นเข้ามาในรั้วบ้านที่สุดแสนคิดถึงก่อนจอดที่หน้าบ้านซึ่งไร้วี่แววของคนด้านใน"พ่อคะ แม่คะ อยู่บ้านกันไหมคะเนี่ย" เสียงหวานตะโกนลั่นเมื่อลงจากรถแล้วเดินเข้ามาด้านใน ประตูไม่ได้ทำการล็อกหากแต่ตัวคนไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้วเธอเดินเข้าไปตามห้องต่าง ๆ ที่คิดว่าพ่อกับแม่จะอยู่กระทั่งขึ้นมาจนถึงห้องนอนชั้นบนสุด"นอนกลางวันกันเหรอ" แต่นี่ยังไม่ทันเที่ยงเลยด้วยซ้ำพ่อกับแม่เธอไม่น่านอนกลางวันเร็วขนาดนี้ อีกอย่างไม่น่าจนจะนอนพร้อมกันทั้งคู่ด้วย ตอนนี้หญิงสาวเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นทุกทีมือเรียวปิดประตูห้องเข้าไปก่อนจะเห็นว่าพ่อกับแม่ของเธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงโดยมีอุปกรณ์ทำแผลอยู่เต็มไปหมด"หว้า มาทำไมไม่โทรบอกแม่ก่อน" บัวทักทายลูกสาวทั้งที่มือยังปิดขวดเบตาดีนไม่ทันเสร็จ"นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะพ่อแม่" ใบหน้าและตามร่างกายที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออ
บทที่ 5 เงินสินสอดที่หมดไปเสียงสะอื้นของหญิงสาวยามที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวไม่ได้ดังไม่ได้เบามาก แต่มันก็ทำให้คนมาใหม่ได้ยินเต็มสองหู"แม่เลี้ยงคะ เป็นอะไรเหรอ" ลำดวนเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ตกใจจนสะดุ้งตัวโยนหลังจากได้ยินเสียงของเธอ"เปล่า ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ" ลูกหว้ารีบบอกปัดพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบสองข้างแก้มไปอย่างลวก ๆ"มีอะไรก็คุยกับลำดวนได้นะคะ ถ้าลำดวนช่วยได้ลำดวนจะช่วยแน่นอนค่ะ" ว่าพร้อมถกแขนเสื้อแล้วช่วยอีกคนเอาจานที่ล้างแล้วไปครอบก่อนที่สายตาจะสังเกตเห็นคราบของกับข้าวบางส่วนที่ยังไม่ได้ล้าง"อื้อ ขอบใจนะ""เอ๊ะ! นี่แม่เลี้ยงทำต้มยำกุ้งน้ำข้นเหรอคะ" แค่เพียงเห็นจานที่ยังล้างไม่เสร็จคิดไม่ถึงว่าลำดวนจะรู้ว่าอาหารมื้อนี้เธอเป็นคนทำ"รู้ได้ยังไงเหรอ" ถามพร้อมหันหน้าไปมองคนด้านข้างอย่างรอคำตอบ"ก็เพราะว่าที่บ้านหลังนี้ไม่มีใครทำต้มยำกุ้งให้พ่อเลี้ยงกินหรอกค่ะ" ลำดวนตอบด้วยใบหน้าแสนซื่อก่อนจะคลายข้อสงสัยให้กับลูกหว้า "เพราะว่าเมื่อก่อนนายหญิงคนก่อน...เอ่อ แม่แท้ ๆ ของน้องเพิร์ธชอบทำเมนูนี้ให้กับพ่อเลี้ยงกินค่ะ นับตั้งแต่ที่เธอออกจากที่นี่ไปพ่อเลี้ยงก็ไม่ชอบกินเมนูนี้อีกเลย"ลูกหว้าไ
.."เดินให้มันเร็ว ๆ หน่อยไม่ได้หรือยังไง วันนี้ได้ทำงานที่รีสอร์ตมันสบายเกินไปหรือยังไง" เสียงทุ้มไม่พอใจที่หญิงสาวเดินกลับบ้านไปพลางชมนกชมไม้ไปพลาง ดูแล้วมันก็ออกจะขัดหูขัดตาเขาไม่ใช่น้อย"ถ้าคุณรีบคุณเดินไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวฉันกับน้องเพิร์ธกลับกันเอง" คนตัวเล็กว่าเช่นนั้นเด็กน้อยก็หันมาส่งยิ้มให้คนทั้งสองที่เดินตามเขาอยู่ด้านหลัง"ใช่ครับ พ่อน่านกลับไปก่อนเลยเดี๋ยวน้องเพิร์ธเดินเล่นกับแม่หว้าก่อนเองครับ" คนตัวสูงมองสองแม่ลูกไม่แท้อย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไง ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าเขารีบร้อนอะไรนักหนาหรอก เพียงแต่ไอท่าทางมีความสุขของลูกหว้านั้นมันทำให้เขาไม่พอใจทั้ง ๆ ที่เขาวางแผนมากมายเพื่อต้องการสั่งสอนให้เธอรู้ว่าตำแหน่งแม่เลี้ยงของไร่เจ้าเมืองนี้ไม่ใช่ว่าจะเข้ามาอยู่ได้สบาย ๆ แต่ใครจะคิดว่านอกจากเขาจะทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ยังไม่เข้าข้างเขาเลยสักครั้ง เป็นแบบนี้ต่อไปเกรงจะอกแตกตายเข้าสักวัน "เดิน ๆ ไปเถอะ" ว่าเช่นนั้นก็ยอมเดินตามสองแม่ลูกไม่แท้ต่อไปเงียบ ๆ"แม่หว้าครับ วันนี้แม่หว้าทำกับข้าวให้น้องเพิร์ธกินได้ไหมครับ" มือเล็กสอดเข้าไปในมือขาวของลูกหว้าพร้อมทั้งเงย
.."นมเวียนครับ แม่หว้าของน้องเพิร์ธล่ะครับ" เด็กน้อยทำการบ้านเสร็จก็เดินลงมาตามหาคนเป็นแม่เลี้ยงให้ทั่ว ซึ่งหากเป็นวันปกติแล้วเด็กน้อยจะต้องเอาตัวเองไปอยู่หน้าทีวีก่อนคิดออกไปเล่นกับเด็ก ๆ ในไร่เสมอ แต่วันนี้ต่างกันออกไป"แม่เลี้ยงทำงานอยู่ครับน้องเพิร์ธ ไปดูการ์ตูนไหมคะ เดี๋ยวนมเปิดให้" หากแต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเด็กตัวน้อยต้องการเลยสักนิด"น้องเพิร์ธอยากไปหาแม่หว้าครับ นมเวียนพาน้องเพิร์ธไปในไร่ได้หรือเปล่า" คนอายุมากคิดอยู่ครู่หนึ่งนี่คงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับไร่นี้ เธอเองก็ไม่เคยเห็นเด็กน้อยดูกระตือรือร้นจะทำเรื่องต่าง ๆ เช่นนี้มาก่อนเลย คิดดูแล้วมีแนวโน้มเป็นไปตามที่คุณนายดุจมณีพูดไม่มีผิดเพี้ยน"ได้ค่ะ เดี๋ยวนมเอาหมวกกับเสื้อคลุมให้นะคะ" ไม่นานนักหนึ่งคนแก่กับหนึ่งคนเด็กพากันเดินจูงมือไปทางไร่ส้มที่อยู่ห่างจากที่นี่พอสมควรก่อนเจอเข้ากับคนงานสักคนจึงได้นั่งรถเข้าไปยังหน้าไร่ส้ม"แม่หว้าของน้องเพิร์ธอยู่ที่ไหนเหรอครับ" เจ้าก้อนกลมลงรถปุ๊บก็เอ่ยถามคนงานที่อยู่แถวนั้นปั๊บ จากสรรพนามที่เจ้านายน้อยของพวกเขาใช้เรียกแม่เลี้ยงคนใหม่แล้วก็คงมีความสัมพันธ์ที่ดีใช้ได้เลย"อยู่ทางนั้
"มาแล้วค่ะ" เสียงหวานตะโกนไล่กลับไปพร้อมกับ รีบเดินไปที่หน้าประตูก่อนส่งมือขาวไปเปิดมันออกแกร่ก"แม่หว้าครับ" ทันทีที่ประตูบานหนาเปิดออกเด็กน้อยก็รีบปล่อยมือออกจากผู้เป็นพ่อก่อนโผเข้าหาหญิงสาวผู้ที่อยู่ในห้องทันที แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจในสถานการณ์เท่าไรแต่ก็ย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าก้อนแป้งหอมขึ้นมา"ว่าไงครับน้องเพิร์ธ มาหาแม่...เอ่อ มาหาน้ากลางดึกแบบนี้มีอะไรเหรอ" เธอถามเด็กน้อยพร้อมชายตามองคนพ่อสักนิดด้วยความใคร่รู้"วันนี้น้องเพิร์ธกินคุณผักเขียวเยอะมากเลยครับ น้องเพิร์ธเก่งไหม" เด็กน้อยถามคนที่อุ้มเขาเล่นเอาผู้ถูกถามงงหนักขึ้นไปอีก"เก่งครับ น้องเพิร์ธเก่งที่สุดเลย" ไม่ตอบเปล่าเธอยังฉวยโอกาสหอมแก้มนุ่มที่มีกลิ่นแป้งเข้าไปจนเต็มปอด ใจหนึ่งก็อยากจะฟัดเจ้าเด็กนี่ให้มากกว่านี้อีกสักนิด ทว่าอีกใจกลับรู้สึกเกรงใจเมืองน่านอยู่ไม่น้อย"ถ้าน้องเพิร์ธเก่งแล้วอย่างนั้นน้องเพิร์ธขอรางวัลจากแม่หว้าได้ไหมครับ" เขาพูดพร้อมส่งสายตาลูกหมาน้อยมาที่หญิงสาวแค่เพียงเท่านั้นใครที่เห็นจะไม่ใจละลายได้บ้าง"ได้ทุกอย่างเลยครับน้องเพิร์ธ อยากได้อะไรบอกน้าหว้ามาได้เลยครับ" เหยื่อเป็นอันติดกับเข้าแล้ว"น้องเพิร์ธอยา
ตอนที่ 4 กลั่นแกล้ง"แม่เลี้ยงอย่าคิดมากเลยนะคะ พ่อเลี้ยงก็เป็นคนปากร้ายแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะค่ะ" แม่นมเวียนผู้ที่รู้จักเมืองน่านดีกว่าใครในไร่นี้พูดกับหญิงสาวที่ทำหน้าเศร้าสลดลงเมื่อถูกสามีพูดจาไม่ดีใส่"ถึงจะปากร้ายมาตลอดแต่พ่อเลี้ยงก็พูดแต่ความจริงนะคะ คิดอะไรก็พูดอย่างนั้นมาตลอดเลย" ตามมาด้วยหญิงสาวที่เรียกเธอด้วยสรรพนามแปลก ๆ นั้นจนทำเธอน้อยเนื้อต่ำใจ ทั้ง ๆ ที่วันนี้ก็ไม่เคยมีใครเรียกเธอแบบนี้เลยรวมไปถึงลำดวนเองด้วย แต่ไม่รู้เพราะอะไรจู่ ๆ ก็พูดมันขึ้นมา"มันก็เพราะแกนั่นแหละที่พูดจาไม่รู้เรื่อง รีบไปทำงานของตัวเองเลยไป" คนอายุมากที่สุดรีบหันมาเอ็ดหญิงสาวที่ทำตัวไม่รู้ร้อนหนาวอะไรและเมื่ออีกคนเดินออกไปแล้วจึงได้หันมาพูดกับลูกหว้าอีกครั้ง"อย่าไปฟังที่นังลำดวนมันพูดเลยนะคะแม่เลี้ยง มันก็พูดไปเรื่อยนั่นแหละ""ค่ะ" ถึงจะรับปากไปเช่นนั้นแต่เธอก็อดจะคิดมากไม่ได้ "ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกค่ะ เพราะความจริงแล้วฉันกับคุณเมืองน่านก็โดนจับแต่งกันไม่ได้มีความรักอะไรแบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละค่ะ" ที่ต้องอยู่ด้วยกันทุกวันนี้ก็เพราะว่าต่างคนต่างต้องรักษาหน้าตาของครอบครัวตัวเอ







