LOGINเพราะเหตุผลบางอย่าง เขาจึงมาขอคบกับเธอ แต่เธอไม่รู้เลยว่าเขากำลังหลอกคบเธออยู่
View Moreแนะนำตัวละคร
เลออน อายุ22ปี สูง 188 เซนติเมตร นักศึกษาปี 4 บริหารธุรกิจ ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของประเทศ และยังมีธุรกิจอื่นอีกมากมาย รดา อายุ19ปี สูง 158 เซนติเมตร นักศึกษาปี 2 บริหารธุรกิจ . . . ตัวอย่าง “รุ่นพี่จะคบกับรดาจริงๆเหรอคะ” “อืม” . . . . . “ฉันพูดดีด้วยเธอก็ไม่ยอมพูดดีๆกับฉัน ฉันจะพูดคำว่าขอโทษ เธอก็ไม่ฟัง” “ฉันไม่อยากฟัง!” “แต่คืนนี้เธอจะได้ฟัง…” “แต่หลังจากที่ฉันเอาเธอเสร็จแล้วนะ” . . . . . “คืนนี้เธอจะต้องนอนที่นี่” “ฉันไม่อยากนอนกับคุณ” “เอากันจนน้ำแตกไปหลายรอบแล้ว แค่นอนให้ถึงเช้ามันจะเป็นไรไป” . . . . . . . . . . มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง โรงอาหาร หลังจากที่เลออน กัปตัน เจได และอลินรับประทานอาหารเสร็จ กัปตันและเจไดก็ลุกจากเก้าอี้ ก่อนที่กัปตันจะบอกเลออนกับอลินที่นั่งเคียงข้างกัน “พวกกูขอไปสูบบุหรี่ก่อนนะ” “อืม” เลออนพยักหน้ารับคำเพื่อนทั้งสอง จากนั้นกัปตันกับเจไดก็พากันเดินออกไปจากโรงอาหารที่มีขนาดกว้างขวาง ก่อนที่อลินจะเอ่ยกับเพื่อนร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างตัวเอง “เลออน เดือนหน้าฉันต้องหมั้นแล้วนะ” อลินเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าไม่สบายใจเมื่อต้องหมั้นกับลูกชายของครอบครัว ครอบครัวหนึ่งซึ่งเป็นการตกลงกันระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย “อืม” เลออนพยักหน้ารับรู้พลางรู้สึกใจหายวาบเมื่อผู้หญิงที่เขาแอบชอบมานานต้องไปหมั้นกับชายอื่น และเขาก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรเธอได้เพราะมันเป็นเรื่องในครอบครัวของเธอ คนที่ได้แต่แอบชอบข้างเดียวอย่างเขาก็ต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้อย่างเดิม อลินบอกเลออนตั้งแต่อยู่ปีสามแล้วว่าถ้าขึ้นปีสี่เธอก็จะต้องหมั้นกับคนที่พ่อของเธอจัดแจงเอาไว้ให้ เนื่องจากทางฝั่งครอบครัวว่าที่คู่หมั้นของอลินรู้จักและสนิทสนมกับครอบครัวของอลินมานาน ดังนั้นทั้งสองครอบครัวจึงอยากเกี่ยวดองกัน หรือเรียกอีกอย่างว่าหมั้นกันเพราะธุรกิจ “งั้นเราไปเรียนกันเถอะเลออน” จากนั้นทั้งสองจึงพากันเดินออกไปจากโรงอาหารแล้วเดินไปยังตึกคณะบริหารที่อยู่ไม่ไกล อีกด้าน “รดา เธอจะแอบมองรุ่นพี่คนนั้นอีกนานไหม” มินตาที่นั่งทานข้าวฝั่งตรงข้ามรดาเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองมองรุ่นพี่ปีสี่อย่างไม่วางตา “อ อ้อ เอ่อ” เมื่อมินตาเอ่ยทักขึ้น รดาก็ละสายตาจากรุ่นพี่ร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาและมีเรือนผมสีเทาอมน้ำตาลหันมาพูดกับเพื่อนด้วยท่าทีเก้อเขินที่เธอเผลอแอบมองรุ่นพี่บริหารจนลืมตัว “เธอแอบมองรุ่นพี่คนนั้นมาตั้งแต่เธอขึ้นปีหนึ่งแล้วนะรดา แล้วนี่ก็ขึ้นปีสองแล้ว ปีนึงแล้วนะที่เธอแอบมองพี่เขา” “ก็พี่เขาน่ามองนี่” รดาเอ่ยพร้อมระบายยิ้มเขินเมื่อพูดถึงรุ่นพี่ตัวสูงที่เธอแอบปลื้มและแอบมองมาหนึ่งปีแล้ว รดาเห็นเลออนครั้งแรกตอนวันเปิดเทอมวันแรก ตอนเธอเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยเธอเห็นเขาลงจากรถพอดี เมื่อเธอเห็นก็รู้สึกสะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเพราะเขาหล่อมาก ผิวขาว ตัวสูง พอหลังจากนั้นเธอก็ได้เห็นชายหนุ่มบ่อยๆ ส่วนมากจะเห็นเขาตอนมากินข้าวที่โรงอาหาร ทุกครั้งที่เห็นคนตัวสูง เธอจะมองเขาทุกครั้ง และเธอก็ได้รู้ว่าเขาเรียนปีสี่คณะบริหารธุรกิจซึ่งเป็นคณะเดียวกับเธอ “จะว่าไปรุ่นพี่คนนั้นก็หล่อมากเลยนะ แล้วก็เท่อีกต่างหาก เธอชอบมอง มันก็ไม่แปลกหรอกนะ” “ใช่ พี่เขาหล่อมาก” รดายิ้มปลื้มปริ่ม “ปีหน้าพี่เขาก็เรียนจบแล้ว และเธอก็จะไม่ได้มองเขาแบบนี้แล้วนะ ฉันจะขอแนะนำเธอ” “เธอจะแนะนำอะไรฉันเหรอมินตา” รดาเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย “เธอลองเข้าไปทักทายพี่เขาดูสิ” “ไปทักทายพี่เขางั้นเหรอ?” “ใช่ เข้าไปทักทายพี่เขาตามประสารุ่นน้องทักทายรุ่นพี่ไง” “ต้องเข้าไปพูดกับพี่เขายังไงบ้างเหรอ” รดาถามด้วยแววตาใสซื่อ “ก็เข้าไปสวัสดีพี่เขา แล้วเธอก็แนะนำให้พี่เขารู้จักไง” “พี่เขาคงไม่อยากจะรู้จักฉันหรอกมั้ง” รดาพูดออกมาด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจถ้าอยู่ๆจะให้เข้าไปทักทายเขา ถึงแม้ว่าเธอจะชอบเขาก็เถอะ เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยเข้าไปทักทายผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยและไม่เคยชอบใครแบบนี้ด้วย “เธออย่ากลัวสิรดา ถ้าเธอชอบพี่เขาเธอก็ต้องใจกล้าหน่อยสิ” มินตาพูดเชียร์เพราะเห็นว่าเพื่อนของเธอชอบรุ่นพี่ใบหน้าหล่อผมสีเทาคนนั้นมาก “พอแนะนำตัวเสร็จ แล้วฉันจะต้องพูดกับพี่เขายังไงต่อเหรอ” “ก็บอกพี่เขาไปสิว่าเธอชอบพี่เขามาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้ว” “จะให้ฉันไปบอกพี่เขาตรงๆแบบนั้นได้ไง ฉันไม่กล้าหรอก” “งั้นเอาเป็นว่าแค่เข้าไปทักทายและแนะนำตัวก็พอ ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอเอง” “แล้วเราจะไปกันเมื่อไหร่ดีล่ะ” “ตอนเย็นก็แล้วกัน” “ได้ งั้นเรารีบกินข้าวกันเถอะ” รดารับคำแล้วทั้งสองก็ทานข้าวกันต่อ จากนั้นจึงพากันกลับไปยังตึกคณะบริหารที่ตัวเองเรียน 15.20 น. เมื่อรดากับมินตาเรียนเสร็จก็พากันออกมาจากตึกคณะบริหารแล้วพากันสาวเท้าไปยังรถหรูของเลออนที่จอดอยู่ในลานจอดที่เขามักจะจอดที่เดิมทุกวัน ซึ่งรดารู้ดีเพราะตอนเช้าเธอมักจะเห็นเขาขับมาจอดตรงนั้นเกือบทุกวัน เมื่อสองสาวพากันเดินมาถึงลานจอดรถก็เห็นว่ารถของเขายังจอดอยู่ แล้วมินตาก็เอ่ยขึ้น “เรารอพี่เขาที่รถนี่แหละ อีกไม่นานพี่เขาก็คงมา” “อือ” รดาพยักหน้าหงึกๆในขณะที่หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นและประหม่า มินตากับรดายืนคุยกันจนกระทั่งยี่สิบนาทีผ่านไปก็เห็นร่างสูงของเลออนเดินมาที่รถของเขา มินตาที่เห็นก็ไม่รอช้าที่จะลากข้อมือของรดาเดินเข้าไปทักทายยังเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่มีผมสีเทาอมน้ำตาลเล็กน้อย “สวัสดีค่ะรุ่นพี่ หนูชื่อมินตา และนี่เพื่อนของหนูชื่อรดา เรียนอยู่ปีสอง พวกเราเรียนคณะเดียวกับรุ่นพี่ค่ะ” “อืม” เสียงทุ้มรับคำในลำคอด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วเดินไปยังรถสปอร์ตหรูของตัวเอง มินตาลากรดาไปที่รถของเขาแล้วพูดออกไป “หนูจะมาบอกรุ่นพี่ว่ารดาชอบรุ่นพี่มานานแล้วค่ะ” “มินตา!” รดาเผลอเปล่งเสียงออกไปพลางดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อมินตาบอกออกไปตรงๆ เธอไม่คิดว่ามินตาจะพูดแบบนี้ ก็ไหนบอกว่าแค่มาทำความสวัสดีและแนะนำตัวเฉยๆ “…” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติหันมองรดาที่มีท่าทีทำตัวไม่ถูกด้วยแววตานิ่ง ก่อนนัยน์ตาคมจะละจากใบหน้าเรียวได้รูปของรดาแล้วทำท่าจะเปิดประตูรถ แต่มินตาที่ใจกล้าก็พูดต่อ “รุ่นพี่ไม่สนใจเพื่อนของหนูบ้างเหรอคะ รดาเขาชอบรุ่นพี่ตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้วค่ะ” “…” ดวงตาคมเลื่อนไปมองยังใบหน้าเรียวเล็กของรดานิ่ง “มินตา เรารีบกลับบ้านกันเถอะ” รดาที่รู้สึกอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเอ่ยปากชวนมินตาพร้อมกับลากมินตาออกไป แต่ก็ไม่วาย “ว่าแต่…รุ่นพี่มีแฟนหรือยังคะ” “…” เขาก็นิ่งมองไปยังเจ้าของใบหน้าเรียวใสนิ่งอยู่อย่างนั้น “ถ้ารุ่นพี่ยังไม่มีแฟน รุ่นพี่ก็จีบเพื่อนของหนูได้นะคะ เพื่อนของหนูยังไม่มีแฟนค่ะ” มินตาเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าระรื่น ซึ่งผิดกับรดาที่รู้สึกอยากหายตัวไปจากตรงนี้เพราะรู้สึกกระดากอายเป็นอย่างมาก “มินตาไปเถอะ พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” รดาที่อายจนหน้าแดงเอ่ยพลางลากมินตาออกไปจากตรงนั้น แต่มินตาก็ยังขืนตัวเองไว้แล้วพูดต่อพร้อมกับยื่นกระดาษใบเล็กที่มีเบอร์โทรของรดาให้คนตัวสูง “ถ้ารุ่นพี่สนใจอยากจีบรดาก็โทรมาเบอร์นี้เลยนะคะ นี่เป็นเบอร์ของรดาค่ะ” มินตาเตรียมการเอาไว้ตั้งแต่อยู่ในห้องเรียนแล้วว่าเธอจะพูดแบบนี้กับรุ่นพี่และให้เบอร์โทรรดากับรุ่นพี่ “…” เลออนกดตามองกระดาษที่มินตายื่นให้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนที่มินตาจะพูดพร้อมกับยกมือไหว้คนตัวสูง “ขอโทษนะคะรุ่นพี่ ขออนุญาตนะคะ” พูดจบมินตาก็ใส่กระดาษลงไปในกระเป๋าเสื้อนักศึกษาของเลออน “พวกเราขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” มินตาพูดจบ จากนั้นทั้งสองจึงพากันเดินออกไป ก่อนที่เลออนจะเข้าไปนั่งในรถและขับไปยังคอนโดหรูของเขาที่อยู่ใจกลางเมือง“ถ้าเธอจะนอนก็นอนนะ พี่ไม่กวนแล้ว” ชายหนุ่มผละจากร่างอรชรแล้วเอ่ยออกไป“ค่ะ” ว่าแล้วรดาก็ทิ้งตัวนอน จากนั้นร่างสูงจึงออกจากห้องไปเลออนหยิบโทรศัพท์โทรหาอลินเพราะอยากรู้ว่าที่เธอโทรมาเมื่อกี้จะพูดอะไรตู๊ด‘นั่นนายอยู่ไหน’‘อยู่บ้าน’‘นายกลับบ้านเหรอ’‘ฉันอยู่บ้านรดา’‘นายทิ้งฉันเพื่อจะไปอยู่กับน้องรดาเนี่ยนะ’‘เธอจำรดาได้ด้วยเหรอ ก็ไหนบอกว่าความจำเสื่อม จำได้แต่ฉันคนเดียวไง’‘อ เอ่อ คือ ตอนนี้ความทรงจำของฉันเริ่มกลับมาบ้างแล้วละ’ อลินพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเมื่อถูกจับผิด อันที่จริงเธอไม่ได้ความจำเสื่อมหรอก แต่เธอโกหกพ่อกับแม่ว่าความจำเสื่อม จำใครไม่ได้เลยนอกจากเลออน ที่เธอต้องโกหกเพราะอยากให้เลออนมาอยู่กับเธอ‘ฉันดีใจด้วยนะอลินที่ความทรงจำของเธอเริ่มกลับมาแล้ว’ เลออนพูดออกไปอย่างยินดีพลางคิดในใจว่าอลินอาจจะแกล้งความจำเสื่อมเพื่อให้ได้อยู่ใกล้เขาก็ได้‘แล้วตอนเย็นนายจะเข้ามาหาฉันไหม’‘ฉันคงไม่ได้เข้าไปแล้วนะ’‘ทำไมล่ะ’‘รดาไม่สบาย ฉันต้องอยู่กับเขา’‘น้องรดาไม่สบายเป็นอะไร’‘รดาร่างกายอ่อนเพลีย เพราะเขาท้อง’‘น้องรดาท้อง! น้องรดาท้องกับนายงั้นเหรอ’ อลินหัวใจหล่นฮวบเมื่อรู้ว่ารดาท้อง
รดาเข้าครัวมาทำอาหาร เลออนเดินเข้ามาแล้วเอ่ยถาม“ทำอะไรกินเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย”“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือ ฉันจะทำเอง”“คนเป็นผัวก็ต้องช่วยเหลือเมียสิ”“…” เธอตวัดสายตามองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยแววตานิ่งดุ“ฉันพูดผิดตรงไหน” คิ้วหนาเลิกขึ้นพร้อมมุมปากหยักยกยิ้มอ่อนๆ“ใครจะอยากเป็นเมียผู้ชายที่ชอบโกหกหลอกลวง”สิ้นเสียงหวานเอ่ยเลออนก็ดึงร่างเล็กเข้ามาโอบกอดด้วยความอ่อนโยนพลางยกมือข้างหนึ่งลูบหัวเล็กเบาๆพร้อมกับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“พี่ขอโทษที่เคยพูดโกหกและหลอกคบเธอ พี่ขอโทษที่เมื่อก่อนไม่เคยให้ความสำคัญกับเธอ ขอโทษที่ทำอะไรโดยไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลย”“…” เธอหัวใจสั่นไหวเมื่อได้ยินสรรพนามที่เขาพูดแทนตัวเองว่าพี่ และน้ำเสียงที่พูดนั้นอ่อนโยนกว่าปกติมาก“พี่เคยมองข้ามเธอ แต่มาตอนนี้รดาคือคนสำคัญของพี่นะ” เขาพูดพลางจูบที่ศีรษะของเธอแผ่วเบา“…”“รดาช่วยยกโทษและเปิดโอกาสให้คนเลวคนนี้อีกสักครั้งจะได้ไหม แล้วพี่จะไม่ทำให้เธอต้องผิดหวังและเสียใจอีก”“…”“พี่ขอโทษที่ไปอยู่เฝ้าอลินหลายวัน อลินความจำเสื่อมพี่ก็เลยสงสาร พี่จะกลับตั้งแต่วันแรกนั่นแหละ แต่อลินขอไว้ พี่ก็เลยจำต้องอยู่กับเขา
สามวันผ่านไปเป็นเวลาสามวันแล้วที่เลออนอยู่เฝ้าอลินที่โรงพยาบาลโดยไม่ได้กลับมาที่คอนโดเลยด้านรดาในระยะสามวันที่ผ่านมานี้เธอคิดดีแล้วว่าควรจะลาออกจากบริษัทของเขา แล้วไปทำงานที่อื่นบริษัทก๊อกๆรดาเคาะประตูห้องทำงานของทนงศักดิ์แล้วเปิดเข้าไปพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ“ท่านประธานคะ”“หนูรดามีธุระอะไรจะคุยกับฉันเหรอ นั่งก่อนสิ” รดานั่งลงแล้วพูดออกไปด้วยท่าทีลำบากใจเมื่อจะต้องลาออกจากงานก่อนครบสัญญา“ถ้ารดาจะขอลาออก…” เธอยังพูดไม่ทันจบประโยคทนงศักดิ์ก็เอ่ยขึ้น“ถ้าหนูรดาจะลาออกก่อนจะครบสัญญาก็ลาออกได้เลย และฉันก็จะไม่เรียกร้องอะไรจากหนู” เขารู้ว่าหญิงสาวคงรู้สึกลำบากใจเกี่ยวกับเรื่องลูกชายของเขาจึงอยากลาออก“รดาขอขอบคุณท่านประธานมากนะคะ” รดาเอ่ยพร้อมกับยกมือไหว้คนตรงหน้าอย่างนอบน้อม“ฉันเข้าใจหนูรดานะ หนูคงรู้สึกลำบากใจเกี่ยวกับเลออน…”“งั้นเดี๋ยวฉันจะช่วยหางานที่อื่นให้หนูทำนะ”“ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน พอดีรดามีงานที่จะทำแล้วค่ะ” เธอไม่อยากรบกวนจึงบอกว่ามีงานทำแล้ว“อ๋อ งั้นฉันก็ขอให้หนูรดาโชคดีนะ”“ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน รดาขอตัวนะคะ สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้บอกลาเสร็จก็ออกไปจากห้องท
โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งแผนกสูตินรีเวชห้องตรวจ“ตอนนี้คุณตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์แล้วนะคะ ยินดีด้วยค่ะคุณแม่” หมอสาวบอกผลตรวจด้วยรอยยิ้มยินดี“…” รดาที่ได้ยินอย่างนั้นก็เหมือนกับวิญญาณหลุดออกไปจากร่าง เธอท้องจริงๆงั้นเหรอ แล้วทีนี้เธอจะทำยังไงดี“เดี๋ยวหมอจัดยาบำรุงให้ไปทานหนึ่งเดือนก่อนนะคะ เดือนหน้าหมอจะนัดมาตรวจอีกที”“ค่ะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบาพลางดวงตาเหม่อลอย“คุณพ่อมาด้วยหรือเปล่าคะวันนี้”“อ เอ่อ ไม่มาค่ะ”“งั้นก็ไปรอรับยาได้เลยนะคะ”“สวัสดีค่ะคุณหมอ” เธอยกมือไหว้หมอสาวแล้วออกจากห้องไปก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แม่ของเลออนออกมาจากห้องตรวจห้องข้างพอดี นงค์ฤดีที่เห็นรดาจึงเข้าไปทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที“หนูรดามาทำอะไรเหรอ”“อ อ้อ เอ่อ คือ” รดาที่กำลังใจลอยอยู่ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงทักทายจากแม่ของเขาก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก“หนูรดาเป็นอะไรถึงได้มาหาหมอ”“รดา…กระเพาะปัสสาวะอักเสบน่ะค่ะ”“อ๋อ”“แล้วคุณป้ามาตรวจอะไรเหรอคะ”“ป้ามาตรวจภายในน่ะ”“อ๋อค่ะ งั้นรดาขอไปรับยาก่อนนะคะ”“ป้าก็จะไปห้องการเงินเหมือนกัน เราไปพร้อมกันนะ”“ค่ะ” จากนั้นทั้งสองจึงพากันเดินออกไปยังห











