LOGINและยังมีชื่อที่ไม่ได้ถูกเอ่ย ที่มังกรรู้ว่า พนิตาหมายถึงใคร
“หยุดพูดถึงวิ!” มังกรตะคอก
“ทำไมคะ ทรายพูดไม่ได้?” พนิตาเอียงหน้า ช้อนสายตาถาม
นิลมณีรีบเข้ามาแทรกระหว่างทั้งสองคน
“โอ๋ว่า…พอเถอะค่ะพี่มังกร พี่ทรายคงแค่...”
“โอ๋... เธอไม่ต้องพูด” พนิตาหันไปมองนิลมณี ครั้งนี้สายตาไม่หลงเหลือมิตรภาพอีกแล้ว แววตาเย็นเฉียบจนอีกฝ่ายชะงัก
“เรื่องนี้…ไม่เกี่ยวกับเธอ” คำพูดนั้นทำให้นิลมณีหน้าเสียไปวูบหนึ่ง พนิตาหันกลับมามองมังกรตรงๆ
“พี่มังกรจำวันที่ให้กล่องดนตรีทรายได้ไหมคะ”
คำถามนั้น…ทำให้เขาชะงัก
“ตอนนั้น… พี่ยินดีให้ทรายเอง แต่ตอนนี้ พี่ตบทราย” เธอแตะแก้มตัวเองเบาๆ ตรงรอยแดง
ความจริงที่ถูกพูดออกมากลับเจ็บยิ่งกว่าคำด่าใดๆ เสียอีก
มังกรเม้มปาก เหมือนจะพูดอะไร แต่พนิตาไม่เปิดโอกาส
“ไม่เป็นไรนะคะ เพราะในสายตาพี่…ทรายคงไม่เคยมีค่าอะไรอยู่แล้ว” เธอยิ้มอีกครั้งแบบน่ากลัว หัวใจของมังกรกระตุกแรง
“ต่อไปนี้ทรายจะไม่ยืนรอ ให้ใครดูถูกว่า อยากช่วงชิง หรือแค่เป็นคนคอยหาเศษหาเลยจากพี่ค่ะ” เธอพูดช้าๆ ทีละคำ
ความหมายของมันชัดเจนจนไม่ต้องอธิบาย นิลมณีเริ่มรู้สึกไม่ดี สถานการณ์กำลังหลุดจากการควบคุม
“พี่ทราย…” เธอพยายามเรียก แต่พนิตาไม่มอง ทั้งไม่สนใจ พนิตาเพียงมองมังกร
“ถ้าวันหนึ่งมีอะไรบางอย่างหายไป อยากรู้จังพี่จะรู้สึกยังไง อะไรที่ว่าเป็นของตาย มันอาจจะมีชีวิต แล้วโบยบินหนีไปก็ได้ค่ะ”
คำพูดนั้น…เหมือนคำสาปที่ติดอยู่ในใจของมังกร เขากลัวการสูญเสียอยู่แล้ว
พนิตาหมุนตัว แล้วเดินออกจากห้องไปนั้นอีกครั้ง คราวนี้…ไม่มีใครเรียกเธอ หรือรั้งเธอไว้ ฝีเท้าของพนิตาค่อยๆ ห่างออกไป จนเหลือเพียงความว่างเปล่า
มังกรยืนอยู่ตรงนั้น มือที่เพิ่งตบเธอ…ยังคงค้างอยู่กลางอากาศ เขาค่อยๆ กำมันแน่นจนเส้นเลือดขึ้น ไม่รู้ว่าทำไม ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ในอก…มันแน่น จนหายใจไม่ออก
เขามองไปที่ถังขยะ เศษอาหาร…เศษความตั้งใจ…เศษบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นค่า ตอนนี้มันถูกทิ้งไปหมดแล้ว เหมือนบางอย่างในชีวิตเขาที่เพิ่งหลุดมือไป โดยที่เขา…ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
คืนนั้น บ้านทั้งหลังจมอยู่ในความมืด
เงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง พนิตานั่งนิ่งอยู่บนเตียง แสงไฟจากโคมเล็กๆ ส่องให้เห็นเงาของเธอทอดยาวไปบนผนัง
ในมือ…คือที่ตรวจครรภ์ เส้นสองขีดชัดเจน ชัดจนไม่อาจปฏิเสธ ปลายนิ้วของเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลูบผ่านมันเหมือนกำลังสัมผัสสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มองไม่เห็น
ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาสั่นไหว แล้วหยดน้ำตาก็ร่วงลงมา เพียงหยดเดียว ไหลช้าๆ ผ่านแก้มขาวซีด แต่ยังไม่ทันจะไหลถึงปลายคาง…มันก็ถูกเช็ดออกไป ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบ เหมือนหัวใจที่ค่อยๆ ดับลงทีละนิด
“ลูกแม่… พ่อเขาจำไม่ได้ แม้แต่วันครบรอบของเรา” เสียงแผ่วเบา แทบจะเป็นเพียงลมหายใจ คำพูดนั้นลอยอยู่ในความเงียบ
พนิตาหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจลึก ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง แววตาของเธอเปลี่ยนไป ไม่ใช่ความอ่อนแออีกต่อไป แต่มันคือความนิ่ง…ที่ผ่านการแตกสลายมาแล้ว
“แม้จะไม่มีวันยอมให้สองคนนั่น เหยียบย่ำแม่ได้อีกแล้ว หนูคอยดูนะลูก”
เช้าวันรุ่งขึ้น
ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอย่างน่าประหลาด เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
พนิตายืนอยู่หน้าชุดกาแฟ มือเรียงถ้วยอย่างเป็นระเบียบ การเคลื่อนไหวของเธอช้าๆ เหมือนทุกวัน เหมือนเธอยังเป็นภรรยาคนเดิม
แก้วกาแฟถูกวางลงตรงหน้าที่นั่งของมังกร ข้างกันนั้น…คือยาบำรุงร่างกายของเขา เธอจัดมันไว้เรียบร้อยเหมือนเคย แม้แต่ความรู้สึก…เธอก็ไม่ปล่อยให้หลุดออกมา
เสียงฝีเท้าดังขึ้น... มังกรเดินลงมาจากชั้นบน สีหน้าเขายังเรียบเฉยเหมือนเดิมเหมือนเมื่อคืน…เป็นแค่ภาพลวงตา
เขานั่งลง สายตาเหลือบมองกาแฟตรงหน้า ก่อนจะเงยขึ้นมองพนิตาเพียงแวบเดียว แต่แวบนั้น…มีบางอย่างที่เขาอ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร... เสียงหวานก็ดังขึ้น
“พี่ทรายคะ…” นิลมณีเดินลงมาจากบันได ชุดนอนบางเบาแนบเนื้อ เสริมให้รูปร่างของเธอดูอ่อนช้อยและน่าทะนุถนอม ใบหน้ามีรอยยิ้มละมุนที่ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู ถ้าไม่รู้จักดีพอ
“เมื่อคืนโอ๋นอนไม่ค่อยหลับเลยค่ะ” เธอเอ่ยเสียงอ่อน พลางเดินมาหยุดข้างมังกร
“พี่มังกรต้องเข้ามาดูตั้งหลายรอบ”
คำพูดนั้นพูดออกมาอย่างตั้งใจ
“โอ๋น่ะต้องขอบคุณพี่ทรายนะคะ…ที่เข้าใจ” รอยยิ้มของเธอหวาน แต่อาบไปด้วยยาพิษ
พนิตาไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะหันไปมอง ก่อนจะยกน้ำชามาวางลงตรงหน้ามังกร เสียงชุดเครื่องเคลือบกระทบโต๊ะเบาๆ
“จริงหรือครับ แด๊ดดี้... วิลลี่อยากไป” คำว่าของเล่นและขนม ดึงดูดใจหนุ่มน้อยเหลือเกิน เปรียบเสมือนเวทมนตร์วิเศษที่สะกดวิญญาณของน้องอนาวิลได้เด็กชายทำตาโตเป็นประกายวาววับราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ น้องอนาวิลเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที หันขวับไปเขย่าแขนมังกรแรงๆ จนตัวของหนูน้อยเองที่สั่น“แด๊ดดี้! แด๊ดดี้ฮะ ได้ยินมั้ยฮะ ลุงโทมัสบอกว่ามีร้านของเล่นกับร้านขนมด้วย” เด็กชายส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นสุดขีดความง่วงเหงาหาวนอนและความเหนื่อยล้ากระเด็นหายไปสิ้น“วิลลี่อยากไป แด๊ดดี้พาวิลลี่ไปซื้อขนมนะ น่า... นะ... แด๊ดดี้สุดหล่อของวิลลี่” โดนลูกยอเข้าไป มังกรก็หลุดหัวเราะเสียงดังน้องอนาวิลงัดไม้ตายมาอ้อนๆ ชายหนุ่มหันไปมองโทมัสอย่างรู้ทันว่า ลูกน้องคนสนิทจงใจเอาเรื่องนี้มาล่อหลอกเด็กน้อย เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น ซึ่งมันก็ได้ผลเกินคาด“เอาไงดีล่ะครับคุณแม่... ลูกชายอ้อนขนาดนี้แล้ว อนุมัติให้สองพ่อลูกลงไปยืดเส้นยืดสาย และหาเสบียงมาตุนไว้หน่อยได้ไหมครับ”มังกรหันไปถามความเห็นของพนิตาด้วยน้ำ
“วิลลี่อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ เลย อยากให้แด๊ดดี้กับคุณแม่กอดวิลลี่แบบนี้ทุกวัน”เด็กชายช้อนตาขึ้นมองมังกรอย่างอ้อนวอน แววตาใสซื่อนั้นมีพลังทำลายล้างกำแพงน้ำแข็งในใจของผู้ใหญ่ได้อย่างชะงัดนัก“ได้สิครับลูก...” มังกรตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักแน่นชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับพนิตา แววตาของเขาแฝงไปด้วยคำมั่นสัญญา“แด๊ดดี้จะอยู่กอดวิลลี่กับแม่ทรายแบบนี้ทุกวัน จะไม่ยอมหนีไปไหน และจะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเราออกจากกันอีกแล้ว แด๊ดดี้สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ”“เย่! แด๊ดดี้ใจดีที่สุดเลย”อนาวิลชูมือขึ้นสุดแขนด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปเกาะแขนมังกรเขย่าเบาๆ“แด๊ดดี้เก่งจังเลยฮะ ตอนที่มีโจรจับตัววิลลี่กับแม่ทราย แด๊ดดี้ก็ทำแบบนี้” ทำมือเป็นปืน“แล้วยิงปืนปังๆ ปราบผู้ร้ายได้เหมือนซูเปอร์ฮีโร วิลลี่โตขึ้น วิลลี่อยากเก่งเหมือนแด๊ดดี้”คำชมเปาะจากปากลูกชายตัวน้อยทำเอามังกรถึงกับหัวเราะร่วน ชายหนุ่มยืดอกรับคำชมอ
บรรยากาศอันแสนซาบซึ้งของสองหนุ่มสาวกำลังดำเนินไป แต่กลับถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเล็กๆ ที่ดังแว่วมาจากร่างเล็กๆ ของลูกชาย ที่นอนอยู่ตรงกลางก็ว่าได้ ระหว่างพ่อกับแม่ เสียงหัวเราะใสแจ๋วราวกับกระดิ่งเงินแก้วดังขึ้นเบาๆ“คิก... คิกคิก...” ทำลายความเงียบงันภายในห้องมังกรและพนิตาชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆ ผละร่างออกจากกันอย่างเชื่องช้า ทั้งสองก้มไปมองยังต้นเสียงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายร่างของหนูน้อยอนาวิลที่ควรจะหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าและฤทธิ์ยา กลับตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เด็กชายตัวน้อยในชุดผู้ป่วยสีอ่อนกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ท่ามกลางพ่อกับแม่สองมือน้อยๆ ยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนแก้มยุ้ยๆ ทั้งสองข้างดันขึ้นเป็นก้อนกลมดวงตาคู่โตที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อส่องประกายวิบวับไปด้วยความซุกซนและไร้เดียงสา ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือขวัญเสียจากเหตุการณ์เลวร้ายหลงเหลืออยู่อีกเลย“วิลลี่... ลูกตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” คนเป็นพ่อถาม“แด๊ดดี้” เรียกเสียงใส และหันไปมองหน้าแม่
หยาดน้ำตาผู้ชายไหลร่วงเผาะลงมากระทบหลังมือบางของพนิตาหยดแล้วหยดเล่า ความอ่อนแออย่างถึงที่สุดของเขา ที่ยอมเปลือยความรู้สึก ละทิ้งทิฐิทุกอย่างต่อหน้าเธอ ทำให้อกของพนิตาบีบรัดรุนแรง ความทรงจำร้ายๆ ในอดีต ภาพวันที่เขาละเลยความรู้สึกของเธอ วันที่เขาเดินหันหลังให้ จนเธอต้องหอบท้องลูกของเขาหนีข้ามโลกมาพึ่งใบบุญบิดามารดาเลี้ยง ก็วาบเข้ามาในหัวความรู้สึกสับสนระคนปั่นป่วนแล่นริ้วขัดแย้งกันอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง ด้านหนึ่งเธอยังคงเจ็บปวดกับแผลเก่าที่คิดว่าไม่มีวันหายแต่อีกด้านหนึ่ง ภาพที่เขาไล่ล่าคนร้าย และแสดงตนเองว่าพร้อมจะกางปีกปกป้องเธอกับลูก มันก็ช่างเด่นชัดเกินกว่า...จะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นด้วยความสับสนและอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงอย่างไม่อาจควบคุม พนิตาแค่นแรงหายใจเฮือกหนึ่ง และตัดสินใจยื้อข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา และในที่สุด หญิงสาวได้ยกฝ่ามือบางขึ้นมา แล้วตบเข้าที่ใบหน้าสากๆ ของมังกรฉาดใหญ่เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นก้องห้องพักฟื้นที่เคยเงียบสงัด ใบหน้าคมคายของมังกรสะบัดไปตามแรงตบทว่าชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือขยับหนีแม้แต่น้อย เขาย
ความรู้สึกผิดนั้นก็ถูกทับถมด้วยสัจธรรมอันโหดร้ายว่า หากในวินาทีวิกฤตนั้น เขาไม่ตัดสินใจเหนี่ยวไกปืนยิงยางรถยนต์ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของไอ้มูซาผลลัพธ์หลังจากนั้นอาจจะเลวร้ายกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า หากปล่อยให้คนร้ายพาภรรยากับลูกชายของเขาเดินทางออกไปไกลแสนไกล เข้าสู่เขตแดนป่าเถื่อน หรือซ่อนตัวในสลัมลึกจนคลาดกัน มังกรคิดว่า... เรื่องราวจะใหญ่โตและบานปลายจนเกินกว่าที่อำนาจเงินหรืออิทธิพลใดๆ ของคุณอนันต์ หรือว่าของเขา จะตามยื้อชีวิตของดวงใจทั้งสองดวงกลับคืนมาได้‘ทราย... พี่ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยจริงๆ พี่แค่อยากรักษาชีวิตของทรายกับลูกเอาไว้ให้อยู่ในสายตาของพี่’ชายหนุ่มรำพึงรำพันในใจ แววตาคู่นั้นหม่นเศร้า เขาอุ้มลูกมานั่งข้างเตียงของเธออีกครั้ง สายตาทอดมองท่อนแขนเรียวของพนิตา ที่มีผ้าก๊อซสีขาวปิดทับรอยแผลครูดเอาไว้ ความเจ็บปวดลึกๆ แล่นริ้วเข้ามาในอกของเขาชวนให้อึดอัดหลังจากลูบหลังและกระซิบบอกรักปลอบประโลม เสียงสะอื้นของน้องอนาวิลก็ค่อยๆ เงียบลง ลมหายใจของเด็กชายเริ่มกลับมาสม่ำเสมอเปลือกตาบางสุกใสเริ่มปรือปรอยลงด้วยความ
กลิ่นสะอาดทว่าเย็นชืดของน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน ดูเหมือนจะค่อยๆ จางหายไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อกระแสไออุ่นจากความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้น เริ่มก่อตัวขึ้นปกคลุมร่างของคนทั้งสามบนเตียงคนไข้สีขาวสะอาด พนิตานอนเหยียดกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหวานซับสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากได้รับน้ำเกลือ และสารอาหารผ่านทางสายยางทว่าดวงตาคู่สวยยังคงปิดสนิทลง ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด ร่างกายของเธอเจ็บร้าวและระบมไปหมดทุกตารางนิ้ว ผลจากแรงกระแทกยามที่รถยนต์พลิกคว่ำกลางลานฝุ่นแม้แพทย์จะยืนยันว่า ไม่มีกระดูกส่วนใดแตกหัก และไม่มีอาการเลือดออกในสมอง แต่ความบอบช้ำภายใน ทั้งบาดแผลครูดทั่วทั้งท่อนแขนและแผ่นหลัง ก็ทำให้เธอแทบจะขยับเขยื้อนกายไม่ได้เลยในยามนี้ มังกรขยับเก้าอี้เข้ามานั่งอยู่ข้างเตียงของเธออย่างเงียบเชียบชายหนุ่มทอดสายตาจ้องมองใบหน้าที่หลับตาสนิทของอดีตภรรยาอยู่เป็นนานแสนนานดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม นาทีนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของความห่วงใย ความรัก และความหวาดกลัวอันลึกล้ำที่ยังคงตกค้างอยู่ในก







