Mag-log in“คิดว่าเขาจะมองมากกว่านั้น” มากกว่าน้องสาว หรือว่าเป็นมากกว่าคนที่เขาเอ็นดู แต่ความจริง… มันชัดเจนมาตลอดตั้งแต่วันแรก มังกรไม่เคยรักเธอ ไม่เคยเลย เขาแค่ดูแลเหมือนพี่ชายดูแลเด็กคนหนึ่ง เหมือนคนในครอบครัว และมันก็มีแค่นั้น
ไม่มีคำว่า...ผู้หญิงของเขา หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่มี…อะไรทั้งนั้น
นิลมณีหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังตัดบางอย่างในใจ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนไปแล้ว จากความอ่อนแอ…กลายเป็นความเย็นชา เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทางที่มังกรเดินหายไป
ภาพแผ่นหลังของเขายังติดอยู่ในสายตา แต่ความรู้สึก…ไม่ใช่ความรักที่เหมือนเดิมอีกต่อไป
มันคือความต้องการ ที่มากขึ้นๆ อยากจะครอบครอง และทำร้ายคนที่เขาแคร์ ปากบอกว่าไม่ แต่ใจของมังกรเหมือนจะเอนเอียงไปทางพนิตาแล้ว
“ถ้าเป็นแบบนั้น โอ๋ก็จะไม่เป็นน้องสาวอีกต่อไป” ความเจ็บที่ได้รับในเวลานี้ กลับทำให้เธอรู้สึกมีพลังของการมีชีวิตรอดแบบผู้กล้า
“ในเมื่อพี่มังกรไม่คิดจะมอง โอ๋ก็จะทำให้เขาต้องมองให้จงได้ ไม่ใช่ในฐานะน้องสาว แต่ในฐานะผู้หญิง ผู้หญิงของเขา”
คำพูดของพนิตา ผุดขึ้นมาในหัว
“พี่จะให้โอ๋ได้สิ่งที่โอ๋ต้องการทุกอย่าง…รวมถึงผู้ชายที่ชื่อมังกรด้วย” นิลมณีหัวเราะดังขึ้นอีก
แสงไฟสว่างไสวระยิบระยับของค่ำคืนในเมืองหลวง ไม่ได้ช่วยให้ใจของนิลมณีเย็นลงได้เลย
หญิงสาวยืนอยู่ตรงระเบียง ปลายนิ้วยังคงแตะอยู่ที่รอยแดงบนแก้ม รอยตบจากฝ่ามือของคุณหญิงพรจันทร์ ที่ยังคงแสบร้อนและตอกย้ำความอับอาย
“ให้เหรอ…” โอ๋ส่ายหน้า รอยยิ้มหยันจุดขึ้นที่มุมปาก
“โอ๋ไม่รอหรอกนะ... อีทราย ของบางอย่างมันต้องแย่ง... ถึงจะสนุก” ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อทอดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง
ภาพของพนิตาในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ทั้งสง่างาม โดดเด่น และน่าอิจฉา โดยมีคุณหญิงพรจันทร์คอยเคียงข้าง และออกหน้าปกป้อง ยิ่งเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงในใจของเธอ
“คุณหญิงป้าอย่าหาว่าโอ๋ใจดำนะคะ คุณหญิงป้าร้ายและเย็นชากับโอ๋ก่อนค่ะ” โอ๋พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าจากความโกรธแค้น
“นิลมณีคนนี้...ก็มีความรู้สึกนะคะ แต่คำว่าแพ้ไม่ได้มีอยู่ในพจนานุกรมของโอ๋แน่นอน เพราะโอ๋ไม่เคยแพ้” เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ จนห้อเลือด สายตาจับจ้องความล่มสลายที่กำลังจะสร้างขึ้น
“ผู้หญิงแบบอีทราย เป็นฉันนี่แหละที่จะดึงลงมาเอง ฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่ามึงเป็นคนเลว ฉันจะทำให้จมและดำดิ่ง ไปจนถึงจุดต่ำสุด”
แผนการเริ่มก่อตัวขึ้นในสมองอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แค่การแย่งมังกรมาครอบครองอีกต่อไป แต่มันคือการทำลายพนิตาให้หมดทางยืนในสังคมและเผชิญกับหายนะอย่างถึงที่สุด ภาพในหัวของโอ๋เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
มังกรจะต้องได้เห็นว่า ผู้หญิงที่เขาเคยรักและพยายามปกป้อง แท้จริงแล้วเป็นคนลวงโลกและร้ายกาจขนาดไหน
เธอจะสร้างข้อกล่าวหา สถานการณ์ และหลักฐานทุกอย่าง... เท่าที่จะสามารถเนรมิตมันขึ้นมาได้
“ขุมนรก... ฉันจะเป็นคนขุดเอง และฉันจะเป็นคนผลักแกให้ตกลงไปเอง... อีทราย”
โอ๋สูดลมหายใจลึกๆ และหลับตาลง ปล่อยให้สายลมยามค่ำคืนปะทะใบหน้า ทว่าหัวใจของเธอกลับร้อนระอุราวกับมีไฟสุมจนยากที่จะดับลงได้
“เราจะเล่นเกมด้วยกันอีทราย ในเมื่อทุกคนอยากเล่นเกมนัก... โอ๋จะเล่นให้ถึงที่สุด” เธอหันหลัง เดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยงด้วยท่วงท่าที่พยายามปรับให้ดูเป็นปกติที่สุด
เมื่อสบโอกาสในช่วงที่มังกรกำลังติดพันการเจรจาธุรกิจกับผู้ใหญ่ในงาน และคุณหญิงพรจันทร์กำลังพาพนิตาไปแนะนำตัวกับแขกเหรื่อคนสำคัญ
นิลมณีแอบปลีกตัวออกมาเงียบๆ เธอไม่ได้กลับไปที่งานเลี้ยง แต่จุดหมายปลายทางของเธอคือคฤหาสน์หลังใหญ่... โดยเฉพาะ...ห้องทำงานของมังกร นิลมณีใช้กุญแจสำรองที่เคยแอบปั๊มเก็บไว้ ไขเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่มอย่างเบามือ
ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกหน้าต่างส่องเข้ามาพอให้เห็นเงาตะคุ่มๆ ของโต๊ะทำงานตัวใหญ่ หญิงสาวรีบตรงดิ่งไปยังตู้เก็บเอกสารสำคัญ ที่เธอรู้ดีว่า มังกรใช้เก็บโพรเจกต์ระดับพันล้าน ที่กำลังจะร่วมทุนกับต่างชาติ หัวใจของนิลมณีเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดระแวง
ปลายนิ้วเรียวกวาดหาแฟ้มเอกสารอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเจอแฟ้มเสนอราคา และพิมพ์เขียวโครงสร้างที่เป็นความลับสูงสุดของบริษัท
“เจอแล้ว...” โอ๋คลี่ยิ้มร้ายกาจในความมืด เธอดึงเอกสารแผ่นสำคัญเหล่านั้นออกมา แล้วใส่ซองสีน้ำตาลที่เตรียมมาไว้ในกระเป๋า
จากนั้น...แผนการขั้นต่อไปก็จะเริ่มขึ้น...
นิลมณีหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าถือชิ้นเล็ก มันคือปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินด้ามหรู ที่พนิตามักจะใช้เป็นประจำ และเศษกระดาษโน้ตที่มีลายมือ ที่เธอพยายามฝึกคัดลอกให้เหมือนลายมือของพนิตามากที่สุด
ข้อความในกระดาษโน้ตเขียนสั้นๆ ราวกับเป็นการนัดแนะส่งมอบข้อมูลให้กับบริษัทคู่แข่ง
(เอกสารทั้งหมดฉบับจริงตามที่ตกลงค่ะ รบกวนโอนเงินส่วนที่เหลือเข้าบัญชีเดิม – พนิตา)
“จริงหรือครับ แด๊ดดี้... วิลลี่อยากไป” คำว่าของเล่นและขนม ดึงดูดใจหนุ่มน้อยเหลือเกิน เปรียบเสมือนเวทมนตร์วิเศษที่สะกดวิญญาณของน้องอนาวิลได้เด็กชายทำตาโตเป็นประกายวาววับราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ น้องอนาวิลเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที หันขวับไปเขย่าแขนมังกรแรงๆ จนตัวของหนูน้อยเองที่สั่น“แด๊ดดี้! แด๊ดดี้ฮะ ได้ยินมั้ยฮะ ลุงโทมัสบอกว่ามีร้านของเล่นกับร้านขนมด้วย” เด็กชายส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นสุดขีดความง่วงเหงาหาวนอนและความเหนื่อยล้ากระเด็นหายไปสิ้น“วิลลี่อยากไป แด๊ดดี้พาวิลลี่ไปซื้อขนมนะ น่า... นะ... แด๊ดดี้สุดหล่อของวิลลี่” โดนลูกยอเข้าไป มังกรก็หลุดหัวเราะเสียงดังน้องอนาวิลงัดไม้ตายมาอ้อนๆ ชายหนุ่มหันไปมองโทมัสอย่างรู้ทันว่า ลูกน้องคนสนิทจงใจเอาเรื่องนี้มาล่อหลอกเด็กน้อย เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น ซึ่งมันก็ได้ผลเกินคาด“เอาไงดีล่ะครับคุณแม่... ลูกชายอ้อนขนาดนี้แล้ว อนุมัติให้สองพ่อลูกลงไปยืดเส้นยืดสาย และหาเสบียงมาตุนไว้หน่อยได้ไหมครับ”มังกรหันไปถามความเห็นของพนิตาด้วยน้ำ
“วิลลี่อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ เลย อยากให้แด๊ดดี้กับคุณแม่กอดวิลลี่แบบนี้ทุกวัน”เด็กชายช้อนตาขึ้นมองมังกรอย่างอ้อนวอน แววตาใสซื่อนั้นมีพลังทำลายล้างกำแพงน้ำแข็งในใจของผู้ใหญ่ได้อย่างชะงัดนัก“ได้สิครับลูก...” มังกรตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักแน่นชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับพนิตา แววตาของเขาแฝงไปด้วยคำมั่นสัญญา“แด๊ดดี้จะอยู่กอดวิลลี่กับแม่ทรายแบบนี้ทุกวัน จะไม่ยอมหนีไปไหน และจะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเราออกจากกันอีกแล้ว แด๊ดดี้สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ”“เย่! แด๊ดดี้ใจดีที่สุดเลย”อนาวิลชูมือขึ้นสุดแขนด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปเกาะแขนมังกรเขย่าเบาๆ“แด๊ดดี้เก่งจังเลยฮะ ตอนที่มีโจรจับตัววิลลี่กับแม่ทราย แด๊ดดี้ก็ทำแบบนี้” ทำมือเป็นปืน“แล้วยิงปืนปังๆ ปราบผู้ร้ายได้เหมือนซูเปอร์ฮีโร วิลลี่โตขึ้น วิลลี่อยากเก่งเหมือนแด๊ดดี้”คำชมเปาะจากปากลูกชายตัวน้อยทำเอามังกรถึงกับหัวเราะร่วน ชายหนุ่มยืดอกรับคำชมอ
บรรยากาศอันแสนซาบซึ้งของสองหนุ่มสาวกำลังดำเนินไป แต่กลับถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเล็กๆ ที่ดังแว่วมาจากร่างเล็กๆ ของลูกชาย ที่นอนอยู่ตรงกลางก็ว่าได้ ระหว่างพ่อกับแม่ เสียงหัวเราะใสแจ๋วราวกับกระดิ่งเงินแก้วดังขึ้นเบาๆ“คิก... คิกคิก...” ทำลายความเงียบงันภายในห้องมังกรและพนิตาชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆ ผละร่างออกจากกันอย่างเชื่องช้า ทั้งสองก้มไปมองยังต้นเสียงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายร่างของหนูน้อยอนาวิลที่ควรจะหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าและฤทธิ์ยา กลับตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เด็กชายตัวน้อยในชุดผู้ป่วยสีอ่อนกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ท่ามกลางพ่อกับแม่สองมือน้อยๆ ยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนแก้มยุ้ยๆ ทั้งสองข้างดันขึ้นเป็นก้อนกลมดวงตาคู่โตที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อส่องประกายวิบวับไปด้วยความซุกซนและไร้เดียงสา ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือขวัญเสียจากเหตุการณ์เลวร้ายหลงเหลืออยู่อีกเลย“วิลลี่... ลูกตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” คนเป็นพ่อถาม“แด๊ดดี้” เรียกเสียงใส และหันไปมองหน้าแม่
หยาดน้ำตาผู้ชายไหลร่วงเผาะลงมากระทบหลังมือบางของพนิตาหยดแล้วหยดเล่า ความอ่อนแออย่างถึงที่สุดของเขา ที่ยอมเปลือยความรู้สึก ละทิ้งทิฐิทุกอย่างต่อหน้าเธอ ทำให้อกของพนิตาบีบรัดรุนแรง ความทรงจำร้ายๆ ในอดีต ภาพวันที่เขาละเลยความรู้สึกของเธอ วันที่เขาเดินหันหลังให้ จนเธอต้องหอบท้องลูกของเขาหนีข้ามโลกมาพึ่งใบบุญบิดามารดาเลี้ยง ก็วาบเข้ามาในหัวความรู้สึกสับสนระคนปั่นป่วนแล่นริ้วขัดแย้งกันอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง ด้านหนึ่งเธอยังคงเจ็บปวดกับแผลเก่าที่คิดว่าไม่มีวันหายแต่อีกด้านหนึ่ง ภาพที่เขาไล่ล่าคนร้าย และแสดงตนเองว่าพร้อมจะกางปีกปกป้องเธอกับลูก มันก็ช่างเด่นชัดเกินกว่า...จะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นด้วยความสับสนและอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงอย่างไม่อาจควบคุม พนิตาแค่นแรงหายใจเฮือกหนึ่ง และตัดสินใจยื้อข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา และในที่สุด หญิงสาวได้ยกฝ่ามือบางขึ้นมา แล้วตบเข้าที่ใบหน้าสากๆ ของมังกรฉาดใหญ่เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นก้องห้องพักฟื้นที่เคยเงียบสงัด ใบหน้าคมคายของมังกรสะบัดไปตามแรงตบทว่าชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือขยับหนีแม้แต่น้อย เขาย
ความรู้สึกผิดนั้นก็ถูกทับถมด้วยสัจธรรมอันโหดร้ายว่า หากในวินาทีวิกฤตนั้น เขาไม่ตัดสินใจเหนี่ยวไกปืนยิงยางรถยนต์ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของไอ้มูซาผลลัพธ์หลังจากนั้นอาจจะเลวร้ายกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า หากปล่อยให้คนร้ายพาภรรยากับลูกชายของเขาเดินทางออกไปไกลแสนไกล เข้าสู่เขตแดนป่าเถื่อน หรือซ่อนตัวในสลัมลึกจนคลาดกัน มังกรคิดว่า... เรื่องราวจะใหญ่โตและบานปลายจนเกินกว่าที่อำนาจเงินหรืออิทธิพลใดๆ ของคุณอนันต์ หรือว่าของเขา จะตามยื้อชีวิตของดวงใจทั้งสองดวงกลับคืนมาได้‘ทราย... พี่ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยจริงๆ พี่แค่อยากรักษาชีวิตของทรายกับลูกเอาไว้ให้อยู่ในสายตาของพี่’ชายหนุ่มรำพึงรำพันในใจ แววตาคู่นั้นหม่นเศร้า เขาอุ้มลูกมานั่งข้างเตียงของเธออีกครั้ง สายตาทอดมองท่อนแขนเรียวของพนิตา ที่มีผ้าก๊อซสีขาวปิดทับรอยแผลครูดเอาไว้ ความเจ็บปวดลึกๆ แล่นริ้วเข้ามาในอกของเขาชวนให้อึดอัดหลังจากลูบหลังและกระซิบบอกรักปลอบประโลม เสียงสะอื้นของน้องอนาวิลก็ค่อยๆ เงียบลง ลมหายใจของเด็กชายเริ่มกลับมาสม่ำเสมอเปลือกตาบางสุกใสเริ่มปรือปรอยลงด้วยความ
กลิ่นสะอาดทว่าเย็นชืดของน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน ดูเหมือนจะค่อยๆ จางหายไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อกระแสไออุ่นจากความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้น เริ่มก่อตัวขึ้นปกคลุมร่างของคนทั้งสามบนเตียงคนไข้สีขาวสะอาด พนิตานอนเหยียดกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหวานซับสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากได้รับน้ำเกลือ และสารอาหารผ่านทางสายยางทว่าดวงตาคู่สวยยังคงปิดสนิทลง ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด ร่างกายของเธอเจ็บร้าวและระบมไปหมดทุกตารางนิ้ว ผลจากแรงกระแทกยามที่รถยนต์พลิกคว่ำกลางลานฝุ่นแม้แพทย์จะยืนยันว่า ไม่มีกระดูกส่วนใดแตกหัก และไม่มีอาการเลือดออกในสมอง แต่ความบอบช้ำภายใน ทั้งบาดแผลครูดทั่วทั้งท่อนแขนและแผ่นหลัง ก็ทำให้เธอแทบจะขยับเขยื้อนกายไม่ได้เลยในยามนี้ มังกรขยับเก้าอี้เข้ามานั่งอยู่ข้างเตียงของเธออย่างเงียบเชียบชายหนุ่มทอดสายตาจ้องมองใบหน้าที่หลับตาสนิทของอดีตภรรยาอยู่เป็นนานแสนนานดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม นาทีนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของความห่วงใย ความรัก และความหวาดกลัวอันลึกล้ำที่ยังคงตกค้างอยู่ในก







