Masukพอหลุดจากนักธุรกิจกลุ่มนั้น
“มานี่”
“ไปไหนคะพี่มังกร”
“เราต้องคุยกัน”
เขาพาพนิตาไปยังประตูที่เปิดไปทางระเบียงด้านข้างของห้องจัดเลี้ยง มังกรกระชากเปิดออกไปอย่างแรง ลมเย็นยามค่ำพัดวูบเข้ามา ปะทะกับความร้อนในอกของมังกรที่กำลังเดือดพล่าน
“พอได้แล้ว” มังกรลั่นปาก มือของเขากำแขนพนิตาแน่น จนแทบเป็นรอย เธอถูกลากออกมาจากสายตาผู้คน ราวกับเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่ง
แสงไฟในงานด้านหลังยังสว่างจ้า แต่ตรงนี้…มืดกว่า เงียบกว่า และทั้งสองคนกำลังจะปะทะกัน
“เธอมาช้า เพราะมัวไปหาชุดใส่ใช่ไหม” เขาตวาดทันทีที่ประตูปิดลง
“ฉันส่งชุดให้แล้ว ทำไมไม่ใส่!”
พนิตามองเขาแบบใบหน้าไร้อารมณ์ แต่สายตามีแววเยาะหยัน เหมือนเสียงโกรธของเขาไม่อาจกระทบอะไรในตัวเธอได้อีก
“แล้วนี่อะไร?” สายตาเขากวาดลงไปที่ชุดสีแดงเพลิง
“แบรนด์นี้ฉันจำได้ ราคาเหยียบล้าน เธอเอาเงินที่ไหนไปซื้อ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยการตำหนิ คำถามดูจะห่วงเงินในกระเป๋าของตัวเอง
“จะกล่าวหาด่าทรายว่าใช้เงินเปลืองอย่างนั้นหรือคะ”
พนิตาตอบออกไป พร้อมทั้งแกะมือของเขาที่บีบจนเจ็บให้อ้าออก เขาเห็นสีหน้าเหยเกของเธอ จึงได้ปล่อยมือ
พนิตาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ปลายนิ้วเลื่อนหน้าจอ ก่อนจะยื่นมันให้เขา
“ดูนี่ค่ะ” มังกรขมวดคิ้ว แต่ก็รับมาดูอย่างหงุดหงิด ภาพในหน้าจอปรากฏชัด ชุดราตรีสีขาวที่เธอเอาออกมาจากกล่อง ชุดเดียวกับที่เขาส่งให้เธอ แต่สภาพ... ผ้าขาดรุ่ย เส้นด้ายรุ่ยออกมา เนื้อผ้าบางส่วนเหมือนถูกกัดกร่อนเหมือนโดนกรรไกรตัด
“มันคืออะไร” เขาถามเสียงต่ำ
“ชุดที่พี่ส่งมาให้ทรายค่ะ”
คำตอบนั้น…ทำให้เขานิ่งไป พนิตาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ทรายแค่หยิบมันขึ้นมา…เนื้อผ้าก็ยุ่ยติดมือแล้ว เรียกว่าชุดหรือคะ มันน่าจะเป็นผ้าขี้ริ้วเสียมากกว่า”
เธอเอียงหน้าเล็กน้อย และช้อนแววตาถาม
“พี่อยากให้ทรายใส่ไปงานเหรอคะ”
คำถามนั้น…เหมือนตบหน้าเขา มังกรเม้มปาก ยังงุนงง เพราะว่าเขาไปซื้อด้วยมือของเขาเอง และเลือกเองด้วย
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้โต้ตอบกันมากขึ้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากข้างหลัง พร้อมเรียกเขา
“พี่มังกร” นิลมณีเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แววตายังมีประกายบางอย่างที่ไม่บริสุทธิ์
“โอ๋ได้ยินเสียงดังกันของพี่สองคน…มีอะไรกันเหรอคะ”
เธอมองไปที่โทรศัพท์ในมือเขา แล้วก็เห็นภาพนั้น วินาทีนั้น…สีหน้าของนิลมณีเปลี่ยนไป แต่เธอก็รีบกลบเกลื่อน
“เป็นไปได้ยังไงคะ!” เธอรีบพูด
“ชุดนั้นโอ๋กับพี่มังกรไปเลือกด้วยกันเองนะคะ”
เธอหันไปมองพนิตา สายตาแฝงด้วยการท้าทาย
“พี่ทราย…แกล้งหรือเปล่าคะ” คำถามที่โยนความผิดกลับมาอย่างแนบเนียน ว่าเป็นพนิตาที่เรียกร้องความสนใจ
“ชุดราคาเป็นแสนเป็นล้าน จะพังง่ายๆ ได้ยังไง”
พนิตายิ้ม “ใช่ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ ว่ามันผ่านมือใครมาบ้าง ก่อนที่มันจะมาถึงมือของฉันน่ะ” น้ำเสียงเธอคม และจ้องหน้าคนเจ้าแผนการ
มังกรมองพนิตา ความโกรธยังคงมีในดวงตาเขา…อย่างไม่จางหาย “ถึงมันจะเป็นแบบนั้น เธอก็ไม่จำเป็นต้องไปซื้อชุดใหม่แพงขนาดนี้” เขาพูดเสียงแข็ง ชี้ไปที่ชุดของเธอ
“ฟุ่มเฟือย!” คำเดียวที่ทำร้ายของหัวใจพนิตาแบบซ้ำๆ
แต่ท่าทางของพนิตาไม่สะทกสะท้าน เธอหันสายตาไปทางนิลมณี แล้วจี้ไปที่ชุดของนิลมณีตรงหน้าอก
“งั้น...ชุดนี้ของโอ๋ละคะ กี่บาท”
ทั้งสองคนชะงัก สายตาของพนิตาจับไปที่ชุดสีขาวของนิลมณี
“แบรนด์เดียวกันเลยนะคะกับที่ของทรายซื้อ ราคาก็เกือบล้านเหมือนกันนี่คะ” พนิตายังก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย สายตาไล่สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ราคา…ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่มั้ง ทรายว่านะคะ”
นิลมณีหน้าตึง “พี่ทรายจะพูดอะไร”
พนิตาหยุดตรงหน้าของนิลมณี แล้วยังชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ อีกอย่างท้าทาย ปรกติพนิตาไม่เคยทำหรอก ไม่อยากมีปัญหากับใครทั้งนั้น แต่คราวนี้…พอกันที
พนิตาได้เห็นความสั่นไหวเล็กๆ ในดวงตาอีกฝ่าย
“ฉันแค่สงสัยค่ะ ว่าน้องโอ๋เอาเงินที่ไหนมาซื้อชุดนี้คะ”
คำถามนั้น…แทงตรงจุด นิลมณีอึ้งจนอึกๆ อักๆ และพูดไม่ออกในวินาทีแรก
พนิตาไม่ปล่อย เธอพูดต่อ
“ไม่มีงานทำ ใช้ชีวิตสบาย กิน เที่ยวไปวันๆ หรือว่า… เป็นเงินของสามีฉัน”
“นี่ทรายอย่าหาเรื่อง”
“หาเรื่องหรือ” เธอเอียงหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มยั่วอารมณ์ปรากฏขึ้นอีก
“แค่ทรายอยากจะเตือนน้องโอ๋ ว่าคนนี้คือสามีของทราย ทรายจะใช้เงินของสามีซื้ออะไรก็น่าจะไม่ผิด แต่คนที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วยังไม่ได้ทำการทำงาน หรือทำหน้าที่อะไรสักอย่าง เอ๊ะ! หรือว่าพี่กับน้องโอ๋ขึ้นเตียงกันแล้ว เธอเลยจะมีสิทธิ์ใช้เงินเหมือนกันกับทราย” พนิตาเน้นให้ตรงจุด
ความเงียบถาโถมเข้ามาทันที มังกรชะงัก หัวใจเขากระตุกแรง นิลมณีหน้าซีดจัดจนแทบจะไม่มีสีเลือด ปากสั่น ไม่รู้เพราะโกรธหรือว่าอะไร พนิตาได้ยินเสียงฟันของนิลมณีที่กระทบกันดังกึกๆ
“พี่ทรายอย่ามากล่าวหากันแบบนั้นนะคะ โอ๋ไม่เคย...” นิลมณีขึ้นเสียง แต่ถูกพนิตาตัดบท “ไม่เคยอะไรคะ ไม่เคยใช้เงินของเขา…หรือว่า ไม่เคยขึ้นเตียง เอ๊ะ! หรือขึ้นเตียงไปแล้ว ก็เลยคิดว่า เงินของพี่มังกร ก็เหมือนกับเงินของตัวเอง”
“หรือว่าเพราะว่าทางบริษัทคู่แข่งของพี่ ให้เงินก้อนใหญ่กว่า เอ่อ... ไม่น่านะคะ ที่พี่ทรายจะรับเงินจากบริษัทคู่แข่ง แต่ว่า... เอ่อ... มันก็น่าจะเป็นไปได้นะคะ แหม... หากได้เงินก้อนโตๆ ก็คงจะสบายพี่ทรายไปนะสิ เพราะพี่ไม่ได้จะยกอะไรให้กับพี่ทรายนี่คะ คงจะหวังเงินก้อนนั้นแหละ เฮอะ! แน่นอนละสิคะ เงินก้อนโต ก็ทำให้พี่ทรายได้ใช้ชีวิตแบบเสวยสุขได้ แต่นี่มันบนความทุกข์ของพี่มังกรค่ะ”“พอได้แล้วโอ๋! หยุดพูดเถอะ” มังกรตวาด น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกิดจากความปกป้องพนิตา หากแต่เกิดจากความอึดอัดและสับสนในใจ ที่กำลังถูกความจริงอันบิดเบี้ยวเข้าครอบงำ“โอ๋ไม่หยุดค่ะ พี่มังกรใจดีกับผู้หญิงคนนี้เกินไปแล้ว” นิลมณีทุบเบาะรถเสียงดัง พลางบีบน้ำตาฟูมฟายสะอึกสะอื้น“พี่ทรายไม่ใช่พี่วิที่แสนดีของพวกเราหรอกนะคะ หน้าตาเหมือนกันก็จริง แต่จิตใจต่างกันราวฟ้ากับเหว พี่วิโอบอ้อมอารี แต่ผู้หญิงคนนี้ใจดำอำมหิต ผลักคนตกบันไดได้หน้าตาเฉย พี่ก็คิดดูสิคะ แถมตอนที่โอ๋นอนเจ็บอยู่ เธอยังยืนมองด้วยสายตาสมเพช... พี่มังกรจำสายตาที่เขาใช้มองพี่มังกรเมื่อกี้ได้ไหมคะ? มันคือส
“เธอคิดว่าเธอเป็นใครฮึ! ทราย? ถึงได้กล้ามาขู่ฉัน จำใส่หัวไว้เถอะว่า ที่เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะใบหน้าของเธอที่เหมือนวิเท่านั้น”“ขอบคุณที่ช่วยตอกย้ำค่ะ... แต่น่าเสียดายนะ” พนิตาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีก ก่อนจะสาดสายตาของเธอจับจ้องไปที่นิลมณี ที่โผล่หน้า สบจ้องมองตาของพนิตาอย่างผู้ชนะ พนิตาส่งยิ้มหยันไปให้“กรงทองที่เรียกว่า การแต่งงานนี้... ฉันเปิดประตูทิ้งไว้นานแล้ว และในเมื่อคุณคิดว่า ฉันมันแย่ขนาดนั้น... งั้นเราก็มาจบเรื่องเฮงซวยนี่กันเถอะ”พนิตาหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนทันที ทิ้งให้มังกรยืนอึ้งอยู่กับคำพูดประหลาดของเธอ ความรู้สึกใจหายวาบโจมตีเขาอย่างรุนแรง จนลืมความเจ็บของนิลมณีไปชั่วขณะส่วนนิลมณี... แม้จะสะใจที่ทำให้มังกรโกรธทรายได้สำเร็จทว่าสายตาเพิกเฉยราวกับมองสิ่งปฏิกูลที่พนิตาทิ้งท้ายไว้ก่อนเข้าห้อง มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนว่า... เกมนี้เธอกำลังเดินตามหมากที่พนิตาวางไว้ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด และพอความพึงใจหดหาย ความรู้สึกเจ็บตามร่างกายก็โผล่ขึ้นมาพลันสายตาก็หันไปเห็นว่ามีแผล และที่แผลมีเล
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง เธอยกนิ้วมือที่สั่นเทาชี้ขึ้นไปบนชั้นสอง... ที่ซึ่งพนิตาย
นิลมณีแอบสอดกระดาษโน้ตลายมือปลอมนั้น เอาไว้ใต้ปฏิทินตั้งโต๊ะของมังกรอย่างจงใจ ให้ดูเหมือนว่า...มันถูกซ่อนไว้รีบร้อนและไม่มิดชิดพอ และจงใจหยดหมึกจากปากกาของทรายลงบนโต๊ะทำงาน เป็นรอยตำหนิเล็กๆ เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัว“พี่มังกรเกลียดคนทรยศที่สุด... และถ้าเขาคิดว่า...แกเป็นคนขายความลับบริษัทจนงานพัง แกไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอนแน่ อีทราย” นิลมณีเก็บของทุกอย่างเข้าที่ มองผลงานของตัวเองด้วยสายตามาดร้าย ก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องทำงานหญิงสาวล็อกประตูอย่างแนบเนียน แล้วเดินหายไปในเงามืดของบ้าน พร้อมกับเอกสาร ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพนิตาให้ดิ่งลงเหว... ตามแผนการที่เธอวางไว้ทุกประการในคฤหาสน์ ในบ่ายวันรุ่งขึ้น ช่างมีความวังเวงพิกล ราวกับว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแต่ก็อย่างว่าแหละ บรรยากาศมือที่สามที่ปั่นป่วนความสัมพันธ์ของมังกรกับพนิตามันทำให้มาคุขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน ในความเงียบนั้นกลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียด ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อพนิตาเธออยู่ในชุดลำลองอย่างเรียบง่าย กำลังเดินประคองอ่างแก้วใบเล็กที่มีกล้วยไม้ป่าสีขาวบริสุ
ก่อนที่จะ... โครม! ร่างของนิลมณีกลิ้งไถลลงมาจากบันไดเกือบสิบขั้น แขนขาปัดป่ายกระทบกับขอบไม้ประดู่เนื้อแข็งอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ที่ผสมผสานระหว่างการแสดงอย่างเจ็บจริงดังลั่นคฤหาสน์อ่างกล้วยไม้ในมือของทรายร่วงหล่นแตกกระจาย ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้แหลกสลายอยู่บนพื้นเช่นเดียวกับ... สถานการณ์ตรงหน้าที่ดิ่งลงสู่ความพินาศ“โอ๋!” มังกรที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงบ้าน เขาเบิกตากว้างด้วยความช็อก ชายหนุ่มรีบถลาเข้าไปรับร่างของนิลมณีที่นอนกองอยู่ตรงเชิงบันไดหญิงสาวร้องไห้โฮๆ อย่างฟูมฟาย ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ แขนขา เข่า มีรอยถลอกแดงเถือก และเริ่มห้อเลือดเขียวช้ำ“พี่มังกร... ฮึก... โอ๋...เจ็บ... โอ๋เจ็บเหลือเกินค่ะ” นิลมณีซบหน้าลงกับอกของมังกร มือเรียวจิกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน“เกิดอะไรขึ้นโอ๋... ทำไมถึงตกลงมาแบบนี้” มังกรตวาดถามด้วยความร้อนรน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอานิลมณีแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจนิลมณีค่อยๆ เงยใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมา สายตาเต็มไ
“คิดว่าเขาจะมองมากกว่านั้น” มากกว่าน้องสาว หรือว่าเป็นมากกว่าคนที่เขาเอ็นดู แต่ความจริง… มันชัดเจนมาตลอดตั้งแต่วันแรก มังกรไม่เคยรักเธอ ไม่เคยเลย เขาแค่ดูแลเหมือนพี่ชายดูแลเด็กคนหนึ่ง เหมือนคนในครอบครัว และมันก็มีแค่นั้นไม่มีคำว่า...ผู้หญิงของเขา หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ไม่มี…อะไรทั้งนั้นนิลมณีหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังตัดบางอย่างในใจ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนไปแล้ว จากความอ่อนแอ…กลายเป็นความเย็นชา เธอเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศทางที่มังกรเดินหายไปภาพแผ่นหลังของเขายังติดอยู่ในสายตา แต่ความรู้สึก…ไม่ใช่ความรักที่เหมือนเดิมอีกต่อไปมันคือความต้องการ ที่มากขึ้นๆ อยากจะครอบครอง และทำร้ายคนที่เขาแคร์ ปากบอกว่าไม่ แต่ใจของมังกรเหมือนจะเอนเอียงไปทางพนิตาแล้ว“ถ้าเป็นแบบนั้น โอ๋ก็จะไม่เป็นน้องสาวอีกต่อไป” ความเจ็บที่ได้รับในเวลานี้ กลับทำให้เธอรู้สึกมีพลังของการมีชีวิตรอดแบบผู้กล้า“ในเมื่อพี่มังกรไม่คิดจะมอง โอ๋ก็จะทำให้เขาต้องมองให้จงได้ ไม่ใช่ในฐานะน้องสาว แต่ในฐานะผู้หญิง ผู้หญิงของเขา”คำพูดของพนิตา ผุดขึ้นมาในหัว“พี่จะให้โอ๋ได้สิ่งที่โอ๋ต้องการทุกอย่าง…รวมถึงผู้ชา







