FAZER LOGINพนิตาก้าวเข้ามาในงาน ด้วยชุดราตรีสีแดงเพลิงโอบล้อมเรือนร่างของเธออย่างสง่างาม ผ้าซาตินสะท้อนแสงไฟราวเปลวเพลิงที่มีชีวิต ทุกก้าวของเธอ…ดึงสายตาคนทั้งห้องอย่างไม่ต้องพยายาม
ผมยาวถูกรวบขึ้น เผยลำคอระหง เครื่องประดับเพชรเม็ดเล็กวาววับอย่างพอดี ไม่มากเกินไป แต่ดูแพง พอให้ทุกคนรู้เธอไม่ได้มาเล่นๆ และที่สำคัญ ช่างสะดุดสายตาของมังกร เพราะว่าเธอไม่ได้ใส่ชุดสีขาว ชุดที่มังกรส่งไปให้
นิลมณีหน้าซีดทันที... “นั่นมัน…” เสียงเธอสั่น
“ทำไม…?” มังกรจ้องนิ่ง สายตาของเขา…ค้างอยู่ที่พนิตาอย่างไม่รู้ตัว เธอสวยที่สุดในงานก็ว่าได้ สวยในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นความงามที่มีความคมคาย น่าจับต้อง
พนิตาหยุดยืนตรงหน้าพวกเขา สายตาไล่มองตั้งแต่มือของนิลมณี…ที่ยังคล้องแขนมังกร ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเขา แบบไร้แววสะทกสะท้าน
“ขอโทษนะคะที่มาช้า รถติดนิดหน่อยค่ะ” เธอเอ่ยด้วยเสียงนุ่มๆ เหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่…ทุกอย่างตรงหน้ามันไม่ธรรมดาเลย
คุณหญิงพรจันทร์ยิ้มออกทันที
“โอ้! หนูทราย มานี่ลูก” น้ำเสียงเปลี่ยนทันที ดูอ่อนโยน…และภูมิใจในตัวของลูกสะใภ้
พนิตาไหว้คุณหญิง คุณแม่ของสามีอย่างชดช้อย แล้วก็เดินเข้าไปหา
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
คำเรียกนั้น…ชัดเจน ย้ำสถานะและตัวตนของเธอ คุณหญิงจับมือของพนิตาเบาๆ แล้วหันไปมองมังกร
“นี่สิ ถึงจะเรียกว่าภรรยาของลูก”
คำพูดแบบนี้ เหมือนตอกลงกลางอกของใครบางคน นิลมณีกำมือแน่น เล็บจิกฝ่ามือจนเจ็บ พนิตาหันกลับมามองมังกรอีกครั้ง สายตาของเธอเลื่อนไปที่ชุดของนิลมณี…แล้วกลับมาที่เขา
“ชุดสีขาวสวยดีนะคะ เหมาะกับโอ๋มาก” พนิตายิ้มบาง น้ำเสียงสุภาพ แต่ความหมาย…ไม่สุภาพเลย
นิลมณีสะอึก “พี่ทราย…”
“ส่วนชุดนี้ของทราย…” เธอลูบผ้าชุดสีแดงเบาๆ
“ขอเลือกเองดีกว่าค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“บางที…การทำตามคำสั่งทุกอย่าง ก็น่าจะไม่เหมาะกับทรายแล้ว อีกอย่างเหมือนมีคนจงใจทำให้รู้สึกไม่ดีด้วย และทรายก็คิดว่า ทรายไม่อยากจะเป็นคู่แฝดของใครด้วยค่ะ ทำให้คนเห็นอาจจะเปรียบเทียบ และทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้”
คำพูดนั้น…กระแทกใจของมังกร เขาคิดได้แล้ว ว่าเขาลืมเรื่องหนึ่งไป สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นมาอีก เขารู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร
“ฉันส่งชุดให้เธอแล้วนี่ ทำไมไม่ใส่ชุดนั้น ชุดนี้มันเด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่นไป” เขาพูดเสียงต่ำ
“ทรายได้รับชุดนั้นแล้วค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่า พี่มังกรเห็นแล้ว ได้เลือกชุดนั้นให้ทรายเองหรือเปล่า” เธอสวนคำตอบ รอยยิ้มยังอยู่ แต่แววตาช้อนมองอีกคนอย่างใจเย็น รอจังหวะเอาคืน
“ก็เลือกเองสิ ดูทำตัวต่ำ สีเหมือนพวกที่ใส่ในย่านขายขนุน” เขาว่าเธอให้เจ็บๆ พนิตาเอียงหน้าเล็กน้อย
“แต่คืนนี้…ทรายอยากเป็นตัวของตัวเองบ้าง”
“ตัวของตัวเอง” มังกรทวนคำ หัวใจของเขากระตุก
พนิตาแปลกไปจริงๆ เธอไม่ควรจะเป็นแบบนี้ เธอควรจะเป็นพนิตาเหมือนเดิม ที่เชื่อฟังเขาเสมอ เงียบไม่เถียง และยอมมังกรทุกอย่าง
แต่ผู้หญิงตรงหน้า… พนิตาไม่ใช่คนเดิม
“มังกร แกมัวแต่คุยอะไรกันอยู่ ทำไมไม่พาหนูทรายไปทักทายแขกสิ” คุณหญิงพรจันทร์เอ่ยเรียก
คำสั่งนั้น…ทำให้เขาจำต้องขยับ นิลมณียังไม่ทันได้พูดอะไร มือของเธอก็ถูกดึงออกจากแขนเขาอย่างไม่ไยดี โดยตัวมังกรเอง
“โอ๋…ไปนั่งพัก หรือไม่ก็หาอะไรกินเสีย” เขาพูดสั้นๆ พร้อมกับปล่อยมือของเธอ… ตำแหน่งคู่ควงในงานนี้ กลับไปเป็นของพนิตา ภรรยาตัวจริง มือของพนิตาสอดเข้าไปที่ลำแขนของสามี แล้วเดินไปทักทายคนอื่นๆ
นิลมณีมองเขาอย่างไม่เชื่อ และได้สบตากับพนิตา
ซึ่งมุมปากยกยิ้มขึ้นเหมือนว่า ฉันชนะนะยายโอ๋... สายตาของนิลมณีเต็มไปด้วยความแค้น แต่พนิตาไม่มองกลับ เธอเพียงขยับดันตัวของมังกรให้เดินไปข้างหน้า
“อย่าคิดมากค่ะ พี่ก็แค่ทำตามหน้าที่ลูกที่ดี ดูสิคุณหญิงแม่ดูอยู่ ส่วนทรายก็แค่ทำตัวเป็นภรรยาอย่างที่ควรจะทำหน้าที่นั้น จะไปแนะนำทรายให้รู้จักกับใครคะ” เธอถาม
มังกรหันไปมองหน้าเธอ แต่แววตากล้าหาญที่เขาไม่เคยเห็น แต่มันช่างว่างเปล่า เหมือนกับว่าพนิตาไม่รักเขาอีกแล้ว
เขาวางมือบนมือของเธอ แล้วตบเบาๆ
“ทรายไม่ได้ตื่นเต้นค่ะ รีบพาทรายไปเถอะ ก่อนที่คุณแม่จะเตือนอีกครั้ง” เขาหันไปมองหน้าคุณหญิงพรจันทร์ ที่ยกมือสะบัดๆ พนิตาจึงดึงเธอไปหากลุ่มนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งที่มีคนที่คุณหญิงแม่เคยแนะนำให้รู้จัก
เธอเอ่ยทักท่านคุณอนันต์ก่อนเขาเสียอีก เขารู้สึกได้ว่าคนที่ยืนข้างเขา ไม่ใช่ผู้หญิงที่มักจะเดินตามเขาต้อยๆ อีกแล้ว
“หนูทรายสวยและสง่างามมาก”
“ขอบคุณค่ะคุณอาอนันต์” พวกท่านทั้งกลุ่มออกปากชมแค่เธอ พนิตาพูดคุยอย่างคล่องแคล่ว ซึ่งมังกรไม่เคยเห็นมุมนี้ของเธอมาก่อน
“นี่ถ้าหนูไม่ได้แต่งงานกับมังกร ลุงอยากจะจองให้ลูกชายจริงๆ”
“แหม... หนูทรายเรียนเก่งนี่นา จบเกียรตินิยมด้วย”
“ใครบอกคุณอาอนันต์ค่ะ”
“คุณหญิงพรจันทร์นะสิ ชมลูกสะใภ้จนใครๆ อิจฉา”
“นี่มังกร อย่าให้เมียคนเก่ง และสวยอย่างนี้หลุดมือนะ”
“ใช่ ไม่อย่างนั้นถูกแย่งไปแน่ๆ”
บทสนทนาเหล่านั้น ทำให้มังกรรู้สึกเหมือนกับ เขาจะเสียเธอไปจริงๆ อยู่ๆ ก็กรุ่นโกรธพนิตาขึ้นมา เพราะพนิตานั่นแหละที่ทำตัวโดดเด่นเกินเหตุ
“จริงหรือครับ แด๊ดดี้... วิลลี่อยากไป” คำว่าของเล่นและขนม ดึงดูดใจหนุ่มน้อยเหลือเกิน เปรียบเสมือนเวทมนตร์วิเศษที่สะกดวิญญาณของน้องอนาวิลได้เด็กชายทำตาโตเป็นประกายวาววับราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ น้องอนาวิลเด้งตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรงทันที หันขวับไปเขย่าแขนมังกรแรงๆ จนตัวของหนูน้อยเองที่สั่น“แด๊ดดี้! แด๊ดดี้ฮะ ได้ยินมั้ยฮะ ลุงโทมัสบอกว่ามีร้านของเล่นกับร้านขนมด้วย” เด็กชายส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นสุดขีดความง่วงเหงาหาวนอนและความเหนื่อยล้ากระเด็นหายไปสิ้น“วิลลี่อยากไป แด๊ดดี้พาวิลลี่ไปซื้อขนมนะ น่า... นะ... แด๊ดดี้สุดหล่อของวิลลี่” โดนลูกยอเข้าไป มังกรก็หลุดหัวเราะเสียงดังน้องอนาวิลงัดไม้ตายมาอ้อนๆ ชายหนุ่มหันไปมองโทมัสอย่างรู้ทันว่า ลูกน้องคนสนิทจงใจเอาเรื่องนี้มาล่อหลอกเด็กน้อย เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น ซึ่งมันก็ได้ผลเกินคาด“เอาไงดีล่ะครับคุณแม่... ลูกชายอ้อนขนาดนี้แล้ว อนุมัติให้สองพ่อลูกลงไปยืดเส้นยืดสาย และหาเสบียงมาตุนไว้หน่อยได้ไหมครับ”มังกรหันไปถามความเห็นของพนิตาด้วยน้ำ
“วิลลี่อยากอยู่แบบนี้ไปนานๆ เลย อยากให้แด๊ดดี้กับคุณแม่กอดวิลลี่แบบนี้ทุกวัน”เด็กชายช้อนตาขึ้นมองมังกรอย่างอ้อนวอน แววตาใสซื่อนั้นมีพลังทำลายล้างกำแพงน้ำแข็งในใจของผู้ใหญ่ได้อย่างชะงัดนัก“ได้สิครับลูก...” มังกรตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มหนักแน่นชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มยุ้ยของลูกชายฟอดใหญ่ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับพนิตา แววตาของเขาแฝงไปด้วยคำมั่นสัญญา“แด๊ดดี้จะอยู่กอดวิลลี่กับแม่ทรายแบบนี้ทุกวัน จะไม่ยอมหนีไปไหน และจะไม่ยอมให้ใครมาพรากพวกเราออกจากกันอีกแล้ว แด๊ดดี้สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ”“เย่! แด๊ดดี้ใจดีที่สุดเลย”อนาวิลชูมือขึ้นสุดแขนด้วยความดีใจ ก่อนจะหันไปเกาะแขนมังกรเขย่าเบาๆ“แด๊ดดี้เก่งจังเลยฮะ ตอนที่มีโจรจับตัววิลลี่กับแม่ทราย แด๊ดดี้ก็ทำแบบนี้” ทำมือเป็นปืน“แล้วยิงปืนปังๆ ปราบผู้ร้ายได้เหมือนซูเปอร์ฮีโร วิลลี่โตขึ้น วิลลี่อยากเก่งเหมือนแด๊ดดี้”คำชมเปาะจากปากลูกชายตัวน้อยทำเอามังกรถึงกับหัวเราะร่วน ชายหนุ่มยืดอกรับคำชมอ
บรรยากาศอันแสนซาบซึ้งของสองหนุ่มสาวกำลังดำเนินไป แต่กลับถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเล็กๆ ที่ดังแว่วมาจากร่างเล็กๆ ของลูกชาย ที่นอนอยู่ตรงกลางก็ว่าได้ ระหว่างพ่อกับแม่ เสียงหัวเราะใสแจ๋วราวกับกระดิ่งเงินแก้วดังขึ้นเบาๆ“คิก... คิกคิก...” ทำลายความเงียบงันภายในห้องมังกรและพนิตาชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆ ผละร่างออกจากกันอย่างเชื่องช้า ทั้งสองก้มไปมองยังต้นเสียงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายร่างของหนูน้อยอนาวิลที่ควรจะหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้าและฤทธิ์ยา กลับตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เด็กชายตัวน้อยในชุดผู้ป่วยสีอ่อนกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ท่ามกลางพ่อกับแม่สองมือน้อยๆ ยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนแก้มยุ้ยๆ ทั้งสองข้างดันขึ้นเป็นก้อนกลมดวงตาคู่โตที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อส่องประกายวิบวับไปด้วยความซุกซนและไร้เดียงสา ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือขวัญเสียจากเหตุการณ์เลวร้ายหลงเหลืออยู่อีกเลย“วิลลี่... ลูกตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” คนเป็นพ่อถาม“แด๊ดดี้” เรียกเสียงใส และหันไปมองหน้าแม่
หยาดน้ำตาผู้ชายไหลร่วงเผาะลงมากระทบหลังมือบางของพนิตาหยดแล้วหยดเล่า ความอ่อนแออย่างถึงที่สุดของเขา ที่ยอมเปลือยความรู้สึก ละทิ้งทิฐิทุกอย่างต่อหน้าเธอ ทำให้อกของพนิตาบีบรัดรุนแรง ความทรงจำร้ายๆ ในอดีต ภาพวันที่เขาละเลยความรู้สึกของเธอ วันที่เขาเดินหันหลังให้ จนเธอต้องหอบท้องลูกของเขาหนีข้ามโลกมาพึ่งใบบุญบิดามารดาเลี้ยง ก็วาบเข้ามาในหัวความรู้สึกสับสนระคนปั่นป่วนแล่นริ้วขัดแย้งกันอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง ด้านหนึ่งเธอยังคงเจ็บปวดกับแผลเก่าที่คิดว่าไม่มีวันหายแต่อีกด้านหนึ่ง ภาพที่เขาไล่ล่าคนร้าย และแสดงตนเองว่าพร้อมจะกางปีกปกป้องเธอกับลูก มันก็ช่างเด่นชัดเกินกว่า...จะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นด้วยความสับสนและอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงอย่างไม่อาจควบคุม พนิตาแค่นแรงหายใจเฮือกหนึ่ง และตัดสินใจยื้อข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา และในที่สุด หญิงสาวได้ยกฝ่ามือบางขึ้นมา แล้วตบเข้าที่ใบหน้าสากๆ ของมังกรฉาดใหญ่เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นก้องห้องพักฟื้นที่เคยเงียบสงัด ใบหน้าคมคายของมังกรสะบัดไปตามแรงตบทว่าชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือขยับหนีแม้แต่น้อย เขาย
ความรู้สึกผิดนั้นก็ถูกทับถมด้วยสัจธรรมอันโหดร้ายว่า หากในวินาทีวิกฤตนั้น เขาไม่ตัดสินใจเหนี่ยวไกปืนยิงยางรถยนต์ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของไอ้มูซาผลลัพธ์หลังจากนั้นอาจจะเลวร้ายกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า หากปล่อยให้คนร้ายพาภรรยากับลูกชายของเขาเดินทางออกไปไกลแสนไกล เข้าสู่เขตแดนป่าเถื่อน หรือซ่อนตัวในสลัมลึกจนคลาดกัน มังกรคิดว่า... เรื่องราวจะใหญ่โตและบานปลายจนเกินกว่าที่อำนาจเงินหรืออิทธิพลใดๆ ของคุณอนันต์ หรือว่าของเขา จะตามยื้อชีวิตของดวงใจทั้งสองดวงกลับคืนมาได้‘ทราย... พี่ไม่มีเจตนาจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเลยจริงๆ พี่แค่อยากรักษาชีวิตของทรายกับลูกเอาไว้ให้อยู่ในสายตาของพี่’ชายหนุ่มรำพึงรำพันในใจ แววตาคู่นั้นหม่นเศร้า เขาอุ้มลูกมานั่งข้างเตียงของเธออีกครั้ง สายตาทอดมองท่อนแขนเรียวของพนิตา ที่มีผ้าก๊อซสีขาวปิดทับรอยแผลครูดเอาไว้ ความเจ็บปวดลึกๆ แล่นริ้วเข้ามาในอกของเขาชวนให้อึดอัดหลังจากลูบหลังและกระซิบบอกรักปลอบประโลม เสียงสะอื้นของน้องอนาวิลก็ค่อยๆ เงียบลง ลมหายใจของเด็กชายเริ่มกลับมาสม่ำเสมอเปลือกตาบางสุกใสเริ่มปรือปรอยลงด้วยความ
กลิ่นสะอาดทว่าเย็นชืดของน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเอกชน ดูเหมือนจะค่อยๆ จางหายไปอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อกระแสไออุ่นจากความรักและความผูกพันอันแน่นแฟ้น เริ่มก่อตัวขึ้นปกคลุมร่างของคนทั้งสามบนเตียงคนไข้สีขาวสะอาด พนิตานอนเหยียดกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหวานซับสีเลือดขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากได้รับน้ำเกลือ และสารอาหารผ่านทางสายยางทว่าดวงตาคู่สวยยังคงปิดสนิทลง ด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด ร่างกายของเธอเจ็บร้าวและระบมไปหมดทุกตารางนิ้ว ผลจากแรงกระแทกยามที่รถยนต์พลิกคว่ำกลางลานฝุ่นแม้แพทย์จะยืนยันว่า ไม่มีกระดูกส่วนใดแตกหัก และไม่มีอาการเลือดออกในสมอง แต่ความบอบช้ำภายใน ทั้งบาดแผลครูดทั่วทั้งท่อนแขนและแผ่นหลัง ก็ทำให้เธอแทบจะขยับเขยื้อนกายไม่ได้เลยในยามนี้ มังกรขยับเก้าอี้เข้ามานั่งอยู่ข้างเตียงของเธออย่างเงียบเชียบชายหนุ่มทอดสายตาจ้องมองใบหน้าที่หลับตาสนิทของอดีตภรรยาอยู่เป็นนานแสนนานดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม นาทีนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของความห่วงใย ความรัก และความหวาดกลัวอันลึกล้ำที่ยังคงตกค้างอยู่ในก


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




