LOGINเวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบได้ มังกรค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตา กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่รุนแรงกว่าเดิม ย้ำเตือนว่าเขายังคงอยู่ในโรงพยาบาล แต่เปลี่ยนจากโถงทางเดินมานอนอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องตรวจแทน สายน้ำเกลือถูกเจาะเข้าที่หลังมือข้างหนึ่ง ความรู้สึกปวดหนึบที่ขมับยังคงไม่จางหาย“ฟื้นแล้วเหรอครับคุณมังกร? บทจะล้มก็ล้มง่ายๆ แบบนี้เลยนะ” เสียงทุ้มเข้มแฝงแววตำหนิดังขึ้นจากข้างเตียง มังกรหันหน้าไปมองช้าๆ พบร่างสูงของหมอมาวิน แพทย์เจ้าของไข้ และเป็นเพื่อนอีกคนในกลุ่มสังคมของเขาหมอมาวินกำลังยืนกอดอก มองตรงมาด้วยสายตาดุแกมเอือมระอา ในมือถือผลตรวจเลือด และรายงานอาการเบื้องต้น“ฉัน... เป็นอะไรไป” มังกรพยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความวิงเวียนที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้เขาต้องเอนตัวลงนอนตามเดิม“หน้ามืด เป็นลม เพราะร่างกายขาดสารอาหาร พักผ่อนไม่พอ แถมเครียดสะสมขั้นรุนแรง”หมอมาวินเดินเข้ามาใกล้ ขยับแว่นสายตาพลางพ่นลมหายใจยาว“และที่สำคัญที่สุด คือโรคกระเพาะของคุณมันกำเริบหนัก จนผนังกระเพาะอักเสบเฉียบพลัน ผลตรวจเลือดบ่งบอกชัดเจนว่า คุณดื่มแอลกอฮอล์หนักเกินไปในช่วงนี้ ทั้ง
หมอเกียรติเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมทันที เขารีบหันมาพูดกับมังกรอย่างรวดเร็ว“คุณมังกร ผมต้องไปก่อนนะ เคสด่วนมาก ไว้คุยกันครับ อย่าลืมดูแลคุณทรายล่ะ”สิ้นคำพูด หมอเกียรติก็วิ่งนำพยาบาลตรงไปยังห้องวิกฤตทันที ทิ้งให้มังกรยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบที่กลับเข้ามาปกคลุมอีกครั้งแต่สิ่งที่ช็อก และพังทลายเขาอย่างที่สุดในเวลานี้... กลับไม่ใช่คนไข้ด้านในนั้น แต่คือจิตใจของเขาเอง ชายหนุ่มค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวยาวข้างผนังโรงพยาบาลอย่างหมดแรง ราวกับกระดูกทุกชิ้นในร่างกายถูกถอดถอนออกไปมือหนาที่สั่นๆ ยกขึ้นกุมหัวตัวเองช้าๆ น้ำตาหยดหนึ่งไหลร่วงลงกระทบหลังมืออันหยาบกร้าน เขากับเธอมีลูกด้วยกัน... พนิตาท้อง...แต่สิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้คืออะไร?เขาสะบัดหมึกเซ็นชื่อลงบนใบหย่า... ยอมปล่อยให้เธอเดินจากไป... ยอมตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดอย่างไร้เยื่อใย ด้วยทิฐิและอารมณ์ชั่ววูบในตอนที่เธอต้องการเขาที่สุด ในตอนที่เธออุ้มท้องลูกของเขาอยู่ เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชา ความโหดร้ายและการเสแสร้งใส่ร้ายของนิลมณี ที่เขาเลี้ยงเอาไว้ แต่กลับคอยทิ่มแทงเธอจนหัวใจแห
“อ้าว... คุณมังกรใช่ไหมครับ?” เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้น ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด มังกรดึงมือออกจากใบหน้า แววตาคมดุขยับมองผู้มาใหม่‘หมอเกียรติ’ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมแพทย์มือหนึ่งของที่นี่ และหมอเกียรติยังเป็นหนึ่งในเพื่อนรุ่นพี่ที่รู้จักกันในแวดวงสังคมหมอเกียรติอยู่ในชุดกาวน์สีขาวสะอาด ในมือถือชาร์ตคนไข้ และกำลังจะเดินผ่านหน้าห้องฉุกเฉินไป แต่เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจหนุ่มยืนอยู่ ท่านจึงหยุดทักทาย“อืม... สวัสดีครับหมอเกียรติ” มังกรขยับปากตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่ก็ทำได้ยากเต็มที“มาทำอะไรที่ห้องฉุกเฉินครับเนี่ย มีใครในบ้านเป็นอะไรหรือเปล่า?” หมอเกียรติถามด้วยความแปลกใจ พร้อมกับกวาดสายตามองท่าทางที่ดูทรุดโทรม และไร้สง่าราศีชั่วคราวของมังกร“โอ๋นะครับ...เธอปวดท้องกะทันหันน่ะ ผมเพิ่งพาเข้าไปข้างในเมื่อกี้นี่เอง” มังกรตอบ นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย เมื่อสมองยังคงคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องของคนที่อยู่ที่บ้าน... ไม่ใช่... คนที่หนีออกจากบ้านไปแล้วต่างหาก
ในเวลาต่อมา ภายในห้องสวีทสุดหรูของโรงแรม แสงไฟสีส้มสลัวดนตรีแจ๊ซเบาๆ ถูกเปิดคลอเพื่อสร้างบรรยากาศอาหารค่ำเลิศรสหลากหลายเมนู ถูกสั่งขึ้นมาเสิร์ฟถึงห้องพัก พร้อมกับเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์สำหรับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวป้ายแดง และไวน์รสเลิศสำหรับเจนจิราและอังกูรดินเนอร์และปาร์ตี้เล็กๆ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางความสุข และเป็นการร่ำลา เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เจอกันอีก“เอ้า! ชนแก้วหน่อย! แด่อิสรภาพของยายทราย คุณพนิตา ผู้หญิงที่สวยและรวยมาก” เจนจิราชูแก้วไวน์ขึ้นสูง ทำเสียงร่าเริงเพื่อทำลายความเงียบพนิตายิ้มกว้าง รอยยิ้มของเธองดงาม และยังคงดูสดใสจนดูไร้ที่ติ หญิงสาวชูแก้วน้ำผลไม้ขึ้นชนกับเพื่อนรัก และทนายหนุ่มเสียงดังกริ๊ง“ชนแก้วค่ะ... ลาก่อนความเจ็บปวด ลาก่อนความเฮงซวย และผู้ชายที่หูเบาคนนั้น จากนี้ไปฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่...เพื่อลูก”เธอยกแก้วขึ้นจิบ ใบหน้าสวยฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มร่าเริงตลอดเวลา เธอกินอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะต่อไปนี้ ชีวิตของพนิตาขับเคลื่อนเพื่อลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์เท่านั้นระหว่างที่กินอา
เจนจิราประคองพนิตาก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ของมังกร ไปพร้อมกับลูกในท้องของเธอที่เป็นความรัก ยังดีที่ได้อ้อมกอดของเพื่อนสนิท ที่ทำให้ไม่ล้มพับลงไปเสียก่อนพนิตาจะไม่หันหลังกลับมามองกรงทองเฮงซวยแห่งนี้อีกแล้ว ความเด็ดเดี่ยวและรอยยิ้มงดงาม ที่พนิตาพยายามฝืนแสดงต่อหน้าอดีตสามีมลายหายไป ก่อนจะก้าวพ้นขอบประตูบ้านพนิตาหยุดก้าวเดินครู่หนึ่ง เธอกัดริมฝีปากที่เปื้อนรอยยิ้มหยันส่งท้ายให้คฤหาสน์ที่แสนมืดดำหลังนี้“ลาก่อน...” คำพูดสุดท้ายหลุดออกจากปากอย่างแผ่วเบา ร่างระหงของพนิตาก้าวขึ้นรถยุโรปคันหรูของอังกูร ที่เคลื่อนตัวทะยานออกจากคฤหาสน์ไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปสนามบินที่ซึ่งเครื่องบินพร้อมขึ้นบิน และน่านฟ้าถูกเคลียร์สแตนด์บายไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อส่งพนิตาขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ที่กำลังรอรับเธอบินไปสู่อ้อมกอดที่แท้จริงของคุณพ่อคุณแม่บุญธรรมในแอฟริกาที่ซึ่งมังกรจะไม่มีวันเอื้อมมือมาถึงเธอได้อีก... อิสรภาพที่แท้จริงและอ้อมกอดอันอบอุ่นระดับเหมืองทองคำในแอฟริกา กำลังอ้ารอรับเธอ และลูกน้อยในท้อง โดยทิ้งให้หมาโบ้อย่างมังกร จมอยู่กับกองขยะแห่งความหลอกลวงใ
“คุณอังกูรคะ... รบกวนต่อสายหากัปตันเครื่องบินส่วนตัวของพ่อของฉันทีค่ะ... ที่ฉันให้เบอร์คุณไว้ บอกกับเขาว่า ฉันพร้อมแล้ว... ฉันจะเดินทางไปแอฟริกาใต้ในตอนนี้เลย”อังกูรมองหน้าพนิตาด้วยความเห็นใจและนับถือในความเด็ดเดี่ยว ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำทันที“ได้ครับคุณทราย ผมจะจัดการติดต่อกัปตัน และทำเรื่องเคลียร์น่านฟ้าด่วนที่สุด”“แต่แกจะเดินทางไปทั้งอาการแบบนี้ ฉันว่า... ทรายแกอาจจะเสียลูกนะ”“ไม่มีทางเป็นแบบนั้น เชื่อใจเถอะ ลูกแค่แสดงตัวตน แกแค่จะปลอบใจฉัน ให้ฉันใจสงบให้ได้ดีกว่านี้”“โธ่เอ๊ยยัยทราย แกนี่... ดื้อระดับไหนกันฮึ?” เจนจิราหัวเสียทีเดียว“ดื้อระดับที่เป็นเพื่อนของแกได้”แล้วพนิตาก็หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา“ไปเอากระเป๋าของฉันลงมาเถอะ”“อื้อ”อังกูรหันมา หลังจากที่โทรศัพท์คุยกับกัปตันของเครื่องบินแล้ว“ผมจัดการเรื่องกระเป๋าเองนะ แล้วจะเรียกคนขับรถมาช่วยด้วย ส่วนคุณทรายนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อน”ทุกตาร







