Mag-log inหลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็ไม่เห็นเงาเขาแล้ว เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาคงเลิกตามตื้อเธอและกลับบ้านไป ร่างบางในชุดนอนผ้าพลิ้วโนบาร์คลานขึ้นเตียงนอนทันที ยามนี้ต้องการอย่างเดียวคือนอนให้มากที่สุด
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง เขากลับมาพร้อมกับอาหารขึ้นชื่อของหัวหินหลายอย่าง จึงซื้อมาเยอะ ๆ เพราะคิดว่าคืนนี้ต้องใช้พลังงานอีกมากกว่าจะทำให้เธอยอมตกลงให้ได้
เสียงไขกุญแจปลุกให้ร่างที่หลับมาสักพักตื่นขึ้น ความงัวเงียทำให้ขยี้ตามองให้ชัดว่าใคร แต่เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามา ร่างที่เป็นเงาตะคุ่มทำให้เธอตกใจสุดขีด
“ว้ายยย! ผี”
“ไม่ใช่...ผี...ผัวเองครับ” เขาพูดแล้วก็ปิดประตูลงพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟ หลังจากนั้นจึงวางอาหารลงบนโต๊ะที่จัดเป็นที่นั่งทานอาหารง่าย ๆ โดยมีจานชามวางตั้งอยู่
“ยังไม่กลับอีก” เธอหรี่ตามองเขาอย่างเบื่อหน่าย
“จนกว่าจะได้คุณไปแต่งงานผมไม่ยอมกลับแน่นอน” เขามีเวลาไม่มากนัก หากครั้งนี้มาแล้วก็ต้องให้ได้ตามที่ตัวเองวางแผนไว้
ในเมื่อพ่ออยากให้เขามีเมียจนใจจะขาด เขาก็จะทำและพ่อก็ยอมรับให้ได้แล้วกันเมื่อถึงเวลาที่ต้องหย่า
“อะไรของคุณ” เธอยกมือขึ้นยีหัว ตอนนี้เหมือน
ไมเกรนจะขึ้นอยู่รอมร่อ เพราะว่าเขาเอาแต่ตามตื้อไม่เลิกราเสียที“กินก่อน แล้วคุยกัน คุยจบแล้วผมจะไป” เขาว่าพลางจัดจานให้เธอและเขาเอง เพราะมัวแต่เฝ้าเธอยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่บ่ายแล้ว
เทียนไขลุกขึ้นมาตักข้าวเข้าปากคำแล้วคำเล่า โดยไม่รับรู้รสชาติ เพียงคิดแค่กินให้หมดเขาจะได้เลิกตามตอแยสักที
เขาเห็นเธอกินเอากินเอาก็ตกใจ ผู้หญิงอะไรจะเรียลขนาดไม่ไว้ท่าต่อหน้าผู้ชายเลยอย่างนั้นเหรอ
“หิวเหรอ”
“เบื่อขี้หน้าคุณ ฉันอิ่มแล้วคุณมีอะไรจะพูดก็รีบ ๆ พูดมาฉันจะนอน”
ชายหนุ่มนั่งพิงเก้าอี้กอดอกเหมือนกำลังเจรจา โดยที่ท่าทางเขานั้นแสดงให้รู้ว่า กำลังปกป้องผลประโยชน์ตัวเองอยู่
“ผมได้ยินว่าคุณต้องการเงิน” เสียงเข้มเข้าประเด็นไม่อ้อมค้อม เพราะเขาก็อยากปิดดีลแล้วเหมือนกัน
เมื่อพ่อต้องการ ลูกที่น่ารักอย่างเขาก็ต้องทำให้ได้ และผลประโยชน์ที่ได้นั้นคุ้มค่ากับการลงทุน
“ใช่...คุณรู้ได้ไง” เทียนไขประเมินเขาต่ำไปจริง ๆ เขาสืบเรื่องราวเธอมาทั้งหมดก่อนแล้ว และคิดว่าแม่เพื่อนตัวดีของเธอที่เป็นแหล่งข่าว
“ผมคือว่าที่สามี จะไม่รู้ใจภรรยาได้อย่างไร ขนาดกางเกงในคุณชอบใส่สีอะไรผมยังรู้” เขากล่าวให้ดูเกินจริง แต่ทำเหมือนว่าทำเธอจะตกใจอยู่ไม่น้อย
“ถ้าคุณรู้ว่าฉันชอบใส่สีอะไรแสดงว่าคุณก็รู้ว่าฉันโนบาร์ตอนนอน!”
“....” สาบานว่าไม่รู้ ยายมัทไม่ได้บอก แต่ไม่รู้ทำไมต้องกลืนน้ำลายเหนียวคอ แล้วภาพวันนั้นที่เขาจับหน้าอกยายคุณหมอปากหมาก็เหมือนเป็นภาพยนต์กำลังฉายในหัว แววตาฉ่ำมองจ้องไปตรงเนินอกนั้นอย่างห้ามไม่ได้
“เอ่อ...เรื่องนั้น”
“ไอ้ลามก” เทียนไขหมายจะเอาส้อมจิ้มตาเขา แต่ก็โดนมือหนาคว้าไว้ก่อน
“อย่าเล่นบ้า ๆ ตาบอดเลยนะ”
“ดีสิ จะได้ไม่ต้องมองใครอีก”
“พอแล้ว คุยเรื่องของเราต่อเถอะ” ร่างสูงพิงพนักเก้าอี้แล้วกล่าวต่อไป
“ผมจะแต่งงานกับคุณ โดยมีเงื่อนไขสัญญาตามนี้” ตฤณไม่ยอมเสียผลประโยชน์แน่นอน เพราะเขาต้องได้กำไรเท่านั้น ขาดทุนไม่มีในพจนานุกรมของตฤณ
เธออ่านสัญญาแต่งงาน โดยกวาดตามองตามองอย่างลวก ๆ สลับกับมองหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเอง
“ห้ามหลงรัก” เธอเลิกคิ้วขึ้นมองพร้อมกับยิ้มขันความมั่นโหนกของเขาเหลือเกิน
“ใช่...ผมกลัวว่าคุณจะหลงรักผู้ชายที่แสนเฟอร์เฟค
อย่างผมจึงใส่ข้อนี้มาด้วย”“หลงตัวเอง” เธอว่าแล้วก็อ่านต่อ แต่ในเนื้อหามีห้ามหึง ห้ามหวง ห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัว เรื่องพวกนี้เธอไม่ใส่ใจอยู่แล้ว เพราะเขาจะไม่มีวันได้ความรักจากเธอ
อ่านไปในใจก็คิด นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่ แค่เขาเอาเงินมาล่อ ก็จะยอมแต่งงานกับเขาง่าย ๆ งั้นเหรอ ในสมองตอนนี้สับสนปนเปตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้แล้ว สิ่งหนึ่งที่เธออยากรู้คือ เรื่องบนเตียง
“ห้ามมีเซ็กส์?”
“ก็เกิดคุณอยากล่ะ” เขาถามอย่างหน้าตาย เรื่องนี้มันตกลงกันสองฝ่าย
“ไอ้บ้า...มาพูดอยากอะไรกันเล่า”
“เกิดคุณเห็นซิกแพค หุ่นล่ำ ลำใหญ่ ๆ ของผมแล้วปล้ำผมทำไง”
“งั้นก็ไม่ต้องแต่ง...”
“ไม่ได้...แต่งสิ...แต่ง ตามใจเมียจ๋าเลย” ยังไม่ทันแต่งแววกลัวมาก็มาเสียแล้วไอ้ตฤณ
“แล้วจะสิ้นสุดสัญญาเมื่อไหร่”
“...สัญญาแต่งงานนี้จะสิ้นสุด เมื่อคุณแต่งงานกับผมครบหนึ่งปีครึ่ง”
“แล้วทำไมต้องแต่ง? คุณคิดเหรอว่าฉันจะยอมรับข้อเสนอของคุณง่าย ๆ” คำถามนี้เป็นคำถาม ที่ต้องการคำตอบที่สมเหตุสมผล
ในหัวของเธอคล้ายมีเครื่องประมวลผลเป็นระบบดิจิตอลคิดถึงความคุ้มค่าและผลได้ผลเสียที่กำลังจะเกิดขึ้นกับการดีลครั้งนี้
“ผมได้ยินว่าคุณอยากเปิดคลินิกรักษาสัตว์ เงินสิบล้านคิดว่าน่าจะทำได้ไม่ยาก”
“คุณคิดว่าฉันซื้อได้ด้วยเงิน?”
“ใช่สิ...ถ้ามันมากพอ” แววตาดุจเหยี่ยวพูดอย่างเป็นต่อ เขาทำการบ้านมาดี และรู้ว่าเธอกำลังต้องการเงิน
“ตกลง”
เขาจากไปแล้วทิ้งไว้แค่หนังสือสัญญาการแต่งงาน เธอนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหารไม่ได้ขยับ ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
“ฉันตกลงแต่งงานงั้นเหรอ”
เธอไม่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรโง่ ๆ แบบนี้ได้เลยจริง
“หึ...แม่ลูกสาวคนดีของคุณดังใหญ่แล้วนะ” กี่ปีเธอก็ไม่เลิกค่อนขอดเทียนไข เพราะเขาไม่เคยลืมเมียเก่า ยิ่งใบหน้าลูกสาวถอดแบบมาแบบนั้นทำให้เธอนึกหึงหวง “ต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะคุณปา ผมก็รักคุณนะครับ” ชุติพลก็ยังคงเป็นชุติพลวันยังคำ เมื่อภรรยาออกอาการไม่พอใจเขาก็เลือกจะประจบเอาใจ แล้วปารมีก็อารมณ์ดีขึ้น แม้จะรู้สึกขัดใจอยู่บ้างในความไม่มีเหตุผลของเธอก็ตาม ผ่านไปสามปี“น้ำหวานมาหาพ่อหน่อยค่ะ” ตฤณเรียกลูกสาวที่โตเป็นสาวน่ารักสวยเหมือนแม่ไม่มีผิด เมื่อร่างป้อม ๆ วิ่งมาหาเขาก็ฉวยขึ้นมาอุ้มไว้“พ่อขา...น้ำหวานอยากไปเที่ยวจังเลยค่ะ”“ไปที่ไหนคะลูก”“ไปดูพี่ยีราฟค่ะ” เด็กน้อยยังไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์เลยสักครั้ง เคยเห็นแต่ในทีวีที่แม่เปิดให้ดู“งั้นก็ดีเลย เราชวนคุณปู่ไปด้วยกันดีกว่าเนอะ”“ดีค่ะ” เด็กน้อยดิ้นลงจากอ้อมกอดของพ่อแล้ววิ่งไปชวนคุณปู่ในห้องหนังสือเทียนไขที่หน้าท้องนูนขึ้นยืนลูบท้องมองลูกสาวด้วยรอยยิ้ม“ลูกชายดิ้นบ้างไหมครับ” เขาทรุดนั่งที่โซฟาดึงเมียมานั่งตัก“วันนี้ไม่ดิ้นเลยค่ะ สงสัยนอนหลับสบาย” ตอนนี้เป็นฤดูหนาวแล้วเธอง่วงทั้งวันต้องฝากดวงแขคอยดูน้ำหวานบ้างในกลางวั
@วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทส
“ผมว่าเราพักรีสอร์ตใกล้ ๆ เชิงเขาดีกว่านะ บรรยากาศดี” คนที่อดทนรอไม่ไหวรีบหักพวงมาลัยเลี้ยงเข้าอย่างรวดเร็ว หากกลั้นใจจนไปถึงที่บ้านมีหวังว่าเขาต้องอกแตกตายเป็นแน่ สายตาร้อนแรงของเขาโลมเลียเธอไปทั้งร่าง จนรู้สึกขนลุกชัน ท่าทางดุดันเช่นนี้ทำให้เธอนึกถึงภาพวันที่เขารักเธอจนเกือบเช้า ใบหน้าที่เคยเนียนใสก็ขึ้นสีแดงเรื่อทันที เมื่อประตูรีสอร์ตปิดลง เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเขารีบละลำละลักถอดเสื้อผ้า “คุณ...ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ” เดินขึ้นเขาลงเขามาเหนื่อย เขาคงไม่รักเธอสภาพท่วมเหงื่อแบบนี้หรอกนะ “อาบน้ำเหรอ...ก็ดีครับ” เขายักคิ้วเจ้าเล่ห์ แล้วช่วยเธอเปลื้องเสื้อผ้าจนเหลือเพียงร่างกายสาว สองแขนแกร่งช้อนอุ้มคนตัวเล็กขึ้นจากพื้นตรงไปยังห้องอาบน้ำที่มีอ่างและชมวิวด้านนอกได้ “out door นะ”เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างใบหูของเธอเมื่อวางร่างเมียรักลงบนขอบอ่าง “แต่ว่า...” หลังจากคำนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้พูดอีกเลย เทียนไขถูกตฤณอาบน้ำจนสะอาดหมดจรดทุกซอกทุกมุม กระทั่งส่วนลึกเขาก็เอาลิ้นงัดแงะดูดเลียจนสะอาดเอี่ยมอ่อง “คิดถึงจัง” เขาพึมพ
“ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแวว
“มีพบก็มีจากนะดวงแข เจ้านายดวงแขเห็นฉันเหมือนคนแปลกหน้าไปแล้ว อยู่ด้วยกันยังไงก็ลำบาก” เทียนไขรู้ข้อนี้ดี เธอไม่อยากให้เขาฝืนใจทั้งที่ไม่ได้รักเธอ ใบหน้าเคร่งเครียดมองใบสัญญานั้นจนอยากนำมันไปเผาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไป เขาไม่อยากให้เธอจากไปแต่ทว่าสมองเขานั้นมันดันจำอะไรไม่ได้จริง ๆ เทียนไขเดินเข้ามาหาเขา ในห้องทำงานแล้วนั่งลงต่อหน้าเขา “ใกล้ถึงวันหย่าแล้ว ฉันจะขนของออกไปก่อนแล้วคุณก็นัดมาแล้วกัน หากไม่อยากพบฉันก็นัดให้ทนายมาดำเนินการแทนก็ได้” เธอพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่ามันอยากจะสั่นเต็มทีก็ตาม การบอกลาคนที่รักเจ็บปวดเสมอ “คุณตันสินใจดีแล้วเหรอ” ตฤณถามเธออีกครั้ง “ค่ะ” “คุณไม่เคยมีอะไรกับผมจริง ๆ เหรอ” เขาถามอีกย้ำอีกครั้ง เพราะตัวเองไม่เชื่อ “คุณอย่าพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้อีกเลย แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าฉันเสียอะไรหรือได้อะไรจากคุณ ระหว่างเราเป็นเรื่องของสัญญาจ้าง” “ผมถามคุณก็ตอบ” “ฉันยืนยัน คุณไม่เคยมีอะไรกับฉันค่ะ” เทียนไขอยากปล่อยให้มันเป็นความทรงจำของเธอคนเดียว ไม่อยากทำให้เขาต้อ
ตฤณสวนกับเธอที่ทางเข้าไร่ แต่เลือกจะขับรถออกไปก่อน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง ยิ่งนานวันผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของเขามากขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วยเทียนไข” เขาบ่นกับตัวเอง ทุกวันเขาไปยืนหน้าห้องของเธอ ยืนอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเคาะประตู จนแล้วจนรอดเขาก็ได้แค่ยืนแล้วเดินกลับห้องทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตลอด คืนนี้เขาไม่เห็นไฟที่ห้องเธอเปิดจึงคิดว่าเธอนอนแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับกลับเป็นเขาเอง “เธอร่ายมนต์ใส่ฉันใช่ไหมเทียนไข” เวลาที่เธอเรียกเขาว่าพี่ตฤณ เสียงนั้นมันกังวานในหูแล้วภาพที่เธอครางอยู่ใต้ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น “ไหนเธอบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับเขา ทำไมเขาเห็นภาพนี้ เขาจิตนาการเพราะมีอารมณ์งั้นเหรอ” ตฤณไม่เข้าใจตัวเอง เขาคิดจนปวดหัวแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า เมื่อแสงสีทองฉาบทาท้องฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของวันใหม่ร่างที่มองไปยังสุดขอบฟ้ามองภาพเบื้องหน้าที่สวยงามอย่างรู้สึกขมขื่นใจ เธอพาตัวเองที่ไม่ได้นอนทั้งคืนออกไปจากบ้านกลางภู เพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบตาที่บวมช้ำจากการที่ร้องไห้มาเกือบทั้งคืน
เมื่อจบเพลง เทียนก็เริ่มเหนื่อย จึงหันมายกแก้วของตัวเองดื่ม แต่ว่ากลับสัมผัสเข้าที่มือของใครบางคน “นี่...ไอ้โรคจิต...มาได้ไง...แอบตามฉันมาเหรอ” เทียนไขโวยวายทันที เมื่อเห็นไอ้หน้าหม้อนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ที่โต๊ะของเธอ “เทียน...อย่าบอกนะไอ้โรคจิตที่แกว่า คือพี่ตฤณ” มัทนาถามอย่
เทียนไขรีบวิ่งไปที่รถ แล้วก็ล้วงเอาทิชชูเปียกมาเช็ดที่ริมฝีปากหมายจะให้คราบรอยจูบนั้นจางไป ร่างบางหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะหลุดออกจากอก เขาขโมยจูบแรกของเธอไป ทำให้รู้สึกเจ็บแค้นนัก แต่ที่เจ็บใจก็ร่างกายของตัวเองดันไปสมยอมง่าย ๆ จนเกือบเผลอครางอย่างน่าเกลียดออกมาแล้ว “บ้าชิบ!”
“ไปกันเถอะ” ชุติพลเห็นว่าเรื่องราวชักบานปลาย แค่จะมาทักลูกสาว เขาก็เก็บอารมณ์ไม่เก่ง พอเทียนไขปากดีก็อยากตบสั่งสอนเสียหน่อย จนลืมว่าที่นี่เป็นงานเลี้ยงและมีคนมากมายอยู่ในงาน เมื่อสองสามีล่าถอย พุดจีบกับรำไพก็ลูบหัวของหนูเทียนไขเพื่อปลอบใจ พวกเธอรู้เรื่องจากลูกสาวแล้ว และก็พาลให้
เมื่อบ่าวสาวเข้ามาในงาน ก็เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้อง ห้องบอลรูมปิดไฟให้เหลือแต่ดวงเล็ก ๆ กับแสงไฟบริเวณทางเดินเข้ามาในงาน เป็นสายทางยาวคล้ายทางช้างเผือกเข้ากับธีมงานหนึ่งดาวหนึ่งเดียว เพราะเจ้าสาวที่ชื่อหนึ่งดาว สายตาแดงก่ำที่บวกกับดื่มเหล้าเพื่อย้อมใจไม่รู้แก้วที่เท่าไหร่ และความเสียใจท




![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


