LOGINเทียนไข: “เบื่อแล้ว 56 อยากเจอ 65” ตฤณ:“นั่นคนหรือหลุมอวกาศแม่คู๊ณ!” เทียนไข: “นั่นพูดหรือเห่าคะ?”
View Moreบทนำ
เธอต้องทำตามข้อตกลง ที่ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ได้หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นคำขอร้องของบิดา กับมารดาของเธอที่เสียชีวิตไปนานแล้ว
แต่ว่าเทียนไขและตฤณนั้นไม่ได้เต็มใจ
เทียนไข เป็นสัตวแพทย์สาวในโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านหัวหิน เธอเลือกตัดขาดกับที่บ้านของบิดา เพราะไม่อยากเกี่ยวข้อง กับคนที่ปล่อยให้แม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว โดยที่ตัวเองไปขลุกกับผู้หญิงอื่น
ตฤณ หนุ่มมาดเซอร์ แต่หัวใจเบลอไปหมด ทั้งที่กำลังอกหักดังเป๊าะ เนื่องจากคนที่แอบรักก็ดันไปรักเพื่อนอย่างกิตติธร ที่แข่งจีบเธอมาตั้งแต่สมัยเรียน
หลังงานแต่งเพื่อนกลับได้รับข่าวร้าย ที่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งเป็นลูกสาวคนที่พ่อเคยรัก และสัญญาไว้ก่อนตายว่าจะดูแลลูกสาวของอดีตคนรักให้ดี
แต่หากเขาไม่แต่ง มรดกทั้งหมดจะถูกยกให้เธอคนนั้นไปฟรี ๆ โดยที่เขาทำได้แค่เป็นมองดูคนอื่นชุบมือเปิบไปง่าย ๆ เขาย่อมไม่ยอมอยู่แล้ว
------------------------------------
ตัวอย่าง:
เธออ่านสัญญาแต่งงาน โดยกวาดตามองอย่างลวก ๆ สลับกับมองหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเอง
“ห้ามหลงรัก” เธอเลิกคิ้วขึ้นมองพร้อมกับยิ้มขันความมั่นโหนกของเขาเหลือเกิน
“ใช่...สัญญาแต่งงานนี้จะสิ้นสุด เมื่อคุณแต่งงานครบหนึ่งปีครึ่ง”
“ทำไมต้องแต่ง?” คำถามที่ต้องการคำตอบที่สมเหตุสมผล
“ผมได้ยินว่าคุณอยากเปิดคลินิกรักษาสัตว์ เงินสิบล้านคิดว่าน่าจะทำได้ไม่ยาก”
“คุณคิดว่าฉันซื้อได้ด้วยเงิน?”
“ใช่สิ...ถ้ามันมากพอ” แววตาดุจเหยี่ยวพูดอย่างเป็นต่อ เขาทำการบ้านมาดี และรู้ว่าเธอกำลังต้องการเงิน
“ตกลง”
เพื่อต้องการพิสูจน์ให้พ่อของเธอได้เห็นว่า แม้ไม่มีเขาเธอก็อยู่ได้ และใช้ชีวิตได้ดีด้วย จึงยอมตกลงอย่างง่ายดาย โดยไม่รู้ว่าสัญญานั้นจะกลับมาเป็นห่วงรัดคอเธอเข้าอย่างจัง
..........................................................................................................................................................................................................................
ร่างของเด็กสาวอายุ 19 ปี ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เธอสวมเสื้อยืดสีดำ ดวงตาบวมแดงปูดโปนหลังผ่านการร้องไห้อย่างหนัก ในมือถือโทรศัพท์ของผู้เป็นมารดาแน่น
‘อย่าโทรมาหาฉันอีก แม่ไม่สบายก็ตามหมอ ตามฉันให้ได้อะไร’
เสียงผู้เป็นบิดาตัดสายไป โดยไม่ฟังเสียงเธอเลยด้วยซ้ำ ว่าแม่ไม่อยู่กับเธอแล้ว
ก่อนที่แม่จะเสียไป ได้สั่งเสียว่าให้มอบจดหมายนี้ให้กับคนที่ชื่อการันต์ บวรรักษ์ ตามที่อยู่ที่เธอเขียนให้ไว้หน้าซองจดหมาย
‘แม่...แม่อย่าทิ้งเทียนไป’
‘แม่จะอยู่กับหนู อยู่ในใจไงลูก’
รอยยิ้มสุดท้ายของมารดา เธอจำมันได้ดี แม่เป็นโรคมะเร็งในสมอง แต่ไม่เคยบอกให้ใครรับรู้ และไม่คิดจะรักษามัน
ชุติพล ก็เอาแต่ทำงาน และติดพันเจ้านายสาวชื่อปารมีจนละเลยที่บ้าน แล้วสุดท้ายก็สายไป แม่จากไปแบบไม่มีวันกลับ แต่เขากลับอยู่ในผับเล่นชู้กับหญิงอื่น
เธอโตแล้ว และเข้ามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 แต่ที่ไม่พูดอะไรเพราะเห็นแก่แม่ กลัวแม่จะเสียใจ จึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น สุดท้ายบิดาเฮงซวยของเธอก็เลือกผู้หญิงคนนั้น
ชุติพลกลับถึงบ้าน พบเพียงบ้านที่เงียบเชียบ เขาโทรกลับมาหาเทียนไข จึงรู้ว่าเธออยู่โรงพยาบาล เขาจึงรีบมาเพราะตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีสี่ แต่ลูกสาวกลับไม่อยู่บ้าน ไม่รู้ว่าเมียเขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า ทุกทีก็แค่บ่นปวดหัว
ชุติพลเดินไปหน้าห้องไอซียูและสอบถามพยาบาล พบว่ากรองแก้วไม่อยู่ในนั้นแล้ว ร่างชายวัยกลางคนยกโทรศัพท์หมายจะโทรหาลูกสาว ทั้งในใจกระวนกระวายจนรู้สึกอึดอัด พลันสายตาก็เห็นเธอนั่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องดับจิต หัวใจเขาหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม ขาที่แข็งแรงค่อย ๆ สาวเท้าเดินเข้ามาหาลูกสาวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับภาวนาให้กรองแก้วไม่เป็นอะไร
เสียงเท้าที่ก้าวเดินมาใกล้เทียนไขขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่อาจจะเรียกสายตาของเธอให้หันไปมองได้ ตอนนี้เธอไม่เหลือใครแล้ว แม่จากเธอไปไกลแสนไกลแล้ว
“เทียนลูก!”
ชุติพลเอื้อมมือไปหาลูกสาว แต่เธอขยับหนีอย่างรังเกียจ ไม่พูดอะไรออกมาเอาแต่สะอื้นอย่างเดียว
แววตาคู่นั้นเย็นชาจนไปถึงขั้วหัวใจ เหมือนเขากำลังโดนแช่แข็งด้วยสายตาลูกสาว
เขาไม่เคยรู้สึกหนาวเย็นขนาดนี้มาก่อน เมื่อมองไปยังห้องดับจิตที่ยังเปิดแง้มไว้ เพราะเจ้าหน้าที่เพิ่งเอาร่างอันไร้วิญญาณเข้าไป ทำให้หยาดน้ำตาของคนเป็นสามีร่วงหล่นจากดวงตาเป็นครั้งแรก
‘กรองแก้ว ตายแล้วเหรอ’ เขาไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองด้วยซ้ำว่าร่างนั้น คือกรองแก้ว
หลังจากงานศพมารดาหนึ่งเดือน ก็ถึงวันเปิดพินัยกรรม ที่กรองแก้วแอบทำไว้ให้กับเทียนไข เธอรู้มานานแล้วว่าชุติพลนอกใจ แต่เลือกจะเก็บความเจ็บช้ำไว้ในใจ เพื่ออยากให้ครอบครัวยังมีครบสามคนพ่อแม่ลูก
แต่เมื่อรู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้อีกไม่นาน จึงไม่เลือกเสียเงินไปกับการรักษา และเลือกเก็บทรัพย์สินทั้งหมดไว้ให้ลูกสาวเป็นทุนเรียนหนังสือ
‘พินัยกรรมระบุว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณกรองแก้ว เป็นของคุณเทียนไขทั้งหมด และวันนี้คือวันครบรอบวันเกิดอายุ 20 ปีบริบูรณ์ ดังนั้น เธอจึงเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ปกครอง’
‘จะเป็นไปได้ยังไง ผมเป็นสามีนะ’
‘คุณนอกใจภรรยา และมีหลักฐานชัดเจน คุณกรองแก้วคิดไว้แล้วว่าคุณจะต้องไม่ยอม และให้ผมทำเรื่องฟ้องผู้หญิงของคุณด้วยหากมีปัญหาเรื่องมรดก’
ชุติพลหัวเสียที่โดนภรรยาหักหน้า เขาหันไปมองใบหน้าลูกสาว ที่มองเขาอย่างเย็นชามาตั้งแต่แม่ได้เสียชีวิตลง แม้สักคำก็ไม่เอ่ยพูดกับเขาจนเขาก็จนใจ
“เทียนไข พูดอะไรบ้างสิ พ่อเป็นพ่อนะ”
“คุณไม่ใช่พ่อฉันอีกต่อไป ตั้งแต่ทิ้งให้แม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว กลับไปหาผู้หญิงของคุณซะ หากไม่อยากมีปัญหา”
ลำพังเงินประกันของแม่ กับเงินสดหนึ่งล้านบาทในบัญชีสามารถทำให้เธอเรียนจบได้โดยไม่ลำบาก และไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงผู้ชายไร้ความรับผิดชอบอย่างเขา
บ้านหลังนี้เป็นมรดกของแม่ และไม่ถือเป็นสินสมรส จึงไม่ต้องแบ่งให้กับเขา เธอเป็นทายาทเพียงคนเดียว มีสิทธิ์ทุกอย่างในทรัพย์สินของแม่
“แก...นังลูกเนรคุณ นังลูกนอกคอก”
“ฉันเป็นลูกคน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในคอกเหมือนวัวเหมือนควาย เก็บของคุณออกไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคนที่ทำร้าย ให้แม่ตายทั้งเป็นอีก”
เสียงเทียนไขประกาศกร้าวไล่บิดาผู้ให้กำเนิดออกจากบ้านไป เขามันสกปรกเกินกว่าจะอยู่บ้านหลังนี้
“ดี...เอาตัวให้รอดแล้วกัน” ชุติพลไม่ง้ออยู่แล้ว กับอีแค่ทรัพย์สินกระจอกของกรองแก้ว ไม่ทำให้เขารวยขึ้นมากนักหรอก
ดี ตอนนี้เขาเป็นอิสระ จะได้แต่งงานกับปารมี ทายาทคนดังที่เป็นที่จับตามองอย่างไม่ต้องมีเรื่องอื้อฉาว
เทียนไขยืนมองรูปของมารดา คิดถึงจนน้ำตาเอ่อคลอ ความทรงจำเมื่อเจ็ดปีที่แล้วกลับมาอีกครั้ง
‘ตอนนั้นเธอหวังให้มีปาฏิหาริย์ ให้แม่เธอกลับมาหาเธอ แต่ในโลกความจริงมันหาปาฏิหาริย์ได้ยากนัก’
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ความเคียดแค้นต่อคนเป็นบิดา ก็ยิ่งทบทวีขึ้น แม้ผ่านมาหลายปีแล้วเธอก็ไม่อาจจะวางความเจ็บช้ำนี้ลงได้
เธอไม่เคยติดต่อเขาอีก แต่ก็พอรู้ว่าเขาไปทำอะไรอยู่ที่ไหน เพราะข่าวหน้าสังคมออกเป็นประจำ เธอเลือกที่จะให้เขาตายจากไป กลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักดีกว่าที่เธอต้องทนอยู่กับคนแบบนั้น
ครืด...ครืด...!
เสียงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์ หลังจากดูเบอร์ที่โชว์ว่าใครเป็นคนโทรก็แล้วกดรับด้วยรอยยิ้มทันที
“เทียน ไปงานแต่งงานเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”
“ได้สิมัท เมื่อไหร่ล่ะ”
“เสาร์นี้ บุษบาก็ไปด้วย แกกลับมากรุงเทพจะได้เที่ยวกันต่อ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”
“ได้...ฉันไม่ต้องเข้าเวรช่วงนี้” เทียนไขตอบไปเพราะตอนนี้พักร้อน เพื่อมาทำบุญให้แม่ครบรอบวันตาย และอยู่ถึงวันอาทิตย์
“หึ...แม่ลูกสาวคนดีของคุณดังใหญ่แล้วนะ” กี่ปีเธอก็ไม่เลิกค่อนขอดเทียนไข เพราะเขาไม่เคยลืมเมียเก่า ยิ่งใบหน้าลูกสาวถอดแบบมาแบบนั้นทำให้เธอนึกหึงหวง “ต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะคุณปา ผมก็รักคุณนะครับ” ชุติพลก็ยังคงเป็นชุติพลวันยังคำ เมื่อภรรยาออกอาการไม่พอใจเขาก็เลือกจะประจบเอาใจ แล้วปารมีก็อารมณ์ดีขึ้น แม้จะรู้สึกขัดใจอยู่บ้างในความไม่มีเหตุผลของเธอก็ตาม ผ่านไปสามปี“น้ำหวานมาหาพ่อหน่อยค่ะ” ตฤณเรียกลูกสาวที่โตเป็นสาวน่ารักสวยเหมือนแม่ไม่มีผิด เมื่อร่างป้อม ๆ วิ่งมาหาเขาก็ฉวยขึ้นมาอุ้มไว้“พ่อขา...น้ำหวานอยากไปเที่ยวจังเลยค่ะ”“ไปที่ไหนคะลูก”“ไปดูพี่ยีราฟค่ะ” เด็กน้อยยังไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์เลยสักครั้ง เคยเห็นแต่ในทีวีที่แม่เปิดให้ดู“งั้นก็ดีเลย เราชวนคุณปู่ไปด้วยกันดีกว่าเนอะ”“ดีค่ะ” เด็กน้อยดิ้นลงจากอ้อมกอดของพ่อแล้ววิ่งไปชวนคุณปู่ในห้องหนังสือเทียนไขที่หน้าท้องนูนขึ้นยืนลูบท้องมองลูกสาวด้วยรอยยิ้ม“ลูกชายดิ้นบ้างไหมครับ” เขาทรุดนั่งที่โซฟาดึงเมียมานั่งตัก“วันนี้ไม่ดิ้นเลยค่ะ สงสัยนอนหลับสบาย” ตอนนี้เป็นฤดูหนาวแล้วเธอง่วงทั้งวันต้องฝากดวงแขคอยดูน้ำหวานบ้างในกลางวั
@วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทส
“ผมว่าเราพักรีสอร์ตใกล้ ๆ เชิงเขาดีกว่านะ บรรยากาศดี” คนที่อดทนรอไม่ไหวรีบหักพวงมาลัยเลี้ยงเข้าอย่างรวดเร็ว หากกลั้นใจจนไปถึงที่บ้านมีหวังว่าเขาต้องอกแตกตายเป็นแน่ สายตาร้อนแรงของเขาโลมเลียเธอไปทั้งร่าง จนรู้สึกขนลุกชัน ท่าทางดุดันเช่นนี้ทำให้เธอนึกถึงภาพวันที่เขารักเธอจนเกือบเช้า ใบหน้าที่เคยเนียนใสก็ขึ้นสีแดงเรื่อทันที เมื่อประตูรีสอร์ตปิดลง เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเขารีบละลำละลักถอดเสื้อผ้า “คุณ...ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ” เดินขึ้นเขาลงเขามาเหนื่อย เขาคงไม่รักเธอสภาพท่วมเหงื่อแบบนี้หรอกนะ “อาบน้ำเหรอ...ก็ดีครับ” เขายักคิ้วเจ้าเล่ห์ แล้วช่วยเธอเปลื้องเสื้อผ้าจนเหลือเพียงร่างกายสาว สองแขนแกร่งช้อนอุ้มคนตัวเล็กขึ้นจากพื้นตรงไปยังห้องอาบน้ำที่มีอ่างและชมวิวด้านนอกได้ “out door นะ”เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างใบหูของเธอเมื่อวางร่างเมียรักลงบนขอบอ่าง “แต่ว่า...” หลังจากคำนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้พูดอีกเลย เทียนไขถูกตฤณอาบน้ำจนสะอาดหมดจรดทุกซอกทุกมุม กระทั่งส่วนลึกเขาก็เอาลิ้นงัดแงะดูดเลียจนสะอาดเอี่ยมอ่อง “คิดถึงจัง” เขาพึมพ
“ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแวว