Mag-log inเทียนไขไม่ได้พูดอะไรกับเขาอีก เธออยู่เวรจนถึงห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาเลิกงานพอดี สายตาลอบมองเขาอยู่เรื่อย ๆ แต่เขาก็ไม่ไปไหน นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บริเวณม้านั่งตัวยาวด้านหน้าเธอ
เมื่อเก็บกระเป๋าเสร็จเตรียมปิดประตูจึงปลุกเขาให้ตื่นขึ้น
“กลับได้แล้ว โรงพยาบาลปิดแล้ว” เธอบอกเขาแล้วหันมาใช้เหล็กเกี่ยวประตูที่ม้วนลงมา แต่ทว่ามันหนักจนเธอต้องออกแรงดึงจนเกือบจะล้ม
“อุ๊ย!” ร่างเล็กเซถลาแต่มีมือหนึ่งของเขาประคองเธอไว้
“ระวังหน่อยสิคุณ ผมไม่อยากได้เจ้าสาวเดี้ยง ๆ ไปแต่งงานนะ” เขาซ้อนหลังจับมือเล็กออก แล้วเอื้อมสุดมือเพื่อดึงประตูให้ลงมา
กลิ่นน้ำหอมติดกายกรุ่นแบบสปอร์ตที่เย็นสดชื่นแตะเข้าจมูกของเธอ จนแอบเผลอสูดเข้าลึกเต็มปอด ตอนนี้เขาเหมือนยืนโอบกอดเธอไว้อย่างหลวม ๆ ทำให้ขนกายรู้สึกลุกชันจนเสียวสันหลังวาบ
“หลบไปหน่อยสิ” เสียงกระซิบของเขาสร้างความรัญจวนใจไม่น้อย ทำให้เผลอพิงแผงอกโดยไม่ได้ตั้งใจ จนเมื่อลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาเข้ามากระทบกับรูหู จึงต้องหดคอหนี แล้วก้มลอดใต้วงแขนเขาออกไป
‘คนบ้า ทำเหมือนเป็นแฟน’ เธอต้องพยายามปรับอารมณ์ให้สงบนิ่ง แต่ใบหน้าที่รู้สึกร้อนผะผ่าวนี่สิ ไม่ยอมหายไปสักที
เสียงล็อกประตูและส่งกุญแจให้ กับแววตาอันตรายนั้นทำให้เธอรู้ว่าเขาเป็นคนที่ไม่ควรอยู่ใกล้ สมองที่ไวกว่าความคิดสั่งให้ขาก้าวสลับวิ่งเร่งหนีเขาไปให้ไกล
ไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงหน้าหม้อคนนี้จะเป็นอันตรายต่อหัวใจเธอได้ขนาดนี้เลย
คุณหมอรีบสาวเท้าโกยอ้าวไม่ยอมรอ จนเขาต้องวิ่งมารั้งมือของเธอไว้
“ปล่อยนะ...ทำอะไรจับมือไว้ทำไม”
“ผมบอกแล้วไงอยากคุยกับคุณ”
“แต่ฉันไม่อยาก”
“แต่ผมทำให้อยากได้” ชายหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ทำให้ใบหน้าที่แดงอยู่แล้ว ยิ่งแดงหนักเข้าไปอีก
อากการของเธอทำให้เขาอมยิ้มอย่างลำพองใจ
‘ไม่ได้ยากเท่าไหร่’ เขาคิด
“มีอะไรก็ว่ามา ฉันยังไม่ได้นอน แล้วก็ง่วงมาก” หากเขาสังเกตใบหน้าเธอที่เหมือนน้อง ๆ หมีแพนด้าเข้าไปทุกที ก็คงจะสงสารเธอบ้าง
“ไม่เป็นไรไปคุยที่ห้องคุณก็ได้ผมไม่ติด”
“แต่ฉันติด” เธอรีบเข้าไปยังตึกพักของเจ้าหน้าที่ และคิดว่าเขาจะไม่ตามมา แต่ผิดคาดขณะที่เธอกำลังไขกุญแจเขาก็วิ่งมาถึงหน้าห้องเธอเสียนี่
“คุณเข้ามาได้ยังไง” เธอทำสีหน้าตกใจ เพราะนอกจากเจ้าหน้าที่ คนที่ไม่ได้พักไม่อาจจะเข้ามาได้
“ก็แค่บอกว่าเป็นสามีคุณกำลังจะแต่งงานกัน เขาก็ให้ผ่านแล้ว”
“ฮะ!” เธอหูฝาดไปหรือเปล่า นี่เขากำลังพูดอะไร
“ป่ะ เข้าห้องกัน” เป็นเขาดึงกุญแจเธอเข้าไปไข แล้วก็ลากเธอเข้าไปในห้อง
เขาเดินสำรวจห้องพักของสัตวแพทย์สาว ที่สะอาดสะอ้านจัดข้าวของเป็นระเบียบจนนึกชื่อชม นับว่าพ่อหาเจ้าสาวให้เขาได้ไม่เลวเลยทีเดียว
“นี่คุณมีอะไรก็ว่ามา ฉันจะอาบน้ำนอน” เทียนไขนั่งบนเตียงกอดอกมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ
ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันสองต่อสอง คนภายนอกจะเห็นว่าอย่างไร
“คุณต้องแต่งงานกับผม”
“แต่งเพื่อ?” ที่จริงอยากจะถามว่าแต่งทำซากอะไร ไม่ใช่แฟนกันสักหน่อย
“ก็แม่คุณส่งจดหมายไปขอร้องพ่อผมให้ช่วยดูแลคุณ และพ่อผมก็ยึดมั่นคำขอร้องสุดท้ายก่อนตาย จึงมัดมือผมให้แต่งงานกับคุณ”
“แม่ฉัน?” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง สับสนไปหมด อยู่ ๆ ผู้ชายที่หื่นกามใส่จะมาขอแต่งงาน
“ใช่...พ่อผมชื่อการันต์” เขาตอบเธอ
เทียนไขนึกตามเขา จำได้ว่าก่อนแม่ตายได้ให้ส่งจดหมายหาคนชื่อการันต์ แต่ไม่คิดว่าจะกลายมาเป็นอย่างนี้ หากรู้แต่แรกเธอจะฉีกจดหมายนั้นทิ้งเสีย
“แล้วไง?” เธอไม่ว่างมานั่งเล่นละครบทเมียจำเป็นให้เขาหรอกตลกสิ้นดี!
“ก็ต้องแต่งไง ผมอุตส่าห์มาตามหาเจ้าสาวเองถึงหัวหินเลยนะ”
“แล้วโตเป็นควายไม่มีความคิดเป็นของตัวเองหรือไง ต้องให้พ่อจูงจมูกฮะ!”
“นี่คุณ...ผมไม่ใช่ควายนะ”
“คุณน่ะ...ควายล้วนไม่มีวัวปน ยุคไหนแล้ว มานั่งแต่งงานหลอก ๆ ว่างหรือไง”
ตฤณเจ็บใจที่โดนยายคุณหมอปากหมานี่ด่าเป็นชุด แต่เขาต้องข่มใจไว้ก่อนเพื่อยื่นข้อเสนอ หากทำเธอโกรธแผนทั้งหมดก็จะพังไม่เป็นท่า
“คำก็ควาย สองคำก็ควาย ควายก็มีหัวใจนะ” เขาแสร้งตีหน้าเศร้า แม้จะขัดกับลุคแบดบอยแห่งไร่สายหมอกก็ตามที
“เอาเป็นว่าบอกพ่อของคุณว่า ฉันดูแลตัวเองได้ไม่ต้องให้ใครมาดูแล เรื่องแต่งงานนั้นก็ลืม ๆ ไปซะ ถือว่าแม่ได้พูดแล้วกัน ไว้ฉันจะไปจุดธูปบอกแม่ให้เอง” เธอรีบ ๆ ไล่เขา ตอนนี้รู้สึกว่าเสียเวลาชีวิตชิปเป๋ง สู้เอาเวลาคุยกับเขาไว้พักเอาแรงดีกว่า
“คุณไม่ลองดูข้อเสนอของผมก่อนล่ะ” คราวนี้เป็นเขาที่ยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ที่แฝงซ่อนเร้นบางอย่างเอาไว้
“ข้อเสนออะไรอีกหมดเวลาเล่นแล้ว ฉันจะอาบน้ำ” หญิงสาวผละออกจากห้องนอนตรงเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จะได้นอนยาว ๆ สักทีเพราะว่าเพลียจนแทบจะหลับกลางอากาศแล้ว
ส่วนตฤณก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาเปิดตู้เย็นพบว่าในห้องของเธอไม่มีอะไรกินเลย จึงเอากุญแจห้องกับคีย์การ์ดออกไป แล้วจะไปซื้ออาหารมาให้เธอทานเพื่อจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง
“หึ...แม่ลูกสาวคนดีของคุณดังใหญ่แล้วนะ” กี่ปีเธอก็ไม่เลิกค่อนขอดเทียนไข เพราะเขาไม่เคยลืมเมียเก่า ยิ่งใบหน้าลูกสาวถอดแบบมาแบบนั้นทำให้เธอนึกหึงหวง “ต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะคุณปา ผมก็รักคุณนะครับ” ชุติพลก็ยังคงเป็นชุติพลวันยังคำ เมื่อภรรยาออกอาการไม่พอใจเขาก็เลือกจะประจบเอาใจ แล้วปารมีก็อารมณ์ดีขึ้น แม้จะรู้สึกขัดใจอยู่บ้างในความไม่มีเหตุผลของเธอก็ตาม ผ่านไปสามปี“น้ำหวานมาหาพ่อหน่อยค่ะ” ตฤณเรียกลูกสาวที่โตเป็นสาวน่ารักสวยเหมือนแม่ไม่มีผิด เมื่อร่างป้อม ๆ วิ่งมาหาเขาก็ฉวยขึ้นมาอุ้มไว้“พ่อขา...น้ำหวานอยากไปเที่ยวจังเลยค่ะ”“ไปที่ไหนคะลูก”“ไปดูพี่ยีราฟค่ะ” เด็กน้อยยังไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์เลยสักครั้ง เคยเห็นแต่ในทีวีที่แม่เปิดให้ดู“งั้นก็ดีเลย เราชวนคุณปู่ไปด้วยกันดีกว่าเนอะ”“ดีค่ะ” เด็กน้อยดิ้นลงจากอ้อมกอดของพ่อแล้ววิ่งไปชวนคุณปู่ในห้องหนังสือเทียนไขที่หน้าท้องนูนขึ้นยืนลูบท้องมองลูกสาวด้วยรอยยิ้ม“ลูกชายดิ้นบ้างไหมครับ” เขาทรุดนั่งที่โซฟาดึงเมียมานั่งตัก“วันนี้ไม่ดิ้นเลยค่ะ สงสัยนอนหลับสบาย” ตอนนี้เป็นฤดูหนาวแล้วเธอง่วงทั้งวันต้องฝากดวงแขคอยดูน้ำหวานบ้างในกลางวั
@วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทส
“ผมว่าเราพักรีสอร์ตใกล้ ๆ เชิงเขาดีกว่านะ บรรยากาศดี” คนที่อดทนรอไม่ไหวรีบหักพวงมาลัยเลี้ยงเข้าอย่างรวดเร็ว หากกลั้นใจจนไปถึงที่บ้านมีหวังว่าเขาต้องอกแตกตายเป็นแน่ สายตาร้อนแรงของเขาโลมเลียเธอไปทั้งร่าง จนรู้สึกขนลุกชัน ท่าทางดุดันเช่นนี้ทำให้เธอนึกถึงภาพวันที่เขารักเธอจนเกือบเช้า ใบหน้าที่เคยเนียนใสก็ขึ้นสีแดงเรื่อทันที เมื่อประตูรีสอร์ตปิดลง เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเขารีบละลำละลักถอดเสื้อผ้า “คุณ...ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ” เดินขึ้นเขาลงเขามาเหนื่อย เขาคงไม่รักเธอสภาพท่วมเหงื่อแบบนี้หรอกนะ “อาบน้ำเหรอ...ก็ดีครับ” เขายักคิ้วเจ้าเล่ห์ แล้วช่วยเธอเปลื้องเสื้อผ้าจนเหลือเพียงร่างกายสาว สองแขนแกร่งช้อนอุ้มคนตัวเล็กขึ้นจากพื้นตรงไปยังห้องอาบน้ำที่มีอ่างและชมวิวด้านนอกได้ “out door นะ”เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างใบหูของเธอเมื่อวางร่างเมียรักลงบนขอบอ่าง “แต่ว่า...” หลังจากคำนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้พูดอีกเลย เทียนไขถูกตฤณอาบน้ำจนสะอาดหมดจรดทุกซอกทุกมุม กระทั่งส่วนลึกเขาก็เอาลิ้นงัดแงะดูดเลียจนสะอาดเอี่ยมอ่อง “คิดถึงจัง” เขาพึมพ
“ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแวว
“มีพบก็มีจากนะดวงแข เจ้านายดวงแขเห็นฉันเหมือนคนแปลกหน้าไปแล้ว อยู่ด้วยกันยังไงก็ลำบาก” เทียนไขรู้ข้อนี้ดี เธอไม่อยากให้เขาฝืนใจทั้งที่ไม่ได้รักเธอ ใบหน้าเคร่งเครียดมองใบสัญญานั้นจนอยากนำมันไปเผาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไป เขาไม่อยากให้เธอจากไปแต่ทว่าสมองเขานั้นมันดันจำอะไรไม่ได้จริง ๆ เทียนไขเดินเข้ามาหาเขา ในห้องทำงานแล้วนั่งลงต่อหน้าเขา “ใกล้ถึงวันหย่าแล้ว ฉันจะขนของออกไปก่อนแล้วคุณก็นัดมาแล้วกัน หากไม่อยากพบฉันก็นัดให้ทนายมาดำเนินการแทนก็ได้” เธอพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่ามันอยากจะสั่นเต็มทีก็ตาม การบอกลาคนที่รักเจ็บปวดเสมอ “คุณตันสินใจดีแล้วเหรอ” ตฤณถามเธออีกครั้ง “ค่ะ” “คุณไม่เคยมีอะไรกับผมจริง ๆ เหรอ” เขาถามอีกย้ำอีกครั้ง เพราะตัวเองไม่เชื่อ “คุณอย่าพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้อีกเลย แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าฉันเสียอะไรหรือได้อะไรจากคุณ ระหว่างเราเป็นเรื่องของสัญญาจ้าง” “ผมถามคุณก็ตอบ” “ฉันยืนยัน คุณไม่เคยมีอะไรกับฉันค่ะ” เทียนไขอยากปล่อยให้มันเป็นความทรงจำของเธอคนเดียว ไม่อยากทำให้เขาต้อ
ตฤณสวนกับเธอที่ทางเข้าไร่ แต่เลือกจะขับรถออกไปก่อน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง ยิ่งนานวันผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของเขามากขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วยเทียนไข” เขาบ่นกับตัวเอง ทุกวันเขาไปยืนหน้าห้องของเธอ ยืนอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเคาะประตู จนแล้วจนรอดเขาก็ได้แค่ยืนแล้วเดินกลับห้องทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตลอด คืนนี้เขาไม่เห็นไฟที่ห้องเธอเปิดจึงคิดว่าเธอนอนแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับกลับเป็นเขาเอง “เธอร่ายมนต์ใส่ฉันใช่ไหมเทียนไข” เวลาที่เธอเรียกเขาว่าพี่ตฤณ เสียงนั้นมันกังวานในหูแล้วภาพที่เธอครางอยู่ใต้ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น “ไหนเธอบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับเขา ทำไมเขาเห็นภาพนี้ เขาจิตนาการเพราะมีอารมณ์งั้นเหรอ” ตฤณไม่เข้าใจตัวเอง เขาคิดจนปวดหัวแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า เมื่อแสงสีทองฉาบทาท้องฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของวันใหม่ร่างที่มองไปยังสุดขอบฟ้ามองภาพเบื้องหน้าที่สวยงามอย่างรู้สึกขมขื่นใจ เธอพาตัวเองที่ไม่ได้นอนทั้งคืนออกไปจากบ้านกลางภู เพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบตาที่บวมช้ำจากการที่ร้องไห้มาเกือบทั้งคืน
“ไปกันเถอะ” ชุติพลเห็นว่าเรื่องราวชักบานปลาย แค่จะมาทักลูกสาว เขาก็เก็บอารมณ์ไม่เก่ง พอเทียนไขปากดีก็อยากตบสั่งสอนเสียหน่อย จนลืมว่าที่นี่เป็นงานเลี้ยงและมีคนมากมายอยู่ในงาน เมื่อสองสามีล่าถอย พุดจีบกับรำไพก็ลูบหัวของหนูเทียนไขเพื่อปลอบใจ พวกเธอรู้เรื่องจากลูกสาวแล้ว และก็พาลให้
เมื่อบ่าวสาวเข้ามาในงาน ก็เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้อง ห้องบอลรูมปิดไฟให้เหลือแต่ดวงเล็ก ๆ กับแสงไฟบริเวณทางเดินเข้ามาในงาน เป็นสายทางยาวคล้ายทางช้างเผือกเข้ากับธีมงานหนึ่งดาวหนึ่งเดียว เพราะเจ้าสาวที่ชื่อหนึ่งดาว สายตาแดงก่ำที่บวกกับดื่มเหล้าเพื่อย้อมใจไม่รู้แก้วที่เท่าไหร่ และความเสียใจท
มัทนา เพื่อนสมัยเรียนของเทียนไข แต่อยู่กันคนละคณะ พบกันตอนรับน้องรวม และโดนลงโทษจากรุ่นพี่พร้อม ๆ กัน โดยกลุ่มเธอมีสามคน คือ มัทนา ลูกสาวไฮโซธุรกิจร้านเพชรและจิวเวอรี่ อีกคนคือบุษบา ลูกสาวเจ้าพ่อธุรกิจอสังหาฯ อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ทั้งสามเป็นผู้หญิงที่สวยน่ารักไปคนละแบบ โดยเทียนไขนั้นเป
บทนำเธอต้องทำตามข้อตกลง ที่ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ได้หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นคำขอร้องของบิดา กับมารดาของเธอที่เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่ว่าเทียนไขและตฤณนั้นไม่ได้เต็มใจ เทียนไข เป็นสัตวแพทย์สาวในโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านหัวหิน เธอเลือกตัดขาดกับที่บ้านของบิ







