LOGIN“หมูปิ้งสี่ไม้ข้าวเหนียวหนึ่ง” เสียงทุ้มคล้ายไม่พอใจของลูกค้าหนุ่มดังขึ้นขัดจังหวะคนกำลังหยอดคำหวาน ละมุนหันมองลูกค้าถึงกับผงะตกใจเมื่อเห็นพสุธรถึงว่าทำไมเสียงคุ้น ๆ
“ค่ะ” เธอรีบก้มหน้าก้มตาหยิบถุงมาใส่หมูปิ้งกับข้าวเหนียวลงในถุงหูหิ้วก่อนจะส่งให้กับพสุธรที่สีหน้าบึ้งตึงยื่นแบงก์ร้อยจ่ายค่าหมูปิ้งแล้วหันหลังเดินไปโดยยังไม่ได้รับเงินทอน
“เขาลืมเงินทอนนี่ เดี๋ยวเราตามไปให้เอง” เต้หันรีหันขวางแบมือรอเงินทอนจะวิ่งตามไปให้กับลูกค้า
“ละมุนไปเอง ฝากร้านด้วยนะ” ละมุนรีบฝากร้านแล้ววิ่งตามเอาเงินทอนไปให้พสุธาที่กำลังเดินไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ลานจอดรถไกล ๆ
“เงินทอนค่ะคุณพอล” เสียงเล็ก ๆ เรียกให้เขาหันมาเพราะเหนื่อยวิ่งตามชายหนุ่มที่เท้ายาวเดินเร็วกว่า เขาหยุดกึกหันขวับตาขวาง
“ลูกก็มีแล้วแต่แม่ไม่ยอมเลี้ยงแอบมาเล่นหูเล่นตากับผู้ชาย!”
“คุณหญิงเลี้ยงลูกให้ค่ะ วันนี้เป็นวันหยุดหนู” หน้าสวยซีดเผือดกับสายตารังเกียจเดียดฉันท์ที่เขามองมา
“เป็นแม่มีวันหยุดได้ด้วยเหรอ ถ้าลูกหิวลูกอึลูกไม่สบายแต่แม่บอกว่าหยุดก็ปล่อยลูกตามยถากรรมได้งั้นสิ” เสียงทุ้มกดต่ำจ้องมองราวกับจะขยี้หญิงสาวตัวเล็กให้แหลกคามือโทษฐานที่ละเลยลูกเพื่อมาอ่อยผู้ชาย
“หนูแค่อยากมาหาพ่อแม่บ้าง ช่วยขายของแบ่งเบาภาระพ่อแม่ไม่ได้เลยเหรอคะ ถ้าต้องตัวติดกับลูกตลอดเวลาคราวหลังหนูจะพากรมาช่วยขายหมูปิ้งได้ไหมล่ะคะ?”
“อย่าเอาลูกฉันมาเหนื่อยกับเธอเด็ดขาด”
“หนูทำหน้าที่แม่แล้วก็ต้องทำหน้าที่ลูกด้วย มีลูกก็ใช่จะละเลยพ่อแม่ได้” ละมุนเชิดหน้าเถียงกลับน้ำตารื้นเพราะความรักที่เธอมีให้พ่อแม่และลูกทำให้เธอต้องแบ่งเวลาให้กับทุกคนจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนให้กับตัวเอง
“คุณย่าให้ค่าตอบแทนพ่อแม่เธอไปตั้งมากมายเงินเดือนค่าจ้างเธอก็เยอะให้พ่อแม่ใช้ไม่ต้องลำบากก็ได้หรือว่าเธอให้เงินน้อยไปพวกเขาเลยทำตัวลำบากหวังเรียกร้องเงินเพิ่ม”
“เพราะท่านไม่อยากพึ่งพาลูก ถ้าเบียดเบียนมากก็กลัวลูกจะลำบากถึงต้องขวนขวายหาเงินกันเอง คุณเกิดมารวยไม่เข้าใจหรอกค่ะว่าพ่อแม่ที่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกสุขสบายเป็นยังไง!” ละมุนแผดเสียงขึงขังเขาจะต่อว่าเธอยังไงก็ได้แต่ห้ามแตะต้องพ่อแม่เธอ พสุธรนิ่งเงียบเขาโตมากับคุณหญิงย่าที่มีทรัพย์สมบัติมากมายไม่เคยต้องทุกข์ร้อนเลยไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอกับพ่อแม่เป็นและเขาก็ไม่เคยมีความผูกพันกับพ่อแม่หากไม่เห็นรูปครอบครัวเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่หน้าตาเป็นยังไงเพราะพวกท่านถูกมัจจุราชพรากไปตั้งแต่อายุไม่ถึงห้าเดือน
“ถ้าตอบแทนบุญคุณพ่อแม่เสร็จก็รีบกลับไปเลี้ยงลูกแล้วกัน” เสียงทุ้มอ่อนลงเบือนหน้าหนีหันหลังเดินไปที่รถยนต์คันหรู ละมุนมองตามแผ่นหลังแกร่งที่ห่างออกไปก่อนจะเอ่ยขึ้นแผ่วเบา
“คุณทำเหมือนไม่อยากให้หนูห่างลูกเลยนะคะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณไล่ให้หนูไป”
“ลูกต้องกินนมแม่ถึงจะดีที่สุดไง ลูกเลิกดื่มนมจากอกเธอเมื่อไหร่เธอจะไปมีชีวิตยังไงก็เชิญ” พสุธรเอียงมองเล็กน้อยรีบหันหน้าหนีสายตาวูบไหวรู้สึกใจหายหากถึงวันที่ต้องปล่อยเธอไปมีชีวิตใหม่ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เธอเตรียมตัวตั้งครรภ์จนถึงตอนนี้มันกลายเป็นความเคยชินสำหรับเขาไปเสียแล้ว
คฤหาสน์หลังใหญ่ท่ามกลางสวนดอกไม้ร่มรื่น
งานเลี้ยงฉลองวันเกิดอายุหนึ่งขวบของอธิกร สิงหบดินทรจัดขึ้นภายในคฤหาสน์แต่งสถานที่ด้วยลูกโป่งซูเปอร์ฮีโร่และเซตอาหารราคาแพงวางเรียงรายสำหรับเลี้ยงญาติพี่น้องที่แต่งหน้าแต่งตัวหรูหรามาร่วมงานต่างพูดคุยกันเรื่องธุรกิจและชีวิตประจำวันของแต่ละคนอย่างชื่นมื่นยิ้มแย้มให้กันมีทั้งยิ้มที่จริงใจและจอมปลอมปะปนแต่ก็ทำให้บรรยากาศในงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของอธิกรเต็มไปด้วยคึกคัก
ละมุนนั่งหลบอยู่ในห้องคนรับใช้มีอาหารวางไว้ในถาด เธอไม่อยากออกไปพบเจอใครโดยเฉพาะนพกุล คุณหญิงย่าเข้าใจความไม่สบายใจของเธอที่จะเผชิญหน้ากับคนที่เคยมีเรื่องกันมาก่อนเลยให้หลบอยู่ในห้องแคบแล้วให้นุ่มพี่เลี้ยงอีกคนคอยตามดูแลอธิกร ไม่นานนักเสียงลำโพงและเสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ดังแว่วมาจากห้องโถงใหญ่ ละมุนได้แต่นั่งปรบมือร้องเพลงวันเกิดให้ลูกชายเพียงลำพังดวงตากลมโตมีประกายดีใจที่ลูกชายมีชีวิตที่ดีสมบูรณ์แบบแม้ในความสมบูรณ์แบบจะไม่มีเธออยู่ในนั้นก็ตาม
ภายในห้องจัดเลี้ยง
อธิกรวัยหนึ่งขวบผิวพรรณขาวสะอาดคิ้วเข้มจมูกเป็นสันรับกับริมฝีปากเป็นกระจับใบหน้าหล่อดวงตากลมโตบ้องแบ้วคล้ายกับแม่ผู้ให้กำเนิด อธิกรกำลังหัดเดินเป๋ไปมาล้มเข่ากระแทกไปหลายครั้งแต่พยายามลุกขึ้นมาใหม่เสมอ นุ่มและอรคอยเดินตามดูแลไม่ห่างจนอ่อนแรงเพราะการกินเลี้ยงยาวนานตั้งแต่เย็นยันค่ำ
“กรยังดื่มนมแม่นมคนนั้นอยู่ไหมคะ?” นริตาเอ่ยถามเสียงใส
“ยังดื่มอยู่จ้ะ”
“แปลกดีนะคะให้ดื่มนมจนหน้าตาเหมือนแม่นมคนนั้นเลย” นริตาหันมองหลานชายหน้าตาน่าเอ็นดูตาโตบ้องแบ้วขนตายาวเหมือนแม่นมที่เคยเจอ พสุธรชะงักหลบตาลงต่ำปกปิดความเลิ่กลั่ก
“ปกติเด็กมักจะหน้าตาเหมือนคนที่เลี้ยง แต่หน้าจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็เหมือนพ่อแม่ตัวเอง” ยุพวรรณบอกกับนาริตาแล้วมองไปทางอธิกร
“จริงสิ ริตาจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ มีคนบอกว่าริตาหน้าเหมือนพี่เลี้ยงที่เป็นคนฟิลิปปินส์เลย” นาริตายิ้มกว้างเมื่อนึกถึงเรื่องราวในวัยเด็ก คุณหญิงย่ายิ้มแห้งหยิบกระดาษทิชชู่ซับเหงื่อซึมบนหน้าผากที่เกิดจากความกดดัน
“คุณหนูใจเย็น ๆ ค่ะ คุณหนู” เสียงของนุ่มกับอรร้องห้ามอธิกรที่ร้องไห้งอแงยกมือขึ้นตีพี่เลี้ยงไม่หยุด
“หยุดนะกร! พ่อบอกให้หยุดไง!” พสุธรจ้องตาเขม็งดุลูกเสียงดัง อธิกรเบะปากหน้าแดงหยุดตีนุ่มแต่คว้าผมของนุ่มมาดึงรั้งแทน พสุธรลุกพรวดไปกระชากมือลูกออกจากผมของพี่เลี้ยง
“ทำไมเกเรอย่างนี้ ไปหาแม่เลย!” พสุธรกำข้อมือลูกสีหน้าเกรี้ยวกราดหลุดพูดไล่ลูกไปหาแม่อย่างลืมตัว ญาติ ๆ ที่คุยกันระงมในห้องอาหารเงียบกริบหันมองพสุธรกับลูกเป็นตาเดียวกัน
เพื่อนวัยเรียนของละมุนทั้งสี่คนต่างปรบมือยิ้มแย้มยินดีกับเพื่อน ก่อนหน้านี้ละมุนได้ชักชวนเพื่อนให้มีหน้าที่การงานดีและให้ความช่วยเหลือมาตลอด ด้านศรุตกับรามได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ ทั้งคู่อมยิ้มแท็กมือกันเดาไม่ผิดตั้งแต่วันงานคอนเสิร์ตลานเบียร์เมื่อหลายปีก่อนว่าผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่จะกุมหัวใจของพสุธร เพราะเธอทำให้เพื่อนของพวกเขาที่ไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวเดินฝ่าผู้คนมากมายเพื่อไปยืนคุ้มกันไม่ให้ผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้เธอ.... แม้หลังจากนั้นพวกเขาจะรู้ว่าละมุนเป็นแม่ของลูกพสุธรแต่ต้องเก็บไว้เป็นความลับเพราะละมุนไม่ได้รับการออกหน้าทั้งที่เป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย ทว่าตอนนี้ละมุนก็ได้ขึ้นแท่นภรรยาอย่างออกหน้าเสียที....เมื่อถึงวัยลูกน้อยเติบใหญ่ อธิกรกับลลิตาเข้าศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ ละมุนเป็นห่วงลูกเลยขอมาอาศัยอยู่ร่วมกันที่นี่ พสุธรเองก็ไม่ยอมห่างละมุนจึงทำงานผ่านช่องทางออนไลน์ในช่วงสองปีที่ลูก ๆ ศึกษาต่อจนกว่าจะจบ“หอมจังเลยครับ”อธิก
“ขอเพิ่มอีกห้าล้านได้ไหมต้องอัพเกรดตัวเองให้ดูแพง” วินนี่ยังต่อรองจะจับคนรวยเธอต้องดูรวยถึงจะเลอค่า พสุธรส่ายหน้าเบา ๆ เปิดหน้าเช็คจรดปากกาเซ็นชื่อ“สามล้านพอ ฉันจะให้เธอครั้งสุดท้ายเพื่อจบเรื่องราวของเราเพียงเท่านี้ หลังจากนี้ก็ขอให้เธอโชคดีกับสามีหล่อรวยอยู่เป็นคุณนายไม่ต้องทำมาหากินก็มีเงิน” พสุธรยื่นเช็คให้พร้อมกับคำอวยพรที่เธอชอบทั้งที่รู้ว่าเดวิดไม่จริงจังกับวินนี่แน่นอนก่อนจะหันหลังเดินจากไป วินนี่มองบนถอนหายใจเฮือกใหญ่มองตามอาลัยอารณ์ตั้งใจกลับมาเพื่อมีชีวิตที่ดีดันแย่กว่าเดิมต้องยอมรับสภาพหมดตัวเพราะเคยไปหลอกเขามาก่อน จากนี้ไปเธอต้องสลัดความเศร้าอัพเกรดตัวเองใหม่ให้สดใสเปล่งปลั่งเดินหน้าหาสามีใหม่รวย ๆ เท่านั้นถึงจะตอบโจทย์ วินนี่เดินเชิดหน้าไปอีกทางแววตามุ่งมั่นถึงจะท้อใจกับชีวิตเธอไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ไม่มีทางทำร้ายตัวเองนอกจากทำให้ตัวเองสวยและเลอค่าแม้จะเหลือแต่เปลือกก็ตาม พสุธรหันกลับมามองวินนี่ก้าวเดินมาดมั่นกระฉับกระเฉงห่างออกไปเรื่อย ๆ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ไม่รู้สึกสงสารหรือแม้แต่เห็นใ
คฤหาสน์หลังใหญ่ ค่ำคืนนี้เป็นคืนแรกของครอบครัวได้นอนบนเตียงพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก พสุธรนอนกอดหญิงคนรักที่นอนตะแคงหันไปหาลูกด้วยความคิดถึงหลังจากต้องอยู่ห่างเพื่อทำให้แผนของเขาเนียนที่สุดในการหลอกให้วินนี่เชื่อใจและไม่ระแวงเรื่องละมุน ด้านละมุนอบอุ่นใจกับการที่มีคนรักกลับมาอยู่กับเธอดังเดิมแต่ยังนอนไม่หลับครุ่นคิดเรื่องที่เขาเคยทำให้เสียใจและเรื่องภรรยาเก่าของเขา ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างไม่รู้ตัว พสุธรผงกหัวมองภรรยาที่ยังไม่หลับ“ยังงอนอยู่เหรอ”“นิดหน่อยค่ะ แต่กำลังสงสารคุณวินนี่ คุณพอลทำกับเธอแรงไปไหมคะถึงขนาดหมดตัวแล้วเธอจะอยู่ยังไง” เสียงหวานหม่นเศร้าค่อย ๆ เขยิบตัวหันมานอนหงายมองหน้าสามี“มันเป็นสมบัติที่ผมควรได้คืน”“แต่หัวใจผู้หญิงคนหนึ่งต้องบอบช้ำนะคะ ละมุนเข้าใจความรู้สึกเธออุตส่าห์กลับมาหาคุณมีความหวังว่าจะสร้างครอบครัวด้วยกันแต่กลับถูกหลอกทั้งความรู้สึกและทรัพย์สินไม่เหลืออะไรเลย”“ละมุนอยากให้ผมทำยังไง”
“ฟ้องเมียน้อยกับแกที่เล่นชู้ อยู่ดีไม่ว่าดีดันมาหักหลังคนอย่างฉันแกต้องเสียสมบัติให้ฉันอย่างน้อยหนึ่งร้อยล้าน” วินนี่ตะคอกลั่นโรงพยาบาลในเมื่อถูกหักหลังพวกมันต้องรับผิดชอบ พสุธรหัวเราะร่วนก้าวเดินเข้าใกล้วินนี่แล้วยิ้มเยาะ“เผื่อจะยังไม่รู้ คนที่จดทะเบียนซ้อนเรียกร้องอะไรไม่ได้นะ”“พูดบ้าอะไร?”“ละมุนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ส่วนเธอจดทะเบียนทีหลังเรียกว่าจดทะเบียนซ้อนถือว่าเป็นโมฆะ” สายตาคมมองเหยียดภรรยาเก่า พลางนึกย้อนไปวันที่เขาจะไปหย่ากับละมุนเพื่อจะทำตามแผนจดทะเบียนกับวินนี่แต่จะไม่มีอะไรกันแล้วจ้างผู้ชายมาเล่นชู้กับวินนี่ที่อดทนเรื่องอย่างว่าไม่ได้หลังจากนั้นจะฟ้องหย่าแบ่งสินสมรสแต่ด้วยความที่เขาไม่อาจตัดใจเซ็นชื่อลงในใบหย่าได้แผนทุกอย่างเลยต้องเปลี่ยนยังคงสภาพเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายกับละมุน ส่วนตัวเขาไปอยู่กับวินนี่ให้ตายใจซึ่งละมุนเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรรู้แค่ว่าวันที่ไม่ได้หย่ากันเขาบอกเพียงให้รอแล้วเขาจะกลับมาหาเธอ ด้านวินนี่ช็อกไปชั่วขณะหัวใจเต้นแรงหน้าซีดถูกสามีเก่าต้มซะเปื่อยก่อนจะนึกได้ว่าถ้าเป็นแบบนี้เขาอาจมีคว
พสุธรเดินออกมาจากห้องทำงานของสินีนาถจะไปยังห้องประชุมระหว่างทางเขาเห็นละมุนเดินวนไปวนมาอยู่หน้าลิฟต์แล้วมองมาทางเขา พสุธรเหลือบมองรอบข้างไม่มีใครเลยเดินมาหาละมุน ทั้งสองยืนรอลิฟต์ห่างกันไม่พูดคุยใด ๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดเธอเดินเข้าไปชิดขอบลิฟต์ด้านในส่วนเขายืนอยู่ข้างหน้าชิดปุ่มกดขยิบปากเปล่งเสียงพูดคุยโดยไม่หันมองกันและกัน“คุณโอนหุ้นมากมายให้หนูทำไมคะ”“เพราะนั้นเป็นรายได้หลักมีมูลค่ามากสุดที่ฉันมีในตอนนี้เพื่อสัญญาว่าฉันจะกลับไปหาเธอ”“หนูอยากได้แค่คุณไม่ได้อยากได้ทรัพย์สินของคุณ”“เธอจะได้ทั้งสองอย่างไม่ว่าฉันและทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของเธอกับลูก ๆ ของเรา”“เราสามคนแม่ลูกจะได้ความรักด้วยไหมคะ” ดวงตากลมโตวูบไหวเหล่มองหลังแกร่งที่ไม่หันหน้ามามอง“ทำขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกเหรอว่ารักมากขนาดไหน” เขาเน้นหนักในคำพูดให้เธอมั่นใจ ละมุนยืนนิ่งฝืนกลืนน้ำตาไม่ให้ไหลเมื่อลิฟต์ลงถึงชั้นสิบแผนกบัญชีละมุนรวบแรงเดินผ่านกายหนาพยายามไม่หันมอง“รักนะคุณแม่ดูแลลูกด้วย” เส
“เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่เมียน้อย”เขาลากเสียงยาวเหนื่อยที่ต้องคุยเรื่องนี้ซ้ำ ๆ“แต่เป็นแค่ตัวสำรองความสำคัญน้อยนิดเมื่อเทียบกับตัวจริง”“เธอสำคัญกับฉันที่สุด”“ตอนนี้หนูไม่มั่นใจอะไรในตัวคุณอีกแล้ว หนูเหมือนเดินบนเส้นด้ายไม่มีความแน่นอนอะไรสักอย่าง หนูเคยเชื่อคำพูดคุณจนหนูโง่ให้คุณหลอกซ้ำ ๆ” หน้าสวยบิดเบี้ยวน้ำตาไหลเกินอดกลั้น พสุธรหน้าเครียดเกลี่ยปลายนิ้วเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนแต่ถูกละมุนปัดมือออก“ฉันรักเธอ” เสียงทุ้มติดขัดเจ็บปวดกับการปฏิเสธของผู้หญิงที่รักแค่เช็ดน้ำตายังทำให้เธอไม่ได้“อย่าหลอกหนูอีกได้ไหม” ร่างบางสะอื้นเนื้อตัวสั่นเทาเจ็บใจตัวเองที่รักเขามากจนยอมโง่ให้เขาหลอก“ฉันรักเธอ” นัยน์ตาคมวูบไหวโน้มลงเข้าใกล้จะจูบหน้าสวยหันหนีเขาจับหน้าเธอให้หันมามองสบตาแล้วโน้มลงจูบปากนุ่มนวล มือเรียวกำผ้าห่มแน่นน้ำตาไหลลงหางตาพ่ายแพ้ให้กับเขาทั้งที่ปวดร้าวแทบขาดใจ ริมฝีปากหนาถอนจูบอ้อยอิ่งเคลื่อนหน้าขึ้นจูบหน้าผากมนแผ่วเบา“รอฉันนะคนดี อีกไม่นานฉันจะก







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)