LOGIN“พอลหมายถึงแม่นม” คุณหญิงย่าเลิ่กลั่กรีบแก้ตัวแทน พสุธรสูดหายใจเข้าลึกตั้งสติคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้หัวเสีย
“กรน่าจะหิวพวกเธอพาไปหาแม่นมของเขาเถอะ” เสียงทุ้มอ่อนลงโบกมือให้นุ่มกับอรพาอธิกรไปส่งให้ละมุน ส่วนตัวเองเดินมานั่งรับประทานอาหารกับญาติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ภายในห้องนอนของอธิกร
ละมุนพาลูกขึ้นมาบนห้องนอนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกล่อมจนลูกเคลิ้มหลับเลยจะเอนกายนอนข้าง ๆ อยู่ ๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นละมุนผวานึกได้ว่าล็อกประตูแล้วเลยเบาใจแต่ก็มีเสียงไขกลอนประตู สักพักประตูห้องเปิดออกทำเอาละมุนสะดุ้งสุดตัว ทว่าเสียงบ่นจากร่างหนาที่กำลังเดินเข้ามาในห้องก็ทำให้เธอโล่งอก
“เลี้ยงลูกตามใจจนนิสัยเสีย ตบตีจิกหัวพี่เลี้ยงก้าวร้าวทำฉันขายขี้หน้า!” พสุธรเดินปรี่เข้ามาหาขึงขังไม่พอใจที่เลี้ยงลูกจนเสียเด็ก
“ปกติลูกไม่ก้าวร้าวนะคะ คงหิวและงานเลี้ยงก็นานจนดึกเกินเวลานอนลูกเลยงอแง แต่ถ้าพูดกับดี ๆ เขาก็ฟังนะคะถ้าตวาดใส่เขาจะตอบโต้กลับรุนแรงกว่าเดิม” ดวงตากลมโตช้อนมองพสุธรที่ยืนค้ำหัวแล้วบอกคำแนะนำของคุณหมอเพื่อลดอารมณ์ฉุนเฉียวของลูก
“เธอจะบอกว่าฉันตะคอกลูกทำให้เขาเกเร?”
“ค่ะ”
“ละมุน ฉันเป็นใครแล้วเธอเป็นใคร?” เขากดเสียงต่ำจ้องมองมาดหมาย
“หนูเป็นคนที่คุณพอลจ้างมาอุ้มบุญเป็นพี่เลี้ยงเด็กและก็เป็นแม่ของลูกหากลูกผิดหนูสั่งสอนได้ถ้าผู้ใหญ่ผิดหนูก็ต้องเตือน”
“คุณย่าให้ท้ายเธอจนลืมตัว”
“หนูไม่เคยลืมตัว หนูแค่พูดในฐานะแม่คนหนึ่ง”
“ถ้าเป็นแม่ก็อบรมลูกด้วยอย่าให้เกิดเรื่องอย่างวันนี้อีก!” เสียงเข้มตวาดลั่นทำลูกชายที่นอนหลับผวา ละมุนรีบหันไปตบก้นลูกเบา ๆ กล่อมให้นอนต่อแล้วหันมองค้อนพ่อของลูก
“เป็นพ่อต้องหัดควบคุมอารมณ์ด้วยนะคะ” เธอเหวี่ยงเสียงห้วน ๆ ไม่สบอารมณ์ที่เขามาโวยวายให้ลูกตกใจ
“เดี๋ยวนี้ต่อปากต่อคำเก่งขึ้นนะหรือว่าฉันใจดีกับเธอมากไปเลยไม่เกรงใจ”
“หนูเคารพและยอมคุณพอลเสมอ ยกเว้นเรื่องพ่อแม่กับลูกที่ต้องปกป้อง หนูยอมไม่ได้” สายตาสวยแน่วแน่ตั้งแต่เป็นแม่คนหญิงสาววัยรุ่นที่เคยอ่อนต่อโลกเข้มแข็งกล้าได้กล้าเสียมากกว่าเดิม
“เธอปกป้องใครไม่ได้หรอกละมุนแค่ตัวเธอเองยังปกป้องไม่ได้เลย” พสุธรแสยะยิ้มเยาะสาววัยใสที่ยอมให้เขากดขี่โดยไร้ข้อโต้แย้ง
“ถ้าการที่หนูยอมรับสภาพจำยอมตามคุณที่อยากให้เป็นคือการปกป้องตัวเองไม่ได้ คุณกำลังประมาทหนูเกินไป” เสียงหวานเอ่ยขึ้นสีหน้าเรียบเฉยจ้องตากับเจ้านายที่เป็นพ่อของลูกอย่างไม่เกรง การที่เธอยอมเขาเพราะมีเป้าหมายให้ครอบครัวอยู่สุขสบายและได้เลี้ยงลูกจนเติบใหญ่นี่คือความเข้มแข็งเพื่อปกป้องคนที่รักอย่างหนึ่งที่เขาไม่เคยเข้าใจ พสุธรนิ่งอึ้งมองสบตาหญิงสาวที่แกร่งขึ้นสายตาอ่อนไหวของเธอเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ให้กำเนิดลูกชายแตะเธอได้แต่แตะลูกเธอไม่ได้หรือนี่คือจิตวิญญาณความเป็นแม่ที่เธอซึมซับมาตลอดหนึ่งปี
วันหยุดยาวสุดสัปดาห์
ในห้องรับแขกติดกระจกบานใหญ่มองเห็นสวนร่มรื่นหน้าบ้าน มีเบาะนวมกั้นเด็กขนาดใหญ่ ของเล่นเด็กทั่วไปและพัฒนาสมองอยู่เต็มห้อง ช่วงเช้าพสุธรเข้ามาเล่นกับลูกโดยมีคุณหญิงย่าและพ่อแม่ของละมุนที่นำขนมจีนน้ำยากะทิกับขนมไทยมาฝากทุกคนในคฤหาสน์คุณหญิงย่าชื่นชอบฝีมือทำขนมไทยของแม่ละมุนที่รสชาติดีตามสูตรโบราณ ทุกคนร่วมกันรับประทานและเล่นกับอธิกร จนถึงช่วงบ่ายพสุธรออกไปไดร์ฟกอล์ฟกับเพื่อน ๆ ส่วนพ่อแม่ก็รีบกลับไปเตรียมหมูปิ้งขายในตอนเย็น
คุณหญิงย่านั่งจัดดอกไม้ใส่แจกันอย่างประณีตเตรียมไว้สำหรับนำขึ้นไปจัดไหว้พระพุทธรูปในห้องพระเช้าวันพรุ่งนี้
ละมุนเล่นของเล่นคลานกลิ้งเกลือกกับลูกในเบาะกั้นขนาดใหญ่ก่อนจะให้นมลูกแล้วผล็อยหลับอ่อนแรงไปพร้อม ๆ กัน หลังจากนอนหลับไปเกือบชั่วโมงละมุนรู้สึกตัวว่าถูกสะกิดแขนเลยสะดุ้งลืมตาตื่นมามองเห็นคุณหญิงย่ายื่นโทรศัพท์มือถือให้กับเธอ ละมุนรีบยันตัวนั่งกดรับโทรศัพท์ทันที
“สบายดี แกเป็นไง”
“เรารับจ้างเลี้ยงเด็กไปไม่ได้หรอก”
“ไว้เจอกันวันหลังนะ” ละมุนคุยประโยคสุดท้ายกับปลายสายแล้วกดวางสาย คุณหญิงย่าเหลือบมองมือจับกรรไกรค่อย ๆ ตัดก้านดอกไม้
“ใครชวนไปไหน?”
“เพื่อนตอนเรียนพาณิชย์ค่ะ ไม่ได้เจอกันสองปีกว่าเพื่อน ๆ เลยโทรมานัดรวมตัวไปเที่ยวกัน”
“ก็ไปสิ ย่าเลี้ยงกรให้เอง”
“ไม่ดีกว่าค่ะ เพื่อนนัดเที่ยวกลางคืนถ้ากลับดึกคุณพอลรู้ว่าหนูไม่อยู่เลี้ยงลูกต้องโดนบ่นอีกแน่” ละมุนยิ้มแห้งเหนื่อยหน่ายที่ต้องทะเลาะกับพสุธร
“ย่าอนุญาตให้ไป ถ้าพอลบ่นก็ให้มาบ่นย่านี่” คุณหญิงยิ้มอ่อนมีเมตตา ท่านเคยเลี้ยงทั้งลูกหลานและเหลนรู้ว่าการเป็นแม่เหนื่อยล้าแค่ไหนหากได้พักผ่อนหย่อนใจพบปะเพื่อนฝูงก็จะคลายเหนื่อยได้บ้าง ละมุนนิ่วหน้าครุ่นคิดใจหนึ่งก็อยากเจอเพื่อนอีกใจก็กลัวว่าพสุธรไม่พอใจ
“ไปเที่ยวเถอะ เลี้ยงแต่ลูกจะไม่มีสังคมอยู่แล้ว”
“ขอบคุณค่ะคุณหญิง” ละมุนไม่อยากขัดคุณหญิงย่าและอยากไปเที่ยวเลยยกมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ใจดีอย่างนอบน้อมก่อนจะโทรไปบอกเพื่อนว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน
เพื่อนวัยเรียนของละมุนทั้งสี่คนต่างปรบมือยิ้มแย้มยินดีกับเพื่อน ก่อนหน้านี้ละมุนได้ชักชวนเพื่อนให้มีหน้าที่การงานดีและให้ความช่วยเหลือมาตลอด ด้านศรุตกับรามได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ ทั้งคู่อมยิ้มแท็กมือกันเดาไม่ผิดตั้งแต่วันงานคอนเสิร์ตลานเบียร์เมื่อหลายปีก่อนว่าผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่จะกุมหัวใจของพสุธร เพราะเธอทำให้เพื่อนของพวกเขาที่ไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวเดินฝ่าผู้คนมากมายเพื่อไปยืนคุ้มกันไม่ให้ผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้เธอ.... แม้หลังจากนั้นพวกเขาจะรู้ว่าละมุนเป็นแม่ของลูกพสุธรแต่ต้องเก็บไว้เป็นความลับเพราะละมุนไม่ได้รับการออกหน้าทั้งที่เป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย ทว่าตอนนี้ละมุนก็ได้ขึ้นแท่นภรรยาอย่างออกหน้าเสียที....เมื่อถึงวัยลูกน้อยเติบใหญ่ อธิกรกับลลิตาเข้าศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ ละมุนเป็นห่วงลูกเลยขอมาอาศัยอยู่ร่วมกันที่นี่ พสุธรเองก็ไม่ยอมห่างละมุนจึงทำงานผ่านช่องทางออนไลน์ในช่วงสองปีที่ลูก ๆ ศึกษาต่อจนกว่าจะจบ“หอมจังเลยครับ”อธิก
“ขอเพิ่มอีกห้าล้านได้ไหมต้องอัพเกรดตัวเองให้ดูแพง” วินนี่ยังต่อรองจะจับคนรวยเธอต้องดูรวยถึงจะเลอค่า พสุธรส่ายหน้าเบา ๆ เปิดหน้าเช็คจรดปากกาเซ็นชื่อ“สามล้านพอ ฉันจะให้เธอครั้งสุดท้ายเพื่อจบเรื่องราวของเราเพียงเท่านี้ หลังจากนี้ก็ขอให้เธอโชคดีกับสามีหล่อรวยอยู่เป็นคุณนายไม่ต้องทำมาหากินก็มีเงิน” พสุธรยื่นเช็คให้พร้อมกับคำอวยพรที่เธอชอบทั้งที่รู้ว่าเดวิดไม่จริงจังกับวินนี่แน่นอนก่อนจะหันหลังเดินจากไป วินนี่มองบนถอนหายใจเฮือกใหญ่มองตามอาลัยอารณ์ตั้งใจกลับมาเพื่อมีชีวิตที่ดีดันแย่กว่าเดิมต้องยอมรับสภาพหมดตัวเพราะเคยไปหลอกเขามาก่อน จากนี้ไปเธอต้องสลัดความเศร้าอัพเกรดตัวเองใหม่ให้สดใสเปล่งปลั่งเดินหน้าหาสามีใหม่รวย ๆ เท่านั้นถึงจะตอบโจทย์ วินนี่เดินเชิดหน้าไปอีกทางแววตามุ่งมั่นถึงจะท้อใจกับชีวิตเธอไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ไม่มีทางทำร้ายตัวเองนอกจากทำให้ตัวเองสวยและเลอค่าแม้จะเหลือแต่เปลือกก็ตาม พสุธรหันกลับมามองวินนี่ก้าวเดินมาดมั่นกระฉับกระเฉงห่างออกไปเรื่อย ๆ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ไม่รู้สึกสงสารหรือแม้แต่เห็นใ
คฤหาสน์หลังใหญ่ ค่ำคืนนี้เป็นคืนแรกของครอบครัวได้นอนบนเตียงพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก พสุธรนอนกอดหญิงคนรักที่นอนตะแคงหันไปหาลูกด้วยความคิดถึงหลังจากต้องอยู่ห่างเพื่อทำให้แผนของเขาเนียนที่สุดในการหลอกให้วินนี่เชื่อใจและไม่ระแวงเรื่องละมุน ด้านละมุนอบอุ่นใจกับการที่มีคนรักกลับมาอยู่กับเธอดังเดิมแต่ยังนอนไม่หลับครุ่นคิดเรื่องที่เขาเคยทำให้เสียใจและเรื่องภรรยาเก่าของเขา ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างไม่รู้ตัว พสุธรผงกหัวมองภรรยาที่ยังไม่หลับ“ยังงอนอยู่เหรอ”“นิดหน่อยค่ะ แต่กำลังสงสารคุณวินนี่ คุณพอลทำกับเธอแรงไปไหมคะถึงขนาดหมดตัวแล้วเธอจะอยู่ยังไง” เสียงหวานหม่นเศร้าค่อย ๆ เขยิบตัวหันมานอนหงายมองหน้าสามี“มันเป็นสมบัติที่ผมควรได้คืน”“แต่หัวใจผู้หญิงคนหนึ่งต้องบอบช้ำนะคะ ละมุนเข้าใจความรู้สึกเธออุตส่าห์กลับมาหาคุณมีความหวังว่าจะสร้างครอบครัวด้วยกันแต่กลับถูกหลอกทั้งความรู้สึกและทรัพย์สินไม่เหลืออะไรเลย”“ละมุนอยากให้ผมทำยังไง”
“ฟ้องเมียน้อยกับแกที่เล่นชู้ อยู่ดีไม่ว่าดีดันมาหักหลังคนอย่างฉันแกต้องเสียสมบัติให้ฉันอย่างน้อยหนึ่งร้อยล้าน” วินนี่ตะคอกลั่นโรงพยาบาลในเมื่อถูกหักหลังพวกมันต้องรับผิดชอบ พสุธรหัวเราะร่วนก้าวเดินเข้าใกล้วินนี่แล้วยิ้มเยาะ“เผื่อจะยังไม่รู้ คนที่จดทะเบียนซ้อนเรียกร้องอะไรไม่ได้นะ”“พูดบ้าอะไร?”“ละมุนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ส่วนเธอจดทะเบียนทีหลังเรียกว่าจดทะเบียนซ้อนถือว่าเป็นโมฆะ” สายตาคมมองเหยียดภรรยาเก่า พลางนึกย้อนไปวันที่เขาจะไปหย่ากับละมุนเพื่อจะทำตามแผนจดทะเบียนกับวินนี่แต่จะไม่มีอะไรกันแล้วจ้างผู้ชายมาเล่นชู้กับวินนี่ที่อดทนเรื่องอย่างว่าไม่ได้หลังจากนั้นจะฟ้องหย่าแบ่งสินสมรสแต่ด้วยความที่เขาไม่อาจตัดใจเซ็นชื่อลงในใบหย่าได้แผนทุกอย่างเลยต้องเปลี่ยนยังคงสภาพเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายกับละมุน ส่วนตัวเขาไปอยู่กับวินนี่ให้ตายใจซึ่งละมุนเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรรู้แค่ว่าวันที่ไม่ได้หย่ากันเขาบอกเพียงให้รอแล้วเขาจะกลับมาหาเธอ ด้านวินนี่ช็อกไปชั่วขณะหัวใจเต้นแรงหน้าซีดถูกสามีเก่าต้มซะเปื่อยก่อนจะนึกได้ว่าถ้าเป็นแบบนี้เขาอาจมีคว
พสุธรเดินออกมาจากห้องทำงานของสินีนาถจะไปยังห้องประชุมระหว่างทางเขาเห็นละมุนเดินวนไปวนมาอยู่หน้าลิฟต์แล้วมองมาทางเขา พสุธรเหลือบมองรอบข้างไม่มีใครเลยเดินมาหาละมุน ทั้งสองยืนรอลิฟต์ห่างกันไม่พูดคุยใด ๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดเธอเดินเข้าไปชิดขอบลิฟต์ด้านในส่วนเขายืนอยู่ข้างหน้าชิดปุ่มกดขยิบปากเปล่งเสียงพูดคุยโดยไม่หันมองกันและกัน“คุณโอนหุ้นมากมายให้หนูทำไมคะ”“เพราะนั้นเป็นรายได้หลักมีมูลค่ามากสุดที่ฉันมีในตอนนี้เพื่อสัญญาว่าฉันจะกลับไปหาเธอ”“หนูอยากได้แค่คุณไม่ได้อยากได้ทรัพย์สินของคุณ”“เธอจะได้ทั้งสองอย่างไม่ว่าฉันและทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของเธอกับลูก ๆ ของเรา”“เราสามคนแม่ลูกจะได้ความรักด้วยไหมคะ” ดวงตากลมโตวูบไหวเหล่มองหลังแกร่งที่ไม่หันหน้ามามอง“ทำขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกเหรอว่ารักมากขนาดไหน” เขาเน้นหนักในคำพูดให้เธอมั่นใจ ละมุนยืนนิ่งฝืนกลืนน้ำตาไม่ให้ไหลเมื่อลิฟต์ลงถึงชั้นสิบแผนกบัญชีละมุนรวบแรงเดินผ่านกายหนาพยายามไม่หันมอง“รักนะคุณแม่ดูแลลูกด้วย” เส
“เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่เมียน้อย”เขาลากเสียงยาวเหนื่อยที่ต้องคุยเรื่องนี้ซ้ำ ๆ“แต่เป็นแค่ตัวสำรองความสำคัญน้อยนิดเมื่อเทียบกับตัวจริง”“เธอสำคัญกับฉันที่สุด”“ตอนนี้หนูไม่มั่นใจอะไรในตัวคุณอีกแล้ว หนูเหมือนเดินบนเส้นด้ายไม่มีความแน่นอนอะไรสักอย่าง หนูเคยเชื่อคำพูดคุณจนหนูโง่ให้คุณหลอกซ้ำ ๆ” หน้าสวยบิดเบี้ยวน้ำตาไหลเกินอดกลั้น พสุธรหน้าเครียดเกลี่ยปลายนิ้วเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนแต่ถูกละมุนปัดมือออก“ฉันรักเธอ” เสียงทุ้มติดขัดเจ็บปวดกับการปฏิเสธของผู้หญิงที่รักแค่เช็ดน้ำตายังทำให้เธอไม่ได้“อย่าหลอกหนูอีกได้ไหม” ร่างบางสะอื้นเนื้อตัวสั่นเทาเจ็บใจตัวเองที่รักเขามากจนยอมโง่ให้เขาหลอก“ฉันรักเธอ” นัยน์ตาคมวูบไหวโน้มลงเข้าใกล้จะจูบหน้าสวยหันหนีเขาจับหน้าเธอให้หันมามองสบตาแล้วโน้มลงจูบปากนุ่มนวล มือเรียวกำผ้าห่มแน่นน้ำตาไหลลงหางตาพ่ายแพ้ให้กับเขาทั้งที่ปวดร้าวแทบขาดใจ ริมฝีปากหนาถอนจูบอ้อยอิ่งเคลื่อนหน้าขึ้นจูบหน้าผากมนแผ่วเบา“รอฉันนะคนดี อีกไม่นานฉันจะก







