로그인ลานเกียร์
“พี่มิลค์ใช่เจ้าของคำใบ้ขาวมากกินได้ทุกวันไหมคะ”
“จะใช่ไหมน้า หรือไม่ใช่”
“ใช่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า รับแคร์เข้าสายรหัสได้ไหมคะพี่มิลค์”
เทคแคร์ยืนกุมมือทำหน้าออดอ้อนพี่สาวที่เธอตามหามาทั้งบ่าย ขอร้องให้รับเธอเข้าร่วมสายรหัสอีกคน เพราะถ้าตอนนี้เธอยังหาพี่ไม่เจอตอนรวมนัดต้องโดนลงโทษให้ทำอะไรแผลง ๆ อีกแน่
“โอเคจ้า ยินดีต้อนรับเข้าสู่สายรหัสนะน้องเทคแคร์ เดี๋ยวพี่จะพาไปหาลุงรหัส ไปถึงก็แนะนำตัวนะ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่มิลค์”
เธอยิ้มแฉ่งให้พี่สาวคนนั้นแล้วเดินตามตูดต้อย ๆ ด้วยความอารมณ์ดี ตอนนี้เธอก็ไม่ต้องเครียดว่าจะได้ทำอะไรน่าอายต่อหน้าฝูงชนแล้ว
“พี่เซนต์ มิลค์พาน้องมาแนะนำตัวค่ะ”
แค่ได้ยินชื่อที่พี่รหัสเรียกเทคแคร์ก็ใจเต้นแรงทันที ชื่อแบบนั้นจะมีสักกี่คนกันในคณะนี้ แล้วทำไมโลกต้องเหวี่ยงให้เขามาอยู่ในวงโคจรของเธอตลอด มันจะบังเอิญเกินไปไหม
“สวัสดีค่ะ ชื่อเทคแคร์นะคะ ขอฝากตัวด้วยค่ะ”
“แค่ฝากตัวเหรอครับ ฝากใจด้วยไหม”
ไม่ใช่เสียงเขาที่พูด แต่เป็นเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกันต่างหาก ส่วนว่าที่ลุงรหัสของเธอเอาแต่เก๊กท่ามองทำหน้ากวนตีนใส่จนอารมณ์ที่เธอข่มไว้ในใจเริ่มจะคุมไม่อยู่
“ถ้าพี่ไม่รับเข้าสายล่ะ”
“พี่เซนต์ อย่าแกล้งน้องมันเลย”
มิลค์หันมองคนน้องสลับกับคนพี่ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ความรู้สึกของเธอเหมือนสองคนนี้ไม่ใช่พึ่งเคยเจอกันครั้งแรก สายตามันเหมือนเชือดเฉือนกันอยู่ตลอดเวลา หรือเธออาจจะคิดมากไปเอง
“พี่รับก็ได้.. แต่เต้นเป็ดก่อนดิ”
“ฮื่อ !”
เสียงถอนหายใจดังแรงจนอีกคนขมวดคิ้วมอง แต่ก็คงไม่เท่าเธอที่แทบจะเดินเข้าไปเตะเป้าเขาอีกสักครั้ง เธออุตส่าห์ดีใจแล้วว่าไม่ต้องทำอะไรแปลก ๆ ต่อหน้าคนอื่น
“ไม่ทำ ?”
“ทำค่ะ !”
เสียงแข็งกร้าวสื่อถึงความไม่พอใจอย่างยิ่งจนเพื่อนของเขาทั้งสามหันมองคนสั่ง แต่เขาก็ยังคนเก๊กหน้าหล่ออยู่อย่างนั้น แถมยังยกเท้าขึ้นพาดหน้าขาตัวเองกระดิกมันนั่งรอดูเธอ
ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็ดอาบน้ำในคลอง~
คนตัวเล็กยืนเต้นต่อหน้าลุงรหัสของเธอความอยากอายแทบไม่มีมีแต่ความโกรธอยากจะกระชากหัวเทา ๆ แล้วตบปากที่ยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาให้เลือดอาบ
แปะ แปะ แปะ ! ทันทีที่เธอเต้นจบเสียงปรบมือก็ดังขึ้นพร้อมผงกหัวชื่นชม เทคแคร์ยืนจ้องหน้าเขาอย่างคาดโทษ เป็นอีกครั้งที่เธอจำไว้ในใจว่าผู้ชายคนนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับเธออีกต่อไป
“ยินดีต้อนรับเข้าสายครับ แอดเฟสมาด้วย มิลค์ดึงน้องเข้ากลุ่มด้วยนะ”
“ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
มิลค์และเทคแคร์เดินกลับไปยังลานกลาง สีหน้าของน้องรหัสใหม่บ่งบอกถึงความไม่พอใจแต่ต้องนิ่งไว้ไม่ให้พี่สาวได้รู้ความจริง ถ้าเป็นคนอื่นเธออาจจะไม่อารมณ์เสียขนาดนี้หรอกแต่นี่เป็นเขา คนที่ขโมยจูบแรกของเธอไป
“แม่งซวยฉิบหาย ! ได้ไอ้พี่คนนั้น”
“ได้ใคร”
“ไอ้พี่เซนต์ !”
“หูย คนหล่อของน้องม่อน”
“หึ ! มีดีแค่หน้าตานั่นแหละ”
เธอส่งเสียงครางด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาจ้องมองไปที่เขาอย่างเอาเรื่อง ริมฝีปากอวบอิ่มยู่เข้าหากันไม่ต่างจากคิ้วที่กำลังขมวดม้วน
หลังจากผู้หญิงสองคนเดินออกจากตรงนั้น เพื่อนทั้งสามก็จ้องเขม็งมาที่เขาโดยมิได้นัดหมายกันมา สายตาทั้งสามคู่เหมือนมีเรื่องที่ต้องการพูด
“ไม่กลัวน้องเขาโกรธเหรอไปแกล้งแบบนั้น”
อาร์ทเอ่ยถามเพราะเป็นห่วงแต่ทว่าอีกคนที่มั่นอกมั่นใจมั่นหน้ากลับไร้ความรู้สึกกังวล มีแต่ความรู้สึกที่ว่าตนเองชนะ
“พี่เซนต์ค่ะ พี่ใช่พี่รหัสเอญ่าไหม คำใบ้หัวไม่ดำครับ”
แต่ไม่ทันที่เซนต์จะตอบเพื่อนเสียงสาวน้อยปีหนึ่งก็แทรกขึ้นมาก่อน ผู้ชายทั้งสี่มองไปยังเด็กสาวที่เดินเข้ามาใหม่ด้วยความงงงัน ไม่มีใครบอกเหรอว่าคำใบ้เป็นของปีสอง ส่วนปีสามเป็นแค่ลุงรหัสที่น้องต้องมาแนะนำ
“ไม่ครับ”
เซนต์เอ่ยปฏิเสธอย่างเรียบง่ายไม่มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มหรือโกรธเกรี้ยวอะไร เพราะคนที่เขาสนใจกำลังมองอยู่นั่นมันทำให้เขาเลือกที่จะตอบคนตรงหน้า
“เอ่อ งั้นเอญ่าขอไอจีพี่ได้ไหม หมายถึงพี่ ๆ ทุกคนเลยนะคะ”
“ได้ครับ เอ็กซ์อีเอ็นทีดอทเควี”
เขาบอกทีละตัวให้เธอค้นหาเอาเองก่อนที่คนอื่น ๆ จะบอกชื่อช่องทางของตัวเองเช่นกัน
“ใช้ความหล่อของกูให้เป็นประโยชน์หน่อยสิครับเพื่อน”
เมื่อเอญ่าเดินจากไปรอยยิ้มของเสือหนุ่มตัวนี้ก็ผุดขึ้นทันทีพร้อมมองไปยังเด็กแว่นที่กำลังหน้าหงิกหน้างอมองมาที่เขาเช่นกัน
อาการนี้ไม่ใช่ว่ากำลังหึงหวงเขาอยู่หรอกเหรอ..
“พ่อ”“แก”เสียงทุ้มของชายทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จากที่สถานการณ์นิ่งเงียบมานาน เสี่ยฮาร์นสูดหายใจเข้าเต็มปอดเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี“พ่อสบายดีไหมครับ”“สบายดี ฮึก พ่อ.. สบายดี”แค่ประโยคสั้น ๆ ที่เปล่งออกมาทำให้เจ้าสัวคณาเรศน้ำตาร่วงทันที กี่ปีมาแล้วที่ลูกชายไม่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เลย อย่าว่าแต่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แค่ยอมคุยกันดี ๆ สักครั้งยังไม่เคย“พ่อ.. ขอโทษ พ่อขอโทษแกจริง ๆ”“เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ ความจริงผมรู้ทุกอย่าง รู้ว่าแม่เป็นคนขอร้องให้พ่อไปลงทุนที่ต่างประเทศเอง รู้ว่าเรื่องข่าวพ่อกับดาราคนนั้นไม่เป็นความจริง ผมแค่รับไม่ได้วันนั้นพ่อไม่มาแม้แต่ดูใจแม่”“พ่อ.. ขอโทษจริง ๆ ฮึก พ่อ.. รับปากแม่แกว่าถ้าไม่สำเร็จพ่อจะไม่กลับมา ตอนนั้นพ่อยังทำไม่ได้แล้วจะให้พ่อแบกหน้ามาเจอแม่แกได้ยังไง”“ผมปล่อยวางได้แล้วครับ พ่อก็เลิกโทษตัวเองเถอะ แล้วไปอยู่กับหลานไปอยู่กับผม”เจ้าสัวเงยมองหน้าลูกชายทันทีที่เขาเอ่ยเช่นนั้น ไม่คิดว่าเขาจะได้กลับไปอยู่กับลูกกับหลานอีกครั้งในบั้นปลายชีวิต แค่นี้คนแก่อย่างเขาก็ตายตาหลับแล้ว“ผมซื้อบ้านหลังข้าง ๆ ไว้ให้พ่อ
อาการแปลกประหลาดของคนสองคนอยู่ในสายตาผู้ใหญ่อย่างป้าไหมตลอด เธอรู้ว่าอาการแบบนี้มันคืออะไรแต่ทว่าเจ้านายของเธอเป็นหมันทำให้เธอไม่แน่ใจอะไรสักอย่างได้แต่สังเกตอาการมาเรื่อย ๆ“หลิน กินแบบนี้มานานหรือยังลูก”“สักพักแล้วค่ะป้า ตัวบวมมาก ฮ่าฮ่าฮ่า”“ให้เสี่ยพาไปหาหมอหน่อยไหม หลินรู้สึกหรือเปล่า”กึก ! คำที่ป้าไหมพูดเธอเริ่มเข้าใจและจับจุดประสงค์ได้ คงไม่ใช่ว่าเธอจะตั้งครรภ์หรอกนะ แต่จะเป็นไปได้ไงในเมื่อเขาบอกเองว่าเป็นหมันวันถัดมาหลินขอให้เขาพาไปหาหมอตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ แม้ในใจจะอยากมีลูกมากแต่ก็หวั่นอยู่เหมือนกันกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อใจเธอ กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริง ๆหลินนั่งรอผลตรวจอย่างกระวนกระวายใจ ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าเธอขอร้องให้เขาพามาโรงพยายาลทำไมก็คงยังนั่งนิ่งโอบกอดคนตัวเล็กไม่ปล่อย“เชิญคุณวริศราค่ะ”“เฮีย~ เฮียเข้าไปกับหนูได้ไหมคะ”เขาพยักหน้าแล้วพยุงเธอเดินเข้าห้องตรวจ ใบหน้าสาวเจ้าแสดงออกถึงความกังวลอยู่มากจนเขาเครียดตามไปด้วยกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรที่ร้ายแรง“ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้สิบเอ็ดสัปดาห์แล้วครับ”“เฮีย~”แทนที่เธอจะดีใจกล
จนเกือบหนึ่งทุ่มทั้งสองถึงได้เวลาก้าวขาออกจากบ้านไปวัดสักที วันนี้ที่วัดใหญ่มีการจัดรำวงการกุศลเพื่อหาเงินสร้างโบสถ์ ครอบครัวเธอเองก็มีชื่อนั่งเป็นประธานครั้งนี้ด้วย เพราะบริจาคไปถึงครึ่งแสน แม้จะไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงอะไร แต่ทางวัดก็ใส่ให้อยู่ดี“มื้อนี้แม่ใหญ่สายคืองามแท้”หลินเอ่ยชมแม่ตัวเองที่เป็นสาวรำวงครั้งนี้ด้วย เสื้อขาวกระโปรงลายดอกพริ้วนั่นเธอเป็นคนจัดหามาให้ทั้งหมด พอเห็นแม่ตนแต่งตัวแบบนี้บ้างก็แปลกตาดีเหมือนกัน“ไปเหมาสักสองรอบไป อ่ะ”เสี่ยฮาร์นยื่นธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งให้ภรรยาก่อนที่เธอจะเดินไปบอกกรรมการวัด พร้อมซื้อมาลัยมาคล้องแม่ของเธอด้วย ความจริงมีมาลัยเงินที่เธอทำเองไว้แล้วแหละ แต่อยากอุดหนุนวัดด้วยเช่นกัน“ปะเฮีย”“ไม่เอาหลิน วันนั้นเฮียก็อายพอแล้ว หลินครับ~”เสียงออดอ้อนของเขาไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อมือน้อยของเธอดึงกึ่งลากเขาขึ้นเวที ก่อนที่หลาย ๆ คนจะเดินตามขึ้นไปด้วย เสี่ยใหญ่เดินตามผู้หญิงสองคนพร้อมปรบมือแปะ ๆ ไปด้วย รอยยิ้มของสองแม่ลูกทำให้จิตใจเขาเบิกบานลืมอายฟ้อนเล่นตามเธอไปด้วย“เฮ้อเหนื่อย !”“แก่แล้วก็งี้แหละ คิก ๆ”“แต่เอวดีนะ”“ชิ วนมาเรื่องนี้อีกแล้ว ตาแก่
เกือบเที่ยงที่ทั้งสองลืมตาตื่นและเดินลงมาจากบ้านพร้อมกัน สายสมรเองที่รู้อยู่แล้วได้แต่ยิ้มกริ่มดีใจที่ลูกสาวกับลูกเขยดีกัน ต่างจากบันลือที่ตอนนี้วิ่งเข้าไปในบ้านแล้ว“มึงยังกล้ามาอีกอยู่ติ หือ ! (มึงยังกล้ามาอีกเหรอ หือ !)”“พ่อใหญ่ลือ เจ้านิเฒ่าซือ ๆ บ่ฮู้จักความเนาะ ! (พ่อใหญ่ลือ แกนี่แก่เฉย ๆ ไม่รู้จักความเลยนะ !)”สายสมรวิ่งไปห้ามผัวตัวเองพร้อมด่าฉาดใหญ่ ก่อนจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ส่วนบันลือเองก็ไม่พอใจนักไม่ได้เต็มใจที่จะรับเขาเป็นลูกเขยเหมือนแต่ก่อน แค่เห็นว่าลูกสาวรักผู้ชายคนนี้มากเลยมองข้ามไปเสี่ยฮาร์นเดินไปที่รถของตัวเอง ก่อนจะหยิบของที่เตรียมมาตั้งแต่เมื่อวานลงจากรถ พานบายศรีเล็ก ๆ ถูกวางต่อหน้าพ่อตาแม่ยายพร้อมกล่าวขอขมาอย่างจริงใจ แต่ถึงอย่างนั้นบรรลือก็ไม่ได้ใจอ่อนลงสักนิดจนกระทั่งเขาหยิบขวดบรั่นดีนอกออกมา ทำเอาบันลือตาลุกวาวเป็นประกาย“เออ บักอันนี้มันอยู่เป็นเว้ย (เออ ไอ้นี่มันอยู่เป็นเว้ย)”ชายสูงวัยหยิบขวดเหล้าก่อนจะตบบ่าลูกเขยเบา ๆ แล้วเดินออกจากบ้านไปหาลุงในทันที ทำเอาสายสมรและหลินส่ายหัว“อีสาย !”เสียงเดือนเพ็ญตะโกนเรียกน้องสาวจากทางหน้าบ้านดังขึ้น สายสมรรีบ
“หนูครับ เฮียทำตามที่หนูขอทุกอย่างแล้วนะ คืนดีกับเฮียได้รึยัง”“นั่งสิคะ”เธอไม่ตอบที่เขาถามและไม่ได้ปฏิเสธเช่นกันแถมยังขยับให้นั่งด้วย ทำเอาเสือเฒ่าเจ้าเล่ห์ดีดดิ้นเป็นลิงโลดทึกทักเอาเองว่าเมียยอมคืนดีด้วยหลินหยิบกระดาษทิชชูที่ตัวเองพึ่งจะซื้อมาซับเหงื่อออกให้เขา ใบหน้าหล่อที่มองกี่ครั้งยังไม่เบื่อนี่เป็นของเธอของเธอคนเดียว และที่ทำอยู่ก็เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของทางอ้อมไม่ต้องการให้มดปลวกมาไต่ตอมเขาอีก“แกล้งผัวแบบนี้รู้ไหมจะโดนอะไร”“ชิ ! โอนให้หนูแต่แรกก็จบ”“หนูอยากได้เท่าไหร่ เอาไปได้เลย แถมไอ้ซีให้ด้วย”“เอามาเป็นกิ๊กเหรอคะ”“เดี๋ยวจะโดน”หลินหัวเราะหึในลำคอก่อนจะหันไปทางเวทีไม่สนใจเขา แต่ทว่ามือหนากลับสอดโอบเอวเธอเอาไว้พร้อมกับลูบคลำตรงนั้นของเธอเบา ๆ ยังที่มีเสื้อแขนยาวที่เธอคลุมขาเอาไว้ไม่อย่างนั้นคนคงเห็นกันทั้งลานนี่แหละไม่ถึงยี่สิบนาทีคนแก่ของเธอก็ซบหน้าลงที่แผ่นหลัง และเหมือนเธอจะรับรู้ถึงลมหายใจสม่ำเสมอของเขานั่นแสดงว่าเขาหลับไปแล้ว ในสถานที่ที่เสียงดังขนาดนี้ยังหลับได้ ต้องเหนื่อยแค่ไหนกันนั่งไปสักพักหลินจึงลาเพื่อนกลับ เพราะดูแล้วคนข้างหลังน่าจะต้องการพักผ่อนมากกว
“หลิน คือตื่นสวย.. เอ้า มาแต่เหิง (หลิน ทำไมตื่นสาย.. เอ้า มาแต่ตอนไหน)”“มาแต่มื้อคืนแล้ว เบิ่งเอาโลดลูกเขยเจ้ายายสาย (มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ดูเอาเลยลูกเขยแกยายสาย)”หลินลุกขึ้นลงไปข้างล่างทันทีที่ผู้เป็นแม่เข้ามา ส่วนสายสมรได้แต่มองสลับลูกสาวกับลูกเขยไปมาอย่างงุนงง“ฮาร์น ฮาร์นเอ้ย ลุกไปนอนเทิ้งเตียงดี ๆ ลูก น้องออกไปแล้ว (ฮาร์น ฮาร์นเอ้ย ลุกไปนอนบนเตียงดี ๆ ลูก น้องออกไปแล้ว)”“อื้อ แม่~ แม่ครับมื้อแลงพาน้องไปเบิ่งหมอลำแน่เด้อ ผมจ้างไว้เผื่อน้องสิคืนดีนำ (แม่ครับ ตอนเย็นพาน้องไปดูหมอลำด้วยนะ ผมจ้างไว้แล้วเผื่อน้องจะคืนดีด้วย)”“อื้อ ๆ แม่สิพาไปดอก นอนซะ ๆ (อื้อ ๆ แม่จะพาไปเอง นอนเถอะ ๆ)”ฮาร์นสลึมสลือปีนขึ้นเตียงเมียโดยมีแม่ยายสนับสนุน แขนหนาคว้าเอาหมอนสาวน้อยมากอดสูดดมกลิ่นหอมที่ตัวเองโปรดปราน ได้กอดหมอนก็เหมือนได้กอดคนนั่นแหละหลินกลับขึ้นมาบนห้องก็ต้องขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นสันนูน แต่ก็คงเป็นมารดาของเธอนั่นแหละที่อนุญาตเลยไม่ว่าอะไร“คุณ คุณไม่กลับหรือไง”หมับ ! “อ๊ะ !”ระหว่างที่ปลุกอยู่นั้นแขนเรียวเธอก็โดนกระตุกดึงลงไปกอดในอ้อมแขนของเขา มันแน่นจนเธอขยับไม่ได้แต่ก็ไม่อึดอัด“เมื่อไ
ผู้บริหารหนุ่มเดินเข้าออฟฟิศหลังจากหยุดไปหลายวัน ไม่ต่างจากแม่ค้าสาวเจ้าของคาเฟติดกัน ไม่ต้องสืบเสียให้ยากว่ามาด้วยกันหรือไม่เพราะมันแน่นอนอยู่แล้วซาร์นแทบจะย้ายข้าวของทั้งหมดไปอยู่คอนโดขนาดกลางของเธอ ทั้งที่ห้องของตัวเองกว้างกว่าสะดวกสบายกว่าเป็นไหน ๆ แต่ไม่ได้ดึงดูดเขาให้กลับเลยสักนิด เพราะถ้าให
“มึงจริงจังกับน้องเหรอวะ”ประโยคที่อาร์ทเอ่ยถามเล่นเอาคนฟังหันขวับกลับมา คนอย่างเขาเนี่ยนะจะจริงจังกับใคร แถมเป็นยัยเด็กปากดีคนนั้นอีกด้วย“ปากแบบนั้นกูไม่เอาทำเมียหรอก”“กะฟันแล้วทิ้งว่างั้น”“เออ”เขาพยักหน้าตอบสั้น ๆ แล้วเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว แต่เพื่อนเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่เลย การกระ
ช่วงค่ำหลังจากเลิกกิจกรรมเทคแคร์มาเดินที่ตลาดใกล้คอนโดของตัวเองตามปกติ แต่ไอ้ที่ไม่ปกติเพราะเจอลุงรหัสของเธออีกนี่แหละ คงไม่ใช่ว่าตามเธอมาอีกหรอกนะ ทำเธอขายหน้าขนาดนั้นแล้วยังจะมาเอาอะไรอีกสาวน้อยเดินผ่านเขาไปเหมือนไม่เห็นว่าอีกคนยืนรออยู่ ส่วนคนที่เหมือนเป็นอากาศธาตุต้องเอียงหัวมองตามแผ่นหลังบางไ
“แม่ง ! เป็นผู้หญิงเสือกเมาหัวราน้ำ”พลขับมองเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่เบาะข้าง ๆ สายตาเสือร้ายไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า แปลกก็แต่เขาไม่มีความคิดที่จะล่วงเกินคนเมาเลยสักนิด มีแต่อยากปลุกขึ้นมาอบรมให้รู้สำนึกเสียบ้างติ๊ด~เขาถือวิสาสะหาคีย์การ์ดในกระเป๋าเธอแล้วสแกนผ่านตั้งแต่ประตูใหญ่ ลิฟต์จนถึงประตูห้อง







